บทที่2 : คุณเข้าใจใช่ไหม

2407 Words
และเธอยังไม่ถูกไล่กลับไปเป็นใครของใคร ความคิดนั้นวนอยู่ในหัวแพรขณะเธอวางกระเป๋าใบเล็กลงบนเตียงไม้เก่า ๆภายในบ้านพักท้ายสวน บ้านไม่ได้ใหม่ ผนังไม้มีรอย หน้าต่างบานหนึ่งฝืดจนต้องออกแรงดันแต่มันสะอาดและเงียบ เงียบแบบที่ไม่ถามว่าเธอมาจากไหนไม่ถามว่าเคยเป็นของใครไม่ถามว่าพังมายังไง ฟ้าเดินสำรวจรอบห้อง “นี่คือที่พักคนงานเหรอ” แพรพยักหน้า “ดูเหมือนจะใช่” ฟ้าหันมามองสายตาไม่ค่อยสบายใจ “มึงโอเคจริง ๆ ใช่ไหม” แพรนั่งลงบนเตียงเอามือกดลงบนที่นอน มันยวบเล็กน้อยแต่ไม่ยุบ “อย่างน้อย ที่นี่ก็ไม่ได้ทำเหมือนกูเป็นภาระ” เธอพูดเสียงเบา ฟ้าเงียบไปก่อนจะถอนหายใจ “ เออแค่นี้ก็ดีแล้วแหละ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น ไม่แรง แพรลุกไปเปิดประตู อชิยืนอยู่ข้างนอกในมือถือตะกร้าไม้เล็ก ๆ “อุปกรณ์” เขาพูดสั้น ๆ และยื่นให้ ข้างในมีถุงมือ กรรไกรตัดกิ่งกับหมวกผ้าเก่า ๆ “พรุ่งนี้เริ่มทำงานหกโมงเช้า” “กินข้าวก่อนมาด้วยนะ” แพรรับมา นิ้วสัมผัสนิ้วเขาแค่เสี้ยววินาที ไม่ได้ตั้งใจ “ขอบคุณค่ะ” เธอพูด อชิพยักหน้าเหมือนจะเดินกลับแล้วแต่หยุดพูดว่า “ถ้าไม่ไหว…” เขาเว้นจังหวะ “…บอกได้เลยนะ” แค่นั้น ไม่มีคำปลอบ ไม่มีคำให้อดทนอยู่ แต่แพรรู้สึกว่ามันต่างจากคำว่าอดทนหน่อยนะ ที่เธอเคยได้ยินบ่อย ๆ คืนนั้น แพรนอนมองเพดาน ฟ้านอนหลับไปแล้ว เสียงแมลง เสียงลม เสียงบางอย่างที่ไม่ใช่เหมือน เสียงที่อยู่ในเมือง เธอคิดถึงอดีตแวบหนึ่ง คิดถึงคำถามที่เคยถามตัวเองซ้ำ ๆ ฉันเป็นอะไรของเขากันแน่ แล้วก็รู้ตัวว่าคืนนี้ เป็นคืนแรกในรอบนานที่เธอไม่ต้องถามคำถามนั้น แม้จะยังไม่รู้ว่า พรุ่งนี้จะเป็นยังไงจะอยู่ได้นานแค่ไหน แต่ตอนนี้เธอแค่เป็นคนคนหนึ่งที่นอนอยู่ในที่ที่ไม่มีใครเรียกหาไม่มีใครอ้างสิทธิ์และไม่มีใครบอกว่าเธอควรเป็นอะไรแค่นั้นก็พอให้หลับได้แล้ว แต่แพรหลับได้ไม่ยาวนักเสียงนาฬิกาปลุกของฟ้าดังขึ้นตอนฟ้ายังไม่ทันสว่างเสียงนั้นไม่เร่ง ไม่โหด แค่ดังพอให้รู้ว่า เวลามันเดินต่อไปแล้วแพรลืมตาขึ้นความง่วงยังค้างแต่ไม่มีความรู้สึกอยากหนี เธอลุกจากเตียง เปิดหน้าต่างอากาศเช้าไหลเข้ามา เย็นสดชื่นและไม่มีกลิ่นควันรถ ฟ้าครางเบา ๆ บนเตียง “มึง…คนปกติเขาตื่นเช้าขนาดนี้กันจริงเหรอ” แพรยิ้ม “อย่างน้อยวันนี้ก็ยังไม่ต้องมารอใคร” ฟ้าเงียบไป ก่อนจะหัวเราะในลำคอ “เออว่ะ” หกโมงตรงแพรเดินออกจากบ้านพักถุงมืออยู่ในมือหมวกคลุมผมเรียบร้อย อชิยืนอยู่ก่อนแล้วเหมือนเดิม เสื้อแขนยาว มือเปื้อนดินเขาพยักหน้าให้ไม่พูดอะไรเหมือนเช้านี้เป็นเรื่องปกติ ทั้งที่สำหรับแพร มันไม่ปกติเลย “แปลงหน้า” เขาพูด “เริ่มจากตรงนั้น” แพรพยักหน้าเดินตามไปดินเช้ายังชื้นรองเท้าเหยียบแล้วมีเสียงเบา ๆ กลิ่นดินแรงกว่าตอนเย็นเมื่อวาน อชิหยุดตรงแปลงดอกไม้สีขาวชี้ให้ดู “ตัดเฉพาะดอกที่บานเต็ม” “อย่าแตะต้นนี้” แพรมองตามนิ้วเขาพยักหน้าไม่ถามว่าทำไม ฟ้าที่เดินตามมาด้วยทำหน้าสงสัย “แล้วถ้าบานแล้วแต่ดูสวยอยู่ล่ะ” อชิมองฟ้า “ก็ยังไม่ให้แตะ” ฟ้าเบะปากแต่ไม่เถียง แพรเริ่มตัดดอกไม้มือยังไม่คล่องแต่ตั้งใจ กรรไกรตัดกิ่งส่งเสียง กรึบ ทุกครั้งที่ดอกหนึ่งหลุดออกจากต้นเธอรู้สึกแปลก ๆเหมือนกำลังเรียนรู้จังหวะของอะไรบางอย่าง อชิยืนดูอยู่ห่าง ๆ ไม่ได้จ้องแต่เหมือนรู้ทุกการขยับ “คุณเคยทำสวนมาก่อนไหม” เขาถาม แพรส่ายหน้า “ไม่เคยเลยค่ะ” เขาพยักหน้า “คุณดูไม่ลน” คำพูดนั้นไม่ใช่คำชมแต่แพรรู้สึกว่ามันสำคัญ แดดเริ่มแรง เหงื่อเริ่มซึม มือเริ่มเมื่อย แต่แพรไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกทดสอบ ไม่มีใครจับผิด ไม่มีใครเร่ง ไม่มีใครบอกว่าเธอควรเก่งกว่านี้เธอแค่ทำในจังหวะของตัวเอง พักเที่ยง อชิวางขวดน้ำลงใกล้ ๆ “กินน้ำก่อนสิ” แพรรับมาเงยหน้ามองเขา “คุณทำแบบนี้ทุกวันเลยหรอคะ” เขาพยักหน้า “ทุกวัน” “ไม่เบื่อเหรอ” อชิคิดนิดหนึ่งก่อนตอบ “มันไม่ถามอะไรผม” แพรเข้าใจทันทีโดยไม่ต้องถามต่อ ตอนบ่าย แพรกลับไปยืนที่แปลงเดิมดอกไม้ที่เธอตัดไปแล้วต้นยังอยู่ ไม่ได้พัง ไม่ได้ตาย เธอเพิ่งรู้ตัวว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบนานที่เธอทำอะไรบางอย่างโดยไม่กลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังไม่มีใครพูดว่าอยู่ได้แค่วันนี้นะ ไม่มีใครทำท่าเหมือนเธอจะต้องพิสูจน์คุณค่า เธอแค่ทำงานและสวนก็รับการมีอยู่ของเธอเงียบ ๆ แพรเงยหน้ามองท้องฟ้าคิดในใจว่าถ้าที่นี่ต้องการแค่คน ที่ไม่รีบ ไม่ฝืนและไม่ขออะไรเกินไปงั้นบางทีเธออาจอยู่ได้นานกว่าที่คิด นานกว่าที่คิด คำนี้แวบขึ้นมาในหัวแพรตอนที่เธอล้างมืออยู่ข้างก๊อกน้ำเก่า ๆ หลังบ้านพัก น้ำเย็นไหลผ่านนิ้ว คราบดินค่อย ๆ จางหายไปแต่ความรู้สึกบางอย่างกลับชัดขึ้นแทน เธอไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดถึงอะไรแค่รู้ว่ามันไม่ใช่ความกลัวฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ใต้ต้นมะม่วง