ผลัวะ!
บานประตูไม้สีขาวถูกเปิดออกพร้อมกับร่างกำยำที่ท่อนบนเปลือยเปล่า ส่วนท่านล่าง... เฮ้อ... ไม่อยากพูดถึง สงสัยเขาคงต้องไปล้างหน้าล้างตาอีกสักครั้งแล้วล่ะ
“เป็นผัวยัยนี่รึไง เป็นห่วงอะไร!”
“ขออภัยครับนายน้อย ผมไม่คิดว่านายน้อยจะค้างคืนที่นี่”
พ่อบ้านแซมก้มหน้าลงด้วยความนอบน้อมแต่ก็เหลือบตาขึ้นมองมาเฟียหนุ่มอย่างสังเกตท่าที เอ่อ... อันที่จริงเขาไม่อยากก้มมากนักเพราะว่ามันจะเห็น…
อ๋า... (ಥ﹏ಥ)
พรึบ!
“ขะ ขอโทษค่ะ คุณพ่อบ้าน” มีคนช่วยชีวิตสายตาของเขาแล้ว
ดาร์เรนเดียร์เอาผ้าขนหนูผืนใหญ่สีขาวมาคลุมส่วนล่างของมาเฟียหนุ่มพร้อมกับพันรอบเอวสอบให้เขาอย่างเรียบร้อย แต่สายตาไม่พอใจของเขาก็เปลี่ยนเป้าหมายจากพ่อบ้านหนุ่มกลายมาเป็นเธอแทน
“เดี๋ยวเดียร์ออกไปนะคะ ขอเวลาเดียร์สักครู่ค่ะ”
“ครับ ถ้ามีอะไร...” อึก คงไม่มีหรอกมั้ง
แซมเผลอสบเข้ากับสายตาไม่พอใจของมาเฟียหนุ่มเข้า เขาก็รีบหุบปากลงอย่างรวดเร็ว
“มันจะมีอะไร ไปได้แล้วฉันจะนอน”
“ครับ” พ่อบ้านหนุ่มเดินออกไปได้ไม่ไกล เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“เอ่อ” อึก... อะไรวะ เขายังไม่ทันพูดอะไรเลยนายน้อยของเขาก็ส่งสายตาเหมือนจะฆ่าแกงกันมาแล้ว
“มีอะไรอีก” น้ำเสียงติดรำคาญของทริกเกอร์ทำให้พ่อบ้านแซมรีบพูดธุระของตัวเองอย่างรวดเร็ว
“นายน้อยบอกเรื่องที่นายใหญ่นัดคุณเรนเดียร์กับเธอแล้วใช่มั้ยครับ” อ่า... ยังสินะ คงจะมัวแต่…
“บอกแล้ว” โกหกชัด ๆ
“ครับ” พ่อบ้านหนุ่มรีบสับเท้าออกไปจากตรงนี้ทันที เขาต้องรีบไปล้างหน้า อาบน้ำมนต์แล้วล้างตา
“บอกอะไรคะ” เธอถามหลังจากที่พ่อบ้านแซมออกไปแล้ว
“คือ”
“อ้อ ไม่ต้องบอกแล้วค่ะ พอดีไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระ!” โอ้โห ร้ายกาจมากนะ
“อะไรเล่า นี่มันเรื่องสำคัญมากนะ”
“แต่มันเป็นเรื่องไร้สาระนี่คะ คุณทริกเกอร์บอกเองนี่” หึ คุณทริกเกอร์? ทีตอนที่โดนกระแทก ตอนที่โดนไซ้ยังเรียกชื่อเขาเฉย ๆ อยู่เลยพอคิดแล้วมันก็รู้สึกอยู่หน่อย ๆ อีกอย่างเขารู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนแรกของเธอด้วยซ้ำแต่เธอกลับทำสีหน้าไม่สนใจกับสิ่งที่เสียไปเลยสักนิด
“อีกอย่าง ทำไมเมื่อคืนอยู่ดี ๆ ถึงมารุกล้ำเข้าอาณาเขตหวงห้ามของคนอื่นล่ะคะ”
ถึงแม้ว่าเธอจะสะลึมสะลือตื่นมาเจอผู้ชายหุ่นดีกล้วยใหญ่ยาวยื่นอยู่ปลายเตียงแล้วเอานิ้วสอดเข้ามาในเขตหวงห้ามของเธอจนเผลอใจเตลิดไปก็เถอะ แถมครั้งที่สอง สาม เธอก็ยินยอมเองด้วย
“ก็เธออ่อยฉัน” หะ!
“เดี๋ยวนะ!” เธอต้องประมวลคำพูดของเขาใหม่
“ฉันเนี่ยนะอ่อยคุณ”
“ใช่”
“ฉันอ่อยคุณในห้องนอนของฉันที่ปิดประตูมิดชิดเนี่ยนะ”
“Yes” เฮ้อ... อยากจะบ้าตาย
“คุณปู่บอกให้เธอไปงานเลี้ยงด้วยคืนนี้” หา! นี่มันธุระสำคัญมากเลยนี่ ทำไมเขาถึงได้ไม่พูดทันทีที่มาถึงล่ะ ทำไมถึงทำเรื่องไร้สาระกับเธอก่อน
“นี่มันเรื่องสำคัญมากเลยนี่คะ ฉันต้องเตรียมตัวอีก ไหนจะเสื้อผ้า โอ๊ยนี่คุณทำอะไรลงไปคะเนี่ย!” ดาร์เรนเดียร์หันไปโวยวายใส่มาเฟียหน้ามึนที่ยังคงแสร้งทำสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนอนคว่ำที่เตียงของเธอ
“ฉันก็เพิ่งนึกออกตอนแซมบอกนี่แหละ เอาน่าอย่าโวยวายไปเลย” เขาลืมตาขึ้นตบที่ว่างข้างตัว “มานี่มา มาต่ออีกสักยกมั้ย”
“ไม่ค่ะ ครั้งเดียวพอแล้ว” มาเฟียหนุ่มขมวดคิ้วอย่างรู้สึกขัดใจ
“อ้อ แล้วก็ห้ามพูดเรื่องพวกนี้นะคะ” เธอไม่ได้อายอะไรหรอก แต่เพราะไม่อยากให้เรื่องพวกนี้มาทำให้เธอเสียการเสียงาน
“ทำไม!” มาเฟียหนุ่มรีบดันตัวขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง เขาเองก็ออกจากแซ่บ เป็นคนที่ ‘ยิ้ม’ เก่ง หาได้ยากขนาดนี้แต่ผู้หญิงตรงหน้าของเขากลับบอกว่า ‘ห้ามพูดเรื่องพวกนี้’ อ่า ให้ตายสิ แม่นี้อยากจะเป็นศัตรูกับเขาให้ได้สินะ บางทีเขาก็สงสัยนะว่าแม่นี่อาจจะเป็นคนของฝั่งแมมมอนหรือเปล่า ก็เพราะว่าเธอเล่นขัดใจเขาเสียทุกครั้ง แต่... เพราะเธอเป็นแบบนี้ยิ่งทำให้เขาสนใจเธอมากขึ้นกว่าเดิมไม่ใช่หรือไง
ไม่อยากให้เขาบอกใครต่อใครใช่ไหม!
ได้ดิ!
“เราสนุกด้วยกันแค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้วค่ะ”
“เหอะ!” ครั้งเดียวก็เกินพองั้นเหรอ นี่เธอพูดบอกเขาด้วยสภาพที่น่าจับกดแบบนั้นเนี่ยนะ!
“มองอะไรคะ” จะมองอะไรได้ ก็มองต้นขาที่มีชายเสื้อเชิ้ตของเขาคลุมตัวอยู่จนแทบจะปิดหอย เอ๊ย! ปิดไอ้เขตหวงห้ามของเธอไม่มิดน่ะสิ อ่า แค่นี้เขายังนึกถึงความแซ่บ ความร่อนสู้สุดใจของเธอเมื่อคืนอยู่เลย แม่งเอ๊ย อยากเอาวะ
“ก็มองของของฉันไง”
“บรื๊อ~ อย่าพูดอะไรที่น่าขนลุกอย่างนั้นสิคะ” ดูทำท่าเข้า น่าทุบมากจริง ๆ แต่ต้องทุบด้วยช้างยักษ์ของเขานะ แหม ที่เมื่อคืน...
“เฮ้ ๆ ทำอะไรน่ะ”
“ออกไปได้แล้วค่ะ”
“เฮ้! ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ แล้วเมื่อคืนก็เพิ่งเลื่อนขั้น เธอจะมาหอบเสื้อผ้าฉันไปทิ้งไม่ได้!” หะ! ละ เลื่อนขั้น?
“เลื่อนขั้นอะไรคะ ไม่มีเลื่อนขั้นอะไรทั้งนั้น”
“เหอะ ไม่มีเลื่อนขั้น แล้วเมื่อคืนใครมันปีนเกลียวเรียกชื่อฉันเฉย ๆ ใครมันปีนเกลียวขึ้นมาขย่มตอฉันจนเสร็จแล้วเสร็จอีกไม่ทราบ?” อ๊าย!
“ก็บอกว่าอย่าพูดไงคะ ออกไปเลยค่ะ ฉันจะเตรียมตัว”
“เตรียมตัวไปไหน มานอนกอดกันดีกว่าน่า”
“คุณทริกเกอร์!” โอ๊ย! อยากจะบ้าตายจริงเว้ย! ไอ้มาเฟียเวรตะไลนี่!
ดาร์เรนเดียร์ตวัดสายตาไม่พอใจจ้องมองมาเฟียหนุ่มที่ไม่ยอมออกจากห้องของเธอไปง่าย ๆ
“ก็ต้องเตรียมตัวไปพบนายใหญ่ทิมเบอร์ไงคะ ว่าแต่งานเลี้ยงที่จะให้ไปเป็นงานแบบไหนคะ ฉันต้องแต่งตัวยังไง แล้วต้องไปที่องค์กรด้วยรึเปล่าเผื่อนายใหญ่ทิมเบอร์จะใช้เอกสารอะไร” หญิงสาวมีท่าทีกระวนกระวายใจจนแทบนั่งไม่ติดพื้น แม้จะเจ็บส่วนที่เธอหวงแหนแปลบ ๆ เพราะเรื่องเมื่อคืนแต่งานก็ต้องมาก่อน กระทั่งร่างบางของเธอถูกมาเฟียหนุ่มรั้งตัวเข้าไปใกล้
“อะ ทะ ทำอะไรคะ” สองแขนแข็งแรงโอบรอบเอวบางล็อกตัวเธอเอาไว้ พลางวางหน้าผากสวยแนบกับหน้าผากเล็กของเธอส่งผลให้ลมหายใจอุ่นของเขาเป่ารดลงมาบริเวณปากของเธอ
“ฉันชักจะสงสัยจริง ๆ แล้วนะ ว่าเธอเป็นเลขาของฉันหรือของคุณปู่กันแน่” หญิงสาวชะงักไป ก็จริง เธอเป็นเลขาของเขา แต่คนที่พาเธอมาทำงานคือนายใหญ่ทิมเบอร์ต่างหาก ส่วนเขาน่ะเหรอ เหอะ กวนตีนเธอตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก พอนายใหญ่ทิมเบอร์ส่งคุณผู้ช่วยพอลมาพาตัวเธอไปแนะนำกับเขา เขาก็ปฏิเสธเธอทันทีแถมยังพูดจาหมา ๆ ดูถูกเธออีกด้วย
คิดแล้วมันก็แค้นใจชะมัด!
