และเธอยังไม่ถูกไล่กลับไปเป็นใครของใคร
ความคิดนั้นวนอยู่ในหัวแพรขณะเธอวางกระเป๋าใบเล็กลงบนเตียงไม้เก่า ๆภายในบ้านพักท้ายสวน
บ้านไม่ได้ใหม่ ผนังไม้มีรอย หน้าต่างบานหนึ่งฝืดจนต้องออกแรงดันแต่มันสะอาดและเงียบ
เงียบแบบที่ไม่ถามว่าเธอมาจากไหนไม่ถามว่าเคยเป็นของใครไม่ถามว่าพังมายังไง
ฟ้าเดินสำรวจรอบห้อง
“นี่คือที่พักคนงานเหรอ”
แพรพยักหน้า
“ดูเหมือนจะใช่”
ฟ้าหันมามองสายตาไม่ค่อยสบายใจ
“มึงโอเคจริง ๆ ใช่ไหม”
แพรนั่งลงบนเตียงเอามือกดลงบนที่นอน
มันยวบเล็กน้อยแต่ไม่ยุบ
“อย่างน้อย ที่นี่ก็ไม่ได้ทำเหมือนกูเป็นภาระ”
เธอพูดเสียงเบา
ฟ้าเงียบไปก่อนจะถอนหายใจ
“ เออแค่นี้ก็ดีแล้วแหละ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ไม่แรง
แพรลุกไปเปิดประตู อชิยืนอยู่ข้างนอกในมือถือตะกร้าไม้เล็ก ๆ
“อุปกรณ์” เขาพูดสั้น ๆ และยื่นให้
ข้างในมีถุงมือ กรรไกรตัดกิ่งกับหมวกผ้าเก่า ๆ
“พรุ่งนี้เริ่มทำงานหกโมงเช้า”
“กินข้าวก่อนมาด้วยนะ”
แพรรับมา นิ้วสัมผัสนิ้วเขาแค่เสี้ยววินาที
ไม่ได้ตั้งใจ
“ขอบคุณค่ะ” เธอพูด
อชิพยักหน้าเหมือนจะเดินกลับแล้วแต่หยุดพูดว่า
“ถ้าไม่ไหว…”
เขาเว้นจังหวะ
“…บอกได้เลยนะ”
แค่นั้น ไม่มีคำปลอบ ไม่มีคำให้อดทนอยู่
แต่แพรรู้สึกว่ามันต่างจากคำว่าอดทนหน่อยนะ
ที่เธอเคยได้ยินบ่อย ๆ คืนนั้น แพรนอนมองเพดาน
ฟ้านอนหลับไปแล้ว
เสียงแมลง เสียงลม เสียงบางอย่างที่ไม่ใช่เหมือน
เสียงที่อยู่ในเมือง เธอคิดถึงอดีตแวบหนึ่ง
คิดถึงคำถามที่เคยถามตัวเองซ้ำ ๆ
ฉันเป็นอะไรของเขากันแน่ แล้วก็รู้ตัวว่าคืนนี้
เป็นคืนแรกในรอบนานที่เธอไม่ต้องถามคำถามนั้น
แม้จะยังไม่รู้ว่า พรุ่งนี้จะเป็นยังไงจะอยู่ได้นานแค่ไหน แต่ตอนนี้เธอแค่เป็นคนคนหนึ่งที่นอนอยู่ในที่ที่ไม่มีใครเรียกหาไม่มีใครอ้างสิทธิ์และไม่มีใครบอกว่าเธอควรเป็นอะไรแค่นั้นก็พอให้หลับได้แล้ว
แต่แพรหลับได้ไม่ยาวนักเสียงนาฬิกาปลุกของฟ้าดังขึ้นตอนฟ้ายังไม่ทันสว่างเสียงนั้นไม่เร่ง ไม่โหด
แค่ดังพอให้รู้ว่า เวลามันเดินต่อไปแล้วแพรลืมตาขึ้นความง่วงยังค้างแต่ไม่มีความรู้สึกอยากหนี
เธอลุกจากเตียง เปิดหน้าต่างอากาศเช้าไหลเข้ามา เย็นสดชื่นและไม่มีกลิ่นควันรถ
ฟ้าครางเบา ๆ บนเตียง
“มึง…คนปกติเขาตื่นเช้าขนาดนี้กันจริงเหรอ”
แพรยิ้ม
“อย่างน้อยวันนี้ก็ยังไม่ต้องมารอใคร”
ฟ้าเงียบไป
ก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“เออว่ะ”
หกโมงตรงแพรเดินออกจากบ้านพักถุงมืออยู่ในมือหมวกคลุมผมเรียบร้อย อชิยืนอยู่ก่อนแล้วเหมือนเดิม เสื้อแขนยาว มือเปื้อนดินเขาพยักหน้าให้ไม่พูดอะไรเหมือนเช้านี้เป็นเรื่องปกติ
ทั้งที่สำหรับแพร มันไม่ปกติเลย
“แปลงหน้า” เขาพูด
“เริ่มจากตรงนั้น”
แพรพยักหน้าเดินตามไปดินเช้ายังชื้นรองเท้าเหยียบแล้วมีเสียงเบา ๆ กลิ่นดินแรงกว่าตอนเย็นเมื่อวาน อชิหยุดตรงแปลงดอกไม้สีขาวชี้ให้ดู
“ตัดเฉพาะดอกที่บานเต็ม”
“อย่าแตะต้นนี้”
แพรมองตามนิ้วเขาพยักหน้าไม่ถามว่าทำไม
ฟ้าที่เดินตามมาด้วยทำหน้าสงสัย
“แล้วถ้าบานแล้วแต่ดูสวยอยู่ล่ะ”
อชิมองฟ้า
“ก็ยังไม่ให้แตะ”
ฟ้าเบะปากแต่ไม่เถียง
แพรเริ่มตัดดอกไม้มือยังไม่คล่องแต่ตั้งใจ
กรรไกรตัดกิ่งส่งเสียง กรึบ ทุกครั้งที่ดอกหนึ่งหลุดออกจากต้นเธอรู้สึกแปลก ๆเหมือนกำลังเรียนรู้จังหวะของอะไรบางอย่าง อชิยืนดูอยู่ห่าง ๆ
ไม่ได้จ้องแต่เหมือนรู้ทุกการขยับ
“คุณเคยทำสวนมาก่อนไหม” เขาถาม
แพรส่ายหน้า
“ไม่เคยเลยค่ะ”
เขาพยักหน้า
“คุณดูไม่ลน”
คำพูดนั้นไม่ใช่คำชมแต่แพรรู้สึกว่ามันสำคัญ
แดดเริ่มแรง เหงื่อเริ่มซึม มือเริ่มเมื่อย
แต่แพรไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกทดสอบ
ไม่มีใครจับผิด ไม่มีใครเร่ง ไม่มีใครบอกว่าเธอควรเก่งกว่านี้เธอแค่ทำในจังหวะของตัวเอง
พักเที่ยง
อชิวางขวดน้ำลงใกล้ ๆ
“กินน้ำก่อนสิ”
แพรรับมาเงยหน้ามองเขา
“คุณทำแบบนี้ทุกวันเลยหรอคะ”
เขาพยักหน้า
“ทุกวัน”
“ไม่เบื่อเหรอ”
อชิคิดนิดหนึ่งก่อนตอบ
“มันไม่ถามอะไรผม”
แพรเข้าใจทันทีโดยไม่ต้องถามต่อ
ตอนบ่าย
แพรกลับไปยืนที่แปลงเดิมดอกไม้ที่เธอตัดไปแล้วต้นยังอยู่ ไม่ได้พัง ไม่ได้ตาย เธอเพิ่งรู้ตัวว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบนานที่เธอทำอะไรบางอย่างโดยไม่กลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังไม่มีใครพูดว่าอยู่ได้แค่วันนี้นะ ไม่มีใครทำท่าเหมือนเธอจะต้องพิสูจน์คุณค่า เธอแค่ทำงานและสวนก็รับการมีอยู่ของเธอเงียบ ๆ แพรเงยหน้ามองท้องฟ้าคิดในใจว่าถ้าที่นี่ต้องการแค่คน ที่ไม่รีบ ไม่ฝืนและไม่ขออะไรเกินไปงั้นบางทีเธออาจอยู่ได้นานกว่าที่คิด
นานกว่าที่คิด
คำนี้แวบขึ้นมาในหัวแพรตอนที่เธอล้างมืออยู่ข้างก๊อกน้ำเก่า ๆ หลังบ้านพัก น้ำเย็นไหลผ่านนิ้ว
คราบดินค่อย ๆ จางหายไปแต่ความรู้สึกบางอย่างกลับชัดขึ้นแทน
เธอไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดถึงอะไรแค่รู้ว่ามันไม่ใช่ความกลัวฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ใต้ต้นมะม่วง
ขาแกว่งไปมาสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ
“มึงรู้ปะ” ฟ้าเริ่มพูดขึ้นมา
“กฎเขาแปลก”
แพรหยิบผ้าขนหนูเช็ดมือ
“สวนส่วนตัว ก็มีกฎบ้างปะ”
“กูไม่ได้หมายถึงกฎทั่ว ๆ ไป”
ฟ้าหันมามอง
“กูหมายถึงกฎที่เหมือน…ไม่อยากให้ใครรู้มากกว่านี้”
แพรไม่ตอบทันทีเธอรู้ว่าฟ้าพูดถึงอะไรโซนหลังเรือนกระจกสายตาของอชิน้ำเสียงตอนพูดคำว่า ห้ามเข้า
“เขาก็แค่หวงของ” แพรพูดขึ้นมา
แต่เสียงตัวเองไม่ได้มั่นใจนัก
ฟ้าขมวดคิ้ว
“หรือเขาหวงคน”
คำพูดนั้นทำให้แพรชะงัก
เธอหัวเราะเบา ๆ
“กูเพิ่งมา เขาจะมาหวงอะไร”
ฟ้าไม่เถียง
แต่ก็ไม่คล้อยตาม
เย็นวันนั้นแพรเดินกลับเข้าไปในสวนอีกครั้ง
ไม่ได้มีงาน ไม่ได้มีใครเรียกแค่รู้สึกอยากเดิน
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านใบไม้เงาดอกไม้ทอดยาวบนดินสวนเงียบแต่ไม่ว่างเปล่าเธอหยุดยืนหน้ารั้วเตี้ย ๆที่กั้นเขตเรือนกระจกหลังสวนไม่เข้าใกล้แค่ยืนดูประตูกระจกปิดสนิทข้างในเห็นแค่เงาลาง ๆ ของต้นไม้บางอย่างที่ถูกดูแลอย่างตั้งใจแต่ไม่ถูกเปิดให้ใครเห็น
“ยังไม่ให้เข้า”
เสียงอชิดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ได้ดุ ไม่ได้ตกใจเหมือนเขารู้ว่าเธอจะมายืนตรงนี้
แพรหันไป
“ฉันไม่ได้จะเข้า”
เขาพยักหน้า
มายืนข้าง ๆ แต่เว้นระยะ
“ผมรู้”
ทั้งสองยืนเงียบ ไม่อึดอัด
แต่มีบางอย่างค้างอยู่ในอากาศ
“อาทิตย์เดียว” อชิพูดขึ้น
เหมือนนึกอะไรบางอย่างได้
“ผมบอกไว้แบบนั้น”
แพรยิ้มบาง ๆ
“ค่ะ”
“ถ้าอยู่ต่อ…”
เขาหยุด
เหมือนคิดคำ
“…มันไม่เหมือนกัน”
แพรเงยหน้ามองเขา
“ไม่เหมือนยังไงคะ”
อชิไม่ตอบ แค่ส่ายหน้าเบา ๆ
“ยังไม่จำเป็นต้องรู้” เขาพูดแล้วเดินจากไป
แพรยืนอยู่ตรงนั้นมองแผ่นหลังที่คุ้นตาขึ้นเรื่อย ๆ
ในเวลาแค่ไม่กี่วัน อาทิตย์เดียวคือคำที่ควรชัด
ควรมีเส้น ควรมีจุดจบแต่ทำไมยิ่งอยู่มันยิ่งดูไม่แน่ใจว่า เขาหมายถึง อาทิตย์เดียวของใคร
และเธอเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าถ้าวันนั้นมาถึงจริง ๆ
เธอจะเดินออกไปง่าย ๆ เหมือนที่คิดไว้ตอนแรกหรือเปล่า
เช้าวันถัดมา
หมอกบาง ๆ ลอยต่ำเหนือแปลงดอกไม้
อากาศเย็นกว่าทุกวันเงียบจนได้ยินเสียงกรรไกรตัดกิ่งจากอีกฝั่งของสวนแพรก้มหน้าทำงานตามปกติ จังหวะเดิม ไม่รีบ ไม่ช้า แต่ฟ้าไม่อยู่ตรงนั้น
แพรเงยหน้ามองรอบ ๆ ไม่เห็นเงาเพื่อน