ขาแกว่งไปมาสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ “มึงรู้ปะ” ฟ้าเริ่มพูดขึ้นมา “กฎเขาแปลก” แพรหยิบผ้าขนหนูเช็ดมือ “สวนส่วนตัว ก็มีกฎบ้างปะ” “กูไม่ได้หมายถึงกฎทั่ว ๆ ไป” ฟ้าหันมามอง “กูหมายถึงกฎที่เหมือน…ไม่อยากให้ใครรู้มากกว่านี้” แพรไม่ตอบทันทีเธอรู้ว่าฟ้าพูดถึงอะไรโซนหลังเรือนกระจกสายตาของอชิน้ำเสียงตอนพูดคำว่า ห้ามเข้า “เขาก็แค่หวงของ” แพรพูดขึ้นมา แต่เสียงตัวเองไม่ได้มั่นใจนัก ฟ้าขมวดคิ้ว “หรือเขาหวงคน” คำพูดนั้นทำให้แพรชะงัก เธอหัวเราะเบา ๆ “กูเพิ่งมา เขาจะมาหวงอะไร” ฟ้าไม่เถียง แต่ก็ไม่คล้อยตาม เย็นวันนั้นแพรเดินกลับเข้าไปในสวนอีกครั้ง ไม่ได้มีงาน ไม่ได้มีใครเรียกแค่รู้สึกอยากเดิน แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านใบไม้เงาดอกไม้ทอดยาวบนดินสวนเงียบแต่ไม่ว่างเปล่าเธอหยุดยืนหน้ารั้วเตี้ย ๆที่กั้นเขตเรือนกระจกหลังสวนไม่เข้าใกล้แค่ยืนดูประตูกระจกปิดสนิทข้างในเห็นแค่เงาลาง ๆ ของต้นไม้บางอย่างที่ถูกดูแลอย่างตั้งใจแต่ไม่ถูกเปิดให้ใครเห็น “ยังไม่ให้เข้า” เสียงอชิดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ได้ดุ ไม่ได้ตกใจเหมือนเขารู้ว่าเธอจะมายืนตรงนี้ แพรหันไป “ฉันไม่ได้จะเข้า” เขาพยักหน้า มายืนข้าง ๆ แต่เว้นระยะ “ผมรู้” ทั้งสองยืนเงียบ ไม่อึดอัด แต่มีบางอย่างค้างอยู่ในอากาศ “อาทิตย์เดียว” อชิพูดขึ้น เหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ “ผมบอกไว้แบบนั้น” แพรยิ้มบาง ๆ “ค่ะ” “ถ้าอยู่ต่อ…” เขาหยุด เหมือนคิดคำ “…มันไม่เหมือนกัน” แพรเงยหน้ามองเขา “ไม่เหมือนยังไงคะ” อชิไม่ตอบ แค่ส่ายหน้าเบา ๆ “ยังไม่จำเป็นต้องรู้” เขาพูดแล้วเดินจากไป แพรยืนอยู่ตรงนั้นมองแผ่นหลังที่คุ้นตาขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาแค่ไม่กี่วัน อาทิตย์เดียวคือคำที่ควรชัด ควรมีเส้น ควรมีจุดจบแต่ทำไมยิ่งอยู่มันยิ่งดูไม่แน่ใจว่า เขาหมายถึง อาทิตย์เดียวของใคร และเธอเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าถ้าวันนั้นมาถึงจริง ๆ เธอจะเดินออกไปง่าย ๆ เหมือนที่คิดไว้ตอนแรกหรือเปล่า เช้าวันถัดมา หมอกบาง ๆ ลอยต่ำเหนือแปลงดอกไม้ อากาศเย็นกว่าทุกวันเงียบจนได้ยินเสียงกรรไกรตัดกิ่งจากอีกฝั่งของสวนแพรก้มหน้าทำงานตามปกติ จังหวะเดิม ไม่รีบ ไม่ช้า แต่ฟ้าไม่อยู่ตรงนั้น