บทที่ 5

2050 Words
บทที่ 5 เจียวลู่จินนั่งรอสาวใช้ด้วยท่าทีนิ่งสงบ นางยอมลงทุนทำถึงเพียงนี้ อยากจะรู้นักว่าอันเหมยจะโดนลงโทษเช่นไร ความเป็นจริงนางอยากจะเห็นกับตาตัวเองเสียด้วยซ้ำ แต่ติดตรงที่นางสลบไปจริง ๆ มิเช่นนั้นนางจะต้องได้ดูด้วยตาว่าสตรีผู้นั้นมีสภาพเป็นเช่นไร “เล่ามาให้หมด ว่านางโดนลงโทษเช่นไรบ้าง” เมื่อเห็นสาวใช้คนสนิทเดินเข้ามา นางก็รีบเอ่ยถามอย่างไม่รีรอ “นางถูกลงโทษให้คุกเข่าที่ห้องบรรพชนหนึ่งคืน แล้วกักบริเวณให้อยู่แต่ในเรือนอีกหนึ่งเดือนเจ้าค่ะ” นางรายงานเรื่องทั้งหมดให้เจ้านายได้รู้ “เพียงเท่านี้หรือ” น้ำเสียงของนางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด นางจมน้ำเกือบตาย บทลงโทษมีเพียงเท่านี้เองหรือ “เจ้าค่ะ” อ้ายฉิงก้มหน้าตอบ นางก็รู้สึกว่าลงโทษเพียงเท่านี้ไม่เหมาะสมเท่าใดนัก “ข้าเกือบตาย ลงโทษเพียงเท่านี้ได้อย่างไร” หญิงสาวกำมือแน่นด้วยความโมโห บทลงโทษสกุลตงเหตุใดจึงได้เบาเช่นนี้ ทำคนเกือบตายเพียงให้ไปคุกเข่าสำนึกผิดที่ห้องบรรพชนเท่านี้นะหรือ “เรื่องการลงโทษ คุณชายเป็นคนจัดการเองเจ้าค่ะ นายท่านเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องในครอบครัว จึงให้คุณชายจัดการ” อ้ายฉิงตอบเสียงอ่อย เพราะรู้ว่าเจ้านายจะต้องโมโหมากกว่าเมื่อครู่อย่างแน่นอน “เจ้าว่าท่านพี่เป็นคนกำหนดบทลงโทษหรือ” ยิ่งเห็นว่าสาวใช้ก้มหน้า ความโมโหก็ยิ่งพุ่งขึ้นไปอีก “ข้าเกือบตาย เขาลงโทษเพียงเท่านี้เองหรือ” นางอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ เขาไม่สนใจความเป็นความตายของนางถึงเพียงนี้เลยหรือ นางคิดว่าเขาจะเป็นคนที่เรียกร้องความยุติธรรมให้นางเสียอีก อ้ายฉิงไม่กล้าที่จะเอ่ยอันใดออกมา เอาแต่ก้มหน้านิ่ง ลู่จินหลับตาลงพยายามระงับอารมณ์ไม่ให้ออกไปอาละวาดเขาในตอนนี้ นางจะต้องรักษาภาพลักษณ์ที่ดีเอาไว้ก่อน จะให้ผู้ใดมารับรู้เรื่องพวกนี้ไม่ได้ ก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ “มาแต่งตัวให้ข้าเถิด จะได้ออกไปกินอาหารด้านนอก ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว” นางสลบไปตั้งแต่เกิดเรื่อง จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้กินอะไร “เจ้าค่ะ” นางรีบเข้ามาแต่งกายให้เจ้านาย เพื่อออกไปรับประทานอาหาร “ท่านพี่ รอนานหรือไม่เจ้าคะ” ลู่จินเดินออกไปหาเขาด้วยใบหน้าอ่อนแรงนางยกยิ้มให้เขาน้อย ๆ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ของตน “ไม่นาน มาเถิดข้าให้คนเตรียมโจ๊กไว้ให้เจ้า กำลังป่วยอยู่ต้องกินของอ่อน ๆ” หานเจินเอ่ย พลางตักอาหารให้อย่างเอาใจ “ขอบคุณเจ้าค่ะ” นางตักโจ๊กที่เขาตักใส่ถ้วยให้ขึ้นมากินอย่างอร่อย ก่อนจะเอ่ยถึงเรื่องที่นางตกน้ำไปเมื่อวาน “ท่านพี่ เรื่องเมื่อวาน...” นางแสร้งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ ราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรม “เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลใจ ข้าสอบถามกับบ่าวที่เห็นเหตุการณ์ และลงโทษนางให้เจ้าแล้ว” เขารีบบอกเรื่องนี้ให้นางสบายใจ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าบทลงโทษเพียงเท่านั้นไม่เหมาะสมกับสิ่งที่อันเหมยทำ แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้ ในเมื่อตอนนี้นางกำลังตั้งท้องอยู่ “เจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่เก็บความคับข้องใจเอาไว้ สองมือกำแน่นอย่างระงับอารมณ์ นี่นางลงทุนทำไปตั้งมากมายเพื่อสิ่งใดกัน ได้!! ในเมื่อทุกอย่างเป็นเช่นนี้ นางก็จะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หลินอันเหมยเอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน ช่วงเวลาที่ผ่านมาชีวิตของนางสงบสุขมากขึ้น ไม่ต้องไปวุ่นวายกับผู้ใด เรื่องอาหารการกินก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนัก “ฮูหยิน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็คงจะดีนะเจ้าคะ” จินจินอดนึกเสียดายความเงียบสงบตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาไม่ได้ “เจ้ายังคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเช่นนี้อีกหรือ” อันเหมยได้แต่ทอดถอนใจ นางไม่เชื่อว่าลู่จินผู้นั้นจะยอมรามือง่าย ๆ อย่างไรสตรีผู้นั้นก็ต้องมีแผนการในใจอย่างแน่นอน นางทำได้เพียงเตรียมตัวรับมือเท่านั้น “แล้วเราจะทำเช่นไรดีเจ้าคะ” เพียงเรื่องเมื่อเดือนก่อนก็รู้แล้วว่าฮูหยินรองนั้นร้ายกาจเพียงใด ถึงขั้นยอมทำร้ายตนเองเพื่อให้เจ้านายของนางโดนลงโทษ แต่ยังดีที่คุณชายยังเห็นแก่บุตรในครรภ์ จึงได้ลงโทษเพียงแค่นั้น “เราก็แค่เตรียมรับมือ อย่าไปตามแผนการของนางเหมือนเช่นตอนนั้นอีก” ความผิดพลาดในครานั้น ทำให้นางระมัดระวังตัวมากขึ้น “มันจะได้ผลหรือเจ้าคะ” ฮูหยินรองยอมทำให้ตนเองเจ็บตัวถึงขั้นนั้น คงไม่ยอมปล่อยพวกนางไปง่าย ๆ เป็นแน่ “เราทำได้เพียงเท่านี้ เจ้าว่าพวกเราเพียงสองคนจะสามารถสู้อันใดนางได้ แม่สามีก็อยู่ข้างนาง ไหนจะท่านพี่ที่รักนางออกปานนั้น” นางทำได้เพียงรับความอัปยศนี้ไว้ ก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะเห็นแก่บุตรที่ยังไม่เกิดมาของนางบ้าง “อดทนหน่อยนะเจ้าคะ อีกหน่อยก็จะดีขึ้น” หลังจากที่คุณหนูคลอดคุณชายน้อยให้ตระกูลได้ นางคิดว่าอะไร ๆ ก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน “อีกหน่อย อีกหน่อยนี้คือเมื่อใดกัน” นางเชื่อว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่มีทางที่เรื่องราวทุกอย่างจะดีขึ้นอย่างแน่นอน มีทางเดียวคือนางต้องไปคุยกับลู่จินให้รู้เรื่อง