เช้าวันนี้ อชิไม่ได้พาแพรไปที่แปลงเดิม
เขาเดินนำไปอีกฝั่งของสวนแปลงดอกไม้เรียงเป็นแนวยาวมีป้ายไม้เล็ก ๆ ปักชื่อพันธุ์ไว้ทุกแปลง
“วันนี้ไม่ต้องตัด” อชิพูด
“แค่เรียนรู้”
แพรพยักหน้า
ในมือยังถือสมุดเล่มเล็กที่ฟ้าหยิบยื่นให้ตั้งแต่เช้า
“เผื่อมึง จะได้จด” ฟ้าบอกแบบนั้น
อชิหยุดที่แปลงแรก
ชี้ไปที่ดินรอบโคนต้น
“ดินแปลงนี้ต้องร่วนถ้าแข็ง แปลว่ารดน้ำผิดเวลา”
แพรก้มลงใช้นิ้วแตะดิน มันเย็น ชื้น แต่ไม่แฉะ
“ถ้าแฉะล่ะคะ” เธอถาม
“รากจะเน่า”
อชิตอบทันที เหมือนคำตอบนี้ฝังอยู่ในหัวมานาน
เขาเดินต่อชี้ดอกไม้คนละชนิดอธิบายทีละอย่าง
•ดอกไหนต้องโดดแดดตอนเช้า
•ดอกไหนไม่ชอบลม
•ดอกไหนห้ามตัดตอนบานไม่สุด
แพรจดทุกอย่างไม่ใช่เพราะกลัวจำไม่ได้
แต่เพราะอยากจำ
ฟ้ายืนฟังอยู่ข้างหลัง
ถอนหายใจเบา ๆ
“แม่งจริงจังกว่าที่กูคิดแฮะ”
ช่วงสายแพรได้ลองทำเองอชิยืนดู ไม่จับมือทำแต่ค่อยบอกแทน
“อย่ากดดินแรง” อชิบอก
“มันไม่ใช่อิฐ”
แพรหัวเราะเบา ๆ ผ่อนแรงมือลงเธอเริ่มเข้าใจว่า
สวนนี้ไม่ใช่ที่สำหรับคนรีบและไม่ใช่ที่สำหรับคนที่อยากเห็นผลเร็วทุกอย่างต้องรอ ต้องดู ต้องฟัง
แม้กระทั่งดิน
พักเที่ยง
แพรนั่งกินข้าวใต้ต้นไม้ เหงื่อเปียกเสื้อ มือเลอะดิน
แต่ในหัวกลับโล่งอย่างประหลาด
“มึงโอเคไหม” ฟ้าถาม
“งานมันหนักนะ”
แพรมองมือของตัวเอง
“หนักแต่จริง”
ฟ้าขมวดคิ้ว
“จริงยังไง”
แพรคิดนิดหนึ่ง
“มันไม่หลอกว่ากูเก่งแต่กูก็ไม่รู้สึกว่าไร้ค่า”
ฟ้าเงียบไป
ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
บ่ายนั้น
อชิเดินมาหยุดข้างแปลงที่แพรดูแล
เขาก้มดูดิน ดูต้น ดูดอก
“พรุ่งนี้” อชิพูด
“ผมจะให้คุณดูแลแปลงนี้เอง”
แพรเงยหน้าขึ้น
“จริงหรอคะ”
อชิพยักหน้า
“คุณเริ่มเข้าใจดอกไม้แต่ละต้นแล้ว”
ไม่ใช่คำชมหวือหวาแต่แพรรู้สึกว่ามันมีน้ำหนัก
เพราะมันไม่ได้ให้เพราะสงสารแต่ให้เพราะเธอทำได้แพรมองแปลงดอกไม้ตรงหน้าอีกครั้ง
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าสวนนี้ไม่ได้แค่ให้ที่ยืน
แต่มันเริ่มยอมให้เธอลงมือจริง ๆ
เช้าวันนี้
อชิไม่ได้ยืนอยู่ข้างแพรเหมือนเมื่อวาน
เขายืนห่างออกไปพิงรั้วไม้เตี้ย ๆ แขนกอดอก
สายตามองภาพรวมของสวนมากกว่ามองเธอ
“วันนี้คุณดูแลแปลงเดิม” อชิบอก
“ผมจะดูจากตรงนี้”
แพรพยักหน้าไม่ได้ถามว่าทำไม
ไม่ได้ถามว่าเธอทำผิดตรงไหนหรือเปล่า
เธอเริ่มทำงานตามที่เรียนมา เช็กดินก่อน
ดูใบ ดูดอก ค่อยตัดในจังหวะที่มั่นใจ
อชิไม่พูด ไม่เดินเข้ามา ไม่แก้มือ
จนกระทั่งแพรหยุดชะงักตรงต้นหนึ่ง
ดอกมันบานแล้ว แต่ยังไม่เต็ม เธอลังเล
“ยังไม่ต้องตัด”
เสียงอชิดังมาจากที่ไกล ๆ
แพรเงยหน้ามองเขาไม่ได้เดินเข้ามาแค่พูด
“มันจะบานเต็มตอนบ่าย”
“ถ้าตัดตอนนี้ ดอกจะอยู่ได้ไม่นาน”
แพรพยักหน้าถอนกรรไกรออกแล้วเดินต่อ
ฟ้าที่ยืนรดน้ำอยู่อีกฝั่งหันมามองทำหน้าหมั่นไส้
“โคตรห่าง”
แพรยิ้มบาง ๆ
“แต่ชัดดี”
สายหน่อยแดดเริ่มแรงเหงื่อไหลตามขมับ
แพรยกมือเช็ดเผลอเหยียบดินตรงขอบแปลงแรงไปนิด ดินยุบ เธอชะงักก้มดูยังไม่ทันได้ขยับ
เสียงอชิก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ไม่เป็นไร”
“ดินตรงนั้นยังรับน้ำหนักได้”
แพรเงยหน้าเขายังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ตำหนิ
ไม่เข้ามาแก้เหมือนเชื่อว่าเธอจะจัดการเองได้
แพรค่อย ๆ ปรับดินแก้ตามที่เรียนมาครั้งนี้
อชิไม่พูดอะไรเลย
พักเที่ยง
ฟ้านั่งกินข้าวใต้ต้นไม้หันมาถามตรง ๆ
“เขาไม่เข้ามายุ่งเลย มึงไม่อึดอัดเหรอ”
แพรส่ายหน้า
“ก็ไม่นะ”
“มันไม่เหมือนโดนปล่อยปะละเลย”
เธอพูดต่อ
“มันเหมือนเขาเชื่อว่าถ้ากูพลาด กูก็เรียนรู้ได้เอง”
ฟ้าหรี่ตา
“หรือเขาไม่อยากใกล้”
แพรไม่ตอบ
เพราะลึก ๆ เธอก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน
ตกเย็น
อชิเดินมาหยุดใกล้ ๆ แปลงแต่ยังไม่เข้าใกล้แพร
“ถ้าพรุ่งนี้ผมไม่อยู่ครึ่งวันคุณดูแลแปลงนี้ได้ไหม”
แพรชะงัก เงยหน้ามองเขา
“ได้ค่ะ”
เธอตอบทันที
ทั้งที่รู้ว่ามันคือความรับผิดชอบจริง ๆ
อชิพยักหน้า
เหมือนคำตอบนั้นเพียงพอแล้ว
เขาหันหลังกลับเดินออกไป
ทิ้งให้แพรยืนอยู่กับแปลงดอกไม้ที่วันนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงานแต่เป็นพื้นที่ที่เธอเริ่มได้รับความไว้วางใจ
เช้าวันถัดมา
รถกระบะสีเข้มเลี้ยวเข้ามาในสวนตอนสาย
เสียงเครื่องดังแทรกความเงียบแบบที่คนในสวนแทบไม่ต้องเงยหน้าก็รู้ว่าไม่ใช่คนงาน แพรเงยหน้าจากแปลงดอกไม้ฟ้าที่กำลังลากสายยางรดน้ำหยุดมือทันที
“ใครวะ” ฟ้าหรี่ตา
“ไม่เห็นจะเคยเห็น”
ประตูรถเปิดออกผู้ชายคนหนึ่งก้าวลงมา
เสื้อเชิ้ตแขนยาวพับขึ้นถึงศอกกางเกงยีนส์
รองเท้าผ้าใบที่ดูไม่เหมาะกับดินสวนเท่าไหร่
เขามองไปรอบ ๆเหมือนกำลังประเมิน
ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“โหเปลี่ยนบรรยากาศดีนะ”
เสียงนั้นดังพอให้อชิที่อยู่ฝั่งโน้นของสวนเงยหน้าขึ้นสีหน้าเขาเปลี่ยนไปนิดเดียว
“มาได้ไง” อชิถาม
ไม่ได้ทักเหมือนรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะไม่สนคำต้อนรับ
“ก็ขับรถมา” ผู้ชายคนนั้นตอบยิ้ม ๆ
เดินเข้ามาใกล้ๆ
“กูผ่านมาพอดี เลยแวะ”
ฟ้าหัวเราะหึ
“ผ่านสวนคนอื่นนี่ต้องขออนุญาตไหมคะ”
เขาหันไปมองฟ้าสายตาวูบหนึ่งแล้วเลิกคิ้ว
“อ้าว มีคนงานใหม่ด้วยเหรอ”
“เรารวิ”
รวิ (รวิณ วรากร)
อายุ 34
เพื่อนสนิทของอชิ
รวิยื่นมือมา ฟ้ามองมือเขาแล้วมองหน้า ไม่จับมือ
“ฟ้า”
เธอตอบสั้น ๆ
“ไม่ชอบจับมือคนแปลกหน้า”
รวิหัวเราะ ไม่ถือ แต่ยิ่งดูสนุก
“โห ดุว่ะ”
แพรกลั้นยิ้มรู้สึกได้ทันทีว่าสองคนนี้จะไม่ถูกกันแน่รวิเดินดูสวนเหมือนบ้านตัวเอง ชี้นั่น ชี้นี่
ถามบ้าง ไม่ถามบ้าง
“แปลงนี้ยังเหมือนเดิมเลยนะ”
“ดอกนี้ยังไม่ขายใช่ไหม”
ฟ้าหันไปมองแพรกระซิบ
“เขารู้เยอะผิดปกติ”
แพรพยักหน้าเธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้
ไม่ใช่แขก
“มึงให้เขาดูแลแปลงนี้เหรอ”
รวิถามอชิเหลือบมองแพร
“ใจถึงนะ”
อชิไม่ตอบแค่พูดเรียบ ๆ
“เขาทำงานเป็น”
รวิหันมามองแพรยิ้มบาง
“งั้นก็ดี”
ฟ้าขัดทันที
“ดีอะไร”
รวิหัวเราะ
“ดีที่สวนนี้ยังมีคนไม่กลัวเจ้าของ”
คำพูดนั้นทำให้อากาศตึงขึ้นทันที
อชิมองรวิ
“อย่าพูดมาก”
“เอ้า” รวิยักไหล่
“กูก็พูดความจริง”
พักเที่ยง
รวิยังไม่ไปเขานั่งกินข้าวใต้ต้นไม้เหมือนตั้งใจจะอยู่ต่อฟ้านั่งฝั่งตรงข้ามแขนกอดอกหน้าไม่เป็นมิตร
“มึงเป็นอะไรกับอชิ” ฟ้าถามตรง ๆ
รวิยิ้ม
“เพื่อน”
“เพื่อนแบบไหน”
“เพื่อนที่พูดอะไรได้”
เขาตอบ
สายตาเหลือบไปทางอชิ
“มากกว่าคนอื่นนิดหน่อย”
ฟ้าหัวเราะแห้ง
“ฟังดูน่ารำคาญดีนะ”
“เออ กูก็ว่า” รวิไม่เถียง
“แล้วมึงล่ะ เป็นอะไรกับเขา”
ฟ้าชะงัก ก่อนตอบ
“ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น”
รวิเลิกคิ้ว มองแพรแล้วหันกลับมาหาฟ้า
“งั้นก็ดีเพราะสวนนี้มันไม่ชอบความสัมพันธ์ที่ไม่ชัด”
ประโยคนั้นทำให้แพรวางช้อนลงช้า ๆหัวใจสะดุดเล็กน้อยแม้จะยังไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด
อชิลุกขึ้น
“พอ”
รวิยกมือยอมแพ้
“โอเค ๆ”
แต่ก่อนจะเดินกลับไปที่รถ
เขาหันมาพูดทิ้งท้ายกับแพร
“อยู่ที่นี่ ระวังจะได้อยู่ยาวกว่าที่คิดนะ”
แพรไม่ตอบแค่ยิ้มสุภาพแต่ในใจเธอรู้สึกว่า
ผู้ชายคนนี้รู้บางอย่างที่เธอยังไม่รู้ และฟ้าก็รู้สึกเหมือนกันเพราะทันทีที่รถรวิขับออกไป
ฟ้าหันมาพูดเสียงต่ำ
“กูไม่ชอบคนนี้”
แพรมองตามรถที่หายไปแล้วพูดเบา ๆ
“กูว่าเขาจะไม่ไปง่าย ๆ แน่อาจจะกลับมาอีก”