แพรนั่งมองกล่องกระดาษใบสุดท้ายอยู่กลางห้องเช่า ห้องที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าเป็น “จุดเริ่มต้นของชีวิตผู้ใหญ่”ตอนนี้มันเหลือแค่ผนังโล่งพื้นเย็นกับความเงียบที่ดังชิบหาย โทรศัพท์ในมือสั่นอีกครั้งชื่อเดิมข้อความเดิมคำอธิบายเดิม ๆ ที่เธออ่านจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
แพรกดปิดหน้าจอ
ไม่อ่าน
ไม่ด่า
ไม่ร้องไห้
แพร (แพรไหม วัฒนากุล)
อายุ 26
สาวเมืองที่ชีวิตพังแล้วหนีมาเริ่มต้นใหม่
เพราะมันพังไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วแค่วันนี้เธอยอมรับมันอย่างเป็นทางการเสียงกุญแจไขประตูดังขึ้นฟ้าโผล่หัวเข้ามา มองสภาพห้องแล้วถอนหายใจยาว
“มึงเก็บเสร็จยัง”
ฟ้า (ฟ้าลดา ศิริกาญจน์)
อายุ 26
เพื่อนสนิทของแพร
แพรพยักหน้าเบา ๆ
ไม่ยิ้ม
ไม่ฝืน
ฟ้าเดินเข้ามา เตะกล่องกระดาษเบา ๆ
“งั้นก็ไปกัน”
“ไปไหน” แพรถาม
ฟ้ายักไหล่
“ไม่รู้ แต่ไม่ใช่ที่นี่”
คำตอบเหมือนไม่มีที่ไปแต่กลับเป็นคำตอบเดียวที่แพรอยากได้ยินรถของฟ้าวิ่งออกจากเมืองในช่วงบ่ายแก่ ๆตึกสูงค่อย ๆ หายไปเสียงแตรเสียงคนเสียงชีวิตที่แพรไม่อยากอยู่ด้วยอีกแล้วเธอเอนหัวพิงกระจกมองท้องฟ้าที่โล่งขึ้นเรื่อย ๆ
“มึงแน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจ” ฟ้าถาม ขณะจับพวงมาลัย
แพรหัวเราะในลำคอ
“กูเสียใจจนไม่รู้จะเสียใจยังไงแล้ว”
ฟ้าไม่พูดต่อแค่เร่งเครื่องพวกเธอเลี้ยวเข้าถนนเล็ก ๆ ตอนแดดเริ่มอ่อนสองข้างทางเป็นต้นไม้เป็นไร่เป็นพื้นที่ที่ไม่มีกูเกิลแมป บอกชัด ๆ ว่าคืออะไรจนกระทั่งป้ายไม้เก่า ๆ โผล่ขึ้นมา
(สวนดอกไม้อชิฟลอรา)
ตัวอักษรสีขาวเรียบไม่พยายามขายอะไรเลย
“สวนดอกไม้เหรอ” แพรหรี่ตา
ฟ้าไม่ตอบเธอมองเข้าไปด้านในเห็นแปลงดอกไม้เรียงยาวเรือนกระจกและผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางสวนเสื้อแขนยาวสีเข้มกางเกงเก่ามือเปื้อนดินเขาเงยหน้าขึ้นมาพอดีสายตานิ่งไม่ยิ้มไม่แปลกใจที่เห็นรถแปลกหน้าแค่มองเหมือนกำลังประเมินว่า
“หลงทางมารึป่าว”
แพรรู้สึกอะไรบางอย่างในอกไม่ใช่ความตื่นเต้นไม่ใช่ความหวังแต่มันคือความรู้สึกประหลาด ๆ แบบเดียวกับตอนที่เรายืนอยู่หน้าประตูที่ไม่รู้ว่าข้างในจะดีหรือพังแต่ก็รู้ว่าอย่างน้อยมันไม่ใช่ที่เดิมฟ้าดับเครื่องหันมามองแพร
