เช้าวันถัดมาแพรตื่นก่อนนาฬิกาปลุก
ไม่ใช่เพราะฝันร้ายแต่เพราะความรู้สึกค้าง ๆ
เหมือนมีอะไรบางอย่างยังไม่ถูกจัดวางให้เข้าที่
คำว่า คนของสวน ยังแวบเข้ามาในหัว
แต่แพรก็เลือกจะไม่หยิบมันขึ้นมาคิดจริงจัง
เธอลุกจากเตียงล้างหน้า มัดผม ทำเหมือนทุกเช้า
“มึงไม่เป็นไรนะ” ฟ้าถาม
ระหว่างยัดขนมปังเข้าปาก
แพรพยักหน้า
“ก็แค่คนพูดไปเรื่อย”
ฟ้ามองหน้าเธอ เหมือนจะพูดอะไร
แต่สุดท้ายก็เลือกเงียบ
ในสวนบรรยากาศดูเหมือนเดิม ดอกไม้ ดิน
เสียงกรรไกรตัดกิ่ง แต่แพรรู้สึกได้ว่า
สายตาบางคู่มองเธอนานขึ้นไม่ถึงกับจ้อง
แค่เหลียวมองเหมือนกำลังประเมิน
“แปลงนี้วันนี้รดน้ำเบา ๆ นะ”
คนงานอีกคนพูดกับเธอน้ำเสียงปกติ
แต่แฝงความเกรงใจแปลก ๆ
แพรยิ้ม
“ได้ค่ะ”
เธอไม่ถามว่าเกรงใจอะไร
และไม่อยากรู้ด้วยซ้ำ
ช่วงสาย อชิเดินมาดูงานตามปกติ
“วันนี้เป็นยังไงบ้าง”
อชิถามน้ำเสียงเหมือนทุกวัน
“โอเคค่ะ”
แพรตอบสั้น ๆ
เขาพยักหน้ากำลังจะเดินไป
แต่หยุดเหมือนนึกอะไรได้
“ถ้ามีใครพูดอะไร…”
เขาเว้นจังหวะ
“…ไม่ต้องเก็บมาคิด”
แพรเงยหน้ามอง
“เขาพูดอะไรหรอคะ”
อชิชะงัก ก่อนจะส่ายหน้า
“เปล่า”
คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้แพรรู้สึกแย่แค่รู้สึกว่า
มันไม่จำเป็นต้องขยายความ
“ไม่เป็นไรค่ะ”
แพรพูด
“ฉันมาทำงาน ไม่ได้มาฟังคน”
อชิมองเธอนานกว่าปกติก่อนจะพยักหน้า
“ก็ดีแล้ว”
พักเที่ยง
แพรนั่งกินข้าวกับฟ้าใต้ต้นไม้เสียงคนคุยกันอยู่ไม่ไกล หัวเราะพูดถึงเรื่องทั่วไปมีบางคำหลุดมา
แต่แพรเลือกจะไม่ตั้งใจฟัง
“มึงแน่ใจนะว่าไม่เป็นไร” ฟ้าถามอีกครั้ง
แพรหัวเราะ
“กูเคยอยู่ในที่ที่อึดอัดกว่านี้เยอะ”
เธอพูดจริงเพราะความอึดอัดครั้งนี้ ยังไม่เจ็บ
ยังไม่บีบ และยังไม่เรียกร้องอะไรจากเธอ
มันแค่…รำคาญนิดหน่อย
บ่ายนั้น
แพรทำงานต่อเหมือนทุกอย่างยังอยู่ในที่ของมัน
เธอคิดกับตัวเองว่าคนก็ชอบพูด เดี๋ยวก็เบื่อ
เดี๋ยวก็หยุดและถ้าสุดท้ายมันไม่โอเค
เธอก็แค่เดินออกไปเหมือนที่เคยทำมาแล้ว
แพรเชื่อแบบนั้นและมันทำให้เธอรู้สึกสบายใจพอ
ที่จะไม่ใส่ใจไม่ตั้งคำถามและไม่ระวังตัวมากกว่านี้
บ่ายคล้อยแดดอ่อนลงลมเริ่มพัดแรงกว่าปกติ
แพรยังอยู่ที่แปลงเดิมก้มดูใบดอกไม้ที่เริ่มมีรอยเหลืองบาง ๆเธอขมวดคิ้วลองนึกถึงสิ่งที่อชิเคยสอนไว