“โอ๊ย! เธอหยิกเอวฉันทำไม!” มาเฟียหนุ่มปล่อยแขนข้างหนึ่งลูบเอวตัวเองปอย ๆ ตรงที่ถูกดาร์เรนเดียร์หยิกเข้าให้
“ไม่หยิกเอวก็ได้ค่ะ” หญิงสาวหยิกที่แผงอกกำยำของเขา แม้จะหยิกไม่ได้เพราะมัดกล้ามเนื้อที่แข็งปึ๋ง
“โอ๊ย! เจ็บนะ! ยัยบ้านี่!” ยายบ้างั้นเหรอ?
“ก็ปล่อยตัวฉันสิ ไอ้บ้า!” มาเฟียหนุ่มอ้าปากค้าง ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขามาก่อน
“เธอว่าใครวะ!”
“แล้วคุณว่าใครหะ คุณว่าคนอื่นได้ แต่คนอื่นว่าคุณไม่ได้เหรอ” มาเฟียหนุ่มดันตัวเธอให้ออกห่าง ก่อนจะทำหน้าบึ้งที่ไม่เหมาะกับหน้าตาท่าทางของเขาเลยแม้แต่น้อย เขาเดินไปก้มหยิบกางเกงตัวเองที่อยู่ที่พื้นแล้วเดินออกไปแต่ก่อนไป
ฟอด~
“อ่ะ คะ คุณทริกเกอร์!” เขาวิ่งกลับเข้ามาดึงแขนเธอแล้วหอมที่แก้มนุ่มแล้ววิ่งออกไปก่อนจะปิดประตูยังชูนิ้วกลางให้เธอด้วย เธอเลยชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้นแล้วสอดนิ้วหัวแม่มือเข้าไปตรงกลางระหว่างนิ้วทั้งสองแล้วงอนิ้วชี้กับนิ้วกลางลง!
“ยัยประสาท กล้าด่าเจ้านายว่าหน้า...” ดาร์เรนเดียร์เชิดหน้าขึ้นแล้วกดยิ้มอย่างยียวนราวกับรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ
“หน้าอะไรคะ”
“หน้า...” หึย คิดแล้วก็โมโหชะมัด หญิงสาวน่ารักคนเมื่อคืนหายไปเร็วจังวะ!
“หน้าอะไรเอ่ย” เธอกอดอกอย่างยียวน
“หน้านี้!” ชี้เข้าหน้าตัวเองแล้วปิดประตูห้องนอนของเธอดัง ปึ้ง!
“แซม!” เสียงเรียกพ่อบ้านดังขึ้นหลายครั้งติดกันราวกับว่ากำลังโมโห
“แซม!”
“ครับ ครับนายน้อย”
“ทำไมจัดให้ห้องแม่นั่นอยู่ไกลจัง” อ้าว ก็นายน้อยเป็นคนให้จัดให้อยู่ไกล ๆ นายน้อยเองนี่ครับ
“คือ...”
“ย้ายห้องแม่นั่นให้มาอยู่ข้างห้องฉัน”
“...” มาเฟียหนุ่มที่ยังสวมผ้าขนหนูพันรอบเอว มือหนาถือกางเกงยีนของตัวเองเอาไว้ แต่ไร้เสื้อเชิ้ตสีดำที่สวมใส่อยู่เป็นประจำ กำลังเหลือบมองใบหน้าของพ่อบ้านหนุ่มที่ดูจะกระอักกระอ่วน
“ทำไม มีปัญหาอะไร”
“ปะ เปล่าครับ”
“ย้ายวันนี้เลยนะ อย่าให้โมโห ไม่งั้นฉันจะเอามีดสั้นที่ฉันหวงแหนมาปาดคอนายเล่นสักทีสองที”
“อึก... คะ ครับ นายน้อย!” ซวยไอ้แซมจริง ๆ