“ลงไหม”
แพรพยักหน้า
เปิดประตูรถก้าวลงไปบนดินที่ไม่คุ้นเคย
ดินใต้ฝ่าเท้าแพรไม่ได้นุ่มอย่างที่คิดมันแน่นเย็น
และมีกลิ่นชื้นของน้ำกับใบไม้ผสมกันอยู่ เป็นกลิ่นที่ไม่คุ้นแต่ไม่ได้น่ารังเกียจแพรเผลอมองรองเท้าตัวเองคราบฝุ่นเมืองติดอยู่ตรงขอบมันดูแปลกแยกกับพื้นดินตรงหน้าเหมือนเธอที่ยืนอยู่ตรงนี้
“มองอะไร” ฟ้าถาม ขณะปิดประตูรถเสียงดังปึง
แพรส่ายหน้า
“เปล่า แค่รู้สึกว่าที่นี่มันเงียบดี”
ฟ้าหัวเราะหึ
“มึงเรียกเงียบเหรอ กูเรียกหลอน”
เสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นจากในสวนผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ทุกก้าวมั่นคง เหมือนพื้นดินนี่เป็นของเขาพอเขาหยุดยืนตรงหน้าแพรถึงได้เห็นชัด ๆ
หน้าไม่หล่อแบบดาราแต่เป็นหน้าของคนที่ไม่ต้องพยายามให้ใครชอบ ผิวคล้ำแดด มือเปื้อนดิน
ดวงตานิ่งจนอ่านไม่ออก
“มาหาใคร” เขาถาม
เสียงเรียบ ไม่มีหางเสียง
ฟ้าเป็นฝ่ายตอบ
“หลงทางค่ะ”
ผู้ชายคนนั้นเลิกคิ้วนิดเดียวเหมือนไม่ค่อยเชื่อ
แต่ก็ไม่ซักถามต่อสายตาเขาเลื่อนไปที่แพรหยุดอยู่แค่ครู่เดียวแต่แพรรู้สึกเหมือนโดนสแกนทั้งตัว
“สวนไม่เปิดให้เข้าชม” เขาพูด
แพรสูดหายใจลึก
“เราไม่ได้จะมาดูสวนค่ะ แค่หาที่พักและงานชั่วคราว”
คำว่า งาน ทำให้เขานิ่งไปนิดหนึ่งไม่มาก
แต่พอให้คนที่สังเกตเก่งอย่างฟ้าเห็น
“คุณรับคนงานไหม” แพรถามต่อ
น้ำเสียงนิ่งกว่าที่ตัวเองคิด
ผู้ชายคนนั้นมองแปลงดอกไม้ด้านหลังเหมือนชั่งใจก่อนจะหันกลับมา
“ปกติไม่รับ”
ฟ้าเบะปากทันที
แต่แพรยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ถอย
“งั้นขอถามได้ไหมคะ” แพรพูด
“ถ้าไม่ปกติล่ะ”
เขามองเธออีกครั้งนานกว่าเดิม
ลมพัดผ่านกลีบดอกไม้บางอย่างร่วงลงบนพื้น
กลิ้งไปหยุดตรงปลายรองเท้าของแพร
ผู้ชายคนนั้นถอนหายใจเบา ๆ แทบไม่ได้ยิน
“อยู่ได้ไม่เกินอาทิตย์หรอก”
“ที่นี่มีกฎ”
“ทำตามได้ ก็อยู่ ทำไม่ได้ ก็ไป”
ฟ้าหันไปมองแพรตาโต
“เฮ้ย”
แพรยิ้มบาง ๆเป็นรอยยิ้มแรกตั้งแต่ออกจากเมือง
“ได้ค่ะ”
ผู้ชายคนนั้นพยักหน้า
อชิ (อชิรวิชญ์ เรืองฤทธิ์)
อายุ 34
เจ้าของสวนดอกไม้ อชิฟลอรา
อชิหันหลังกลับเดินนำเข้าไปในสวนไม่หันมาดูว่าเธอจะตามมาไหม แพรมองแผ่นหลังนั้นแล้วก้าวตามไป
ทางเดินในสวนไม่ได้ปูอิฐไม่มีเส้นบอกทางชัดเจน
มีแค่ดินแน่น ๆ กับร่องรอยรองเท้าคนที่เดินซ้ำอยู่ทุกวันอชิเดินนำหน้า ไม่หันกลับ ไม่เร่ง เหมือนมั่นใจว่า ถ้าเธอจะตาม เธอก็ต้องตามให้ทันเอง
ฟ้าเดินประกบแพร กระซิบเบา ๆ
“กูว่าเขาแปลก”
แพรยักไหล่
“มึงเคยเห็นใครแล้วบอกว่าไม่แปลกบ้างล่ะ”
เรือนกระจกหลังใหญ่ตั้งอยู่กลางสวนแสงแดดสะท้อนกระจกเป็นประกายข้างในเห็นแปลงดอกไม้เรียงเป็นระเบียบมากเกินกว่าที่คนไม่จริงจังจะดูแลได้อชิหยุดเดินหันมาเผชิญหน้าพวกเธออีกครั้งตั้งแต่เข้ามา
“ก่อนจะเริ่มงาน” อชิพูด
“ผมมีกฎจะบอก”
ฟ้าทำหน้าแบบ เออ มาแล้ว แพรยืนนิ่ง ตั้งใจฟัง
“หนึ่ง”
“ไม่แตะดอกไม้โดยไม่ขอ”
“สอง”
“โซนหลังเรือนกระจก ห้ามเข้า”
สายตาของอชินิ่งขึ้นตอนพูดข้อนี้เหมือนมันไม่ใช่กฎธรรมดาแต่เป็นเส้นที่ไม่อยากให้ใครข้าม
“สาม”
“ไม่ถามเรื่องสวนมากเกินจำเป็น”
ฟ้าหลุดหัวเราะ
“อันนี้กว้างไปไหมคะ”
อชิมองเธอแค่แวบเดียวแต่ฟ้าหุบปากทันที
“ถ้ารับไม่ได้ ไม่ต้องอยู่” เขาพูดเรียบ ๆเหมือนไม่ได้ขู่แค่บอกความจริง
แพรเป็นคนพูด
“แล้ววพวกเราต้องทำงานอะไรบ้างคะ”
อชิเหลือบมองเธอเหมือนประเมินอีกครั้ง
“ดูแลแปลงหน้า”
“เก็บดอกไม้ที่สั่งขาย”
“ช่วยงานทั่วไป”
“ไม่มีที่พัก” อชิพูดเสริม
“แต่ถ้าจะอยู่มีบ้านหลังเล็กท้ายสวน”
ฟ้าหันมามองแพรสายตาแบบ เอาไง
แพรมองสวนตรงหน้า มองดอกไม้มองเรือนกระจก
แล้วมองผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นเธอไม่รู้ว่าที่นี่จะพาเธอไปทางไหนแต่เธอรู้แน่ ๆ อย่างหนึ่ง ที่นี่ไม่ถามถึงอดีตไม่รู้จักชื่อเธอในแบบที่เมืองนั้นเคยเรียก
และไม่สนว่าเธอพังมาแค่ไหน
“เราจะอยู่ค่ะ” แพรพูด
อชิพยักหน้าเหมือนคาดคำตอบนี้ไว้แล้ว
“อาทิตย์เดียว” เขาย้ำ
“ถ้าไม่ไหว ก็ไป”
เขาหันหลังกลับอีกครั้งเดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรต้องตกลงมากกว่านี้ แพรมองตามหัวใจไม่ได้เต้นแรงแต่รู้สึกหนักแน่นอย่างประหลาด ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ที่สวยงามแต่มันคือที่ ที่เธอ
ยังไม่ถูกไล่กลับไปเป็นใครของใคร