ซึ่งไม่รู้ว่านางจะยอมพูดคุยดี ๆ กับนางหรือไม่ “คุณชายน้อยคลอดออกมาทุกอย่างต้องดีขึ้น ฮูหยินเชื่อบ่าวนะเจ้าคะ” นางพูดให้กำลังใจเจ้านาย พวกนางต้องยืนหยัดจนวันที่คุณชายโตขึ้นมาให้ได้ เมื่อได้ยินเช่นนั้นอันเหมยก็ลูบมือลงหน้าท้องแบนราบอย่างรักใคร่ นี่คือความสุขเพียงหนึ่งเดียวของนาง ตั้งแต่แต่งเข้ามาที่จวนสกุลตง แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรักระหว่างเขาและนาง แต่นางถือว่าบุตรคนนี้คือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด เท่าที่นางเคยได้มา “เช่นนั้นกินข้าวก่อนนะเจ้าคะ คุณชายน้อยคงจะหิวแล้ว” จินจินเอ่ยออกมาอย่างยิ้มแย้ม นี่เป็นเพียงความสุขเดียวของพวกนาง คือคอยดูแลเด็กที่ยังไม่ได้เกิดผู้นี้ “อืม” นางส่งยิ้มให้สาวใช้อย่างมีความสุข เมื่อพูดถึงบุตรในครรภ์ อารมณ์ของนางก็จะดีขึ้นหลายส่วน “ตั้งแต่ที่คุณหนูตั้งท้อง คนในจวนก็ดีกับเรามากขึ้น ดูสิเจ้าคะอาหารพวกนี้ก็ดีกว่าแต่ก่อนมาก” นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดี และนางก็ได้แต่หวังว่ามันจะดีมากกว่านี้ “พวกนางคงจะไม่กล้าทำให้พวกเราลำบากมากนัก” พูดจบก็ลงมือรับประทานอาหาร ทั้งสองกินอาหารและพูดคุยกันอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่าอีกไม่นานจะเกิดเรื่องร้าย ๆ ขึ้นกับตน “ได้จัดการตามที่ข้าสั่งหรือไม่” เจียวลู่จินเอ่ยถามสาวใช้คนสนิทขณะอยู่ด้วยกันเพียงสองคน ไม่นานมานี้มารดาของนางให้คนส่งยาขับเลือดมาให้ และให้ใส่ลงไปในอาหารของหลินอันเหมยทีละน้อย ยาจะค่อย ๆ ออกฤทธิ์ แล้วนางจะแท้งในที่สุด ที่สำคัญเลยคือจะไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าที่นางแท้งบุตรเพราะกินยาขับเลือดไป “จัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้หัวหน้าแม่ครัวก็มาร่วมมือกับเราแล้ว อีกไม่นานแผนการของเราก็คงจะสำเร็จ” อ้ายฉิงได้ซื้อตัวหัวหน้าแม่ครัวเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และสตรีวัยกลางคนผู้นั้นก็พร้อมจะร่วมมือกับพวกนาง เพราะเห็นว่าคุณชายเอาอกเอาใจคุณหนูของนาง จึงคิดที่จะเข้ามาประจบประแจง “ดี วันหน้าเรื่องอื่น ๆ จะได้ง่ายขึ้น” ตอนนี้นางจะมาหวังพึ่งสามีและแม่สามีไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเห็นตระกูลสำคัญกว่านาง นางจึงต้องดิ้นรนด้วยตนเอง “แต่ยาที่นายหญิงหามาให้ออกฤทธิ์ช้านะเจ้าคะ” ยานี้ใช้เวลาหนึ่งถึงสองเดือนเลยทีเดียว หากฮูหยินใหญ่ร่างกายแข็งแรงก็อาจจะใช้เวลานานกว่านั้น “ที่นางกินไปก็เกือบเดือนแล้วมิใช่หรือ” ยานี่มารดาส่งมาให้นางหลังเกิดเรื่องไม่นาน คงจะใกล้ออกฤทธิ์แล้วกระมัง “แต่นางยังไม่มีอาการอันใดเลยนะเจ้าคะ” อ้ายฉิงไปจับตาดูฮูหยินใหญ่ที่เรือนอยู่บ่อยครั้ง ก็ไม่เห็นว่ามีอาการอ่อนแรงเช่นที่นายหญิงเขียนบอกมาในจดหมายเลยแม้แต่น้อย “เช่นนั้นหรือ” ลู่จินครุ่นคิดอยู่นาน “จะปล่อยไปเช่นนี้ไม่ได้ ไปหายาที่แรงกว่านี้มาให้ข้า” เรื่องนี้จะปล่อยไว้ไม่ได้ หากยังมีมารหัวขนนั่นอยู่ นางไม่อาจวางใจได้ ต้องรีบกำจัดมันไปให้เร็วที่สุด “จะดีหรือเจ้าคะ” อ้ายฉิงถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เรื่องนี้คนสกุลตงไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน หากถูกจับได้จะทำเช่นไร “ดี รีบไปจัดการ” นางยังยืนยันคำเดิม ต้องกำจัดเด็กนั่นไปให้พ้นทางของนาง มิเช่นนั้นนางคงไม่มีความสุข “เจ้าค่ะ” อ้ายฉิงได้แต่รับคำเจ้านาย ในเมื่อฮูหยินเห็นว่าดี นางก็ว่าดี “เจ้าไปติดสินบนหมอหน้าเงินมาสักหนึ่งคน เพื่อมารักษาอันเหมย แล้วให้มันปิดปากสาเหตุที่ทำให้นางต้องแท้ง” นี่เป็นวิธีเดียวที่จะปกปิดเรื่องทุกอย่างเอาไว้ได้ “อ้อ หากเกิดเรื่องขึ้น ให้เจ้ารีบไปตามหมอผู้นี้มาให้เร็วที่สุด” นางจัดแจงบอกแผนการให้กับสาวใช้ เรื่องนี้จะให้ผิดพลาดไม่ได้ หากมีคนรู้เรื่องนี้เข้า นางต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน “เจ้าค่ะ” เมื่อได้รับคำสั่งแล้วอ้ายฉิงก็ออกไปจัดการทันที เรื่องยา นางได้ไปสั่งที่ร้านเอาไว้แล้ว ส่วนเรื่องหมอที่จะดึงมาร่วมมือด้วยนางต้องทำอย่างรอบคอบจะให้เกิดเรื่องผิดพลาดไม่ได้ อ้ายฉิงตามหาหมออยู่หลายวัน กว่าจะได้คนที่มั่นใจว่าจะไม่ทำให้ความลับของพวกนางรั่วไหล ในที่สุดนางก็ได้หมอที่มั่นใจแล้วว่าจะยอมร่วมมือง่าย ๆ หมอผู้นี้เป็นหมอชื่อดังในเมืองหลวง รักษาแต่คนร่ำรวย ค่ารักษาค่อนข้างแพง และเห็นแก่เงินเป็นอย่างมาก นางจึงได้ไปยื่นข้อเสนอด้วยจำนวนเงินที่มาก และเขาก็ยอมตกลงโดยง่าย อย่างที่นางคาดเอาไว้ไม่ผิด “คุณหนูยาก็ได้มาแล้ว หมอก็ตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้ว คุณหนูจะลงมือเมื่อใดเจ้าคะ” อ้ายฉิงเอ่ยถามผู้เป็นนาย นางเตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมแล้ว เหลือเพียงรอให้คุณหนูกำหนดวันลงมือเท่านั้น “รอมาหลายวัน รออีกหน่อยจะเป็นอันใดไป” อีกไม่กี่วันข้างหน้า สามีและพ่อสามีจะต้องออกเดินทางไปต่างเมืองด้วยกันสองสามวัน และวันนั้นจะเป็นวันที่นางลงมือ “เจ้าค่ะ” “ไปแจ้งหมอผู้นั้น สามวันหลังจากนี้เตรียมตัวให้พร้อม ท่านพี่และท่านพ่อจะเดินทางไปต่างเมือง วันนั้นเป็นวันที่เหมาะจะลงมือที่สุด” ลู่จินยกยิ้มขึ้นอย่างร้ายกาจ มันบังอาจมาทำลายชีวิตของนางก่อน ก็ต้องเจอเช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดา หากอีกฝ่ายไม่ตั้งครรภ์ขึ้นมาก่อน นางอาจจะปล่อยให้พวกมันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็ได้ ผู้ใดใช้ให้นางมาตั้งครรภ์กัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD