องค์กรลูซิเฟอร์
รถโรลส์-รอยซ์สีดำคันหรูขับแล่นเข้ามาภายในองค์กรลูซิเฟอร์ตามมาด้วยรถหรูที่ทยอยขับเข้ามากันอย่างต่อเนื่อง ประตูรถถูกเปิดออกจากทางด้านนอกเพื่อให้ ‘นายน้อย’ เดินลงมาจากรถได้อย่างสง่าผ่าเผย มาเฟียหนุ่มในชุดสูทพอดีตัวก้าวขาลงจากรถ ปากเขาคาบบุหรี่พลางหันไปด้านข้างหนึ่งในลูกน้องย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วจุดไฟแช็กให้กับมาเฟียหนุ่ม ไม่นานจากนั้นก็มีเสียงรถหรูแล่นตามเข้ามาอีกครั้ง ประตูรถถูกเปิดออกตามมาด้วยหญิงสาวตัวเล็กผมยาวสยายในชุดสูทสีดำเข้ากับรูปร่าง
“จุ๊ ๆ ๆ สวยฉิบ” ตูดนี่น่าฟาดมากเลยวะ
มาเฟียหนุ่มพึมพำออกมาโดยไม่รู้เลยว่ายังมีลูกน้องอีกคนที่ได้ยิน และเขาเองก็เห็นด้วยจึงเผลอพยักหน้าออกมา
“เฮ้ย!”
“ครับนายน้อย”
“เมื่อกี้มึงพยักหน้าทำไมวะ”
“ผมก็คิดเหมือนนายน้อยครับ” คิดเหมือนเขา เขาคิดอะไร?
“กูคิดอะไร” เขาก็ไม่ได้คิดอะไรนะ แล้วไอ้ห่านี่จะมารู้ความคิดของเขาได้ยังไง
“ก็คิดว่าคุณเรนเดียร์เธอสวยฉิบหายเลยไงครับ” อ่า ไอ้เวรนี่ สงสัยอยากลงไปนอนเล่นในหลุมแล้วมั้ง
อึก...
จากสายตาของมาเฟียหนุ่มที่จ้องมองมาที่เขา เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกบีบคอจนต้องหลบสายตาแล้วถอยหลังออกไปอย่างเงียบ ๆ เพราะเขากลัวว่าหากเขายังอยู่ตรงนี้มีหวังเขาได้ลงไปนอนเล่นในหลุมแน่ ๆ
“นี่!” หญิงสาวเสยผมนิดหน่อยก่อนจะขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยพอใจเมื่อได้ยินเสียงที่ไม่ค่อยอยากได้ยินสักเท่าไหร่ เธอเอียงหน้ามองมาเฟียหนุ่มที่ยืนพิงรถหรูปากก็พ่นควันขาวมองมาที่เธอด้วยสายตาน่าหมั่นไส้ เขากระดิกนิ้วเรียกให้เธอเดินเข้าไปหาราวกับอยากจะประกาศให้ใครรู้ว่าเขาได้เลื่อนขั้นแล้ว
“เฮ้ย! ผะ อะแฮ่ม เจ้านายเรียกก็มาดิ” มาเฟียหนุ่มยังคงความกวนประสาทจ้องมองหญิงสาวที่ถึงแม้จะใส่สูทแต่มันก็เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเธออย่างชัดเจน ใบหน้าสวยคม ปากแดงเพราะแต่งแต้มแต่ก็ดูอวบอิ่มจนเขาอยากจะเห็นปากแดง ๆ ของเธอครอบครอง ‘ยักษ์ใหญ่’ ของเขาเสียจริง
อ่า... คงจะเซ็กซี่น่าดู
รูปร่างอรชรกับสูทที่แม้จะเป็นกางเกงแต่ก็รับกับรองเท้าส้นเข็มที่เธอสวมใส่ ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอทั้งสวย และเท่ในเวลาเดียวกันเลย
แม่งเอ๊ย ใจเต้นวะ
ตึก... ตึก... ตึก...
หญิงสาวเลียกลีบปากล่างของตัวเอง ก่อนจะเดินอกผาย ไหล่ผึ่ง เดินเข้าไปหา ‘เจ้านาย’ ด้วยท่าทางที่สะกดสายตาใครอีกหลายคน โดยเฉพาะส่วนของสะโพกยามที่เธอเดินมันทำให้คนที่หลงใหลในความสวยงามทั้งหลายอดที่จะจ้องมองไม่ได้จริง ๆ
เธอพับแขนเสื้อสูทขึ้นมาจนถึงข้อศอก ก่อนใช้มือเรียวค้ำไปกับหลังคารถหยิบเอาบุหรี่ออกมาจากปากของมาเฟียหนุ่มแล้วสูบบุหรี่มวนเดียวกันนั้นพร้อมกับพ่นควันขาวคลุ้งใส่ใบหน้าหล่อของ ‘เจ้านาย’ อย่างมีจริต เธอยื่นมือไปให้กับหนึ่งในลูกน้องของมาเฟียหนุ่มเพื่อดับไฟจากมวนบุหรี่ ขณะที่สายตาของเขาก็ไม่ละไปจากใบหน้าสวยของเธอเลยแม้สักวินาทีเดียว
“เรา ต้องเข้าไปในงานแล้วนะคะ” นิ้วชี้กรีดกรายกดลงที่กลางอกก่อนลากเล็บลงมาอย่างแผ่วเบาจนถึงลิ้นปี่ มาเฟียหนุ่มจ้องมองทุกการกระทำของเธอพลางเลียปากราวกับตัวเองปากแห้งนักหนา
“ไม่อยากเข้างานแล้ว” เขาพูดให้พอได้ยินกันเพียงแค่สองคน
“อยากเอาเธอมากกว่า ไม่รู้ว่า... ถ้าฉันล้วงมือเข้าไปในกางเกงตัวสวยของเธอแล้วกดนิ้วลงไป ข้างในมันจะแฉะขนาดไหนนะ” ใบหน้าสวยของดาร์เรนเดียร์เริ่มแดงระเรื่อเธอเม้มปากแน่นเพราะเผลอนึกไปตามคำพูดของเขาจนรู้สึกวูบวาบที่ส่วนนั้นก่อนจะเลื่อนสายตามองไปที่ส่วนกลางกายเขา เธอเห็นว่ามันกำลังนูนออกมา
“หึ ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าครั้งเดียวก็พอ” เธอเลื่อนนิ้วชี้ขึ้นแตะที่ปลายคางของมาเฟียหนุ่มแล้วเลื่อนขึ้นเพื่อให้เขาปิดปาก
“อ้าว มากันแล้วเหรอครับ นายใหญ่กำลังรออยู่เลย” คุณผู้ช่วยพอลเป็นคนสนิทของนายใหญ่ทิมเบอร์เดินออกมาพอดี คงเพราะได้ยินเสียงขบวนรถของนายน้อยทริกเกอร์แต่ไม่เห็นเดินเข้าไปสักทีก็เลยให้ผู้ช่วยพอลเดินออกมาตาม ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะไม่อย่างนั้นเธออาจจะถูกไอ้มาเฟียไม่สนโลกคนนี้จับกดในรถก็ได้ใครจะไปรู้
ถึงจะเสียดายที่ยังไม่ได้ลูบคลำส่วนที่นูนออกมาของเขาเพราะว่าเธอเป็นคนรักงาน และงานต้องมาก่อน
“สวัสดีค่ะ คุณผู้ช่วยพอล” ดาร์เรนเดียร์หมุนตัวกลับไปส่งยิ้มหวานออกมาแล้วก้าวขาเรียวยาวไปด้านหน้า เธอยื่นมือไปทักทายผู้ช่วยพอล ขณะที่มาเฟียหนุ่มก็ก้าวขาตามมายืนข้างเธอติด ๆ
“คุณพอล” ทักทายคนสนิทของคุณปู่ด้วยน้ำเสียงกดต่ำ
“สวัสดีครับนายน้อย” ผู้ช่วยพอลโค้งตัวลงอย่างนอบน้อมก่อนจะเหยียดตัวขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของมาเฟียหนุ่มกล่าวทักทายกลับคืน
“สวัสดี คุณปู่กับคุณพ่ออยู่ด้านในเหรอ”
“ครับ นายน้อย” มาเฟียหนุ่มยืดตัวตรง เขาเหลือบสายตามามองที่ดาร์เรนเดียร์ หญิงสาวก็รู้หน้าที่ด้วยการเดินมายืนตรงหน้าแล้วจัดระเบียบชุดของเขาจนเนี้ยบ จากนั้นบอดี้การ์ดก็เดินมาสบทบด้านหลัง หญิงสาวจัดเสื้อผ้าให้มาเฟียหนุ่มเรียบร้อยเธอเดินมายืนด้านหลังของทริกเกอร์ และก็เดินตามเขาเข้าไปโดยทีผู้ช่วยพอลเป็นคนเดินนำทาง
เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้นเป็นระยะโดยที่นายใหญ่ทิมเบอร์และนายท่านไทรอั้มป์กำลังนั่งดื่มกันอยู่ที่โต๊ะ สายตาคมของคนหน้าดุก็หันมาเจอเข้ากับหลานชายตัวดีของตัวเองพอดี
“มาแล้วเหรอ หนูเรนเดียร์”
“สวัสดีค่ะ นายใหญ่ นายท่าน” ดาร์เรนเดียร์ก้าวขาไปด้านหน้า โน้มตัวเข้าสวมกอดนายใหญ่ทิมเบอร์ และนายท่านไทรอั้มป์ ก่อนจะชักขากลับมายืนด้านหลังของมาเฟียหนุ่มเหมือนเดิม
“วันนี้หนูสวยมาก แต่ทำไมไม่ใส่เดรสล่ะ”
“เดรส?”
“เอ่อ วันนี้ไม่ใช่การประชุมเหรอคะ” เธอเข้าใจว่าจะมีงานเลี้ยงหลังจากจบการประชุมเรียบร้อย แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น
“ไม่ใช่ วันนี้เป็นงานเลี้ยงแสดงเจตจำนงต่อว่าที่ผู้นำองค์กร และผู้นำตระกูลคนถัดไป” หญิงสาวเลื่อนสายตามองไปที่มาเฟียหนุ่มที่แสดงสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว นี่มันงานสำคัญของตัวเองแท้ ๆ แต่ก็ยังไม่ใส่ใจ เธอล่ะสงสารคนในองค์กรรุ่นถัดไปเลย
งานเลี้ยงในครั้งนี้เป็นงานเลี้ยงที่คนในตระกูล และในองค์กรต้องแสดงการยอมรับว่าที่ผู้นำองค์กร และผู้นำตระกูลคนต่อไปว่าจะจงรักภักดีต่อลูซิเฟอร์อีกทั้งตัวของว่าที่ผู้นำเองก็ต้องให้คำมั่นเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับทุกคน
“ไอ้ตัวดีมันไม่ได้บอกใช่มั้ย!” สายตาแข็งกร้าวของทิมเบอร์มองไปที่มาเฟียหนุ่ม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มองไปที่ดาร์เรนเดียร์ด้วยเหมือนกัน ใจจริงเขาอยากให้เธอใส่ชุดเดรส และยืนเคียงข้างทริกเกอร์หลานของเขาได้อย่างสง่างาม แต่เมื่อมองดูดี ๆ นี่มันก็ยุคสมัยใหม่แล้ว และชุดสูทของดาร์เรนเดียร์ในวันนี้ก็ดูดีแปลกตามากเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าชุดมันสวยดูดีด้วยตัวเอง หรือว่าเพราะไม้แขวนสวย ๆ อย่างเธอกันแน่
“เอ่อ”
“ก็ผมลืมนี่ครับคุณปู่”
“ไอ้เด็กเวรนี่ มาถึงไม่ทักทายพ่อกับปู่ แถมคำแรกยังเถียงฉอด ๆ”
“สรุปผมไม่ใช่หลานสินะครับ”
“เฮ้อ... ฉันล่ะเครียดจริง ๆ ไม่รู้เลยว่าอนาคตองค์กรที่บรรพบุรุษของฉันสร้างมาจะมาพังพินาศในมือแกรึเปล่า”
“เอาน่าคุณพ่อ เห็นเจ้าทริกเกอร์ไม่เอาไหนแบบนี้ แต่ทุกอย่างก็ออกมาดีมากเลยนะครับ คุณพ่อก็เห็นมาแล้วไม่ใช่เหรอ” ไทรอั้มป์ช่วยลูกชายอีกแรง เพราะเขาเหนื่อยที่จะดูแล และอยากเกษียณตัวเองพักผ่อนให้สบายใจ เลยผลักดันให้ลูกชายคนเก่งของเขาเป็นผู้สืบทอดแทนเขา
“เห็นหน้ามันแล้วก็โมโห แกเลี้ยงลูกแกมายังไงเนี่ยหะ!”
“คุณปู่อาจจะลืมไปนะครับ” ไม่จบ ไอ้เด็กเวรนี่วอนโดนตีนสินะ
“อะไรของแก”
“ว่าคุณปู่เป็นคนเลี้ยงผมมา” ก็ใช่
ทิมเบอร์มีท่าทีนิ่งเฉยแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่หลายชายตัวดีพูด “หนูเรนเดียร์มานี่มา มายืนตรงนี้” กวักมือเรียกดาร์เรนเดียร์ให้เดินไปหาเขา
“ค่ะ นายใหญ่”
“มายืนตรงนี้” จุดที่ให้ดาร์เรนเดียร์ไปยืน เป็นตรงกลางโถงที่ด้านหลังเป็นบันไดสองฝั่ง ตรงกลางแขวนรูปภาพของผู้นำองค์กร และอดีตผู้นำแต่ละรุ่น
“เอาล่ะทุกคน” มือหนาหยิบกระดิ่งขึ้นมาสั่นเพื่อให้คนที่มาในวันนี้ได้จดจ่อกับสิ่งที่เขากำลังจะพูด
“วันนี้มากันครบเลยใช่มั้ย ดีล่ะ ฉันจะได้แนะนำเลขาคนเก่งของเจ้าทริกเกอร์ให้รู้จักกัน” นายใหญ่ทิมเบอร์ขยับตัวนิดหน่อย เพื่อให้ดาร์เรนเดียร์ไปยืนอยู่ตรงกลาง เขายิ้มต่อหน้าใครหลาย ๆ คนเป็นครั้งแรกอย่างยินดีกับสิ่งที่กำลังจะพูด
“เธอคนนี้ชื่อดาร์เรนเดียร์ โนดิน เป็นเลขาส่วนตัวของทริกเกอร์” คำพูดของนายใหญ่สร้างเสียงฮือฮาให้กับคนที่ได้ยิน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ทริกเกอร์ยินยอมรับเลขาส่วนตัว ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีตำแหน่งนี้ แต่มีได้ไม่ถึงวันก็ลาออก บ้างก็แขน ขา ขาด เพราะทริกเกอร์ต้องการคนที่เก่ง และมีความสามารถเท่านั้น ซึ่งคนก่อน ๆ นั้นไม่มีความสามารถมากพอที่มาเฟียหนุ่มว่าที่ผู้นำองค์กรคนต่อไปจะยอมรับได้ นี่จึงทำให้ดาร์เรนเดียร์เป็นที่สนใจของทุกคนโดยเฉพาะกับ โคเรย์ และดัสติน
ตำแหน่งเลขาของมาเฟียหนุ่มคนนี้ยังเปรียบเสมือนกับตำแหน่งมือขวา หรือคนสนิทอย่างเร็กซ์ และแบรนดอน อาเชอร์ อีกด้วย หากว่ากันที่ลำดับดาร์เรนเดียร์ก็เหมือนกับเป็นนายของทุกคนเป็นรองแค่ ห้าคนเท่านั้น