“ก็คุณเลขาก้มหยิบเอกสารแล้วก้นก็มาอยู่ใกล้มือผมน่ะ ผมก็เลย…”
“เอามือลูบก้นดิฉัน!”
ภรรยาของเจ้านายตวัดสายตามองที่ดาร์เรนเดียร์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ แน่นอนสิ ไม่ใช่แค่เธอคนนั้นที่ไม่พอใจ ตัวเธอเองก็ไม่พอใจเหมือนกันแค่จะมาทำงานก็เหนื่อยมากแล้วยังจะต้องมาสู้กับเจ้านายหัวงูอีก
“ไปซื้อกาแฟให้ฉันหน่อย” เป็นเลขานะโว้ย ไม่ใช่ขี้ข้า!
“ค่ะ” แต่ดาร์เรนเดียร์ก็ยิ้มให้ และยื่นมือไปรับบัตรเครดิตจากภรรยาของเจ้านายนักการเมืองของเธอ เธอสงสัยว่าแค่กาแฟแก้วละแปดสิบว่าบาททำไมต้องจ่ายบัตรเครดิตด้วย เธอสงสัยทุกครั้งที่ถูกใช้ไปซื้อกาแฟเพราะขั้นต่ำที่ทางร้านรับจ่ายก็คือหนึ่งร้อยบาท แต่เธอเองก็ไม่ได้โง่ขนาดที่ออกเงินจ่ายให้หรอกนะ เธอก็แค่แก้ปัญหาด้วยการสั่งเพิ่มอีกแก้วถือว่าเป็นค่าเดินของเธอ
“ท่านรับกาแฟด้วยมั้ยคะ หรือจะรับเป็นน้ำใบบัวบกดี” เพราะเธอคาดว่าหลังจากที่เธอปิดประตูห้องทำงานนี้ไป ก็คงจะเกิดสงครามระหว่างสามีภรรยานั่นแหละ ที่เธอทนทำงานมาได้ถึงสองเดือนเพราะว่าที่นี่ให้เงินเดือนสูง ทำให้เธอมีเงินจ่ายค่าดูแลบ้านที่ชนบทของคุณตากับคุณยายส่วนหนึ่ง และยังมีเงินจ่ายค่าเช่าห้องที่เก่าที่เธอย้ายมา หลังจากที่จ่ายจนครบแล้วเธอก็จะได้รับบัตรประจำตัวของเธอคืน จากนั้นแผนต่อไปของเธอก็คือเงินเดือน เดือนต่อไปเธอจะทยอยเอามาจ่ายค่าเช่าห้องที่หอพักที่เธอพักอยู่ปัจจุบันนี้
โชคดีที่คุณลุงกับคุณป้าเจ้าของหอพักนี้ค่อนข้างใจดีกับเธอมากเลยเว้นแต่เพียงลูกสาวของท่านทั้งสองที่ดูจะไม่ค่อยชอบเธอเสียเท่าไหร่ เธอไม่รู้เหตุผลที่ลูกสาวของท่านทั้งสองไม่ชอบเธอ แต่ว่าเธอก็พยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แล้ว
เธอแค่อดทนถึงแค่สิ้นเดือนนี้ก็จะจ่ายหนี้ที่พักเก่า และรับบัตรประจำตัวคืนมา ดีที่ว่าเธอได้ไปเจรจากับคุณลุงคุณป้าเจ้าของห้องเช่าเอาไว้แล้ว ทั้งสองท่านเข้าใจ และใจดีกับเธอจนเธออดที่จะเกรงใจไม่ได้ เธอแค่อดทนแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
“เฮ้ย… รอกูด้วยดิ”
“ดูสาวแก๊งนั้นดิ น่ารักโคตร”
“ถอยเลย ๆ เดี๋ยวกูจะแสดงฝีมือเอง” ขณะที่กำลังเดินใกล้จะถึงร้านกาแฟที่เธอมาซื้อประจำ จากที่ทำงานของเธอมาที่นี่ค่อนข้างไกลเลยแต่เธอก็เลือกที่จะเดินมาเพราะว่าหากนั่งรถมาต้องรอนานกว่าเดิน และที่สำคัญเลยก็คือทางภรรยาของเจ้านายไม่อนุญาตให้เธอใช้รถ
เธอมองไปตรงหน้ามีแก๊งผู้ชายที่เดินกันอยู่ประมาณห้าถึงหกคนได้กำลังเดินคุยกันไปเล่นกันไป และแซวสาว ๆ ที่ยังอยู่ในวัยนักศึกษากันอย่างครึกครื้นส่วนดาร์เรนเดียร์เองก็เดินตามคนแก๊งนี้ไปอย่างเงียบ ๆ เธอไม่อยากเที่ยวมีปัญหากับใครเขาเพราะแค่มีกับภรรยาของเจ้านายเธอก็ใช้ชีวิตลำบากแล้ว
ตุบ!
