ปากร้ายเเต่ใจดี

1261 Words
“เฮือกกก !!!!” ฉันสะดุ้งตื่นเมื่อฝันถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันฝันถึงมันหรอกนะ ทุกครั้งที่ฉันนอนหลับเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ยังตามหลอกหลอนทุกค่ำคืน หัวใจที่เต้นรัวทำให้ฉันหอบหายใจหนักพลันควานหาโทรศัพท์มือถือ แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อกวาดตามองไปรอบๆ และรู้ว่าตัวเองอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคย ตึกตัก.. ตึกตัก.. ตึกตัก.. “แฮ่กๆ แฮ่กๆ” หัวใจที่เต้นแรงและสั่นไม่หยุดทำให้ฉันเริ่มหอบหายใจหนักเข้าไปทุกที สองเท้าค่อยๆ ขยับลงจากเตียงแต่ทว่า !! ตุ๊บ !! “โอ๊ย !! แฮ่ก แฮ่ก !!” ทันทีที่ปลายเท้าแตะพื้นร่างทั้งร่างก็ล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับความเจ็บแปล๊บบริเวณกลีบกุหลาบล่างแล่นเข้าสู่โสตประสาท ฉันพยายามดันตัวลุกขึ้นจนแทบคลานไปยังประตู สองเท้าค่อยๆ หยัดยืนเต็มความสูงและพยายามประคองสติเอาไว้แม้ว่าตอนนี้ฉันปวดหัวจนแทบระเบิด แอ๊ด… “เฮือก !! ตะ ตื่นแล้วเหรอคะ ?” สาวใช้ตัวน้อยที่ยืนรออยู่หน้าประตูสะดุ้งตกใจก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน “เดเมี่ยนอยู่ไหน ?” ฉันหอบหายใจหนักก่อนจะถามขึ้น “อ่ะ เอ่อ.. อยู่ห้องทำงานคะ” สาวใช้เลิ่กลัก ทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วยุ่ง แต่ตอนนี้ฉันไม่สนหรอกนะว่าเขาจะทำอะไรอยู่ ฉันต้องการแค่ของที่อยู่ในกระเป๋าเท่านั้น “พาฉันไปที” “ดะ ได้ค่ะ” สาวใช้ตอบก่อนจะรีบเดินนำไปทันที ตลอดทางมานี้ฉันพยายามใช้มือค้ำยันกำแพงเพื่อประคองตัวเองไม่ให้ล้ม “ให้ฉันช่วยไหมค่ะ ?” สาวใช้ที่เห็นว่าฉันจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่รีบเอ่ยปากถามพร้อมด้วยสีหน้าที่ดูกังวลใจ “ไม่เป็นไร” ฉันตอบสั้นๆก่อนจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดและพูดขึ้นอีกครั้ง “รีบนำทางไป” “ค่ะ” สาวใช้ช่างใจครู่หนึ่งก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าเดินนำไปทันที ห้องทำงาน ก๊อก ก๊อก ก๊อก “นายท่านคะ คุณเมเบลมาขอพบค่ะ” ปึก ! ฉันเอนตัวพิงเข้ากับพนังเพื่อยันไม่ให้ตนเองล้ม แต่ลมหายใจเริ่มหอบหนักเข้าไปทุกที “เข้ามา..” เป็นเวลาเกือบห้านาทีที่กว่าเดเมี่ยนจะตอบรับ แอ๊ด.. เสียงบานประตูที่ค่อยๆ แง้มออกทำให้ฉันต้องรีบทำตัวเองให้ดูปกติก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องทำงาน ฉันเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อทันทีที่ย่างกายเข้ามาและพบว่าบนตักแกร่งของชายหนุ่มมีสาวสวยนั่งคลอเคลียอยู่ เขาเงยหน้ามองฉันและแสยะยิ้มมุมปากราวกับว่ากำลังเย้ยหยันในสิ่งที่เขาทำกับฉันเมื่อคืนนี้ “โห้.. คนนี้เหรอที่ไอ้เดมี่ยนหิ้วมาเมื่อคืน” ชายหนุ่มหน้าตาทะเล้นเอ่ยขึ้นพลางหันไปยักคิ้วใส่เดเมี่ยน “แต่หน้าคุ้นๆ แหะ..” เขาปาดตามองทางเพื่อนหนุ่มก่อนจะขมวดคิ้วยุ่ง “หุบปากน่าลาโน่ !!” เดเมี่ยนเอ๊ดเสียงใส่ ฉันไม่สนใจคำพูดหรือสายตาทิ่มแทงที่มองตรงมาทางอย่างเฉือดเชือดแม้แต่น้อย สองเท้าเดินมุ่งตรงไปหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มทำเอาทั้งสองหนุ่มที่เคยหยอกล้อกันต้องหยุดชะงักไม่เว้นแม้แต่สาวสวยที่นั่งตรงตักแกร่ง เธอช้อนตามองฉันด้วยแววตาที่ท้าทายราวกับว่าพยายามบอกว่าเธอคือผู้ชนะ “กระเป๋าฉันอยู่ไหน ?” ฉันกำมือแน่นเพราะตอนนี้ในหัวฉันแทบระเบิดราวกับมีคนเอาค้อนปอนใหญ่ทุบตรงศีรษะของฉันไม่หยุดหย่อน “ไม่รู้” เขาตอบเฉไฉพร้อมกับก้มลงไซร้ซอกคอสาวสวยต่อ “เดเมี่ยน แฮ่กๆ แฮ่กๆ” ฉันเอ่ยเรียกชายหนุ่ม ลมหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้นทุกที “เห้ยๆ ไอ้เดเมี่ยน หยุดก่อน” ลาโน่ที่เห็นอาการของหญิงสาวไม่ค่อยดีจึงรีบเรียกเพื่อนหนุ่ม แต่มีเหรอที่เขาจะสนใจ.. ตุ๊บ !!! “เดเมี่ยน !!” ลาโน่ตะโกนลั่นเมื่อเห็นร่างบางล้มลงกับพื้นพร้อมกับหอบหายใจหนัก “แฮ่ก ! แฮ่ก ! ขะ ขอกระเป๋าคืน แฮ่ก !” ฉันหอบหนักพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ทรมานมากเหรอเมเบล ?” ชายหนุ่มที่ผละใบหน้าออกจากซอกคอสาวสวยเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ เขามองร่างบางที่หอบหายใจขาดๆ หายๆ เหมือนคนหายใจไม่เป็นด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม “ตอนนี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับความเจ็บที่เธอทิ้งฉันไป !!” ชายหนุ่มแสยะยิ้มมุมปาก และทำท่าทางไม่สะท้กสะท้าน “เดเมี่ยน…” ฉันเอ่ยเสียงแผ่วเบา มือบางกดลงตรงหัวใจเพื่อหวังจะสะกดความเจ็บไว้ ชายหนุ่มจึงค่อยๆ หยัดยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินตรงเข้าใกล้ร่างบาง เขาทรุดตัวลงและใช้มือประคองใบหน้าร่างเล็กให้เงยขึ้น นิ้วหนาสอดใส่เข้าไปในโพรงปากของร่างบางเพื่อให้เธอได้หายใจทางปาก “ขอร้องฉันสิเมเบล..” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม พร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่บัดนี้ถูกม่านน้ำตาบดบังจนเห็นนัยส์ตาสีเหลืองอำพันไม่ค่อยชัด “ขอร้องเถอะนะ เดเมี่ยน…” “หึ.. ฮ่าๆ อะไรเนี่ยเมเบล เธอยอมขอร้องฉันเลยเหรอ ? อยากรู้แล้วสิว่าของอะไรจะสำคัญขนาดนั้น!!” “แฮ่ก ! แฮ่ก..แฮ่ก !!!” ฉันหอบหายใจหนัก พลางจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า นี้เขาบ้าไปแล้วจริงๆ ใช่มั้ย ?!! “เจส ! เอากระเป๋ามา” เขาหันไปสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ผ่านไปไม่นานลูกน้องคนสนิทก็กลับมาพร้อมกับกระเป๋าใบหรูที่ยื่นลงตรงหน้าเจ้านาย “เอาไปสิ” ชายหนุ่มยื่นให้ฉันแต่โดยดี ดวงตาคู่สวยจ้องมองฉันอย่างไม่วางตา ฉันจึงรีบควานหายาในกระเป๋าก่อนจะหยิบมันขึ้นมา แต่เพราะความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาทำให้มือฉันสั่นไปหมด เดเมี่ยนที่เห็นท่าทางร้อนรนแบบไร้เรี่ยวแรงจึงอดใจไม่ไหวรีบฉวยมือคว้าเอากระปุกยาไปไว้ในมือและถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “กี่เม็ด ?” “หนึ่ง..” ฉันตอบสั่นๆ พร้อมกับยื่นมือไปรับยาที่เขายื่นให้ “เอาน้ำมา” เขาหันไปบอกลาโน่ให้รีบยื่นแก้วน้ำตรงหน้ามาให้เขา ลาโน่ที่เห็นอาการของร่างบางไม่สู้ดีนักจึงรีบรินน้ำใส่แก้วและยื่นให้ร่างบางด้วยความร้อนรน “ขอบคุณ” ฉันเอ่ยขึ้นก่อนจะรีบกินยาเข้าไปทันที แต่ไม่รู้ว่าทำไมหลังจากที่กินยาเข้าไปแล้วอาการของฉันก็ยังไม่ดีขึ้นเลย หมับ ! “อ๊ะ.. เดเมี่ยน !!” ฉันเบิกตากว้างเพราะจู่ๆ เขาก็อุ้มฉันไว้ในอ้อมแขน “ป่วยก็ไปนอนซะ !” เขาเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าเป็นปม “ฉันเดินเองได้” “หายใจให้ได้ก่อนเถอะ” เขาพูดขึ้นด้วยใบหน้านิ่งเฉยและไม่แม้แต่ก้มมองฉันเลยสักนิด ถึงแม้ว่าท่าทางของเขาจะดูเหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์แต่ปลายเท้าที่คอยเดินก้าวไปข้างหน้ากลับนุ่มนวลอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าเขากำลังกลัวว่าฉันที่อยู่ในอ้อมแขนจะแหลกสลาย และดูเหมือนว่ายาที่เพิ่งกินเข้าไปจะเริ่มออกฤทธิ์แล้วทำให้เปลือกที่เคยเปิดกว้างกลับรู้สึกหนักอึ้ง ‘ต้องฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้วเหรอ.. ไม่อยากหลับเลย’ นั้นคือความคิดสุดท้ายก่อนที่ฉันจะจมลงสู่ห้วงนิทรา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD