โม่ซาง นำหมูป่ามาให้กับนาง อาเป่ารีบวิ่งออกไปดู หมูป่าตัวใหญ่ที่โม่ซางแบกมานั้น เหตุใดเขาจึงนำมันมาที่นี่
"แม่นางหลิน ข้า..เอ่อนำหมูป่ามาให้" โม่ซางทำท่าเขินอาย ไม่รู้จะพูดออกมาอย่างไร
"หมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ หากท่านนำไปขายคงได้หลายตำลึง นำมามอบให้ข้าแบบนี้ อาจเสียเปล่า"
"ไม่เสียเปล่าหรอก คราวหน้าข้าไปล่ามันมาอีกก็ได้ ข้าเห็นว่าเจ้าขยันทำกิน ได้มาตัวใหญ่ ก็เลย..คิดถึง"
"คิดถึง..พี่โม่ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก "
"แล้วพวกเจ้ากำลังจะออกไปที่ใด "
"อ่อ ข้ากับอาเป่ากำลังจะไปที่ตลาด ไปซื้อรถเข็น ท่านเศรษฐีตกลงซื้อปลาและผักของบ้านข้า ท่านมาพอดีอยากขอความช่วยเหลือหน่อย "
โม่ซางยิ้มออกมา
"ได้สิ เจ้าอยากให้ข้าช่วยสิ่งใด ว่ามาเลย"
"ขอบคุณพี่โม่มาก ข้าอยากให้ท่านพาข้าไปซื้อรถเข็น ข้ารู้ว่าท่านรู้จักคนมาก ข้าอยากให้ท่านพาเราสองแม่ลูกไป"
" ได้สิ ถ้าเช่นนั้นรออะไร ไปกันเถอะ"
ทั้งสามพากันเดินออกไปเพื่อซื้อรถเข็ญในตลาด อาเป่าถูกโม่ซางแบกขึ้นหลัง ตอนนี้เขาอ้วนขึ้นก็เลยดูเหนื่อยง่าย
"อาเป่า เจ้าตัวหนักขึ้นนะ รู้ตัวหรือไม่ "
อาเป่ายิ้มออกมา
"ท่านแม่ทำของกินให้ข้ากินทั้งวัน แถมของกินของแม่ข้าอร่อยมากๆ ข้าก็เลยกินจนหมด ลุงโม่ ถ้าท่านมาอยู่บ้านข้ารับรองท่านแม่ข้าต้องเลี้ยงท่านจนอ้วน ตัวกลมแน่ๆ"
โม่ซางหุบยิ้ม แล้วหันไปสบตากับหลินหลิน เด็กน้อยพูดจาออกมาด้วยความจริงใจ แต่หารู้ไม่ คำพูดของเด็กน้อยถูกใจโม่ซางนัก
"ข้าจะมาอยู่บ้านเจ้าได้อย่างไร แม่ของเจ้าไม่ยอมหรอก"
"แม่ข้าต้องยอมอยู่แล้ว ข้าชอบท่าน แม่ข้าก็ต้องชอบท่านเช่นกัน"
"อาเป่า พูดจาเหลวไหลแล้ว " หลินหลินรู้สึกเขินอายขึ้นมา นางรีบเดินนำหน้าทั้งคู่ไป
"แม่นางหลิน รอข้ากับอาเป่าด้วย!" โม่ซางรีบวิ่งตามนางไป โดยมีอาเป่าเกาะหลังอย่างกับลูกลิง
เมื่อมาถึงตลาด ชาวบ้านต่างพากันมองพวกเขาเป็นตาเดียว คงแปลกใจที่วันนี้ทั้งคู่มาพร้อมกับโม่ซาง และต่างพากันซุบซิบไปมา
"อย่ากังวลไปเลย แม่นางหลิน พวกเขาก็แค่แปลกใจ ไม่นานเดี๋ยวพวกเขาก็ชิน" โม่ซางพูดออกมาทำให้หลินหลินรู้สึกคลายใจ
ใช่แล้ว แต่ก่อนนางเป็นคนบ้าตัวเหม็น ไปที่ใดก็มีแต่คนรังเกียจนาง บัดนี้นางเป็นปกติแล้ว แต่ชาวบ้านยังตั้งแง่นางกับอาเป่าอยู่ นางก้มหน้าคิด เสียงของโม่ซางดังขึ้น อย่างกับรู้ความคิดของนาง
"ช่างเถอะ! อย่าไปใส่ใจคนพวกนั้น ตั้งหน้าทำมาหากิน ให้ชีวิตดีกว่าพวกนั้นดีกว่า..จริงหรือไม่" เขาหันหน้ามาหานาง
มันก็จริงดังที่เขาพูด วันหนึ่งหากนางและลูกดีขึ้น คนพวกนี้จะไม่กล้ามาต่อว่านางได้อีก หลินหลินหันหน้ามาหาโม่ซาง
"จริง พี่โม่ ขอบคุณที่เตือนสติข้า"
"อืม รีบไปกันเถอะ ใกล้ถึงแล้ว"
ทั้งสามเดินไปด้วยกัน ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
..ภายใต้สายตานั้นมองมาที่พวกเขา ที่นั่งอยู่บนชั้นลอยด้านบนโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
"เป็นนางจริงๆ ข้าจำนางได้ "
"เฉินอี้ เล่าเรื่องของนางมา เจ้าสืบมาได้เรื่องว่าอย่างไร"
"ขอรับ นายท่าน นางชื่อหลินหลิน นางเป็นลูกสาวคนเดียวของหลินฟู่ มารดาของนางเสียขีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ คนแถวนั้นเล่าว่า นางออกไปเก็บของป่ากับบิดา อยู่ๆนางก็กลับมาคนเดียวพ่อของนางตายกลางป่า แถมสติของนางก็ขาดสิ้น ไม่รู้ว่า ไปเจอสิ่งใดในป่ามา ที่สำคัญหลังจากนั้นไม่นาน นางตั้งท้องขึ้นมา เขาลือกันว่า นางถูกโจรป่าข่มขืนจนท้องโย้ ขอรับนายท่าน "
ปัง!!
บุรุษคนนั้นตบลงที่โต๊ะอย่างแรง เพราะความโมโห เขาทำให้ผู้หญิงหนึ่งคนต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไป แถมยังถูกกล่าวหาว่ายร้ายต่างๆ อีกเขากำหมัดแน่น จุกเจ็บแค้นอยู่ในใจ ที่
ตอนนั้นเขาไม่สามารถควบคุมสติตัวเองได้ ในตาแดงก่ำขึ้นมา
"นั่นไงขอรับ หลินเป่า ลูกของนางที่เกาะหลังของโม่ซางอยู่" เฉินอี้ชี้ไปที่อาเป่า และพูดต่อ
"ตอนนี้นางฟื้นคืนสติได้ไม่นานนัก มีโม่ซางที่เทียวไปมาหาสู่นาง หากจะชอบพอกันคงไม่แปลกอะไรขอรับ นายท่าน"
เขายกถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่ม อยู่ๆก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปอย่างไม่สนใจเฉินอี้ "
"อู๋ซิ่ง เรื่องที่เฉินอี้เล่ามานั้น ข้าอยากให้เจ้าไปสืบมาว่านางอยู่อย่างไร เด็กคนนั้นเกิดจากนางจริงหรือไม่ หรือว่านางมีครอบครัวไปแล้ว"
"ขอรับ"
เขาอยากรู้ว่าสิ่งที่เขาได้ทำกับนางเมื่อห้าปีก่อน ทั้งหมดเป็นดั่งที่เฉินอี้ได้เล่าหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น เด็กคนนนั้นก็คือสายเลือดของเขา เขาจะไม่ยอมให้สายเลือดต้องแปดเปื้อนมัวหมอง เพราะตัวเขาอย่างแน่แท้
....