“โอ๊ย” เฮ้ย! คุณปู่กำลังจะล้ม!
หญิงสาวเห็นว่าคุณปู่คนหนึ่งกำลังเดินอยู่คนเดียว แถมยังใช้ไม้เท้าด้วยท่านน่าจะเดินไม่ค่อยไหวสักเท่าไหร่ และทำท่าเหมือนจะล้มเพราะถูกหนุ่ม ๆ แก๊งนั้นชนเข้าเต็ม ๆ
โครม!
เธอคว้าเอาไว้ไม่ทัน!
“โอ๊ย!”
“เดินยังไงวะ แก่กะโหลกกะลาจริง ๆ”
“นั่นดิ เดินไม่ดูทางเลยไอ้แก่นี่!” ผู้ชายคนหนึ่งยกแขนขึ้นคล้ายจะทำร้ายคุณปู่คนนั้น ดาร์เรนเดียร์ทนไม่ได้จึงรีบวิ่งเข้าไปจับข้อมือของหนุ่มคนนั้นเพื่อขวางไม่ให้เขาทำร้ายคุณปู่
“หยุดนะ!” สายตาคมของชายคนนั้นปราดมองมาที่เธอ พลางกดยิ้มเมื่อสายตาเลื่อนลงมาที่เนินอกของเธอ
“ยุ่งไรด้วยวะ”
“ที่หน้ามียางอายบ้างมั้ยคะ เห็นมั้ยคะว่าคุณปู่คนนี้เขาล้มลงไป” ปล่อยข้อมือของหนุ่มคนนั้น แล้วก้มตัวลงมาประคองคุณปู่ที่กำลังลุกขึ้นยืน
“เป็นอะไรมากมั้ยคะคุณปู่ เจ็บมากมั้ยคะ”
“ไม่เป็นไร ฉันไม่ระวังเอง”
“ไม่ระวังอะไรกันคะ คนพวกนี้ต่างหากที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ” ดาร์เรนเดียร์หันกลับไปมองแก๊งหนุ่ม ๆ ก่อนจะเม้มปากแน่นเมื่อเห็นหนึ่งหนุ่มก้าวขาเข้ามายืนประจันหน้าเธอ
“ไม่ดูตาม้าตาเรือเหรอ พูดอย่างนี้สงสัยต้องยัดเยียดความเป็นผัวให้สักหน่อยแล้วมั้ง”
“เฮ้ย! พูดกับผู้หญิงให้มันดี ๆ หน่อยสิไอ้หนู” คุณปู่พูดด้วยน้ำเสียงดุดัน พลางตวัดสายตาราวกับว่าพร้อมจะลงไม้ลงมือกับคนกลุ่มนี้ได้เสมอ
“ไอ้แก่เอ๊ย เอาตัวเองยังไม่รอดเลย ฮ่า ๆ ๆ”
“ไม่รอดงั้นเหรอ” หญิงสาวเห็นคุณปู่ขบฟันกรามแน่น เธอเข้าใจว่าท่านต้องโมโหมากแน่ แต่เพราะคนพวกนี้มีมากเกินไปคุณปู่คนเดียวจะไปสู้คนพวกนี้ไหวได้ยังไง ท่านยกไม้เท้าขึ้นเธอคิดว่าท่านต้องฟาดไม้เท้าไปที่คนพวกนั้นแน่เธอเลยจับมือของท่านเอาไว้ไม่ให้ทำร้ายคนพวกนี้
“เดี๋ยวจะเหนื่อยเปล่า ๆ นะคะคุณปู่ เดี๋ยวหนูจัดการเองค่ะ” คุณปู่มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยจากนั้นเธอก็หมุนตัวกลับมาประจันหน้ากับหนุ่ม ๆ อีกครั้ง
“เมื่อกี้ว่าไงนะ”
“จะยัดเยียดความเป็นผัวให้เธอไง เห็นว่าหน้าตาดี หุ่นน่าล่อใช้ได้หรอกนะ”
“ฉันหมายถึงก่อนหน้านี้ที่นายบอกว่าเดินไม่ดูตาม้าตาเรือน่ะ”
“แต่คนที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือคือพวกนายไม่ใช่รึไง หัดดูทางมั่งสินี้มันทางเท้านะ แล้วพื้นที่ก็มีแค่นี้เดินกันมาเป็นโขยงกร่างชะมัด” ดาร์เรนเดียร์เดินมาขวางหน้าคุณปู่เอาไว้ไม่ให้คุณปู่ได้เป็นอันตราย ขณะเดียวกันก็เชิดหน้าขึ้นด้วยความท้าทายกับหนึ่งในกลุ่มนั้นที่มองตรงมาที่เธอ
“เธอแม่ง ถูกใจฉันวะ”
“มาเป็นเมียฉันมั้ยล่ะ สวย ๆ อย่างนี้ ปากแซ่บ ๆ อย่างนี้คงจะอมไอ้นั่นของฉันจนอร่อยน่าดะ!”
ผลัวะ!
หนุ่มคนนั้นล้มลงไปที่พื้นเมื่อหญิงสาวยกขาขึ้นเตะเข้าที่ลำคอของชายคนนั้น สร้างความตกใจให้กับคนที่เหลือแต่กลับสร้างความพึงพอใจให้กับคนที่เธอปกป้องเขา
“หุบปากหมา ๆ ของนายซะ ก่อนที่ฉันจะยัดเท้าของฉันเข้าไปในปากนาย!”
“อีนี่นิ!”
“เข้ามาสิ คิดว่าฉันกลัวเหรอ จะมาเดี่ยว หรือจะเข้ามาพร้อมกันเลยก็ได้นะ” หญิงสาวตั้งการ์ดพร้อมรุก คนอย่างเธอจะไม่ยอมตั้งรับอย่างแน่นอน ขณะที่เธอกำลังตั้งการ์ดอยู่นั้นก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินเข้ามาหาคนที่อายุมากที่สุดที่อยู่ตรงนั้น
“เกิดอะไรขึ้นครับนายใหญ่”
“ไปหลบ”
“หืม ว่าไงนะครับนายใหญ่”
“ฉันบอกให้นายไปหลบ อ้อ แล้วก็สังเกตเด็กคนนี้ด้วยนะ ฉันว่าพอใช้ได้เลย” ผู้ช่วยคนสนิทไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ทำตาม ก่อนจะทำสัญญาณมือบอกบอดี้การ์ดที่มาได้นับสิบคนให้ไปหลบ ก่อนหน้านี้เขาเปิดประตูให้นายใหญ่เดินลงมาจากรถ แต่นายใหญ่บอกว่าให้พวกเขารอนายน้อย ส่วนนายใหญ่จะไปรอที่ร้านกาแฟก่อนไม่ต้องให้คนตามมาเพราะร้านกาแฟอยู่ถัดไปแค่สองซอยเท่านั้นเอง นายใหญ่อยากจะเดินสูดอากาศไปด้วย แต่พอพวกเขามาถึงก็เห็นนายใหญ่ยืนอยู่ข้างหลังผู้หญิงหุ่นสวยที่กำลังตั้งการ์ดท้าทายชายหนุ่มร่วมห้าถึงหกคนได้
กลุ่มชายหนุ่มหันมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าแล้วเข้ามาหมายจะรุมหญิงสาวแต่เธอก็ย่อตัวลงเล็กน้อยเตะเข้าไปที่เอวหนาของหนึ่งหนุ่ม และส่งหมัดซ้ายเข้าที่ใบหน้าของหนุ่มอีกคน ก่อนจะศอกกลับไปที่หนุ่มอีกคน และวิ่งเข้าหาหนุ่มคนที่ตั้งการ์ดย่อเข่าหมายจะจู่โจมเธอ เธอวิ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วยกเท้าข้างหนึ่งเหยียบที่ต้นขาของชายหนุ่มคนนั้น และใช้เท้าอีกข้างเหยียบที่หัวไหล่ พร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งจับล็อกต้นคอของเขาตามด้วยกระแทกศอกลงที่กลางกระหม่อมของชายหนุ่มจนชายหนุ่มล้มลงไปกับพื้น
“ทำไมมันเก่งจังวะ”
“เข้ามาดิ อย่าปอด” เธอก็อึดอัดอยู่เหมือนกันนาน ๆ ได้ออกกำลังกายบ้างก็ดี
“งั้นเจอนี่หน่อยมั้ย พระรามเหยียบลงกา” พูดจบก็พุ่งเข้าหาหนึ่งในสองคนที่เหลือ เธอก้าวเท้าขึ้นหนึ่งข้างเหยียบต้นขาของชายหนุ่มแล้วพลิกตัวไปด้านข้างพร้อมกับใช้เท้าอีกข้างเตะศีรษะด้านข้างของหนุ่มคนนั้น
“เหลือนายสินะ” ดาร์เรนเดียร์หันมาหาคนสุดท้าย ขณะที่คุณปู่ยืนดูทุกท่าทางของเธอด้วยความพอใจมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่คุณปู่แต่ก็ยังมีคนอื่นอีกด้วยที่ยืนดูอยู่แถว ๆ นั้น
“เอ่อ...”
“ถ้าหนีก็ปอด ถ้าไม่สู้ก็เสียชาติเกิดอยู่นะ” เธอท้าทายเพิ่มไปอีก ทุกครั้งที่เธอลงมือกับคนพวกนี้ ไม่ใช่แค่ช่วยคุณปู่ แต่เธอยังใช้ผลประโยชน์ด้วยการนึกถึงใบหน้าของเจ้านายเ*******ูของเธอด้วย ตอนที่เธอโดนลวนลามแบบนั้นเธอทำได้แค่บิดมือ บิดแขนของไอ้เ*******ูนั่น ไม่สามารถลงไม้ลงมือได้จริง ๆ
“เห็นแก่ที่นายเงียบมาตลอด แต่นายก็ผิดที่ไม่เตือนเพื่อน ฉันจะปรานีนายหน่อยก็แล้วกัน”
“เดี๋ยว!”
“บาทาลูบพักตร์” พูดจบก็ยกเท้าขึ้นถีบไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มคนสุดท้ายอย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มหน้าหงายล้มลงไปกับพื้น
“เอาอีกมั้ย หะ! แหม เก่งกันจังเลยนะ เตะเด็ก ตบหมา ท้าผู้หญิงต่อย ไอ้พวกหน้าไม่อายเอ๊ย”
“ฝากไว้...”
“เดี๋ยว ฝากอะไรเดี๋ยวก็หนุมานถวายแหวนให้หรอกเอามั้ย มานี้เลยมาขอโทษคุณปู่เลยนะไอ้พวกมีดีแค่หน้าตา!” หนุ่ม ๆ ทุกคนอับอายที่พ่ายแพ้ให้แก่หญิงสาวแต่จะไม่ทำตามที่หญิงสาวคนนี้บอกก็ไม่ได้
“พวกผมขอโทษครับ คุณปู่” คุณปู่ที่ยืนดูจนหน้าชื่นตาบานก็พยักหน้าให้เป็นการยกโทษให้ ก่อนจะมองไปที่ดาร์เรนเดียร์ เธอบาดเจ็บนิดหน่อยเพราะไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน แน่นอนว่าคนที่เจ็บไม่ได้มีแค่ฝ่ายนั้นฝ่ายเดียว
“ขอบใจนะหนู”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณปู่โอเคมั้ยคะ เอ่อ กลัวรึเปล่าคะเมื่อกี้”
“ฉันไม่กลัวหรอก ว่าแต่หนูจะไปไหนเหรอ”
“จะไปซื้อกาแฟให้เจ้านายน่ะค่ะ”
“อ้อ งั้นเหรอ ฉันก็จะไปนั่งรอหลานที่ร้านกาแฟเหมือนกัน งั้นเราไปพร้อมกันดีมั้ย”
“ได้ค่ะคุณปู่” คนพวกนั้นแยกกันไปแล้วด้วยอาการสะบักสะบอม ส่วนคนที่มุงดูอยู่ก่อนหน้านี้ก็แยกย้ายกันไป ตรงนี้จึงเหลือเพียงแค่ชายชรากับหญิงสาวที่ประคองเขาด้วยความอ่อนโยน ต่างจากเมื่อครู่ที่มีท่าทางดุดันเอาเรื่อง
“คุณปู่ดื่มกาแฟอะไรคะ เดี๋ยวหนูไปสั่งให้ค่ะ”
“ฉันดื่มชาร้อนน่ะ”
“ได้ค่ะ รอตรงนี้นะคะ” ขณะที่ดาร์เรนเดียร์เดินไปสั่งกาแฟ และชา คุณปู่ก็ส่งสัญญาณมือไม่นานคนสนิทก็เข้ามาประชิดตัวท่าน
“เป็นไง”
“ผู้หญิงคนนี้ สุดยอดเลยครับนายใหญ่”
“ฉันก็คิดงั้น นายให้คนไปสืบเรื่องเธอมาที การศึกษา ที่ทำงาน และแต่งงานรึยัง”
“ครับนายใหญ่”