“เสร็จสักที..” ฉันพูดขึ้นก่อนจะวางพู่กันใส่ถังล้างสี มือบางเอื้อมหยิบผ้าขี้ริ้วมาเช็ดสองมือบางที่เลอะเปรอะไปด้วยคราบสี
“โห.. สวยมากเลยครับพี่” เด็กหนุ่มตาลุกวาวจ้องมองยังภาพที่ฉันเพิ่งวาดเสร็จ
“ใช่มั้ยล้า~ นายรอนี้แปปนึงนะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับหยัดยืนเต็มความสูง
“แล้วพี่จะเอารูปนั้นไปไหน?” เด็กหนุ่มเอียงคอถาม
“ก็ไปเอาทุนการศึกษาให้นายไง ^^” ฉันขยิบตาให้เด็กหนุ่มหนึ่งที “ห้ามไปไหนล่ะ!!” พูดจบฉันรีบวิ่งเข้าไปในบริษัททันที
ห้องทำงาน..
ฉันหยุดยืนอยู่หน้าห้องทำงานสักพัก ระหว่างทางที่เดินมาพวกพนักงานก็เอาแต่จ้องมองมาที่เป็นตาเดียวจนฉันแทบก้าวขาไม่ออก ดูเหมือนเดเมี่ยนคงจะฮอตน่าดูเพราะสายตาสาวๆ ที่มองมานั้นราวกับจะฉีกกระชากฉันเป็นชิ้นๆ เลยล่ะ
แอ๊ด…
ฉันถือภาพในมือไว้แน่นก่อนจะค่อยๆ ผลักบานประตูให้เปิดออก สองเท้าที่กำลังก้าวเดินต้องหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อภายในห้องไม่ได้มีเพียงเดเมี่ยนเท่านั้น
“กูก็ว่าทำไมยัยนี้หน้าคุ้นๆ” อาคัสเอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องมองที่ฉันอย่างไม่วางตา
“หุบปากน่า~ รีบเข้ามาสิ” เดเมี่ยนเอ็ดเสียงใส่เพื่อนหนุ่มก่อนจะหันมาพูดกับฉัน แต่คิ้วที่ขมวดยุ่งเป็นปมของเขาทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วตาม
‘อารมณ์เสียอะไรอีกละ’ ฉันขบคิดในใจก่อนจะปิดประตูลงและเดินไปหาเดเมี่ยน
“ซื้อสิ” ฉันเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับวางภาพลงบนโต๊ะทำงานของเดเมี่ยน เขาไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อยราวกับรู้อยู่ก่อนแล้ว
“เฮ้อ.. จริงๆ เลย” เขาถอนหายใจออกพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานและเดินเข้ามาคว้าข้อมือของฉันไว้และฉุดกระชากให้เดินตาม
“นี้! เดเมี่ยน..จะพาฉันไปไหน?!” ฉันยื้อตัวเต็มที่ทำให้ชายหนุ่มหยุดชะงักและหันกลับมาชักสีหน้าใส่กัน
“มอมแมมขนาดนี้.. เดินไปไหนมาไหนไม่อายเขาหรือไง?” พูดจบเขารีบดึงมือฉันให้เดินตามเขาไปต่อ
ห้องน้ำ
ซ่า~~ ซ่า ~~~
เขาพาฉันมาหยุดยืนหน้าอ่างล้างมือพร้อมกับเปิดน้ำหมดก๊อก มือหนาข้างหนึ่งคว้าท้ายทอยฉันไว้ ส่วนอีกข้างที่เปียกน้ำเลื่อนขึ้นมาเช็ดคราบสีที่เปื้อนบริเวณแก้มใสของฉันอย่างนุ่มนวล
“ฉันทำเองได้!!” ฉันดันมือเขาออก เขาจึงชะงักมือและชักสีหน้าใส่ฉันอย่างคนโดนขัดใจ
“อยู่เฉยๆ ได้มั้ยเมเบล?” เขาเอ่ยพร้อมกับลอบถอนหายใจออกมา
“……” ฉันนิ่งอึ้งไปหลายวินาทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่นุ่มนวลต่างจากทุกครั้ง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำทะเล ฉันได้แต่ยืนนิ่งและมองดูการกระทำของเขาเงียบๆ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่เขาค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ฉันมากขึ้นจนริมฝีปากแทบจรดกัน
ปึก!
ฉันรีบผละตัวออกห่างเมื่อเขารุกไล้ฉันเข้ามาเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีตัวฉันแทบจะขึ้นไปนั่งบนขอบอ่างอยู่แล้ว
“ถอยไป!” ฉันพูดเสียงแข็งพร้อมกับจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ไม่พอใจ
“อะไร?!” เขาเลิกคิ้วถามพร้อมกับรอยยิ้มยียวน “หวั่นไหวหรือไง? เธอรังเกียจฉันไม่ใช่หรือไง?” เขาใช้ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างค้ำขอบอ่างเพื่อกักขังตัวฉันไว้และไม่ให้ฉันขยับถอยหนี หัวใจฉันเต้นรัวทุกครั้งที่เดเมี่ยนเคลื่อนตัวเข้าใกล้ฉันมากขึ้นทุกทีจนแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ
“กะ..ก็ใช่” ฉันหลบตาไปทางอื่น เพราะนัยส์ตาสีน้ำทะเลลึกเอาแต่จ้องมองฉันอย่างไม่ไหวติง ราวกับว่าเขากำลังอ่านความคิดของฉันอยู่ หัวใจฉันเริ่มกระตุกวูบเต้นรัว ฉันกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจฉันจนต้องหลับตาแน่นและภาวนาให้เขาเลิกแกล้งฉันเสียที!!
“มองหน้าฉันสิเมเบล” มือหนาคว้าปลายคางของฉันให้หันกลับไปหาเขาอีกครั้ง “ลืมตา..”
ตึก ตึก ตึก..
‘แย่แล้วสิ’ ฉันขบคิดในใจพร้อมกับหลับตาแน่นเพราะถ้าฉันลืมตาขึ้นก็ไม่รู้จะเอาสายตาตัวเองไปไว้ที่ไหน แต่จะให้สบตากับเขาฉันก็ไม่กล้า
“นี่.. ใจเธอเต้นแรงมากเลยนะ ยังรักฉันอยู่เหรอ?” เขาก้มลงกระซิบใส่หูของฉันพร้อมกับมือหนาข้างนึงวางทับลงบริเวณหัวใจของฉันที่เต้นจนเสียงทะลุดังออกมา
หมับ!
ฉันเบิกตากว้างพร้อมกับรีบคว้าข้อมือเขาไว้
“ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉัน!!” ฉันบีบมือเขาแน่น สายตาจ้องเขม็งใส่ชายหนุ่มที่เอาแต่เหยียดยิ้มท่าทายอย่างกับผู้ชนะ
“หึ..!” เขาเค้นเสียงในลำคอก่อนจะคว้าตัวฉันไว้และจับหมุนตัวให้หันหน้าเข้าหากระจก ฉันเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าตอนนี้ใบหน้าของฉันมันแดงมากๆ มันแดงจนลามไปถึงใบหูเลยนะ!!
“!!!!!!”
“ใจเย็นน่า~” เขาพูดขึ้นพร้อมกับมองทะลุเข้าไปในกระจก สายตาของเขายังคงจ้องมองแต่ที่ฉัน
“หยุดได้แล้วเดเมี่ยน!!!” ฉันเริ่มฉุนเฉียวก่อนจะผละตัวดิ้นหนีให้หลุดจากการเกาะกุม แต่เขากลับคว้ามือของเราให้กุมมือผสานกันและยื่นไปตรงก๊อกน้ำจากนั้นล้างมือให้ฉันโดยที่มือของเขายังคงผสานกอบกุมมือของฉันอยู่
“!!!!!” ฉันนิ่งเงียบด้วยใบหน้าบูดบึ้ง นี้เขาจงใจแกล้งฉันใช่มั้ย!! ท่าที่เรายืนอยู่ตอนนี้มันไม่ต่างอะไรกับเขายืนกอดฉันจากทางด้านหลังเลยนะ แล้วดูใบหน้าระรื่นของเขาที่สะท้อนในกระจกสิ!!!
“เสร็จแล้วน่า~ เลิกทำหน้าบูดสักที” เขาพูดขึ้นหลังจากที่ล้างมือให้ฉันเสร็จ มือหนากอบกุมมือบางไว้และคอยใช้ผ้านุ่มพรมซับฝ่ามือของฉันอย่างนุ่มนวล
“นายนี้มันหน้าด้านหน้าทนจริงๆ” พูดจบฉันใช้กำปัดทุบอกเขาหนึ่งทีก่อนจะเดินผ่านเขาออกไปจากห้องน้ำทันที
“โห..! คิดว่าจะไม่ออกมากันแล้ว” ลาโน่เอ่ยแซวพร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์มองสลับฉันกับเดเมี่ยน
“ถ้าไม่มีพวกมึง..กูคงไม่ออกมาก่อนหรอก” เดเมี่ยนพูดเสริมด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ฉันจึงหันไปถลึงตาและชักสีหน้าใส่เขาทันที เขาจึงหลุดขำออกมาทำให้ฉันฉุนกึกมากกว่าเดิม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะตามมาด้วยเจสที่ค่อยๆ ผลักประตูเปิดออก เขาเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าหิ้วสีดำขนาดไม่ใหญ่มาก
“ของที่สั่งได้แล้วครับนาย” เขาพูดด้วยท่าทางนอบน้อมก่อนจะส่งให้เดเมี่ยน
“เอาไปสิ” เดเมี่ยนยื่นกระเป๋าใบนั้นให้ฉันพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก ฉันจึงยื่นมือไปรับและเปิดซิปดู
“นาย.. รู้อยู่แล้วเหรอ?” ฉันเบิกตากว้าง
“รีบเอาไปให้เขาสิ”
“อ่ะ..อื้ม ขอบคุณ” ฉันตอบด้วยใบหน้างุนงง ก่อนจะรีบเดินออกมาให้พ้นหน้าของเดเมี่ยน เพราะไม่งั้นเขาต้องรู้แน่ๆ ว่าฉันคิดอะไรอยู่
‘เขายังจำได้เหรอ..’ ฉันขบคิดในใจพร้อมกับสองเท้าที่ก้าวเดินเร่งความเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ดวงตาที่มองเห็นแจ่มชัดตอนนี้กลับพร่าเลือน
“นี้.. รอนานมั้ย? เอาไปสิ” ฉันยื่นกระเป๋าส่งไปให้เด็กหนุ่ม เขางุนงงเล็กน้อยแต่ก็ยื่นมือมารับแต่โดยดี
“พี่..ร้องไห้ทำไม?” เขาถามขึ้นด้วยสีหน้าวิตกกังวล มือบางเลื่อนขึ้นแตะลงบนแก้มใสที่เปียกปอนไปด้วยคราบน้ำตา
‘อ่า..จริงๆ เลย ทั้งๆ ที่คิดว่าไม่รู้สึกอะไรแล้วแท้ๆ’ ฉันเค้นหัวเราะในลำคอก่อนจะใช้มือปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ
“ช่างเถอะน่า~ รีบเปิดดูสิ” ฉันคลี่ยิ้มกว้าง เด็กหนุ่มจึงพยักหน้าและค่อยๆ เลื่อนมือรูดซิปกระเป๋า
“โห!!!!! เอาจริงเหรอพี่!!!” เด็กหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเงินมากมายอยู่เต็มกระเป๋า
“อื้ม!! ทุนการศึกษาไง ^^”
“ขะ..ขอบคุณมากครับพี่ ฮึก..!! ขอบคุณมากครับ” เด็กหนุ่มร้องไห้โฮออกมาพร้อมกับโผกอดฉันไว้
“อย่าร้องไห้น่า~”
“ผะ..ผมคิดว่าตัวเองจะไม่ได้เรียนแล้วเสียอีก ฮืออออ T_T”
“นี้!! บอกว่าอย่าร้องไงเด็กบ้า!!! ฮึก.. ฮึก.. นะ..นายก็รู้ว่าพวกศิลป์มันอ่อนไหวง่าย แงงงงงง T_T” เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มร้องไห้โฮฉันจึงร้องไห้ตาม เพราะดีใจที่เขาได้มีโอกาสกลับไปเรียน
“แงงงงง T_T กะ..ก็ผมดีใจนี่นา~”
“ต่อไปถ้านายได้เป็นจิตรกรชื่อดังก็ห้ามลืมฉันเด็ดขาดเลยนะ” ฉันสะอื้นพร้อมกับโอบกอดหนุ่มน้อยไว้แน่น
“ผะ..ผมไม่ลืมพี่แน่ พี่เมเบล แงงงงงงง T_T”
และแล้วเราทั้งคู่ก็ยืนกอดกันร้องไห้โฮท่ามกลางเหล่าผู้คนที่เดินขวักไขว่ในเวลาเลิกงาน โดยที่ไม่สนว่าพวกเขาจะมองเรายังไง…
ห้องทำงาน..
“อุ๊บ..!! ฮ่าๆ จริงๆ เลยนะเมเบล” ชายหนุ่มหลุดขำออกมาพร้อมกับมองลงไปด้านล่างตึกภาพของคนตัวเล็กที่ยืนกอดเด็กหนุ่มร้องไห้โฮอย่างกับพวกเด็กๆ โดยที่ไม่สนสายตาใครทำให้อดที่จะยิ้มตามไม่ได้