แพรเงยหน้ามองรอบ ๆ ไม่เห็นเงาเพื่อน ไม่เห็นเสียงบ่นประจำวัน มีแค่ความเงียบที่มาก กว่าปกติเธอเช็ดเหงื่อที่ขมับกำลังจะเดินไปตามหา เสียงฝีเท้าก็เร่งรีบดังขึ้นจากทางหลังสวน ฟ้าโผล่มา หน้าไม่ดี สีหน้าแบบที่แพรรู้ทันทีว่า มีอะไรบางอย่าง “มึง” ฟ้ากระซิบ เสียงต่ำ “กูเห็นอะไรแปลก ๆ” แพรขมวดคิ้ว “อะไร” ฟ้ามองไปรอบ ๆ เหมือนเช็กว่าอชิอยู่ใกล้ไหม ก่อนจะพูดต่อ “กูไม่ได้ตั้งใจนะแต่กูเดินอ้อมหลังเรือนกระจก แล้วมันมีร่องทางเก่า ๆ เหมือนมีคนเข้าออกบ่อยกว่าที่ควรจะเป็น” แพรใจหายวาบ “กูบอกแล้วไม่ให้เข้าโซนนั้น” “กูไม่ได้เข้า!” ฟ้ารีบแย้ง “แค่เห็นจากข้างนอกแล้วมึงรู้ไหมว่าข้างในมันไม่ใช่แค่ดอกไม้” แพรเงียบ หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น “มันเหมือน…” ฟ้าลดเสียงลงอีก “มีอะไรที่ถูกเก็บไว้ไม่ใช่ปลูกไว้ขาย” ก่อนที่แพรจะได้ถามต่อ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้น อชิยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าเรียบ แต่นัยน์ตาไม่เหมือนเดิม “มีปัญหาอะไรไหม” เขาถาม ฟ้าชะงัก แพรรู้สึกได้ถึงแรงตึงในอากาศ เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง “เปล่าค่ะ” แพรตอบแทน เสียงนิ่งกว่าที่คิด “แค่คุยกันเรื่องงาน” อชิมองฟ้า นานกว่าปกติ “ผมบอกกฎไปแล้ว” เขาพูดไม่ได้เสียงดังแต่ชัด ฟ้ากัดฟัน “ฉันก็ไม่ได้เข้าไปสักหน่อย” อชิไม่โต้แค่พูดต่อ “ผมไม่ชอบให้ใครเดินแถวหลังเรือนกระจก” ฟ้าเงียบ แพรรับรู้ได้ว่าเพื่อนกำลังกลั้นอารมณ์ อชิหันมาทางแพรน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “คุณเข้าใจใช่ไหม” แพรพยักหน้าทั้งที่ในใจมีคำถามเต็มไปหมด “เข้าใจค่ะ” เขาพยักหน้าตอบแล้วเดินจากไป เหมือนเรื่องนี้จบแล้วแต่แพรรู้มันยังไม่จบ เย็นวันนั้นแพรนั่งอยู่หน้าบ้านพักฟ้านั่งข้าง ๆ ไม่พูดอะไรนานกว่าปกติ “มึงไม่โกรธกูใช่ไหม” ฟ้าถามในที่สุด แพรส่ายหน้า “กูแค่ไม่อยากมีปัญหา” ฟ้าหัวเราะแห้ง ๆ “กูรู้แต่มึงรู้ไหมที่นี่มันไม่ใช่แค่สวน” แพรมองออกไปในความมืด แสงไฟจากเรือนกระจกส่องลอดออกมา เหมือนใครบางคนยังทำงานอยู่ข้างใน “กูไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาคำตอบ” แพรพูดเบา ๆ “กูแค่อยากมีที่ยืน” ฟ้าถอนหายใจ “กูกลัวว่ามึงจะยืนอยู่ในที่ที่เขาไม่เคยตั้งใจให้ใครยืนได้นาน” แพรไม่ตอบเพราะในใจเธอเองก็เริ่มกลัวเหมือนกันไม่ใช่กลัวสวน ไม่ใช่กลัวกฎ แต่กลัวว่าถ้าวันหนึ่งเธอรู้ความจริงทั้งหมดเธอจะยังอยากยืนอยู่ตรงนี้เหมือนตอนที่ยังไม่รู้อะไรเลยหรือเปล่า กลางคืนในสวนเงียบกว่าที่แพรคิด ไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงในเมืองมีแค่เสียงลมพัดใบไม้เสียดสีกันเบา ๆแสงไฟจากเรือนกระจกหลังสวนยังเปิดอยู่อชิยืนอยู่ข้างใน เสื้อแขนยาวพับขึ้นถึงศอก มือเปื้อนดินเหมือนทุกวัน แต่สายตาเหนื่อยกว่าปกติเขาก้มลงจัดดอกไม้ต้นหนึ่งต้นที่ไม่เคยถูกตัดไม่เคยถูกขายและไม่เคยอนุญาตให้ใครแตะ “ยังไม่ถึงเวลา” เขาพูดกับมัน เสียงเบา เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า อชิรู้ตั้งแต่วันแรกว่าฟ้าจะไม่เชื่ออะไรง่าย ๆและเขาก็รู้ตั้งแต่วันแรกเหมือนกันว่าแพรต่างออกไป เธอไม่ถาม ไม่พยายามเข้าใกล้ ไม่ทำตัวเหมือนอยากรู้อยากเห็นทั้งที่เขารู้ดีว่าใครก็ตาม ที่มาอยู่ที่นี่นานพอย่อมต้องสงสัย นั่นแหละที่ทำให้เขากังวล อชิยืนตรง มองเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจก เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ควบคุมสวนได้แต่ควบคุมชีวิตตัวเองไม่ได้เลย เขาเคยบอกตัวเองไว้ชัดเจน อย่าให้ใครอยู่ได้นาน อย่าให้ใครผูกมัด อย่าให้ใครเข้าใจผิด เพราะสุดท้ายคนที่เจ็บมักไม่ใช่เขา อีกฝั่งหนึ่งของสวนแพรนอนลืมตาอยู่บนเตียง ฟ้าหลับไปแล้วแต่เธอยังไม่ง่วง แสงไฟจากเรือนกระจกลอดผ่านหน้าต่างมาเป็นเส้นบาง ๆเหมือนสัญญาณว่ามีใครบางคนยังไม่พักเธอไม่รู้ว่าทำไมแต่ภาพนั้นทำให้รู้สึกอุ่นอย่างประหลาด ไม่ใช่ความหวัง ไม่ใช่ความคาดหวังแค่ความรู้สึกว่า ที่นี่มีใครบางคน ที่ยังตื่นอยู่กับสิ่งของของเขา เหมือนที่เธอกำลังตื่นอยู่กับชีวิตของตัวเอง แพรหลับตาลงพยายามไม่คิดอะไรต่อ เธอไม่อยากผูกมัด ไม่อยากถาม ไม่อยากเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ใช่ของเธอ แต่ลึก ๆ ในใจเธอก็เริ่มรู้ตัวว่าการอยู่เฉย ๆ อาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด อชิปิดไฟเรือนกระจกเดินออกมา มองไปทางบ้านพักท้ายสวนแวบหนึ่ง เห็นไฟในห้องแพรดับไปแล้วเขาถอนหายใจ เหมือนโล่งแต่ก็เหมือนผิดหวังเล็ก ๆ “อาทิตย์เดียว” เขาย้ำกับตัวเองอีกครั้ง ไม่รู้ว่าพูดเพื่อเตือนใครระหว่างเธอ กับตัวเขาเองและในความเงียบของสวน ไม่มีใครรู้เลยว่าคำว่า “อาทิตย์เดียว”กำลังเริ่มสั่นคลอนตั้งแต่คืนที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD