เช้าวันถัดมา
สวนยังคงตื่นเหมือนทุกวันแต่คนในสวนไม่เหมือนเดิมแพรเดินเข้าแปลงทำงานตามปกติมือทำได้แต่ใจยังค้างอยู่กับเย็นวานเธอไม่กล้าคิดว่ามันคืออะไร ไม่กล้าตั้งชื่อ เพราะกลัวว่าตั้งชื่อเมื่อไหร่มันจะกลายเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ
อชิมาในสวนช้ากว่าปกติ
ไม่เดินเข้ามาใกล้ ไม่ทัก ไม่มองตรง
เหมือนเขาตั้งใจทำให้ทุกอย่าง
กลับไปเป็น “ระยะปลอดภัย”
ช่วงสาย
แพรต้องเอาอุปกรณ์ไปเก็บที่โรงเก็บ
บังเอิญเจออชิอีกครั้ง
คราวนี้ เขาเป็นฝ่ายหยุดก่อน
“เมื่อวาน…”
อชิพูด เสียงต่ำ ชัด ไม่อ้อม
แพรเงยหน้ามอง
หัวใจเธอเต้นแรงโดยไม่ตั้งใจ
“ผมขอโทษ”
เขาพูดต่อทันที ไม่รอให้เธอพูดอะไร
“มันไม่ควรเกิด”
คำพูดนั้น ตรงและชัดจนแพรนิ่งไป
“คุณไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ”
เธอพูดในที่สุดพยายามทำให้น้ำเสียงปกติ
อชิส่ายหน้า
ช้า ๆ
“ผมผิด”
อชิพูด
“เพราะผมรู้มากกว่าคุณ”
ประโยคนั้น ทำให้แพรชะงัก
“รู้อะไรเหรอคะ”
อชิหลบสายตา
กำมือแน่นเหมือนต้องใช้แรงควบคุมตัวเอง
“แค่รู้ว่าถ้าผมปล่อยให้มันไปต่อ”
อชิพูดช้า ๆ
“คุณจะเสียเปรียบ”
แพรเม้มปาก
เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่หนักกว่าความรู้สึก
เมื่อวานอชิถอยหลังหนึ่งก้าวเว้นระยะชัดเจน
“ตั้งแต่นี้ไป”
อชิพูด
“เราจะคุยกันแค่เรื่องงาน”
“ไม่อยู่ลำพัง ไม่เข้าใกล้เกินจำเป็น”
คำพูดเหมือนกฎแต่แววตาเขา
ไม่ใช่คนที่กำลังสบายใจ
แพรฝืนยิ้ม
“คุณไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้”
อชิสบตาเธอ ครั้งนี้ ตรงและจริงจัง
“ผมต้องทำ”
เพราะถ้าเขาไม่หยุด สิ่งที่เสียจะไม่ใช่แค่สวน
แต่เป็นคนที่ไม่ควรถูกดึงเข้ามาตั้งแต่แรก
ตลอดทั้งวัน
อชิรักษาระยะห่างเคร่งครัดกว่าที่เคยเขาสั่งงานผ่านคนอื่นหลีกเลี่ยงการอยู่ลำพังไม่พูดเกินจำเป็นทุกการกระทำชัดเจนว่าเป็น “การถอย”
แพรรับรู้ได้
และยอมรับมันแม้ในใจจะรู้สึกหน่วงอย่างประหลาดไม่ใช่เสียใจแต่เหมือนเพิ่งรู้ว่าเมื่อคืนมันมีความหมายมากกว่าที่เธอคิด
เย็นนั้น
ฟ้ากลับมาที่บ้านพัก
เห็นแพรนั่งเงียบอยู่หน้าบ้าน
“เป็นไง”
ฟ้าถาม
แพรมองสวน
ตอบเบา ๆ
“เขาหยุดแล้ว”
ฟ้าขมวดคิ้ว
“หยุดอะไร”
แพรไม่ตอบทันทีก่อนจะพูดเพียงแค่ว่า
“หยุดก่อนที่กูจะต้องเป็นอะไรที่กูยังไม่รู้เรื่อง”
ฟ้านิ่ง
ก่อนจะพยักหน้า
“งั้นก็แปลว่าเขายังพอมีสติ”
แพรยิ้มจาง ๆ
แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก
เพราะบางครั้งการหยุดก็ทำให้รู้ชัดว่าถ้าไม่หยุดมันจะไปไกลแค่ไหนและอชิก็รู้ดีว่าถ้าเขาไม่เลือกหยุดวันนี้ วันหนึ่งเขาอาจต้องหยุดด้วยการเสียแพรไปตลอดกาล
เช้าวันนั้น
ฟ้าเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยังไม่ก้าวออกจากบ้านพัก
อชิไม่เดินมาใกล้
ไม่ทัก ไม่ชะลอฝีเท้า
ทุกอย่าง “สุภาพ ถูกต้อง และห่าง”
ห่างเกินไปเมื่อเทียบกับเมื่อวาน
ฟ้ามองแพร
เห็นสีหน้าเพื่อนนิ่งเกินปกติ มือทำงานได้
แต่สายตาลอย
“เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”
ฟ้าถามตรง ๆ ไม่อ้อม
แพรชะงัก
ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่มีอะไร”
ฟ้าไม่เชื่อ
เพราะคำว่า ไม่มีอะไร
ไม่เคยอยู่บนหน้าแพรในสภาพนี้
ช่วงสาย
ฟ้าแยกไปทำงานอีกฝั่ง
แต่สายตายังจับจ้องพฤติกรรมของอชิ
เขาออกคำสั่งผ่านคนอื่นหลีกเลี่ยงการอยู่ลำพังกับแพรเหมือนตั้งใจ “กันตัวเองออกมา”
ไม่ใช่คนที่ไม่สนใจแต่เป็นคนที่ กำลังหนี
ฟ้าเริ่มต่อภาพได้
พักเที่ยง
ฟ้ากินข้าวกับแพรเงียบ ๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“มึงไม่ได้โดนอะไรใช่ไหม”
แพรเงยหน้ามอง
ส่ายหน้าเร็ว
“ไม่เลย”
“แล้วเขาล่ะ”
ฟ้าถามต่อ
“เขาทำอะไรเกินเส้นไหม”
แพรลังเล แค่เสี้ยววินาที แต่ฟ้าจับได้
“แค่นิดเดียว”
แพรตอบเสียงเบา
“แล้วเขาก็หยุด”
ฟ้าเอนหลัง
ถอนหายใจแรง
“งั้นกูเริ่มมั่นใจละ”
“มั่นใจอะไร”
แพรถาม
ฟ้ามองหน้าเพื่อน พูดชัด
“ว่ามีบางอย่างที่เขารู้แต่มึงไม่รู้”
แพรนิ่ง
หัวใจเต้นแรงขึ้น
เย็นวันนั้น
ฟ้าเดินไปทางร้านของชำอีกครั้งเหมือนเรื่องบังเอิญแต่ตั้งใจ
“ป้า”
ฟ้าถาม
“ถ้าสวนนี้ไม่ทำตามเอกสารเก่า ๆ มันจะเป็นยังไงเหรอ”
ป้าคนขายชะงัก
ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน
“เด็กสมัยนี้ถามเก่งนะ”
ฟ้ายิ้ม ไม่เร่ง ไม่กดดัน
“ก็แค่อยากรู้”
ป้าลดเสียง
“ก็อาจไม่ได้เป็นของตระกูลเดิมไง”
แค่นั้นฟ้าก็พอแล้ว
คืนนั้น
ฟ้ากลับมานั่งข้างแพร เงียบอยู่นาน ก่อนจะพูด
“แพรถ้าวันหนึ่งมึงรู้ว่าการที่เขาเข้าใกล้มึง
มันเกี่ยวกับเรื่องที่มึงไม่เคยเลือก”
แพรหันมามอง
ใจเต้นแรง
“มึงจะโอเคไหม”
แพรเม้มปาก
คิด ก่อนจะตอบชัด
“ไม่”
คำตอบนั้น ไม่ลังเล
ฟ้าพยักหน้า
เหมือนยืนยันสิ่งที่คิด
“งั้นจำไว้นะไม่ว่าความจริงมันคืออะไร
มึงมีสิทธิ์เดินออกมาก่อนจะถูกตั้งชื่อเป็นอะไรของใคร”
แพรพยักหน้า
แรงกว่าที่คิด
และในคืนนั้นเองฟ้ารู้แน่แล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสวนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องหัวใจแต่มันคือเงื่อนไขที่กำลังดันคนที่ไม่รู้เรื่องเข้าไปอยู่กลางวงโดยที่เจ้าตัวไม่เคยยินยอม