เหตุการณ์ในตรอก

1281 Words
‘ยัยนี้เอาความกล้ามาจากไหนนะ !’ ผมแสยะยิ้มมุมปากพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเหลืองอำพันคู่สวยที่ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อยทั้งๆ ที่ผมตัวโตกว่าเธอทั้งหลายเท่า และตอนนี้ยังมีแต่พวกอันพาลที่เอาแต่จ้องมองเธอเป็นตาเดียวอีก “พอที.. ออกไปกับฉันรุคาว่า” ผมจบร่างเล็กฉุดดึงเพื่อนหนุ่มให้เดินตาม หมับ ! “เดี๋ยว ! ใครใช้ให้เธอพาไอ้นี้ออกไป” ผมคว้าไหล่ของไอ้เนิร์ดที่ชื่อรุคาว่าไว้ก่อนจะดึงตัวเขาให้มาหยุดยืนอยู่ด้านข้าง ร่างบางขมวดคิ้วเป็นปมใบหน้าขาวใสเริ่มแดงระเรื่อเพราะความโกรธจัด เธอถอนลมหายใจออกมาพร้อมกับจ้องมองผมอย่างไม่วางตา เห็นแบบนั้นแล้วผมก็อดอยากแกล้งเธอไม่ได้ ทุกคนที่เห็นพวกผมต่างก็คอยหลบเลี่ยงกันทั้งนั้นเพราะทุกคนรู้ดีว่าเบื้องหลังของพวกผมคือมาเฟีย !! “แล้วนายเป็นใครละที่ฉันต้องฟังคำสั่ง ?” เธอช้อนตาถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เธอไม่รู้จักพวกฉันหรือไง ?” ผมเลิกคิ้วถามพลางมองสำรวจเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ซึ่งเป็นยูนิฟอร์มโรงเรียนเดียวกันกับผม “หรือว่าเธอคือเด็กใหม่ที่เขาพูดถึงกัน ?” ผมเหยียดยิ้มถาม “แล้วฉันจำเป็นต้องรู้จักอันธพาลอย่างพวกนายด้วยหรอ ? ปล่อยเพื่อนฉันได้แล้ว !” “ก็อยากปล่อยอยู่หรอกนะ แต่เพื่อนของเพื่อนเธอดันติดหนี้ฉันอยู่” ผมพูดด้วยน้ำเสียงยียวน “แล้วเกี่ยวอะไรกับรุคาว่าด้วย ?!” “ก็เงินที่ไอ้เวรนั้นยืมฉันไป เพื่อนเธอเป็นคนจ่ายให้อยู่ไง” “ห้ะ ! จริงหรอรุคาว่า ?” ร่างบางหันไปถามรุคาว่า “อะ..อื้ม” “บ้าไปแล้วเหรอรุคาว่า ?” เธอถามเสียงแข็งก่อนจะถอนหายใจออกมา “แล้วนี้ที่บ้านนายยังไม่รู้ใช่มั้ย ?” เธอถามต่อพลางเหลือบตาไปมองชายหนุ่มที่นั่งพิงผนังในสภาพสะบักสบอม เนื้อตัวแดงช้ำบ้างก็มีแผลถลอกจนเลือดซึมตามร่างกาย “……” รุคาว่าหลบตาลงต่ำอย่างไม่กล้าสู้หน้า “ช่างเถอะ.. ยังไงก็ต้องบอกพ่อนายก่อน” พูดจบร่างบางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหยิบมือถือขึ้นมา “หะ..ห้ามบอกพ่อฉันนะ !!!” รุคาว่าตะโกนลั่นด้วยท่าทางที่สั่นเทายิ่งกว่าตอนที่ผมขู่ก่อนหน้านี้เสียอีก “นายยังห่วงมันอีกเหรอ !!” ร่างเล็กตะโกนลั่น ดวงตากลมโตเริ่มแดงก่ำพลางจ้องมองเพื่อนหนุ่มด้วยความเดือดดาล ในขณะที่เพื่อนรักทั้งสองกำลังทะเลาะกันผมดึงบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอีกมวน เอาจริงๆ ผมก็ไม่ชอบอะไรที่มันวุ่นวายหรอกนะ อีกอย่างเงินแค่นั้นผมไม่ทุกข์ร้อนอะไรหรอก แต่พอเป็นเรื่องของยัยตัวเล็กนี้ผมก็รู้สึกสนใจอย่างบอกไม่ถูก “ฉะ..ฉันไม่อยากให้ใครตายเพราะฉันอีกแล้ว” รุคาว่าเอ่ยเสียงสลด ซึ่งคำพูดนั้นทำให้พวกผมชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็อดแปลกใจในสถานะของทั้งคู่ไม่ได้ แต่ผมก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจอะไรหรอกนะ “…..” ร่างเล็กนิ่งชะงักพร้อมกับเบิกตากว้าง “เธอก็น่าจะเข้าใจไม่ใช่รึไงเมเบล ?” รุคาว่าถามต่อพร้อมกับจ้องมองไปทางร่างเล็กที่ดูจะช็อคจนอึ้งไปแล้ว “เฮ้อ.. แล้วมันเท่าไหร่ล่ะ ?” ร่างเล็กถอนหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงถอดใจ “มันไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องรับผิดชอบนะเมเบล” “หุบปากซะรุคาว่า รีบๆ จบเรื่องได้แล้ว” “เดี๋ยวสิเมเบล” “พี่จะมาหาฉันวันนี้” ร่างเล็กพูดขึ้นพลางลอบถอนหายใจก่อนจะจ้องมองรุคาง่าด้วยสายตาแน่นิ่ง “หรือนายอยากให้พี่เห็นเราสภาพนี้ ?” ร่างเล็กเลิกคิ้วถาม ทำเอาชายหนุ่มตรงหน้าสะดุ้งเล็กน้อย “กะ..ก็ได้” “เท่าไหร่ ?” ร่างเล็กเอ่ยถาม ผมจึงเบิกตากว้างครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าเธอเอาความมั่นใจมาจากไหนที่จะจ่ายเงินที่จำนวนมากขนาดนี้อีกทั้งเธอยังเป็นเพียงนักเรียนมัธยมอีก “หนึ่งแสน” ผมแสยะยิ้มให้ร่างเล็ก แต่ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นเธอไม่มีท่าทางตกใจแม้แต่น้อย เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา “เอาไปสิ.. แล้วหลังจากนี้ห้ามยุ่งกับเพื่อนฉันอีก” เธอยื่นเงินปึกหนึ่งมาตรงหน้าผม ผมมองหน้าเธอนิ่งเพราะไม่คิดว่าเธอจะพกเงินสดขนาดนี้แล้วเดินไปไหนมาไหนด้วยตัวคนเดียวอีก ถึงจะรู้ว่าเด็กในโรงเรียนฐานะไม่ธรรมดาแต่เรื่องแบบนี้มันเหลือเชื่อเลยแหะ ผมครุ่นคิดพลางกลั้วหัวเราะ ฟึ่บ ! เมื่อเห็นว่าผมเอาแต่ยืนอึ้งร่างเล็กจึงเดินเข้าใกล้ผมก่อนจะคว้ามือหนาของผมและยัดเงินจำนวนนั้นใส่มือของผมก่อนจะปัดมือหนาออกพ้นไหล่ของเพื่อนหนุ่ม “ไปกันได้แล้วรุคาว่า” พูดจบร่างเล็กดึงมือเพื่อนหนุ่มออกไปทันที “เหลือเชื่อเลยแฮะ” ลาโน่พูดพลางกลั้วหัวเราะ สายตาเฉียบคมยังคงมองตามร่างเล็กที่กำลังเดินออกไป “นั้นดิ.. ยัยนั้นเอาความกล้ามาจากไหนว่ะ !” อาคัสพูดเสริมพลางเดินเข้ามาประชิดตัวผมพร้อมกับมือหนาวางทับบนไหล่ของผม “….” ผมไม่พูดอะไรได้แต่ก้มลงมองเงินปึกหนึ่งที่อยู่ในมือ มือบอบบางที่จับมือผมไว้เมื่อครู่มันช่างเปราะบางและน่าถนุทนอมอย่างบอกไม่ถูก ไม่เคยมีใครกล้าเข้าใกล้ผมและแตะเนื้อต้องตัวผมแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ผมครุ่นคิดโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ “พ่อ..แม่ อย่าทิ้งหนูไป..” เสียงใสเอ่ยขอร้องอย่างเจ็บปวดทำให้ผมชะงักมือที่กำลังเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมให้พ้นจากใบหน้าของร่างบาง และเป็นจังหวะเดียวกันที่ทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิด “พ่อ..ฮึก ฮึก.. แม่..ฮึก ฮือ~” ร่างเล็กสะอื้นโดยริมฝีปากอวบอิ่มยังคงพร่ำเพ้อไม่หยุด ผมนั่งมองด้วยสายตาแน่นิ่งก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นหมุนตัวเดินออกไป แต่ทว่า ! หมับ ! “ยะ อย่าไป อย่าทิ้งหนูไปเลยนะคะพ่อ..” มือหนาถูกคว้าไว้ก่อนที่ผมจะได้ลุกขึ้นยืน ผมพยายามแกะมือบางออกแต่เธอดันจับไว้แน่น ผมเลยก้มลงมองร่างเล็กที่เอาแต่สะอื้นไห้และทำสีหน้าเจ็บปวด ผมไม่เคยรู้เรื่องราวของเธอแม้แต่น้อยและไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเธอเจอเรื่องอะไรมาบ้าง แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็พร้อมที่จะช่วยเหลือและโอบกอดเธอไว้ “อย่าไปเลยนะ.. หนูไม่มีใคร…” ร่างเล็กละเมอพูดก่อนจะผล่อยหลับไปอีกรอบ มือบางที่เคยกุมมือผมไว้เริ่มเลื่อนลงจนสุดปลายนิ้ว “เฮ้อ.. ให้มันได้อย่างงี้สิวะ !!” ผมสบถอย่างหัวเสียพร้อมกับเดินเข้าไปหาร่างเล็กก่อนจะสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันและดึงคนตัวเล็กเข้ามาสวมกอดไว้แน่น เมื่อความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่เปลือกตาก็เริ่มหนักอึ้งจนผล่อยหลับไปโดยที่ผมไม่รู้ตัว…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD