ไม่ได้เจอกันนาน..เขายังเหมือนเดิม
เมื่อตั้งสติได้ฉันก็แสยะยิ้มมุมปาก มองด้วยสายตาเย้ยหยันเฉกเช่นเดียวกับที่เขามองมา
เพียงแค่สบตา นัยน์ตาสีเทาหม่นยามนี้มองไม่ออกเลยว่าคนตรงหน้ากำลังนึกคิดอะไรอยู่
ร่างสูงไม่ขยับถอยห่าง ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้ จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจเป่ารดข้างแก้มด้านซ้าย
"ไต้ฝุ่น!!"
ฉันดันอกแกร่งออกห่าง คนตัวสูงโน้มลงมาใกล้อีกครา ฝังจมูกจูบเล้าโลมข้างพวงแก้ม
ไต้ฝุ่นยกยิ้มมุมปากเพียงเสี้ยววิก็กลับมาหน้านิ่งดั่งเดิม
"พอมาคิดดูแล้ว การทำอะไรแบบนี้มันก็ดูน่าตื่นเต้นดี เธอไม่คิดแบบนั้นเหรอ มิเชล"
ร่างสูงไม่ยอมถอยห่างยังคงทาบทับตัวเข้าหา จนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างเรา
"พูดอะไรนะ รู้ตัวไหม"
ไทเลอร์กับไต้ฝุ่นเป็นพี่น้องกัน แต่พวกเขาสองคนเป็นพี่น้องคนละแม่ นิสัยแตกต่างกันชัดเจนในไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต
และถ้าหากฉันรู้มาก่อนว่าไต้ฝุ่นเป็นลูกชายตระกูลเกรย์ลอนละก็...ฉันไม่มีทางให้คืนนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด
"ปล่อย!"
ไต้ฝุ่นมองมาไม่ขยับ.. ฉันไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร
ยิ่งใกล้ก็ยิ่งรู้สึกอันตราย แล้วจะมายืนจ้องตากันแบบนี้มันไม่สมควรเลยสักนิด
ระหว่างเขาและฉัน สถานะของเรา…
มือหนาเชยปลายคางของฉันให้เงยหน้า เรามองสบตากันแต่ฉันอ่านสายตาของเขาไม่ออกเลย
เขาหลุบตามองมาที่เรียวปาก นิ้วหัวแม่มือบดคลึงกลีบปากล่าง
!? ประกบริมฝีปากจูบ ขบเม้มริมฝีปากด้านล่าง ไม่ได้ร้อนแรงแต่ก็ไม่ได้นุ่มนวล ฉันไร้แรงต่อต้านขัดขืน ร่างกายโอนอ่อนยินยอมไปกับสัมผัส
ไม่เข้าใจเลยสักนิด รู้สึกเหมือนคนหูอื้อตาลาย
ช่วงเสี้ยววินาทีรู้สึกราวกับดำดิ่งลึกลงไปที่ไหนสักแห่ง พยายามแหวกว่ายตะเกียกตะกายเท่าไหร่ก็หาทางออกไม่เจอ ทว่าก็ยังถวิลหาที่จะดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ
เราจูบกันเนิ่นนานพอสมควร ผละออกมาก็ตอนที่ฉันจวนเจียนจะหายใจเข้าออกไม่ทัน
"บ้าไปแล้วเหรอ ฉันเป็นแฟนพี่ชายนายนะ" นี่คือความจริง
"ไม่โลภมากไปหน่อยเหรอ จะเอาทั้งสอง?" ไต้ฝุ่นแสหยะยิ้ม ดันลิ้นกระทุ้งพุงแก้ม ตวัดสายตามองมาอย่างคนเหนือกว่า
"อย่าพูดนะ!"
หมับ เขารวบเอวของฉันเข้าประชิดตัว ก้มลงมาจนปลายจมูกของเราชนกัน
"เก็บเป็นความลับ ได้ไหม" ไม้แข็งใช้กับคนตระกูลนี้ไม่ได้ก็ต้องใช้ไม้อ่อน และฉันรู้ดีว่าตัวเองไม่มีอำนาจมากพอที่จะไปต่อกรกับเขาหรอก
"อยากได้มันมากขนาดนั้น!" เขามองฉันราวกับกำลังสมเพช ถอยหลังออกห่างจากตัวฉันเหมือนรังเกียจ
"ถ้าฉันบอกว่าใช่ แล้วนายจะทำไม" ไต้ฝุ่นอายุน้อยกว่าฉันด้วยซ้ำ
หมับ แก้มของฉันถูกบีบให้เงยหน้าสบตา
พวกเขาสองคนพี่น้องคิดว่าตัวเองฉลาดมาก แต่รู้ไหมคนเราทุกคนย่อมมีจุดอ่อน
ตอนนี้ทุกอย่างผิดแพลนไปหมด ....ฉันได้แต่หวังว่าไต้ฝุ่นจะไม่ปากสว่าง และต่อจากนี้เขาจะไม่มายุ่งกับฉัน
!?
แต่…คำขอของฉันเหมือนโดนพระเจ้าปฎิเสธ
"จะพาฉันไปไหน!"
ไต้ฝุ่นลากพาฉันมาขึ้นรถ เขาขับรถออกมาโดยที่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะพาไปไหน
แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่ที่คุ้นเคยสำหรับคนกรุงเทพแบบฉัน
"มันขู่อะไร" จู่ๆก็หันมาถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
"…."
"ฉันไม่เชื่อหรอกว่าไทเลอร์กับเธอจะคบกัน"
ที่ลากพามาด้วยก็เพราะอยากรู้เรื่องนี้งั้นสินะ!
"บอกความจริงมา!"
"ไปถามพี่นายเองสิ"
" ถามก็ตอบมาสิ"
"คนจะคบกัน มันต้องมีเหตุผลอะไรด้วยงั้นเหรอ…"
"เธอ!" นัยน์ตาสีเทาเหมือนมีพายุกำลังก่อตัวเตรียมจะพัดถล่มทุกอย่างให้พังพินาศ
ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเจอผู้ชายนิสัยแย่แบบนี้มาก่อน พ่อฉันเป็นคนอบอุ่นอ่อนโยนมาก ผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตฉันแต่ละคนก็ไม่เคยมีใครนิสัยป่าเถื่อนได้เท่ากับผู้ชายตรงหน้าคนนี้เลย
"อยากมีปัญหากับพี่ชายมากเหรอ ถึงได้มายุ่งกับผู้หญิงของพี่ตัวเอง"
"เธอไม่ใช่ของ…." เขาชะงัก หยุด..
ไม่ใช่อะไร...หรือว่าจะพูดว่าฉันไม่ใช่..
"ได้น้องแล้วจะเอาพี่อีก เป็นผู้หญิงแบบไหน?"
"ก็ช่วยไม่ได้นิ ในเมื่อเลือกได้" เมื่อพูดแบบนั้นฉันก็จับสังเกตได้ว่ายิ่งทำให้ไต้ฝุ่นโมโห
เขาเป็นผู้ชายประเภทซ่อนความรู้สึกไม่เก่งสินะ แตกต่างจากไทเลอร์
ไทเลอร์ กับ ไต้ฝุ่นแตกต่างกัน
แต่สำหรับฉัน...ไต้ฝุ่น น่าสนใจกว่าเยอะ...