เมื่อจัดการสั่งคนของตนเรียบร้อยแล้ว เจียวลู่จินก็ตรงไปเรือนของแม่สามีทันที ตอนนี้คงจะมีแต่สตรีผู้นี้เท่านั้นที่จะขจัดความคับข้องใจของนางได้
“ท่านแม่” นางร้องมาแต่ไกล ทำให้คนที่กำลังปักผ้าในมืออยู่ตอนนี้ต้องวางมือลง
“จินเอ๋อร์” ฝูฮุ่ยเหอร้องออกมาอย่างตกใจไม่ต่างกัน ที่เห็นสะใภ้คนโปรดเดินมาอย่างรีบร้อนมากเช่นนั้น เพราะปกตินางรักษาท่าทีมาโดยตลอด
“ท่านแม่ต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะเจ้าคะ” นางคิดว่าท่านแม่ต้องรู้เรื่องที่อันเหมยตั้งท้องแล้วอย่างแน่นอน
ฮุ่ยเหอตบลงที่หลังมือของสะใภ้เบา ๆ แล้วเอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยน “เจ้าไม่ต้องร้อนใจ แม้นางจะตั้งครรภ์แล้ว อย่างไรเจ้าก็เป็นคนที่อาเจินรักที่สุด นางไม่มีทางสู้เจ้าได้อย่างแน่นอน”
ลู่จินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่กำมือแน่น ระงับความไม่พอใจเอาไว้ นางคิดเอาไว้แล้วว่ามันจะต้องเป็นเช่นนี้ อย่างไรพวกเขาก็ต้องเอาความมั่นคงของตระกูลไว้ก่อน โดยไม่คิดที่จะสนใจความรู้สึกของนางเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าค่ะ” นางฝืนยิ้มออกมาในที่สุด เห็นทีสิ่งที่นางตัดสินใจส่งคนไปปรึกษามารดานั้นถูกต้องแล้ว เพราะคนสกุลตงไม่มีทางทำลายทายาทของตนเป็นแน่
แต่นางมิใช่ นางต้องทำทุกอย่างเพื่อตัวของนางเอง หาใช่ทำเพื่อคนสกุลตงไม่!
ตอนนี้คงทำได้เพียงรอมารดานางติดต่อกลับมาเท่านั้น
“ดีมาก ในหัวใจของอาเจินมีเจ้าเพียงคนเดียวมาตลอด ไม่มีสตรีคนใดสามารถสู้เจ้าได้” นางหาทางเกลี้ยกล่อมสะใภ้ให้สบายใจ บุตรของอันเหมยใช่ว่าจะเกิดเป็นบุรุษเสียเมื่อไร
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” นางเดินจากไปด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ความรักอันใดกัน ความรักนั้นเดิมทีก็เป็นของนางมาตั้งแต่ต้นแล้ว สิ่งที่นางต้องการในตอนนี้คือตำแหน่งฮูหยินใหญ่ หาใช่ความรักที่เป็นของนางตั้งแต่ต้น
“ส่งคนไปแจ้งเรื่องเมื่อครู่ให้ท่านแม่รู้ บอกให้ระวังให้มาก เรื่องที่เรากำลังทำอยู่จะให้ผู้ใดรู้มิได้” ในเมื่อแม่สามีไม่เห็นด้วย นางก็จะจัดการเรื่องนี้เอง
“เจ้าค่ะ”
เมื่อพูดคุยกันเสร็จแล้วก็ตรงกลับเรือนของตนเองทันที ก่อนทุกอย่างจะเตรียมพร้อม นางก็ขอระบายโทสะกับเรื่องนี้เสียหน่อย หากไม่ได้ระบายมันออกไป นางคงได้อกแตกตายอย่างแน่นอน
เดิมทีตอนแรกนางกะจะคิดบัญชีนี้กับสามี แต่เมื่อคิดไปคิดมานางไม่ควรนำเรื่องเช่นนี้มาทำให้ความสัมพันธ์ของนางและเขาแปรเปลี่ยน คนที่นางควรจะจัดการคือสตรีหน้าหนาผู้นั้น
หลังจากระงับอารมณ์ของตนเองได้แล้ว ก็สั่งให้สาวใช้ไปเตรียมของว่างมาให้สามีที่กำลังกลับมาจากทำงาน
รอได้ไม่นานคนที่นางตั้งตารอก็กลับมาถึง หานเจินรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว จึงได้รีบตรงกลับมาหาเมียรักทันที เขาก็ได้แต่หวังว่านางจะยอมให้อภัยเขาในเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเขาก็ไม่คิดเช่นกันว่าเรื่องราวจะกลายเป็นเช่นนี้
ทว่าเมื่อมาถึงเรือนก็ต้องแปลกใจ เมื่อท่าทีของนางไม่ได้เกรี้ยวกราดเช่นที่เขาคาดคิดเอาไว้ ออกจะอารมณ์ดีเสียด้วยซ้ำ
“ท่านพี่มาแล้วหรือ วันนี้ข้าเตรียมของว่างเอาไว้ให้ท่านด้วย” นางยิ้มออกมาอย่างเบิกบาน พลางเดินไปจูงมือของเขามานั่งโต๊ะที่นางได้จัดเตรียมเอาไว้แล้ว
“เรื่องนั้น...”
“เรื่องพี่หญิงตั้งท้องนะหรือ” นางไม่รอให้เขากล่าวจบ ก็เอ่ยขึ้นมาก่อน
“ใช่” เขาเอ่ยอย่างรู้สึกผิดกับเรื่องนี้ เขาไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ
“เป็นเรื่องที่ดีมิใช่หรือ ท่านพ่อก็อยากได้หลานชาย พี่หญิงตั้งท้องเช่นนี้ท่านพ่อคงจะดีใจไม่น้อย” นางบอกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ทุกข์ร้อน พยายามกลบเกลื่อนความไม่พอใจเอาไว้
เมื่อได้ยินนางเอ่ยออกมาเช่นนั้น เขาก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่นางเข้าใจเขาเช่นนี้ จากนี้ในจวนคงจะมีความสุขมากยิ่งขึ้น
“ขอบคุณที่เจ้าเข้าใจข้า” พูดจบก็ดึงนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอย่างรักใคร่ พลางจูบลงที่ศีรษะของนางอย่างอ่อนโยน
“วันหน้าที่จวนของเราคงจะมีความสุขและรื่นเริงมากกว่านี้” นางได้แต่ปั้นหน้ายิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ทั้งที่ตอนนี้หากเป็นไปได้นางอยากจะไปทุบตีให้บุตรของอีกฝ่ายแท้งออกมาเสียเดี๋ยวนี้
“ไม่ว่าจะอย่างไร บุตรที่เกิดจากเจ้าย่อมสำคัญต่อข้ามากที่สุด” บุตรที่เกิดจากสตรีที่เขาไม่ได้รักย่อมไม่มีความสำคัญอันใดทั้งนั้น บุตรที่เกิดจากนางย่อมสำคัญที่สุดสำหรับเขา
“ขอบคุณนะเจ้าคะ” นางยิ้มออกมาอย่างดีใจ อย่างน้อยเขาก็เห็นว่าบุตรที่จะเกิดกับนางสำคัญที่สุด เท่านี้นางก็พอใจแล้ว
“เช่นนั้นเจ้าก็มีบุตรให้ข้าเถิด” พูดจบก็ลุกขึ้นอุ้มนางตรงไปที่เตียง แล้วจุมพิตลงที่ริมฝีปากของนางอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนในที่สุด
หลายวันต่อมาเจียวลู่จินไปหาหลินอันเหมยแต่เช้า และนำของบำรุงมากมายไปที่เรือนของอันเหมย
“พี่หญิง” นางทักทายเจ้าของเรือนด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม “วันนี้ข้านำของบำรุงมาให้พี่หญิงเจ้าค่ะ เด็กในครรภ์จะได้แข็งแรง”
นางพยักหน้าให้เหล่าสาวใช้รับของที่นางนำมาด้วยไปวางไว้บนโต๊ะ
“ขอบคุณน้องหญิงที่ใส่ใจถึงเพียงนี้” นางยกยิ้มน้อย ๆ ออกมา พลางมองไปที่สมุนไพรมากมายที่ถูกนำมาในวันนี้
“พี่หญิงไม่ต้องขอบคุณไป อย่างไรก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน” นางเอ่ย พร้อมกับเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ เจ้าของเรือนด้วยท่าทีสนิทสนม “เราออกไปเดินเล่นด้านนอกดีหรือไม่ มัวแต่นั่งอุดอู้อยู่ในเรือน ก็มิใช่เรื่องดี ออกไปรับอากาศบริสุทธิ์เสียหน่อยเถิด”
“ได้” แม้จะรู้สึกอ่อนล้าอยู่ไม่น้อยก็ยังคงตอบรับคำชวนของอีกฝ่าย ถึงจะไม่ได้มีความจริงใจให้กันมากมาย แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้วมิใช่หรือ วันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันทีหลัง
“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด” นางประคองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ให้ลุกขึ้น แล้วออกไปเดินเล่นที่สวนด้านนอกด้วยกัน
ทั้งคู่เดินเล่นด้วยกันจนมาถึงบ่อน้ำที่ถูกสร้างขึ้น บ่อน้ำแห่งนี้แม้จะไม่ได้ใหญ่โตอันใด แต่ก็ใหญ่จนกินพื้นที่ไปหลายส่วน
“พี่หญิงว่าหากมีคนตกลงไปในบ่อน้ำนี้จะเป็นเช่นไร” ลู่จินหยุดลงที่ริมบ่อน้ำ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา ต่างจากเมื่อครู่เป็นอย่างมาก
“เจ้าคิดที่จะทำอันใด!” ตอนนี้นางรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก รีบถอยออกมาจากสตรีที่กำลังประคองนางอยู่อย่างไม่ไว้ใจ ทว่ายังดีที่นางให้จินจินติดตามมาด้วย
“คิดจะทำอันใดหรือ” นางเลิกคิ้วขึ้นอย่างขบขัน “คิดว่าข้าจะยอมญาติดีกับเจ้าง่าย ๆ หรือ เจ้าแย่งทุกอย่างไปจากข้า ข้าไม่มีทางยอมเด็ดขาด”
“อย่าทำอันใดฮูหยินนะ” จินจินออกตัวปกป้องเจ้านายอย่างถึงที่สุด นางไม่มีทางให้ผู้ใดมาทำอันใดเจ้านายของนางอย่างเด็ดขาด แม้ตายนางก็ต้องปกป้องผู้เป็นเจ้านายให้ถึงที่สุด
“ฮ่า ๆ ข้าไม่ทำอันใดเจ้านายของเจ้าหรอก” นางไม่โง่พอที่จะทำให้ตนเองเดือดร้อนหรอก คนที่จะต้องเดือดร้อนก็คือพวกนางต่างหาก
“เจ้าจะทำอันใด” ในหัวของอันเหมยตอนนี้รู้สึกสับสนไปหมด นางไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอันใด จึงได้ทำเช่นนี้
“ทำอันใดนะหรือ” หญิงสาวยกยิ้มร้ายกาจขึ้น ก่อนจะฟาดมือไปที่ใบหน้าของตัวเองอย่างแรง แล้วร้องออกมาเสียงดัง “พี่หญิง อย่าทำอันใดข้าเลย”
เสียงสะอื้นของลู่จินดังไปทั่วจวน ทำให้ทุกคนต่างพากันหันมาให้ความสนใจ นางเดินเข้าไปหาสองนายบ่าวที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ แล้วจับมือทั้งสองข้างของอันเหมยขึ้นมา
“พี่หญิง ข้ามิได้คิดร้ายเช่นนั้นกับท่าน ข้าออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่ท่านพี่มีทายาท มิได้คิดอิจฉาริษยาท่านเลยแม้แต่น้อย” นางร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา พลางเหลือบมองไปรอบ ๆ ตอนนี้เริ่มมีคนมาดูเยอะแล้ว
ลู่จินลอบยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะร้องออกมาอีกครั้ง
“พี่หญิง อย่าทำอันใดข้าเลย ว้ายย!” ทันทีที่เอ่ยจบ นางก็ดันตัวเองออกจากมือของอันเหมย ทำให้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายเป็นคนผลักนาง
ตูม!!
ร่างของลู่จินตกลงไปในน้ำ ก่อนจะพยายามตะเกียกตะกายเอาตัวรอดพาตัวเองขึ้นจากน้ำ แต่ก็ไม่สามารถพาตัวเองขึ้นจากน้ำได้ จนเรี่ยวแรงที่มีเริ่มหมดลง
“ฮูหยินรอง ตายแล้ว ช่วยฮูหยินรองขึ้นมาจากน้ำเร็วเข้า” อ้ายฉิงแสร้งร้องไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา หาทางช่วยเจ้านายอย่างสุดความสามารถ แต่ด้วยเพราะนางเองก็ว่ายน้ำไม่เป็นจึงทำได้เพียงร้องไห้อยู่ข้าง ๆ บ่อน้ำเท่านั้น
ตงหานเจินที่กลับมาจากทำงาน เมื่อได้ยินเสียงร้องโวยวายก็รีบตรงไปบริเวณที่เกิดเสียงดังทันที
“เกิดอันใดขึ้น” เขาร้องถามบ่าวรับใช้ที่วิ่งไปมา
“ฮูหยินรองตกน้ำขอรับ” บ่าวรับใช้รีบแจ้งเจ้านายทันที เพราะตอนนี้ยังไม่ทันได้ช่วยฮูหยินรองขึ้นจากน้ำเลย
“ไป!! นำข้าไป” เขาเอ่ยออกมาอย่างร้อนใจ แล้วรีบตามบ่าวรับใช้ไปที่บ่อน้ำด้วยความรวดเร็ว
ทันทีที่มาถึงหัวใจของเขาก็แทบจะสลาย เมื่อเห็นหญิงคนรักจมลงไปในน้ำต่อหน้าต่อตา เขาพุ่งลงไปช่วยนางขึ้นมาจากน้ำโดยเร็ว ตอนนี้ในหัวของเขาคิดอันใดไม่ออก รู้เพียงแค่ว่าต้องช่วยนางขึ้นมาให้ได้ เพราะหากนางเป็นอันใดไป เขาไม่มีทางใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างแน่นอน
เขาลงไปในน้ำได้ไม่นาน ก็สามารถพานางขึ้นมาจากน้ำได้ เขาส่งตัวนางให้กับอ้ายฉิงสาวใช้ข้างกายของนาง ก่อนจะพาตัวเองขึ้นมาบนฝั่ง
“ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้” เขาสั่งลูกน้องเสียงเข้ม ก่อนจะอุ้มนางไปพักที่เรือน เพื่อรอหมอมาทำการรักษา
“จินเอ๋อร์ อย่าเป็นอันใดไปนะ” หานเจินจับมือของหญิงสาวเอาไว้แน่น น้ำตาของเขาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ พร่ำเรียกชื่อของนางอยู่เช่นนั้น จนหมอเดินทางมาถึง จึงได้ถอยออกไปยืนดูอยู่ไม่ไกล
ฝูฮุ่ยเหอที่ได้ข่าวว่าสะใภ้คนโปรดตกน้ำ ก็รีบตรงไปที่เรือนของนางทันที เมื่อมาถึงก็พบว่าอันเหมยก็ยืนอยู่ที่นั่น จึงได้เอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง
“หมอล่ะ หมอมาหรือยัง” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน กลัวว่าลู่จินจะเป็นอันใดไป
“มาแล้วเจ้าค่ะ” อันเหมยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง และหันไปมองประตูห้องนอนที่หมอพึ่งเดินเข้าไปอย่างครุ่นคิด ดูแล้วลู่จินคงตั้งใจสร้างเรื่องให้นางลำบากอย่างแน่นอน นางคงต้องหาทางรับมือเรื่องนี้เสียแล้ว เพราะถึงแม้นางจะเล่าความจริงไป ก็ไม่มีผู้ใดเชื่อนางอย่างแน่นอน
“ไปกันเถิด” นางหันไปเอ่ยกับจินจินที่ยืนสีหน้าไม่สู้ดีอยู่ข้าง ๆ
“จะ เจ้าค่ะ” นางรับคำอย่างเร็ว แล้วประคองเจ้านายกลับไปที่เรือน เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน คงต้องกลับไปตั้งหลักที่เรือนก่อน