บ่ายนี้
อากาศในสวนร้อนกว่าปกติ
แต่แพรรู้สึกหนาวแปลก ๆ
ไม่ใช่เพราะลม
แต่เพราะความรู้สึกว่าตัวเอง
กำลังยืนอยู่ในเรื่องของคนอื่น
นานเกินไปแล้ว
อชิเดินมาใกล้แปลง
ตามกฎที่เขาตั้งเอง
เว้นระยะ
ไม่อยู่ลำพัง
“วันนี้ผมขอคุยด้วยหน่อย”
เขาพูดเสียงนิ่ง
เหมือนเตรียมใจมาแล้ว
แพรพยักหน้า
“ค่ะ”
เขาพาเธอไปยืนใต้ต้นไม้ใหญ่
ตรงที่มองเห็นสวนทั้งผืน
แต่ยังมีคนอื่นอยู่ไกล ๆ
พอให้ไม่เรียกว่าอยู่กันสองคน
อชิสูดลมหายใจ
เหมือนจะพูดอะไรยาว ๆ
แพรมองหน้าเขา
ก่อนจะพูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ก่อนที่คุณจะพูดอะไร”
เสียงเธอไม่ดัง
แต่ชัด
อชิชะงัก
“ฉันอยากบอกคุณอย่างหนึ่ง”
แพรพูดต่อ
สายตานิ่ง
ไม่สั่น
“ฉันไม่อยากเป็นของใคร”
ประโยคนั้น
ตกลงกลางอากาศ
เหมือนของหนัก
อชิอ้าปาก
แล้วก็ปิด
เหมือนคำพูดที่เตรียมไว้
ไม่ใช่คำที่ใช้ตอบตอนนี้
“ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังแบกอะไรอยู่”
แพรพูด
“ไม่รู้ว่าสวนนี้มีเรื่องอะไร
ไม่รู้ว่าใครคาดหวังอะไรจากฉัน”
เธอเว้นจังหวะ
ให้ตัวเองหายใจ
“แต่ถ้าการที่ฉันอยู่ที่นี่
ทำให้คนอื่นเริ่มคิดว่า
ฉันเป็นตัวเลือก
เป็นทางออก
หรือเป็นเงื่อนไขของใคร”
แพรส่ายหน้า
ช้า ๆ
หนักแน่น
“ฉันไม่เอา”
อชิหน้าซีดลง
ไม่ใช่เพราะโกรธ
แต่เพราะรู้ว่า
เธอกำลังพูดในสิ่งที่เขา
ควรพูดตั้งแต่แรก
“ผมไม่เคยคิดจะ”
เขาเริ่ม
แพรยกมือขึ้น
หยุดเขา
“ฉันไม่ได้กล่าวหาคุณ”
เธอพูด
“ฉันแค่ตั้งเส้นของตัวเอง”
ลมพัดผ่าน
ใบไม้ไหว
สวนเงียบจนได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน
“ถ้าวันหนึ่งคุณอยากให้ฉันอยู่”
แพรพูดต่อ
เสียงอ่อนลง
แต่ยังชัด
“ฉันอยากอยู่เพราะฉันเลือกเอง”
เธอสบตาเขา
ตรง
ไม่หนี
“ไม่ใช่เพราะใครต้องการฉัน”
อชิกำมือแน่น
เหมือนต้องใช้แรง
ไม่ให้พูดความจริงทั้งหมดออกไปตอนนี้
“คุณมีสิทธิ์พูดแบบนั้น”
เขาพูดในที่สุด
เสียงต่ำ
หนัก
แพรพยักหน้า
เหมือนจบเรื่อง
“ขอบคุณที่ฟังนะคะ”
เธอเดินกลับไปที่แปลง
ทิ้งอชิไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่
กับความจริงที่เขายังไม่กล้าพูด
และความจริงอีกข้อหนึ่ง
ที่เขาหนีไม่ได้แล้ว
คืนนั้น
ฟ้านั่งข้างแพร
เงียบอยู่พักใหญ่
“มึงพูดแล้วใช่ไหม”
ฟ้าถาม
แพรพยักหน้า
“พูดแล้ว”
“แล้วเป็นไง”
แพรมองออกไปในความมืด
ตอบช้า ๆ
“โล่ง”
ฟ้ายิ้มบาง
เหมือนรอคำนี้มานาน
เพราะบางครั้ง
การไม่รู้ความจริงทั้งหมด
ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ
ถ้าคนคนนั้น
รู้จักเลือกตัวเอง
ก่อนจะถูกเลือกโดยใคร
และประโยคของแพรในวันนี้
ไม่ใช่การตัดใครออกจากชีวิต
แต่มันคือการประกาศว่า
เธอจะไม่ยอมเป็น “เงื่อนไข”
ของเรื่องใด
หรือของใคร
อีกต่อไป