03.30 น.
‘ผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ’
ผมพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หลังจากที่นั่งเฝ้าร่างอันบอบบางที่นอนหลับปุ๋ยไม่ได้สติตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็ปาไปเกือบรุ่งเช้าอีกวันแล้ว ผมอยากจะใจร้ายกับเธอมากกว่านี้อีกสักหน่อยแต่พอเห็นร่างกายที่พร้อมแหลกสลายได้ทุกเมื่อก็อดที่จะใจอ่อนไม่ได้ วินาทีที่เจอเมเบลอีกครั้งผมแทบจะโผเข้ากอดเธอให้รู้แล้วรู้รอดแต่พอนึกย้อนถึงตอนที่เธอทิ้งผมไปอย่างไม่ใยดีผมก็ทำตัวใจดีกับเธอไม่ลงเลยจริงๆ
เจ็ดปีก่อน..
หลังโรงเรียน
“ได้ข่าวกันยัง ! เห็นว่าวันนี้มีนักเรียนย้ายเข้ามาใหม่” ลาโน่หันหน้ามาทางผมที่กำลังยกบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาจุดสูบ
“มึงสนใจด้วยเหรอ ?” ผมหันถามทั้งๆ ที่ยังคาบบุหรี่อยู่ในปาก
“ก็ต้องรับน้องสิวะ” ลาโน่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น
“ถ้าเป็นผู้หญิงกูจะหัวเราะให้” อาคัสพูดเสริม
“ช่วงนี้เพลาๆ หน่อยเถอะ กูขี้เกียจเข้าห้องปกครองแล้ว” ผมพูดขึ้นพลางแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า
“อะไรว่ะช่วงนี้ทำตัวหงอยไม่สมกับเป็นมึงเลย” อาคัสพูดขึ้นพร้อมกับดึงบุหรี่ในซองขึ้นมาจุดสูบ
“ภาวะอิ่มตัวละมั้ง” ผมเอ่ยขึ้นด้วยสายตาเลื่อนลอย พอรู้ว่าตัวเองก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆ หลายคนต่างมีความฝันและมีสิ่งที่ต้องไขว้คว้าแล้วกลับทำให้ผมรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้เป็นเพราะว่าผมมีภาระหน้าที่ที่จะต้องแบกรับต่อหรือเปล่าเลยทำให้ตัวเองโฟกัสอยู่แค่กับแก็งค์มาเฟียที่ต้องรับช่วงต่อจากพ่อเลยทำให้ผมไม่มีความฝันและไม่มีสิ่งที่ต้องพยายามไขว้คว้า ในหัวของผมมีแต่คำว่าทำตามหน้าที่เท่านั้น
“พูดอะไรอย่างกะคนเกษียร ไปกันเถอะ ใกล้เวลาเลิกเรียนแล้ว” พูดจบลาโน่หยัดยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินนำออกไปนอกเขตโรงเรียนทันที
21:30 น.
ตุ๊บ ! ผัวะ ! ผัวะ !
“อั่ก ! อั่ก !”
“พอแล้ว.. เดี๋ยวมันก็ตายกันพอดี” ผมพูดขึ้นพลางยกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอีกมวน สายตาเฉียบคมจ้องมองชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่อยู่ในสภาพถูกซ้อมจนเลือดชุ่มตัว ใบหน้าโดนต่อยอัดจนบอบช้ำ
“ดะ..เดเมี่ยน ขอร้องละ อย่าทำอะไรฉันเลยนะ”
“หึ.. กูไม่ได้ทำ ลูกน้องกูตะหาก” ผมแสยะยิ้มพลางเสยผมปรกหน้าขึ้นก่อนจะลุกขึ้นหยัดยืนเต็มความสูงและเดินไปหยุดตรงหน้าชายหนุ่มหน้าหวานอีกคนที่เอาแต่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างๆ คนที่โดนซ้อม
“ยะ อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ” ชายหนุ่มหลับตาแน่นอย่างไม่กล้าสบตา ไหล่ที่ดูบอบบางสั่นเทาจนตัวโยน
“ปกติมึงเอาเงินมาจากไอ้เปี๊ยกนี้ใช่มั้ย ?” ผมถามเสียงเรียบพลางพ่นบุหรี่ใส่ชายหนุ่มหุ่นบอบบางสวมแว่นหนาเต๊อะ
“คะ..ครับ” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับประคองร่างบอบช้ำขึ้นพิงผนัง
“เห้ย ! พูดอะไรบ้างสิว่ะ ! เงินมึงไม่ใช่หรือไง !!” ผมตะคอกเสียงใส่ไอ้หนุ่มเนิร์ด เพราะรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ ในใจผมก็นึกสงสัยว่าไอ้หนุ่มนี้มันเอาเงินมาจากไหนนักหนาที่ปล่อยให้ไอ้สวะพันนั้นรีดไถ่เงินมาให้ผมซะขนาดนั้น และยอดเงินที่เจ้านั้นกู้ยืมผมไปมันก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย
“ผะ..ผมขอโทษครับ ตะ..แต่วันนี้ผมให้ยืมไม่ได้แล้ว” หนุ่มเนิร์ดกลั้นใจตอบและไม่กล้าสู้หน้า
“ห้ะ ! ฮ่าๆ มึงคิดว่ามันจะคืนมึงหรือไง ?!” ผมกลั้วหัวเราพร้อมกับส่งรอยยิ้มเย้ยหยัน จะมีใครให้เงินคนๆนึงมากขนาดนี้ไหมนะ บนโลกนี้ยังมีคนโง่ขนาดนี้เลยหรอ !
“ไอ้เดเมี่ยน หยุดแกล้งมันได้แล้ว เดี๋ยวมันก็ฉี่ราดพอดี” ลาโน่พูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง ผมจึงเหลือบตามองหนุ่มเนิร์ดตรงหน้าที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตากำหมัดแน่น
“เอาไงดีละไอ้หนุ่ม ! ถ้าไม่มีเงินมาจ่ายทั้งมึงแล้วก็เพื่อนตัวดีของมึงก็ออกไปจากที่นี้ไม่ได้”
“เฮือก !! ผะ..ผมให้ไม่ได้แล้วจริงๆ มะ..ไม่งั้นพ่อผมต้องสงสัยแน่ๆ”
“ฮ่าๆ โตป่านนี้แล้วยังจะเป็นลูกแหง่อยู่อีก” พูดจบผมหัวเราะลั่นพลางใช้หนาตบศีรษะของชายหนุ่มด้วยความเหยียดหยาม ตามมาด้วยเพื่อนๆ ของผมที่หัวเราะเสียงดังลั่น
“รุคาว่า !!!”
เสียงใสจากด้านดังขึ้นทำเอาเสียงหัวเราะที่เคยดังลั่นทั้งซอยเงียบสงัด ทุกสายตาพลันจ้องมองไปทางหญิงสาวร่างเล็กที่มีความสูงไม่ถึงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร สองแขนบางโอบกอดแผ่นเฟรมวาดรูปไว้แน่น กระเป๋าสะพายข้างใบใหญ่มีด้ามพู่กันโผล่พ้นออกมาจากขอบกระเป๋า ดวงตากลมโตสีเหลืองอำพันจ้องเขม็งมาทางผมอย่างไม่วางตาก่อนจะหยุดลงตรงหนุ่มเนิร์ดร่างบอบบางที่เอาแต่ยืนตัวสั่นเทา
“มะ..เมเบล มา..มาทำอะไรที่นี้ ?!” รุคาว่าพูดขึ้นตะกุกตะกักพร้อมกับเหลือบตาขึ้นมองผมสลับกับมองคนตัวเล็กเหมือนว่ากลัวว่าผมจะทำอะไรเธอ
“นายนั้นแหละทำอะไร ! แล้วไปยุ่งกับคนพวกนี้ได้ยังไง !” ร่างเล็กพูดเสียงแข็งพร้อมกับสาวเท้าเดินเข้ามาจนหยุดอยู่ตรงหน้าผม เธอไม่เพียงไม่เกรงกลัวแต่ยังกระชากเพื่อนหนุ่มให้ออกห่างจากผมอีกตะหาก
‘หึ.. น่าสนใจดีแหะ’ ผมขบคิดในใจพลางกลั้วหัวเราะออกมา
“ขำอะไร ?” ร่างเล็กถามเสียงแข็งพลางจ้องผมเขม็ง
“พะ..พอเถอะเมเบล เธอรีบออกไปจากที่นี้เถอะนะ” รุคาว่าบีบมือของร่างเล็กแน่น เธอไม่แม้แต่จะสะท้กสะท้านก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมกับดึงมือเพื่อนหนุ่มออกและเอามากอบกุมไว้