เจ็ดปีก่อน…
ตลาดกลางคืน
“เดเมี่ยนคะ เราไปกลับกันดีกว่าค่ะ มิล่าไม่ชอบที่แบบนี้เลย ฝุ่นก็เยอะ สกปรกจะตาย” เสียงใสแหลมปี๊ดเอ่ยขึ้นเสียงดังลั่นจนเหล่าพ่อค้าแม่ค้าจ้องมองมาทางพวกผมเป็นตาเดียว ผู้คนที่เดินซื้อของในตลาดกลางคืนชุลมุนวุ่นวายแน่นขนัดจนน่าปวดหัว
ปกติแล้วพวกผมไม่ชอบมาเดินในที่แบบนี้หรอกนะ แต่ไอ้ลาโน่ดันอยากเปิดประสบการณ์เรียนรู้ชีวิตของคนธรรมดา ก็เลยลากพวกผมออกมาก็อย่างที่เห็น..
“ใจเย็นสิมิล่า.. น่าสนุกดีออก” ลาโน่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเริงร่า พลางหยิบตุ๊กตาไขลานบนแผงขายของขึ้นมาดูอย่างสนอกสนใจ
“น่าเบื่อจะตายลาโน่ เรากลับกันอย่างที่มิล่าบอกไม่ดีกว่าเหรอ ?” สาวสวยที่ลาโน่ควงมาด้วยพูดเสริมด้วยใบหน้าขยาดเมื่อเหลือบตาเหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงขายเต็มข้างทาง
“พวกเธอเนี่ยน่ารำคาญเป็นบ้าเลยว่ะ” อาคัสเอ่ยขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่ง เขาเหลือบตามองสองสาวด้วยสีหน้ารำคาญเต็มทน ทำเอาสองสาวเลิกลักทำตัวไม่ถูก
“อะ..เอ่อ มิล่า อีฟ ฉันว่าเราไปเดินดูทางโน่นกันดีกว่าเถอะนะ” สาวสวยที่อาคัสควงมาด้วยเอ่ยขึ้นอย่างรู้ความ เพราะตอนนี้พวกผมเริ่มรู้สึกรำคาญความเรื่องเยอะของพวกเธอมากกว่าอีกผู้คนในตลาดเสียอีก
“กะ..ก็ได้ เธอนำทางไปสิเคซี่ย์” มิล่าพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก แต่ก็ยอมเดินตามเคซี่ย์ออกไปแต่โดยดี
“เฮ้อ.. พอใจมึงแล้วใช่มั้ยลาโน่” ผมทิ้งตัวนั่งลงตรงม้านั่งตัวยาวก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองลาโน่ที่ยังคงจดจ่ออยู่กับตุ๊กตาไขลานตัวนั้น
“อะไรว่ะ มันก็น่าสนุกดีออก เอ็นจอยกันหน่อยสิว่ะ” ลาโน่พูดเสริม อาคัสจึงส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาได้แต่เดินมานั่งลงข้างๆ ผมก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
“ยัยนั้นทำอะไรน่ะ ?!” อาคัสเอ่ยขึ้นพลางพ่นขาวคลุ้งออกจากปากพร้อมกับจ้องเขม็งไปแผงตรงข้าม ผมจึงมองตามสายตามันไปและเห็นยัยตัวแสบคนเดิม เธอนั่งลงบนพื้นโดยไม่สนว่ามันจะสกปรกหรือเปล่า ใบหน้าจดจ่ออยู่กับแผ่นเฟรมที่ตนกำลังบรรเลงจรดพู่กันลงไป ภาพผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมไม่อาจละสายตาจากเธอไปได้
“ปกติโรงเรียนเรามีแต่พวกคุณหนู แต่ยัยนี้ก็แปลกแฮะ ชอบมำตัวคลุกฝุ่นไปได้” ลาโน่พูดขึ้นพร้อมกับวางตุ๊กตาไขลานตัวนั้นลง และเป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาของผมจ้องผสานกับดวงตาสีเหลืองอำพันที่น่าหลงใหลคู่นั้นพอดี ผมชะงักเล็กน้อยก่อนจะเฉไฉมองไปทางอื่น แต่ทว่า..
“อ่ะ.. นี้ !!!” เสียงใสดังขึ้นอยู่เบื้องหน้าทำให้ผมสะดุ้งตกใจ มือบางคู่นั้นยื่นแผ่นเฟรมที่ตนเพิ่งวาดเสร็จเมื่อครู่มาตรงหน้าผม
ผมมองเธอด้วยความไม่เข้าใจอีกทั้งภาพที่เธอยื่นมาให้สีก็ยังไม่แห้งดีอีกต่างหาก
“อะไร ?” ผมเลิกคิ้วถาม ทั้งอาคัสและลาโน่เองก็ตกอยู่ในความงุนงงไม่แพ้กัน
“ซื้อสิ.. นายมีเงินไม่ใช่เหรอ ?” เธอเอียงคอถามด้วยแววตาใสซื่อ
“อุ๊บ..!! ฮ่าๆ อะไรเนี่ย ~ เธอร้อนเงินหรือไง ?” ผมหัวเราะลั่นพร้อมกับนึกย้อนไปเหตุการณ์คืนนั้นที่เธอยื่นเงินปึกใหญ่ให้ผมอย่างไม่ลังเล
“ใช่.. ฉันต้องการเงินตอนนี้” เธอตอบเสียงเรียบ
“คิกๆ นี้เธอรีดไถ่เงินกันซึ่งๆ หน้าเลยเหรอ ?” ลาโน่เอ่ยขึ้น
“รีดไถ่เงิน ?” เธอเอียงคอถาม “คืออะไร ? ฉันมาขายภาพวาดให้พวกนายนะ” และถามต่ออีกครั้งด้วยแววตาใสซื่อ
“เหลือเชื่อเลยแฮะ.. พวกฉันเพิ่งเคยเจอคนอย่างเธอนะเนี่ย” อาคัสพูดขึ้นพลางกลั้วหัวเราะ พลางเหลือบตามองมาทางผม แต่แล้วเขาต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าผมคลี่ยิ้มออกมาอย่างที่มันไม่เคยเห็นมาก่อน
“เท่าไหร่ล่ะ ?” ผมเอ่ยถามพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก
“แล้วแต่นายจะให้สิ.. ลองให้คุณค่าของผลงานดู” เธอพูดขึ้นพร้อมกับดวงตาเป็นประกายระยิบระยับทำให้นัยต์ตาสีเหลืองอำพันดูโดดเด่นและมีเสน่ห์จนผมไม่อาจละสายตาจากดวงตาคู่ได้เลย
“อ่ะ.. จริงสิ เอาเงินสดนะ” เธอตอบเมื่อฉุกคิดได้ ผมหลุดขำออกมาก่อนจะล้วงมือหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาพร้อมกับเงินปึกหนึ่ง
“เอาไปสิ” ผมยื่นเงินแสนนึงให้เธออย่างว่าง่าย ทำเอาทั้งอาคัสและลาโน่อ้าปากค้าง
“ขอบคุณ” เธอตอบพร้อมกับรับเงินในมือผมไป
“เดี๋ยว..” ผมเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอกำลังหมุนตัวเดินออกไป
“อะไรอีก ?!” เธอชักสีหน้าใส่
‘จริงๆ เลยนะผู้หญิงคนนี้’ ผมขบคิดในใจพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมา
“ฉันให้เงินเธอแล้ว แต่ไม่คิดว่ารูปแค่นี้จะเพียงพอกับเงินหนึ่งแสนนะ” ผมเหยียดยิ้มบางๆ ร่างเล็กมองดูเงินในมืออีกครั้ง
“แต่ฉันขายรูปให้นายแล้ว” เธอพูดพร้อมกับชี้สายตามองรูปที่อยู่ในมือของผมก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “แล้วฉันก็ไม่คิดจะเอาเงินนายไปใช้สักหน่อย”
“ห้ะ..” ผมทำหน้างง เพราะปกติเวลาผมเปย์ผู้หญิง พวกเธอมักจะเคลิบเคลิ้มและหลงผมจนหัวปักหัวปำแล้วแท้ๆ
“ขอตัวก่อนนะ” ร่างเล็กเอ่ยขึ้นและเดินกลับไปยังแผงที่ตนเคยนั่งวาดรูปอีกครั้ง และผมต้องเบิกตากว้างเมื่อเงินหนึ่งแสนที่ผมเคยให้ไป เธอกลับยื่นให้เจ้าของแผงวาดรูปทั้งหมดอย่างไม่ลังเล เธอไม่แม้แต่จะนับจำนวนเงินด้วยซ้ำ
“ฮ่าๆ อะไรว่ะ~ ถูกใจชะมัด” ผมหัวเราะลั่นพลางจ้องมองทุกการกระกระทำของคนตัวเล็ก
“เหลือเชื่อเลยว่ะ” ลาโน่เองก็กลั้วหัวเราะเช่นกัน
ผมว่าครั้งที่แล้วเธอทำให้ผมแปลกใจแล้วนะ แต่วันนี้กลับทำให้ผมอยากรู้จักตัวตนของเธอยิ่งขึ้นไปอีก
“กลับกันเถอะ..” ผมพูดขึ้นพลางถือรูปในมือไว้ด้วยความหวงแหนก่อนจะลุกขึ้นหยัดยืนเต็มความสูงและเดินไปยังลานจอดรถทันทีโดยไม่สนใจว่าพวกสาวๆ ที่พามาด้วยจะกลับกันยังไง..