ไม่เห็นเสียงบ่นประจำวัน มีแค่ความเงียบที่มาก
กว่าปกติเธอเช็ดเหงื่อที่ขมับกำลังจะเดินไปตามหา
เสียงฝีเท้าก็เร่งรีบดังขึ้นจากทางหลังสวน
ฟ้าโผล่มา หน้าไม่ดี สีหน้าแบบที่แพรรู้ทันทีว่า
มีอะไรบางอย่าง
“มึง” ฟ้ากระซิบ
เสียงต่ำ
“กูเห็นอะไรแปลก ๆ”
แพรขมวดคิ้ว
“อะไร”
ฟ้ามองไปรอบ ๆ เหมือนเช็กว่าอชิอยู่ใกล้ไหม
ก่อนจะพูดต่อ
“กูไม่ได้ตั้งใจนะแต่กูเดินอ้อมหลังเรือนกระจก
แล้วมันมีร่องทางเก่า ๆ เหมือนมีคนเข้าออกบ่อยกว่าที่ควรจะเป็น”
แพรใจหายวาบ
“กูบอกแล้วไม่ให้เข้าโซนนั้น”
“กูไม่ได้เข้า!” ฟ้ารีบแย้ง
“แค่เห็นจากข้างนอกแล้วมึงรู้ไหมว่าข้างในมันไม่ใช่แค่ดอกไม้”
แพรเงียบ
หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น
“มันเหมือน…”
ฟ้าลดเสียงลงอีก
“มีอะไรที่ถูกเก็บไว้ไม่ใช่ปลูกไว้ขาย”
ก่อนที่แพรจะได้ถามต่อ
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้น
อชิยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าเรียบ
แต่นัยน์ตาไม่เหมือนเดิม
“มีปัญหาอะไรไหม” เขาถาม
ฟ้าชะงัก
แพรรู้สึกได้ถึงแรงตึงในอากาศ
เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง
“เปล่าค่ะ” แพรตอบแทน
เสียงนิ่งกว่าที่คิด
“แค่คุยกันเรื่องงาน”
อชิมองฟ้า นานกว่าปกติ
“ผมบอกกฎไปแล้ว”
เขาพูดไม่ได้เสียงดังแต่ชัด
ฟ้ากัดฟัน
“ฉันก็ไม่ได้เข้าไปสักหน่อย”
อชิไม่โต้แค่พูดต่อ
“ผมไม่ชอบให้ใครเดินแถวหลังเรือนกระจก”
ฟ้าเงียบ
แพรรับรู้ได้ว่าเพื่อนกำลังกลั้นอารมณ์
อชิหันมาทางแพรน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย
“คุณเข้าใจใช่ไหม”
แพรพยักหน้าทั้งที่ในใจมีคำถามเต็มไปหมด
“เข้าใจค่ะ”
เขาพยักหน้าตอบแล้วเดินจากไป
เหมือนเรื่องนี้จบแล้วแต่แพรรู้มันยังไม่จบ
เย็นวันนั้นแพรนั่งอยู่หน้าบ้านพักฟ้านั่งข้าง ๆ
ไม่พูดอะไรนานกว่าปกติ
“มึงไม่โกรธกูใช่ไหม” ฟ้าถามในที่สุด
แพรส่ายหน้า
“กูแค่ไม่อยากมีปัญหา”
ฟ้าหัวเราะแห้ง ๆ
“กูรู้แต่มึงรู้ไหมที่นี่มันไม่ใช่แค่สวน”
แพรมองออกไปในความมืด
แสงไฟจากเรือนกระจกส่องลอดออกมา
เหมือนใครบางคนยังทำงานอยู่ข้างใน
“กูไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาคำตอบ” แพรพูดเบา ๆ
“กูแค่อยากมีที่ยืน”
ฟ้าถอนหายใจ
“กูกลัวว่ามึงจะยืนอยู่ในที่ที่เขาไม่เคยตั้งใจให้ใครยืนได้นาน”
แพรไม่ตอบเพราะในใจเธอเองก็เริ่มกลัวเหมือนกันไม่ใช่กลัวสวน ไม่ใช่กลัวกฎ แต่กลัวว่าถ้าวันหนึ่งเธอรู้ความจริงทั้งหมดเธอจะยังอยากยืนอยู่ตรงนี้เหมือนตอนที่ยังไม่รู้อะไรเลยหรือเปล่า
กลางคืนในสวนเงียบกว่าที่แพรคิด ไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงในเมืองมีแค่เสียงลมพัดใบไม้เสียดสีกันเบา ๆแสงไฟจากเรือนกระจกหลังสวนยังเปิดอยู่อชิยืนอยู่ข้างใน เสื้อแขนยาวพับขึ้นถึงศอก
มือเปื้อนดินเหมือนทุกวัน แต่สายตาเหนื่อยกว่าปกติเขาก้มลงจัดดอกไม้ต้นหนึ่งต้นที่ไม่เคยถูกตัดไม่เคยถูกขายและไม่เคยอนุญาตให้ใครแตะ
“ยังไม่ถึงเวลา”
เขาพูดกับมัน เสียงเบา
เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า
อชิรู้ตั้งแต่วันแรกว่าฟ้าจะไม่เชื่ออะไรง่าย ๆและเขาก็รู้ตั้งแต่วันแรกเหมือนกันว่าแพรต่างออกไป
เธอไม่ถาม ไม่พยายามเข้าใกล้ ไม่ทำตัวเหมือนอยากรู้อยากเห็นทั้งที่เขารู้ดีว่าใครก็ตาม
ที่มาอยู่ที่นี่นานพอย่อมต้องสงสัย
นั่นแหละที่ทำให้เขากังวล
อชิยืนตรง มองเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจก
เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ควบคุมสวนได้แต่ควบคุมชีวิตตัวเองไม่ได้เลย เขาเคยบอกตัวเองไว้ชัดเจน
อย่าให้ใครอยู่ได้นาน
อย่าให้ใครผูกมัด
อย่าให้ใครเข้าใจผิด
เพราะสุดท้ายคนที่เจ็บมักไม่ใช่เขา
อีกฝั่งหนึ่งของสวนแพรนอนลืมตาอยู่บนเตียง
ฟ้าหลับไปแล้วแต่เธอยังไม่ง่วง
แสงไฟจากเรือนกระจกลอดผ่านหน้าต่างมาเป็นเส้นบาง ๆเหมือนสัญญาณว่ามีใครบางคนยังไม่พักเธอไม่รู้ว่าทำไมแต่ภาพนั้นทำให้รู้สึกอุ่นอย่างประหลาด ไม่ใช่ความหวัง
ไม่ใช่ความคาดหวังแค่ความรู้สึกว่า
ที่นี่มีใครบางคน ที่ยังตื่นอยู่กับสิ่งของของเขา
เหมือนที่เธอกำลังตื่นอยู่กับชีวิตของตัวเอง
แพรหลับตาลงพยายามไม่คิดอะไรต่อ
เธอไม่อยากผูกมัด ไม่อยากถาม
ไม่อยากเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ใช่ของเธอ
แต่ลึก ๆ ในใจเธอก็เริ่มรู้ตัวว่าการอยู่เฉย ๆ
อาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด
อชิปิดไฟเรือนกระจกเดินออกมา
มองไปทางบ้านพักท้ายสวนแวบหนึ่ง
เห็นไฟในห้องแพรดับไปแล้วเขาถอนหายใจ
เหมือนโล่งแต่ก็เหมือนผิดหวังเล็ก ๆ
“อาทิตย์เดียว” เขาย้ำกับตัวเองอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าพูดเพื่อเตือนใครระหว่างเธอ
กับตัวเขาเองและในความเงียบของสวน
ไม่มีใครรู้เลยว่าคำว่า “อาทิตย์เดียว”กำลังเริ่มสั่นคลอนตั้งแต่คืนที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแล้ว