“น้ำเช้า แดดบ่าย”
เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะเอื้อมไปแตะใบ
“อย่าเพิ่ง”
เสียงอชิดังขึ้นจากด้านหลังใกล้กว่าทุกครั้ง
แพรสะดุ้งเล็กน้อยหันไปมองเขายืนอยู่ข้างเธอ
ใกล้พอจะเห็นเหงื่อที่ขมับใกล้พอจะเห็นรอยดินติดปลายเล็บเธอ
“ถ้าใบเหลืองแบบนี้”
อชิพูดต่อ
“อย่าเพิ่งตัดตอนนี้ใบมันจะตาย”
แพรถอนมือกลับ พยักหน้า
“ค่ะ”
อชิก้มดูต้นไม้แทนอธิบายต่อโดยไม่รู้ตัวว่า
เขายืนอยู่นานกว่าที่จำเป็น
ฟ้าที่อยู่แปลงข้าง ๆ มองภาพนั้นก่อนจะหรี่ตา
เดินเข้ามา
“อ้าว วันนี้ไม่สอนแบบห่าง ๆ แล้วเหรอ”
ฟ้าพูดเสียงเรียบแต่แฝงแซว
อชิชะงักเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองยืนใกล้เกินไป
เขาถอยหลังหนึ่งก้าวทันที
“แค่มาดู”
น้ำเสียงกลับไปเรียบเหมือนเดิม
แพรไม่ได้พูดอะไรแต่เธอรู้สึกถึงช่องว่างที่เพิ่งเกิดขึ้นทั้งที่เมื่อครู่มันยังไม่มี
ช่วงเย็นแพรยกถังน้ำหนักเกินตัวพยายามฝืน
อชิที่เดินผ่านมาหยุดทันที
“เดี๋ยว”
อชิพูดแล้วคว้าถังไปจากมือเธอ
แพรชะงัก
“ฉันยกได้นะคะ”
อชิไม่เถียงแค่พูดสั้น ๆ
“มันหนัก”
เขายกไปวางแล้วส่งถังที่เบากว่ามาให้แทน
แพรรับไว้เงยหน้ามอง
“ขอบคุณค่ะ”
อชิพยักหน้าเหมือนเรื่องเล็กแต่ในใจเขากลับรู้สึกแปลกเพราะปกติเขาไม่เคยทำแบบนี้กับใคร
ฟ้านั่งกินน้ำอยู่ไม่ไกลมองเหตุการณ์ทั้งหมด
ก่อนจะพูดเบา ๆ กับแพร
“เขาเริ่มทำเกินหน้าที่แล้วนะ”
แพรหัวเราะ
“เขาแค่ช่วย”
“อือ”
ฟ้าพยักหน้า
“นั่นแหละที่น่ากลัว”
แพรไม่ตอบเพราะเธอเองก็ยังไม่อยากคิด
ค่ำวันนั้นแพรเดินกลับบ้านพักฟ้าเดินนำไปก่อน
อชิเดินตามหลัง เว้นระยะเหมือนทุกครั้ง
แต่ก่อนจะถึงทางแยกเขาพูดขึ้น
“พรุ่งนี้แดดแรงใส่แขนยาวหน่อย”
แพรหันกลับมา
“คุณก็ใส่ทุกวันไม่ใช่เหรอคะ”
อชิชะงักเหมือนถูกจับได้ว่าเขาไม่ได้พูดกับตัวเอง
“…อืม”
แค่นั้นเขาก็หยุดไม่เดินต่อแพรมองแผ่นหลังเขา
รู้สึกประหลาดมันไม่ใช่ความอบอุ่นไม่ใช่ความหวานและไม่ใช่สัญญาณอะไรชัดเจนแต่มันคือความรู้สึกว่าใครบางคนเริ่มมองเธอเกินกว่าหน้าที่ทั้งที่ยังไม่ยอมรับกับตัวเองและอชิเองก็รู้ดีว่าถ้าเขาไม่หยุดตอนนี้คำว่า อาทิตย์เดียว อาจไม่เหลือความหมายอีกต่อไป