โม่ซางพานางและอาเป่ามาถึงร้านขายรถเข็น พอเฒ่าแก่เห็นว่าเป็นเขา เขาจึงรีบออกมาต้อนรับขับสู้
"พี่โม่ มีสิ่งใดให้ช่วย ถึงมาถึงที่นี่ได้ ขอรับ"
"ข้ามีบางอย่างอยากให้ท่านช่วยเถ้าแก่ นั่น เห็นหรือไม่" โม่ซางชี้ไปทางหลินหลินและอาเป่า
"นั่นมัน..หลินคนบ้านี่นา"
"เถ้าแก่ ตอนนี้นางหายดีแล้ว วันนี้ข้าจะพานางมาซื้อรถเข็นสักหน่อย "
"เรื่องนั้น ไม่ใช่ปัญหา พี่โม่พามาขนาดนี้ ข้ามีรึจะกล้าขัด "
"ดีแล้ว " โม่ซางหันไปทางนาง ซึ่งตอนนี้ อาเป่าและนางกำลังเลือกรถเข็นอยู่ โม่ซางเดินเข้ามาหาพวกนาง
"แม่นางหลินถูกใจคันไหนบ้างหรือไม่"
หลินหลินยังไม่ทันจะตอบ อาเป่าก็พูดขึ้นมา
"ท่านลุงโม่ ข้าชอบคันนี้" อาเป่าชี้ไปที่รถเข็นที่เขาชอบ หลินหลิน และโม่ซางจึงมองหน้ากัน เพราะทั้งคู่ก็ใจตรงกันเช่นกัน
"เถ้าแก่ ถ้าเช่นนั้นข้าเอาคันนี้"
อาเป่ายิ้มออกมาแล้วกอดมารดา แม่ของเขาดีที่สุดเลย
"แล้วรถเข็นคันนี้ราคาเท่าไรเถ้าแก่ " โม่ซางถาม
"คันนี้ ทำยากมานะ แข็งและทนทานมาก ห้าตำลึงเงิน "
หลินหลินได้ยินราคาที่เฒ่าแก่พูด นางกำลังจะควักเงินออกมา โม่ซางจึงจับมือของนางไว้
"เถ้าแก่ วันนั้นข้ามาซื้อรถเข็นคันนี้ให้ลุงฉาง ท่านขายแค่สามตำลึงเงิน แต่นี่ท่านจะเอาเปรียบนางเกินไปหรือปล่าว หรือท่านเห็นว่านางนั้น เคยสติไม่ดี จึงโก่งราคานาง"
"เอ่อ พี่โม่ใจเย็นๆนะ เอ่อ..ขะข้า " เถ้าแก่ถึงกับไปไม่เป็นเมื่อโม่ซางรู้ทันเขา
"เถ้าแก่ หากท่านเอาเปรียบนางแบบนี้ เรื่องที่ท่าน ไปเอาไม้ของป่าหวงห้ามในเขตของฮ่องเต้ ข้าจะนำเรื่องไปบอกเจ้าเมือง หากล่วงรู้ถึงเบื้องบน มีหวังโดนประหารหมดตระกูลแน่" โม่ซางยื่นหน้าเข้ามากระซิบเถ้าแก่ร้านรถเข็น
หลินหลิน มองมาที่โม่ซาง นางไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องใดกับเถ้าแก่ เพียงแต่ไม่รู้ว่า ราคาเท่านี้แพงหรือไม่แพง เพราะแต่ก่อน นางอยากได้สิ่งใดก็ซื้อทันทีโดยไม่เคยต่อราคา
เมื่อเถ้าแก่กับโม่ซางคุยกันจบ เขาก็เดินเข้ามาหาหลินหลิน
"หลินบ้า เอ้ย!" เขารีบตบปากตัวเอง
"แม่นางหลิน รถเข็นคันนี้ข้าลดราคาให้พิเศษสำหรับเจ้า ข้าคิดเจ้าแค่สามตำลึงเงินพอ "
หลินหลินยิ้มดีใจ อย่างน้อยเงินที่เหลือก็ยังเก็บไว้ต่อยอดได้
เมื่อจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย โม่ซางลากรถเข็นคันใหม่ออกมา โดยมีอาเป่านั่งข้างบนนั้น ทั้งคู่เดินออกจากร้านและมุ่งหน้ากลับบ้าน อาเป่าดูมีความสุขกว่าใคร เขานั่งสบายมาตามทาง จนเผลอหลับไป หลินหลินยิ้มดีใจที่วันนี้นางทำทุกอย่างได้สำเร็จไปหนึ่งเปราะ
วันพรุ่งนี้ ต้องเตรียมส่งสินค้าให้บ้านท่านเศรษฐีแล้ว...
จบตอนที่10
_______________________________
?เรื่องนี้จะมีดราม่านะคะ ใครว่าความสุขจะยั่งยืนนาน ....
เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