หลินหลินกลับมาถึงบ้านพร้อมกับโม่ซางและอาเป่า เมื่อกลับมานางไม่อยู่เฉย นางรีบไปหุงหาอาหารให้ทั้งคู่ได้กิน เมื่อเสร็จเรียบร้อยนางจึงขอร้องให้โม่ซางอยู่ที่นี่เพื่อช่วยแบกเอาหมูป่าที่เขาหามาวันนั้นมาแล่เอาเนื้อ
นางค่อยๆแล่เอาเนื้อเลาะกระดูกของหมูป่าตัวนั้นออกมา ต้องใช้เวลามากนัก เพราะหมูนั้นมีขนาดใหญ่นัก โม่ซางเห็นท่าว่านางน่าจะเหนื่อย เขาจึงยังไม่กลับและคอยเป็นเรี่ยวแรงให้กับนาง
หลินหลินเมื่อแล่เอาเนื้อหมูป่าออกมาทั้งหมด นางค่อยๆหั่นเนื้อหมูป่าตัวนั้นไปทีละชิ้น และนำไปล้างทำความสะอาดแล้วหมักเกลือและก็เอาไปตากแดด
ส่วนหัวของหมูป่า นางก็เอาไปต้มกับเกลือและตากแดดไว้อีกเช่นกัน โม่ซางสงสัย เหตุใดนางถึงทำแบบนี้ เขาจึงถามนาง
"ทำไมจึงทำแบบนี้เล่า แม่นางหลิน"
"การตากเกลือและการตากแห้งเป็นการถนอมอาหารวิธีหนึ่ง ที่จะทำให้อาหารอยู่ได้นาน เมื่อตากแดด นำเก็บใส่ใหและปิดฝาไว้ให้เรียบร้อย หากอยากนำมากินก็แค่เอามาทอดย่างหรือเอามาแช่น้ำให้นิ่มแล้วนำไปทำอาหารได้เช่นกัน
"แบบนี้พวกเนื้อหมูก็จะอยู่ได้นานขึ้นใช่หรือไม่" โม่ซางถูกใจนางยิ่งนัก หลินหลินเก่งเกินกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไปนัก ไม่ว่านางจะทำอะไร ทุกอย่างดูง่ายไปหมด ทั้งหมดอยู่ภายใต้สายตาของเขา
ขณะที่หลินหลินแล่เนื้อหมูอยู่นั้น อยู่ๆ เรื่องชายคนนั้นที่ถามนางและอาเป่า ที่อยู่ที่บ้านท่านเศรษฐี ก็ผุดขึ้นมา เขาเป็นใครกันนะเหตุใดถึงถามว่าจำเขาได้หรือไม่ นางไม่เคยรู้จักมักคุ้นกับใครนอกจากโมซางและคนในตลาด เหตุใดจึงถามนางออกมาแบบนั้นได้
แต่คิดไปมานางก็พยายามสะบัดหัวให้ความคิดนั้นหลุดออกไป หลินหลินใช้เวลาในการทำหมูหนึ่งตัวเกือบครึ่งค่อนวัน
หลังจากทำและตากแดดเสร็จแล้วนางก็เข้าแปลงผักนำเมล็ดผักที่ซื้อมาใหม่มาลงแปลงปลูกไว้ อีกรอบ
โม่ซาง ที่อยู่เป็นเพื่อนสองแม่ลูกเขามองไปรอบๆบริเวณบ้าน พื้นที่ของนางไม่มีที่ว่างเลย มีแต่ปลูกผักและดอกไม้ด้านหลังก็เป็นไก่ที่กำลังออกไข่มากมายอีกทั้งบ่อดักปลาด้านหลัง นางใช้สอยพื้นที่ได้มากจริงๆ
นางช่างขยันยิ่งนัก อาเป่าโชคดีเหลือเกินที่ได้นางกลับคืนมา โม่ซางเดินออกมาประจันหน้ากับ หลินหลินเขาจึงพูดขึ้น
"แม่นางหลินบ้านของเจ้ามีทั้งไก่มีทั้งผักมีทั้งปลาแต่ไม่มีบริเวณใดที่จะปิดกั้นจากคนภายนอกได้ ข้าคิดว่าบ้านเจ้าน่าจะมีรั้วรอบขอบชิดเพื่อป้องกันคนเข้าออกนะ
เมื่อโม่ซานพูดเช่นนั้นนางจึงคิดได้ ใช่แล้วไม่ว่ายุคสมัยใดขโมยขโจรก็มีมากอีกทั้งนางยังเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวที่อยู่กับเด็ก พี่โม่ช่างรอบคอบนัก หากไม่มีเขานางจะคิดออกหรือไม่
"จริงๆด้วยพี่โม่ข้าลืมคิดข้อนี้ไปถ้าเช่นกัน ข้าอยากจะล้อมรั้วให้มิดชิดท่านมีเวลาหรือไม่ หากท่านมีเวลามาช่วยข้าล้อมรั้วให้ด้วยได้หรือไม่ ข้าขายปลา ผักและไข่ไก่แล้วข้าจะไปซื้อหมูมาเลี้ยงไว้สามตัว ทุกอย่างจะต้องมีครบ ลูกของชายของข้า จะต้องได้อยู่ได้กินอิ่มท้อง ไม่ต้องลำบากไปขอทานเหมือนเมื่อคราวก่อนก่อนอีก ส่วนของที่เหลือก็จะนำมันไป ขายให้ท่านเศรษฐีพี่โม่ท่านดูสิหนังหมูป่าก็เป็นหนังที่หยาบพอสมควร แต่ข้าก็แล่ออกมาและตากแดด หากข้าอยากกินข้าก็จะเอามาทอด ให้เป็นกากหมู หรือว่าอยากกินแบบนิ่มๆ ข้าก็จะเอามาแช่น้ำไว้ต้มเป็นน้ำซุปหมูก็ได้ ทุกอย่างไม่ต้องไปซื้อ แค่ขยัน ก็จะไม่สิ้นเปลืองเงินทอง นอกจากนั้นก็นำไปขาย ได้เงินมาข้าก็จะเก็บไว้สร้างบ้านหลังนี้ หากมีเงินมากพอข้าจะสร้างมันใหม่ ท่านว่าอย่างไรบ้าง"
"เป็นความคิดที่ดีเจ้าช่างคิดดีเหลือเกินเลยแม่นางหลิน หากใครได้ไปเป็นศรีภรรยาคงจะมีความสุขยิ่งนัก"
หลินหลินยิ้มออกมา ที่โม่ซางพูดออกมาแบบนี้นางก็ใจเต้นโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
"จะเป็นไปได้เช่นไรได้อย่างข้าจะมีใครมาสนใจ ข้าไม่กล้าไปไขว่คว้าหาใครหรอก" หลินหลินพูด
" หากเจ้า ไม่ได้ใส่ใจ ในฐานะ หรือหน้าตา หรือชาติตระกูลข้าอยากให้เจ้าพิจารณาข้าบ้าง" โม่ซางมองหน้าของนางที่กำลังยืนคุยกันอยู่
"พี่โม่ท่านดีกับข้าขนาดนี้ข้าจะกล้าคิดกับท่านได้เช่นไร"
"แม่นางหลิน เจ้าฟังข้านะ อย่างน้อยก็ต้องมีผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัวไว้คอยดูแลปกป้องเจ้าหากเจ้าไม่คิดมาก ข้าขอเป็นตัวเลือกให้กับเจ้า อย่างน้อยข้าก็เป็นเรี่ยวแรงให้เจ้าได้ ข้าไม่รังเกียจแม้อดีตของเจ้าจะไม่สวยงามนัก"
หลินหลินดีใจ อย่างน้อย โม่ซางก็พูดออกมาตามความคิดของเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มีแต่โม่ซาง ที่เข้ามาในชีวิตของนางสองแม่ลูก ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้ง ที่เขาเข้ามา บางครั้งเขาช่วยนางโดยที่ไม่คิดสิ่งใดตอบแทน
ผู้ชายที่ดีขนาดนี้หาในยากไม่ว่าในยุคในสมัยใด ในใจลึกๆแล้ว นางก็คิดถึงเขาอยู่เช่นกัน ความใกล้ชิดของทั้งคู่กลายเป็นความเคยชิน หากโม่ซางไม่รังเกียจ นางก็อาจตกลงปลงใจกับเขา
อย่างน้อยเขาก็เป็นคนขยันขันแข็ง อีกทั้งลูกของนางอาเป่าก็ชอบเขาไม่น้อย แม้ในยุคของนาง หลินจื่อซินจะไม่เคยมีคู่ครอง บางครั้งนางก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร สิ่งที่ทำได้คือ การเดินหน้าทำธุรกิจ แม้ทำสำเร็จก็หาคู่หมายยาก
จนนางย้อนมาเข้าร่างของหลินหลิน ความอบอุ่นใจ ความใกล้ชิด บางครั้งเขาก็ทำให้นางใจสั่นไม่น้อย อย่างเวลาที่ต้องทำสิ่งใด เขาจะเข้ามาพอดี ไม่มีเขานางก็คงจะ เหนื่อยมากเช่นกัน เขาคือคนเดียวที่ไม่เคยดูถูกดูแคลนนางและลูกเลยแม้แต่น้อย
บางครั้งอดีตที่เลวร้ายของหลินหลินคนเก่าต้องละทิ้งไป หาอนาคตใหม่ๆให้กับตัวนางและลูกของนางเสียเถอะ หลินหลิน ข้าจะมอบความสุขทั้งหมดให้ร่างกายของเจ้าเอง นางคิด
"พี่โม ไปนั่งกินข้าวกันเถอะวันนี้ข้ามีอาหารหลายอย่างอยากให้ท่านได้กินของที่ข้าทำให้ท่านอย่างพิเศษเลยวันนี้
"ถ้าเช่นนั้นข้าไม่เกรงใจเจ้าแล้วนะ" โม่ซางมองหลินหลินกับอาเป่าและยิ้มกรุ้มกริ่มให้กับนาง หลินหลินถึงกับชะงักและรีบหันหลัง ใบหน้าแดงซ่านมาถึงใบหู หลินหลินยกมือขวาขึ้นมาทาบหน้าอกที่ด้านในหัวใจเต้นโครมคราม พี่โม่ท่านช่างหล่อเหลาเสียจริง นางรีบเดินเข้าครัวไป ทิ้งให้โม่ซางอยู่กับอาเป่า
"อาเป่าวันนี้แม่เจ้าจะทำอาหาร พิเศษให้ลุงโม่กิน"
"ข้าดีใจมากที่วันนี้ลุงโม่อยู่กินข้าวบ้านข้าอีก จริงๆแล้วข้าก็อยากให้ลุงโม่อยู่กับแม่ข้าและข้าที่บ้านนี้เลย"
หลินหลินได้ยินที่อาเป่าพูด นางจึงพูดขึ้น
"อาเป่า พูดจาเกินเด็กไปแล้ว!"
อาเป่าเงียบลงเพราะโดนมารดาเอ็ดไป โม่ซางเห็นอาเป่าทำหน้าเหยเกจะร้องไห้ เขาจึงเข้าไป และจี้เอวของอาเป่า เสียงหัวเราะดังไปทั่วบ้าน หลินหลินที่ทำอาหารอยู่ก็ยิ้มออกมา ทุกคนดูมีความสุข
"ท่านลุงโม่ มาอยู่กับข้ากับแม่ข้าได้หรือไม่"
"อาเป่า!" หลินหลินเสียงแข็ง อาเป่าพูดมากเกินไป
"อันนั้นอยู่ที่แม่เจ้า จะอนุญาตหรือไม่"
"อนุญาตสิ! แม่ข้าชอบท่านจะตาย อีกอย่างข้าก็ชอบลุงโม่อยู่เช่นกัน ใช่หรือไม่ท่านแม่" อาเป่ามองมาทางแม่ หลินหลินไม่ยอมพูด
"ดี ขอรับ วันนี้เหนื่อยทั้งวันเลย ถ้าไม่มีลูงโม่แม่คงจะแย่ "
"พูดมากเกินไปแล้วเจ้าเด็กอ้วน!" หลินหลินยื่นมือมาหยิกแก้มของอาเป่า เสียงหัวเราะของพวกเขาดูมีความสุขนัก
ในวันต่อมา..
คุณชายคนนั้น เดินทางมาที่บ้านของหลินหลินและอาเป่า ส่วนโม่ซางวันนี้ยังไม่เข้ามาที่นี่ เขาออกไปล่าสัตว์เพื่อนำมาขาย อยู่ๆหลินหลินที่อยู่แปลงผักได้ยินเสียงตะโกนร้องเรียกจากใครคนหนึ่ง
"มีใครอยู่หรือไม่ พวกข้ามาหาแม่นางหลิน"
อาเป่าวิ่งออกไปและตกใจ เขาไม่พูดอะไรเลยรีบวิ่งเข้ามาหาแม่
"ท่านแม่! ท่านแม่ ! ขอรับมีใครก็ไม่รู้มาที่บ้านของเรา ข้ากลัวข้าจึงรีบมาหาท่านแม่ออกไปดูเถอะขอรับท่านแม่"
อาเป่ารีบวิ่งไปบอกแม่ของตนหน้าตาตื่นกลัว หลินหลินรีบล้างมือและถอดหมวกแล้วรีบเดินออกไป
"ไม่ทราบว่านี่ใช่แม่นางหลินหรือไม่" หลินหลินมองหน้าชายทั้งสอง
"เจ้าค่ะ พวกท่านมีอันใดหรือ"
"ข้า จะมาติดต่อเรื่องค้าขายกับเจ้า"
"อ่อ..คุณชายคนนั้นที่อยู่บ้านท่านเศรษฐี ที่แท้ท่านก็จะมาซื้อสินค้าที่บ้านข้านี่เองถ้าเช่นนั้นเชิญด้านในเจ้าค่ะ"
คุณชายคนนั้นเดินเข้ามาด้านในบ้านของหลินหลิน เขาเดินเข้าไปพร้อมกับอู๋ซิ่งแต่เขาหันกลับมามองอู๋ซิ่งด้วยสายตาที่บอกว่าไม่ต้องตามเขาเข้าไป อู๋ซิ่งหยุดและรออยู่ตรงนั้น
คุณชายคนนั้นถูกเชิญให้นั่งลงที่โต๊ะนั่งภายในบ้าน เขามองไปรอบๆบ้านที่นี่สะอาดตายิ่งนัก ไม่อยากจะเชื่อ! หากนางเป็นคนบ้าสติไม่ดีจริง บ้านช่องคงไม่ดูเป็นระเบียบเช่นนี้ อีกทั้งภายนอกของกินของใช้ของนางมีมากมาย จัดเป็นระเบียบเรียงกันอย่างพอดี อีกทั้งบ้านช่องยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆช่างสะอาดยิ่งนัก
"วันนี้ข้าอยากจะมาติดต่อเรื่องอาหาร แต่ก็มีสิ่งอื่นอยากจะถามเพิ่ม"
"เรื่องใดเจ้าคะ"
"เจ้าจำเรื่องเมื่อห้าปีก่อน ในป่าหวงห้ามได้หรือไม่"
"เรื่องในป่าเมื่อห้าปีก่อนหรือเจ้าคะ " หลินหลินครุ่นคิด เรื่องในความในฝัน หรือว่า เขาคือ... นางคิด
"เจ้ารู้หรือไม่เด็กคนนี้เกิดจากใคร"
หลินหลินเริ่มหน้าชา เพราะถ้าหากเป็นเขา นางควรจะโกรธ ต่อว่า หรือด่าทอ เขาคือคนที่ทำให้นางเสียทุกสิ่งไป หรือว่าเขาจะมาเรื่องอาเป่า แต่งตัวดีขนาดนี้ คงเป็นมหาเศรษฐี หรือไม่ก็พวกขุนนางชั้นสูง แต่นางไม่รู้จริงๆว่าอาเป่าคือลูกของใคร ใครคือพ่อของเขา
หลินหลินหันมามองอาเป่าพี่กำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่อย่างไม่ได้สนใจคำพูดของผู้ใหญ่ที่พูดคุยกัน
ไม่ได้ อาเป่าคือสิ่งเดียวในชีวิตของนาง อาเป่าของนางกำลังจะมีความสุข เขามาทำไมตอนนี้ แต่ก่อนไปอยู่แห่งใดมา หลินหลิน เจ้าจงช่วยข้า อย่าให้เขามายุ่งกับอาเป่า ข้าไม่มีวันให้อภัยคนที่ทำเลวกับเจ้าและอาเป่าไว้แน่ หากเป็นเรื่องจริงขึ้นมา
"เรื่องเมื่อห้าปีก่อน ข้าจำสิ่งใดไม่ได้อีกทั้งข้ายังไม่อยากจะจำด้วยเพราะตอนนี้ข้ากับลูกก็มีความเป็นอยู่ดีขึ้นแล้ว ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้วเจ้าค่ะ "
"แต่ข้าต้องการ " เขาพูดออกมา เจ้ารู้ว่าเป็นข้า
"ข้าไม่รู้"
หลินหลินเงยหน้าขึ้นมองหน้าของเขาอย่างเต็มตา ชายคนนี้หน้าตาคมสันผิวขาวอมชมพูหล่อเหลายิ่งนัก ใบหน้าขาวนวลไม่มีจุดใดแต่งแต้มบนใบหน้า ขนตายาวงอนผมสีดำขลับ มองดูมือเหมือนกับคนไม่เคยที่ทำงานหนักมาก่อน มองดูริมฝีปากแดงระเรื่อคล้ายทาชาดสีแดง มองดูดีดีแล้วเขาคล้ายใครนะ
ในที่สุด นางก็คิดได้และตกใจขึ้นมา ทำไมเขาดูคล้ายอาเป่ายิ่งนัก หลินหลินกำมือแน่น เหงื่อผุดออกเต็มกลางฝ่ามือของนาง คงเป็นเรื่องบังเอิญ หลินหลินนางคงโดนโจป่าข่มขืนเหมือนที่ชาวบ้านทั่วไปพูด
"เด็กคนนั้น ที่เล่นของเล่นตรงนั้น ใช่หรือไม่ "
"ใครเจ้าคะเด็กคนนั้น" หลินหลินอยากเล่นลิ้นกับเขา
"ใช่หรือไม่ใช่!" เขายืนพูดพร้อมกับเอามือไขว้หลัง
"เจ้าค่ะ อาเป่าเป็นลูกชายของข้า แต่ก่อนเราลำบากนักหลังจากข้ามีสติขึ้นมา ข้าก็สัญญากับตัวเองว่าจะดูแลเขาให้ดี "
"แล้วผู้ชายคนนั้นเล่าเป็นใคร"
ผู้ชายคนใดเจ้าคะ"
"คนที่เข้ามาหาเจ้าทุกวัน "
"พี่โม่เป็นคนรู้จักที่สนิทกับข้าสองแม่ลูก เขามาช่วยข้าขนสิ่งของไปขายในตลาด เขาเป็นที่พึ่งพิงให้ข้า เขาเป็นเหมือนครอบครัวของข้า หากไม่มีเขาก็คงลำบาก เหตุใด จึงถามข้ามากมายนัก "
"ข้าก็แค่อยากรู้ที่มาที่ไปของเจ้า เอาล่ะส่งสินค้าทั้งหมดของเจ้ามาที่บ้านท่านเศรษฐีในวันพรุ่งนี้ ของทั้งหมดของเจ้าข้ารับซื้อทั้งหมด ข้ามาแค่นี้ข้าแค่อยากมาดูกับตาของข้า ว่าเจ้าและเด็กคนนี้ มีชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง "
"ถ้าเช่นนั้น ข้าขอกลับก่อน วันหน้าข้าจะมาหาเจ้าใหม่ จะมาดูด้วยว่าอาเป่าของเจ้า จะต้องมีชีวิตดำเนินต่อไปอีกเช่นไร"
"เดี๋ยวก่อนนะเจ้าคะเหตุใดถึงสนใจหากเป่าลูกของข้านัก "
"ข้าก็แค่เอ็นดูเขาก็เท่านั้น "
เขาเดินกลับออกมา "อู๋ซิ่ง เล่าสิ่งที่เจ้าไปสืบไปสอบถามชาวบ้านเรื่องของนางมาทั้งหมด หากอาเป่าเป็นลูกของข้าจริงๆ สายเลือดของข้าไม่สมควรที่จะได้อยู่อย่างทุกเข็ญแบบนี้!"
"แล้ว แม่นางหลินหลินล่ะขอรับ"
" หากนางรับข้อเสนอ ข้าจะรับผิดชอบและชดเชยชีวิตที่เสียไปให้นางด้วยการแต่งนางเข้ามาเป็นภรรยา"
"หาข้อพิสูจน์ให้ข้า ว่านางคือคนเมื่อห้าปีก่อนที่ข้าตามหาจริงหรือไม่"
"ข้อพิสูจน์ใดขอรับ"
"นางมีปานแฝดอยู่ตรงกลางแผ่นหลัง ปานนั้นเป็นสิ่งเดียวที่ข้าจำได้แม่น และยากที่จะมีผู้ใดมีปานได้เหมือนนางอีกแล้ว"
จบตอนที่12
_______________________________
? อีกคนก็เริ่มรัก อดีตอันเลวร้ายดันกลับมา อาเป่าคือคนที่อยู่ตรงกลาง เด็กน้อยวัยห้าขวบต้องผ่านแบบทดสอบจิตใจเช่นใดอีก
โปรดติดตาม.....