บทที่ 6
กลางดึกในขณะที่หลินอันเหมยกำลังนอนหลับอยู่นั้น จู่ ๆ ก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมาอย่างหนัก
“จินจิน” หญิงสาวร้องเรียกสาวใช้ที่นอนอยู่ด้านนอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เพราะตอนนี้นางเจ็บท้องจนไม่มีแม้แต่แรงจะเปล่งเสียงออกมา
ส่วนจินจินที่กำลังนอนอยู่นั้นก็ไม่ได้ยินเสียงที่เจ้านายเอ่ยเรียก
อันเหมยที่เห็นว่าสาวใช้ไม่ได้ยินเสียงของตน ก็ค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก พลางเอ่ยปากเรียกสาวใช้ไปด้วย
“จินจิน ช่วยด้วย” เสียงที่เปล่งออกมาช่างแผ่วเบาจนนางก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงของตนเอง จึงต้องหาวิธีอื่น เพื่อให้สาวใช้ของนางตื่นขึ้นมา
สายตาพลันเหลือบไปเห็นแจกันตกแต่งที่วางเอาไว้อยู่บนหัวเตียง นางจึงค่อย ๆ ยื่นมือที่สั่นเทาไปปัดให้แจกันนั้นตกลงที่พื้น ทว่ากว่าจะขยับตัวได้ก็ใช้เวลาไปไม่น้อย ในที่สุดนางก็ทำมันสำเร็จ
ตุบ!!
เสียงหล่นของแจกัน ทำให้จินจินที่กำลังหลับอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมา นางมองไปทางที่เกิดเสียงก็พบว่ามาจากบริเวณเตียงของเจ้านาย นางจึงได้รีบเข้าไปดู
“ฮูหยินเกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ” นางร้องถามด้วยความร้อนใจ เมื่อเห็นผู้เป็นนายนั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางอ่อนแรง
“ปวด...ท้อง” นางเอ่ยบอกสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด พลางใช้มือน้อย ๆ กุมเอาไว้ที่ท้องเพื่อคลายความเจ็บ แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้เลยแม้แต่น้อย
“บ่าวจะให้คนใช้ไปตามหมอมาให้นะเจ้าคะ” นางรีบวิ่งออกไปบอกสาวใช้ที่อยู่ในเรือน ให้รีบไปตามหมอมาโดยเร็ว เพราะว่าฮูหยินเจ็บท้องเป็นอย่างมาก แต่หารู้ไม่ว่าทุกคนที่อยู่ในเรือนนี้ถูกลู่จินซื้อตัวไปหมดแล้ว ทุกคนรู้ดีว่าสถานการณ์ของฮูหยินใหญ่เป็นเช่นไร จึงตัดสินใจจะร่วมมือกับฮูหยินรองอย่างไม่ต้องหยุดคิดเลยแม้แต่น้อย
“บ่าวให้คนไปตามหมอมาแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินอดทนอีกหน่อยนะเจ้าคะ” หลังจากไปสั่งบ่าวรับใช้เรียบร้อย ก็รีบกลับมาดูเจ้านายที่อยู่บนเตียง
จินจินขึ้นไปนั่งอยู่บนเตียงเดียวกับผู้เป็นนาย สองมือกอดประคองผู้เป็นนายเอาไว้อย่างห่วงใย อันเหมยเจ็บจนไม่สามารถทำอันใดได้ มีเพียงสาวใช้คนสนิทเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งได้ในตอนนี้ นางซบลงไปที่ตัวของสาวใช้อย่างต้องการที่พักพิง
“จินจิน ข้าเจ็บเหลือเกิน” หญิงสาวกัดฟันเอ่ยออกมา จับมือของสาวใช้เอาไว้แน่น
“ฮูหยินอดทนอีกหน่อยนะเจ้าคะ เดี๋ยวหมอก็มาแล้ว” ตอนนี้คงทำได้เพียงตามหมอมาดูอาการ และคนที่ดูเหมือนจะพึ่งพาได้ที่สุดในตอนนี้ก็ไม่อยู่เสียด้วย
“ข้าไม่ไหวแล้ว ข้าปวดท้องเหลือเกิน” อันเหมยร้องออกมาอย่างน่าสงสาร ตอนนี้ท้องของนางปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับบริเวณท้องของนางถูกบิดไปมาอย่างแรง
น้ำตาของนางไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ นางร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ทั้งเจ็บปวด และอีกเรื่องที่นางกลัวตอนนี้คือลูกในท้องของนางจะเป็นอันใดหรือไม่
“อดทนอีกหน่อยนะเจ้าคะ” จินจินทำได้เพียงเอ่ยออกมาเท่านั้น ไม่กล้าที่จะทำอันใดมาก เพราะกลัวจะกระทบถึงเด็กในครรภ์ นางพยายามจะกลั้นน้ำตาของนางไม่ให้ร้องไห้ตามผู้เป็นนาย เพราะตอนนี้พวกนางมีเพียงกันแค่สองคน หากนางร้องไห้ไปอีกคน จะไม่เป็นผลดี นางต้องพยายามรวบรวมสติเอาไว้ เพื่อจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้
เจียวลู่จินที่ได้รับรายงานเรื่องที่อันเหมยปวดท้อง ก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ ก่อนจะสั่งสาวใช้คนสนิทให้ไปเรียกหมอผู้นั้นมา
“อ้ายฉิง พานางไปตามหมอมา เรื่องนี้จะรอช้าไม่ได้” นางสั่งสาวใช้ด้วยท่าทีสงบ นางเพียงให้สาวใช้ของเรือนอันเหมยคอยจับตาความเป็นอยู่ในเรือน แล้วเอามาแจ้งนางเท่านั้น เรื่องที่นางให้อันเหมยกินยาขับเลือดนั้นนางไม่ได้บอก “ส่วนเจ้าไปกับข้า”
นางหันไปเรียกสาวใช้อีกคนของอันเหมยให้กลับไปพร้อมกับนาง เมื่อมาถึงก็พบว่าที่นี่วุ่นวายเป็นอย่างมาก นางจึงรีบจัดการทุกอย่างให้อยู่ในความสงบ
“พวกเจ้าอย่าได้ตื่นกลัว ข้าได้ให้คนไปตามหมอมาแล้ว อีกไม่นานก็คงจะมา” นางเอ่ยออกมาด้วยท่าทีจริงจัง ก่อนจะสั่งให้คนของเรือนนี้ไปเตรียมน้ำร้อนเอาไว้ เผื่อต้องการใช้ “พวกเจ้าไปเตรียมน้ำร้อนเอาไว้ เผื่อท่านหมอต้องการใช้”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้สองคนเดินออกไปเตรียมน้ำตามที่ลู่จินสั่ง
“ส่วนที่เหลือรออยู่ตรงนี้ ข้าจะเข้าไปดูด้านในเสียหน่อย” พูดจบก็เดินเข้าไปในห้อง ปล่อยให้สาวใช้ทั้งหมดรออยู่ที่หน้าประตูเรือน
“ฮูหยินอดทนรอหน่อยนะเจ้าคะ” จินจินยังคงพูดแต่คำเดิม ๆ ส่วนหญิงสาวที่เจ็บท้องอยู่นั้นก็ร้องออกมาอย่างน่าเวทนา
“โอ๊ย...เจ็บยิ่งนัก จินจินข้าเจ็บยิ่งนัก”
ลู่จินที่กำลังเดินเข้ามาในเรือน เมื่อได้ยินเสียงร้องอย่างทุกข์ทรมานของอีกฝ่ายก็ได้แต่ยกยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะเปิดประตูห้องด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจ
สองนายบ่าวเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง ก็ยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแข็งค้างไป เมื่อเห็นว่าผู้ใดเป็นคนเปิดประตูเข้ามา
“พี่หญิงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” นางแสร้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง แต่ความจริงแล้วใบหน้าของนางแสดงการเย้ยหยันออกมาอย่างถึงที่สุด
“ฮูหยินรองมาได้อย่างไรเจ้าคะ” เป็นจินจินที่เอ่ยปากถามแทนผู้เป็นนาย
“ฮ่า ๆ ๆ ข้าก็มาดูสภาพของนายเจ้าอย่างไรเล่า” นางเอ่ยออกมาอย่างสบาย ๆ ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ในเรือนราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” รอบนี้เป็นอันเหมยที่กัดฟันเอ่ยถามออกมาเอง เสียงของนางสั่นน้อย ๆ พยายามรักษาท่าทีไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่านางนั้นทรมานเพียงใด
“เจ็บหรือ” ลู่จินไม่ตอบ แต่เลือกที่จะถามกลับ เมื่อไม่ได้คำตอบจากอีกฝ่าย นางก็ได้แต่เอ่ยต่อ “คงจะปวดมากสินะ ทำเช่นไรดี คนของข้ากำลังไปตามหมอมา พี่หญิงก็อดทนอีกหน่อยนะเจ้าคะ”
ลู่จินรินชาให้ตนเอง ก่อนจะยกขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์
“คนของท่าน” จินจินเอ่ยออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ถึงว่าเหตุใดคุณหนูรองถึงได้รู้เรื่องนี้ ที่แท้คนของเรือนนี้ก็คอยรายงานอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา
“ใช่ คนของข้า” นางพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะยกยิ้มไร้เดียงสาไปให้ทั้งคู่ “เจ้าคิดว่าคนเช่นพวกเจ้าจะมีคนอยากคอยรับใช้หรือ”
ก่อนที่อันเหมยจะได้เอ่ยอันใดไปมากกว่านี้ ท้องของนางก็รู้สึกปวดขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้หญิงสาวต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ย!!” หญิงสาวร้องออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ใบหน้าของนางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่นางก็พยายามข่มความเจ็บเอาไว้ ไม่แสดงออกมา ทว่าสุดท้ายก็ทนความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงไม่ได้ หญิงสาวกรีดร้องออกมาเสียงดัง จนเล็ดลอดออกไปถึงคนที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูเรือน
“ฮูหยิน” จินจินร้องออกมาอย่างตกใจ
“ฮ่า ๆ ๆ” ลู่จินหัวเราะออกมาอย่างสะใจ เมื่อเห็นศัตรูของตนร้องออกมาอย่างทุกข์ทรมานเช่นนี้ “นี่คือผลของการที่เจ้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของข้า ทำให้ข้าต้องมาตกอยู่ในฐานะฮูหยินรองเช่นนี้”
“จะ จินจิน ละ ลูกข้า” อันเหมยที่รู้สึกว่ามีอะไรไหลออกมาจากช่วงล่างของตนเอง ก็บอกสาวใช้ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
จินจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็เปิดผ้าห่มออกอย่างรวดเร็ว ภาพที่ปรากฏก็คือเลือดสีแดงไหลเปื้อนเต็มที่นอน
“หมอ ผู้ใดไปตามหมอ มาหรือยัง!!” จินจินร้องออกไปเสียงดังทำให้คนที่อยู่ด้านนอกต่างได้ยินกันอย่างชัดเจน คนทั้งหมดมองหน้ากันไปมา เพราะสาวใช้คนนั้นออกไปตามหมอแล้ว แต่ยังไม่กลับมา พวกนางต้องทำเช่นไรกัน
อันเหมยร้องออกมาอย่างเจ็บปวด นางกลัวที่จะเสียลูกไป ความสุขเพียงหนึ่งเดียวตอนนี้ก็คือลูก นางยังไม่อยากเสียมันไปในตอนนี้
“ไม่...” นางกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง ก่อนที่จะหมดสติไปในที่สุด เสียงร้องของนางดังไปทั่วจวน ทำให้ผู้คนต่างพากันตระหนกเป็นอย่างมาก
“ไปตามท่านแม่มาเร็ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” ลู่จินเมื่อเห็นว่าถึงเวลาแล้ว ก็รีบตะโกนขึ้นเสียงดัง สั่งให้คนรีบไปตามนายหญิงของจวนมา
ทันทีที่ได้รับคำสั่ง บ่าวรับใช้ด้านนอกต่างก็พากันวิ่งวุ่นไปทั่ว ทำให้เรือนหลังนี้วุ่นวายเป็นอย่างมาก
“น้ำ เอาน้ำร้อนเข้ามาให้ฮูหยินหน่อย” จินจินร้องสั่งคนด้านนอก ไม่ได้สนใจอีกคนที่ยืนอยู่ในห้องเลยสักนิด ตอนนี้ต้องทำเช่นไรก็ได้ให้เจ้านายของนางปลอดภัย ส่วนเรื่องอื่น ๆ ค่อยจัดการในภายหลัง
“คุณหนูตื่นสิเจ้าคะ” นางพร่ำเรียกเจ้านายอยู่เช่นนั้น ระหว่างรอคนเอาน้ำเข้ามาให้
ฝูฮุ่ยเหอที่ได้รับข่าวเรื่องของสะใภ้คนแรก ก็รีบแต่งตัวแล้วตรงมาที่เรือนของอันเหมยด้วยความรีบร้อนทันที
ทันทีที่นางมาถึงก็พบว่าอีกฝ่ายหมดสติไปแล้ว โดยมีสาวใช้คนสนิทคอยเรียกชื่อและซับใบหน้าให้อยู่ตลอดเวลา
“เกิดอันใดขึ้น” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตระหนก พลางมองใบหน้าที่ซีดเซียวของคนที่อยู่บนเตียงด้วยความเป็นห่วง
ท่านพี่หวังกับบุตรในท้องของอันเหมยเป็นอย่างมาก หากเกิดอันใดขึ้นนางจะไม่ลำบากเอาหรอกหรือ นี่ท่านพี่พึ่งออกเดินทางไปเมื่อวาน วันนี้ก็มาเกิดเรื่อง เช่นนี้จะถือเป็นความรับผิดชอบของนางหรือไม่
“เรียนท่านแม่ เมื่อครู่บ่าวรับใช้ของพี่หญิงวิ่งเอะอะเสียงดังไปถึงด้านนอก ข้าถามข่าวจึงได้รู้ว่าพี่หญิงปวดท้อง จึงได้เร่งให้คนออกไปตามหมอมารักษา” ลู่จินเป็นคนเล่าเรื่องทุกอย่างให้นายหญิงของจวนฟังอย่างละเอียด เพียงแต่เรื่องที่นางเล่าไปทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น
“ปะ ปวดท้อง” ฮุ่ยเหอมองไปที่เตียงด้วยสีหน้าซีดเซียวไม่ต่างกัน นางเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียง ก่อนจะเปิดผ้าห่มออกช้า ๆ ภาพที่เห็นก็คือบนเตียงแปดเปื้อนไปด้วยเลือด มือไม้ของนางสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ “มะ หมอมาหรือยัง เหตุใดจึงได้มาช้าเช่นนี้”
ทันทีที่ฝูฮุ่ยเหอเอ่ยจบ หมอก็เดินทางมาถึง
“ท่านหมอ เร็วเข้ารีบรักษานางเร็วเข้า” นางบอกหมอด้วยน้ำเสียงร้อนรน พลางถอยออกมาให้หมอทำการรักษาได้อย่างสะดวก
หมอตรวจดูชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบอุปกรณ์ฝังเข็มออกมา แล้วทำการฝังเข็มไปยังจุดต่าง ๆ เพื่อการรักษา ทว่าความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เขาฝังเข็มให้สตรีผู้นี้ตกเลือดออกมาอย่างสมบูรณ์ เพราะเพียงกินยาขับเลือดไป ก็ใช่ว่าจะแท้ง เขาจึงต้องทำเช่นนี้เพื่อความมั่นใจ เพราะเงินที่ได้รับมานั้นมากมายจนไม่อาจปฏิเสธได้