บทที่ 2
คนสกุลตงใช้ชีวิตกันตามปกติ จนวันหนึ่งตงหานเจินและเจียวลู่จินเกิดการทะเลาะกันใหญ่โต เพราะเมื่อคืนหานเจินไม่กลับมานอนที่เรือนของนาง
เมื่อวานเขาออกไปดื่มสุรากับสหายด้านนอก นางเผลอหลับไปก่อนเพราะกว่าเขาจะกลับมาก็คงดึกดื่น ทว่าตื่นขึ้นมากลับไม่พบสามี นางจึงได้เอ่ยถามสาวใช้ จนได้รู้ว่าเมื่อคืนเขาไปนอนที่เรือนของหลินอันเหมยมา
“ท่านพี่ทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร ท่านมีข้าอยู่แล้วทั้งคนยังไปหาสตรีนางนั่นอีกหรือ” นางแผดเสียงอย่างรุนแรง เขาเคยสัญญากับนางว่าจะไม่แตะต้องสตรีอื่น แล้วเหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้
“ข้าเมา” เขาก้มหน้ารับผิด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขารู้สึกผิดอยู่ในใจเสมอ ตอนนั้นเป็นเขาที่ผิดเอง ที่ไม่อาจห้ามใจตนเองได้ “ตอนนั้นข้าอยากทำให้นางเจ็บเหมือนที่ข้าเจ็บ ข้าจึงตัดสินใจทำแบบนั้นไป หาได้ทำไปเพราะสนใจในตัวของนางไม่”
เขารีบอธิบายให้นางเข้าใจ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อวานเขาคิดอันใดอยู่จึงได้ไปหานางที่เรือน ทั้งที่เขาตัดสินใจแล้วว่าหลังจากแต่งจินเอ๋อร์เข้ามา เขาจะไม่ทำเช่นนั้นอีก
“ท่านพี่แน่ใจในสิ่งที่พูดใช่หรือไม่” นางกัดฟันถาม พยายามระงับอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเอาไว้ นางจะยอมเชื่อใจเขาอีกครา หากมีครั้งหน้านางไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ เช่นนี้แน่
“ข้ามั่นใจ จากนี้ข้าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก เจ้ายกโทษให้ข้านะ” เขาเดินเข้าไปสวมกอดนางอย่างต้องการปลอบประโลม เป็นเขาผิดเองที่ตัดสินใจทำเช่นนั้นลงไป
หญิงสาวพยักหน้าเบา ๆ แล้วกอดตอบเขา ทว่าสายตาของนางนั้นกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ในเมื่อเรื่องราวเป็นเช่นนี้แล้ว สตรีผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่อย่างเป็นสุข นางจะต้องกำจัดสตรีผู้นั้นออกไปให้ได้
หลินอันเหมยที่ถูกรังแกมาค่อนคืนก็รู้สึกอ่อนแรงไม่น้อย ไม่รู้ว่าช่วงหลังมานี้นางเป็นอันใด ร่างกายรู้สึกเหน็ดเหนื่อยง่ายมากกว่าปกติ
“ฮูหยิน ดื่มยาบำรุงก่อนเจ้าค่ะ” จินจินยกถ้วยยาเข้ามาในห้อง ช่วงนี้คุณหนูเป็นอันใดก็ไม่รู้ ร่างกายอ่อนแอยิ่งนัก “เราน่าจะเชิญหมอมาตรวจดูนะเจ้าคะ ปล่อยไว้เช่นนี้จะดีหรือ”
“ข้าไม่เป็นไร” นางลุกขึ้นดื่มยา ก่อนจะนอนลงที่เตียงอีกครั้ง และหลับลงไปอย่างง่ายดาย นางรู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ร่างกายของนางต้องการการพักผ่อนเป็นอย่างมาก
จินจินที่ไม่สามารถทำอันใดได้ ทำได้เพียงแค่นั่งอยู่ข้างเตียงของผู้เป็นเจ้านายอย่างเงียบ ๆ รู้สึกสงสารเป็นอย่างมากที่ต้องมาพบเจอเรื่องเช่นนี้
ช่วงที่แต่งเข้ามาแรก ๆ ยามที่คุณชายเมามายกลับมาที่จวน ก็จะมาระบายโทสะที่เรือนนี้ ว่าคุณหนูเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเลิกรากับคนรัก ในตอนเช้าร่างกายก็จะเต็มไปด้วยรอยช้ำ ไม่รู้ว่าคุณหนูยอมทนอยู่ได้อย่างไร ผิวก็บางปานนั้น เพียงออกแรงบีบหน่อยก็เป็นรอย เขาไม่มีความปรานีเลยแม้แต่น้อย
หลายวันต่อมาร่างกายของอันเหมยก็ยังไม่ดีขึ้น แต่คนในจวนก็หาได้มีใครสนใจจะเรียกหมอมาตรวจดู ทำให้จินจินรู้สึกคับข้องใจไม่น้อย จะอย่างไรเจ้านายของนางก็เป็นฮูหยินใหญ่ จะไม่คิดเหลียวแลกันหน่อยหรือ
“ฮูหยิน เรียกหมอมาตรวจดีหรือไม่เจ้าคะ” จินจินก็ยังไม่วายโน้มน้าวให้เจ้านายตามหมอมารักษาอาการป่วย ปล่อยไว้นานเช่นนี้คงจะไม่ดีเป็นแน่
“ข้าไม่เป็นไร เพียงแค่พักผ่อนไม่พอเท่านั้น” นางฝืนยิ้มส่งไปให้สาวใช้ เพื่อไม่ให้กังวลใจ นางเพียงแค่อยากนอนมากกว่าปกติเท่านั้น คงจะมิได้เป็นอันมาก ไม่ถึงกับให้ต้องตามหมอมาตรวจดู
“แต่ช่วงนี้ฮูหยินอาเจียนบ่อย ๆ และก็กินอาหารได้น้อยลงนะเจ้าคะ” นางพยายามเกลี้ยกล่อมเจ้านายให้เห็นด้วย อีกไม่นานก็จะถึงฤดูหนาวแล้ว หากปล่อยไว้จะยิ่งรักษายากขึ้น
“ช่างเถิด” นางหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ตอนนี้นางรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วนเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ร่างกายของนางก็เป็นปกติดี
“พี่หญิง”
ในขณะที่นางกำลังพักผ่อนอยู่นั้น เสียงที่คุ้นเคยก็ดังมาแต่ไกล ทำให้คนที่ป่วยอยู่นั้นต้องลืมตาขึ้นอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ นางพยักหน้าน้อย ๆ ให้จินจินเข้ามาประคองให้ลุกขึ้นนั่ง เพื่อต้อนรับแขกที่มาเยือน
ใบหน้าของลู่จินประดับไปด้วยรอยยิ้ม ด้านหลังของนางมีบุรุษที่ดูสูงวัยเดินตามเข้ามาด้วย
“น้องหญิงมาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ” น้ำเสียงของนางอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด นางพยายามฝืนยิ้มออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ดูป่วยหนักจนเกินไป
“ข้าได้ข่าวว่าพี่หญิงไม่สบาย จึงได้เชิญท่านหมอมาตรวจดู” นางผายมือไปยังบุรุษสูงวัยที่เดินเข้ามาพร้อมกันเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยต่อ “ท่านพี่ก็ไม่รู้เป็นอันใด รู้ทั้งรู้ว่าท่านป่วย ก็ไม่รู้จักเชิญท่านหมอมาตรวจดู ข้าพูดเท่าใดก็ไม่ฟัง จนต้องให้คนไปเชิญท่านหมอมาเอง ก็ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงได้ละเลยพี่หญิงเช่นนี้”
นางพยายามปั้นหน้าให้ดูสงสารอีกฝ่ายเป็น ทั้งที่ตอนนี้อยากจะหัวเราะออกมาอย่างสะใจ สตรีผู้นี้สมควรแล้วที่ถูกปฏิบัติด้วยเช่นนี้ บังอาจมาแย่งวาสนาของนาง ทั้งที่ตนเองมีฐานะต่ำต้อย ยังจะกล้าอาจเอื้อมมาแย่งชิงกับนาง
“ข้ามิได้เป็นอันใดมาก เพียงแค่อ่อนล้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องลำบากเชิญหมอมาตรวจดูก็ได้” นางยกยิ้มอย่างสุภาพส่งไปให้ท่านหมอที่ยืนอยู่ ก่อนจะยื่นมือไปยกถ้วยชาขึ้นมาดื่ม เพราะตอนนี้นางรู้สึกกระหายน้ำเป็นอย่างมาก
“จะอย่างไรก็เชิญท่านหมอมาแล้ว ให้ตรวจดูหน่อยเถิด” นางหันไปพยักหน้าให้ท่านหมอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เข้าไปตรวจหญิงสาวที่กำลังป่วยอยู่
ที่ทำเช่นนี้มิใช่ว่านางใจดีอันใด ที่เชิญหมอมาก็เพื่อต้องการจะมาตอกย้ำและเยาะเย้ยอีกฝ่ายว่าไม่มีความสำคัญต่อเขา จนนางต้องเชิญหมอมาด้วยตนเอง
ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้จึงได้แต่รับคำในลำคอเบา ๆ อนุญาตให้หมอเข้ามาตรวจดูอาการ เป็นเช่นนี้ก็ดีจะได้รู้สักทีว่านางเป็นอันใดกันแน่
“ท่านหมอ รักษาได้เต็มที่เลยนะเจ้าคะ ส่วนเรื่องค่ารักษาไม่ต้องเป็นห่วง ประเดี๋ยวข้าจะตอบแทนอย่างดี” ลู่จินเอ่ยออกมาอย่างใจกว้าง ราวกับว่าตนนั้นเป็นว่าที่นายหญิงของจวน
หมอที่ตรวจชีพจรของคนป่วยจนมั่นใจแล้ว ก็ร้องออกมาด้วยความยินดี
“ยินดีกับฮูหยินด้วย เป็นชีพจรมงคลขอรับ”
หญิงสาวทั้งสองที่ได้ยินเช่นนั้นก็พากันนิ่งค้างไปทันที อันเหมยก้มลงมองหน้าท้องน้อย ๆ ของตนที่มีอีกชีวิตหนึ่งกำลังเติบโตอยู่ในนั้น ตอนนี้หัวใจน้อย ๆ ที่แห้งเฉาของนาง ราวกับกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ริมฝีปากของนางเผยยิ้มออกมาน้อย ๆ
ส่วนหญิงสาวอีกคนนั้นแทบจะล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น ยังดีว่ามีสาวใช้คนสนิทคอยประคองอยู่จึงยังคงสามารถยืนอยู่ได้
“ท่านหมอหมายความว่าเช่นไร” หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง เสียงของนางสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ ด้วยเพราะไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้ยินประโยคนี้จากปากของคนเป็นหมอ
“ฮูหยินกำลังตั้งครรภ์ขอรับ”
ยิ่งได้รับคำยืนยัน นางก็แทบอยากจะกรีดร้องออกมาเสียตรงนั้น แต่ก็ต้องรักษากิริยาเอาไว้ ทำได้เพียงสะบัดแขนเดินออกไปจากเรือนนี้อย่างไม่พอใจ
“ฮูหยิน ยินดีด้วยเจ้าค่ะ” จินจินเอ่ยออกมาอย่างยินดี หากบุตรผู้นี้เป็นบุรุษ ตำแหน่งเจ้านายของนางก็จะยิ่งมั่นคงในจวนแห่งนี้มากขึ้น
หญิงสาวไม่ตอบอันใด เอาแต่ลูบท้องของตนเองอย่างรักใคร่อ่อนโยน ใบหน้าของนางประดับไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข อย่างน้อยยามที่อยู่ในจวนแห่งนี้ก็ยังมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นกับนางอยู่
เจียวลู่จินเมื่อกลับมาถึงจวนก็กรีดร้องออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร
“ไม่!! ข้าไม่ยอมเด็ดขาด บุตรคนแรกของตระกูลต้องเกิดจากข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น” มือของนางกำแน่นด้วยความโมโห นางจะต้องหาทางกำจัดพวกมันสองคนแม่ลูกให้ได้ เดิมทีนางคิดจะให้มันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปอีกหน่อย แต่เห็นทีคงต้องเร่งมือจัดการเสียแล้ว
“เราจะทำกันเช่นไรต่อไปเจ้าคะ” อ้ายฉิงถามถึงแผนการต่อจากนี้ หากปล่อยไว้เช่นนี้จะยิ่งไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายของพวกนาง หากอีกฝ่ายได้บุตรชาย ตำแหน่งนายหญิงคนต่อไปต้องเป็นของนางเป็นแน่
“ข้าไม่มีทางให้บุตรของนางได้ลืมตามาดูโลกอย่างแน่นอน” เรื่องนี้ต้องไม่มีทางเป็นเช่นนี้อย่างแน่นอน เพียงแค่นางแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรองก็รู้สึกอดสูมากเกินพอแล้ว นางไม่มีทางให้บุตรของนางต้องมารู้สึกเช่นนางอีก
“นำเรื่องนี้ไปแจ้งให้ท่านแม่ได้รู้ ให้ท่านหายาขับเลือดมาให้ข้าชุดหนึ่ง” นางยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบเพื่อระงับความร้อนรุ่มในใจ ตอนนี้เรื่องที่อันเหมยตั้งท้องคงรู้ไปทั่วจวนแล้ว “อย่าลืม เรื่องนี้ต้องทำอย่างรอบคอบที่สุด จะให้ผู้ใดรู้ว่าเป็นฝีมือของพวกเราไม่ได้”
“เจ้าค่ะ” นางรับคำ แล้วรีบออกไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายทันที เพราะเรื่องนี้ไม่อาจรอช้าได้ รีบจัดการได้เร็วเท่าไร[w1] ก็ยิ่งดี
เรื่องที่หลินอันเหมยตั้งครรภ์ต่างก็พากันพูดถึงกันทั่วจวน หลายคนต่างก็พากันดีใจที่จะได้มีเจ้านายคนใหม่ ทว่าหลายคนก็พากันหวั่นกลัวอยู่ไม่น้อย เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็ลงมือกับอันเหมยค่อนข้างหนัก ยิ่งเหล่าแม่ครัวที่เคยกลั่นแกล้ง ไหนจะส่งเศษอาหารเหล่านั้นไปที่เรือนของนางอีก
ตอนนี้ภายในเรือนต่างก็พากันอยู่นิ่ง ๆ ดูทิศทางลมว่าจะไปในทิศทางใด เพราะหากอันเหมยคลอดบุตรชายออกมา ตำแหน่งของนางก็จะมั่นคงขึ้น ตำแหน่งนายหญิงคนต่อไปก็คงจะหนีไม่พ้นต้องตกเป็นของนางอย่างแน่นอน