มิเชล Part
เพราะเรียนหมอรึเปล่านะถึงได้ทำให้ฉันอยากใส่ใจผู้ชายคนนี้
ฉันอยากรู้ว่าไต้ฝุ่นต้องการอะไรกันแน่ คนที่ไม่เคยสนโลกอย่างเขา โผล่หน้ามาเพื่อถามว่าฉันคบกับไทเลอร์จริงไหมแค่นั้นน่ะเหรอ?
สายตาที่เหมือนพายุกำลังก่อตัว ดูอันตรายแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง
เราสบตากัน ไม่มีใครหลบสายตา ฉันดูท่าทางและปฎิกิริยาไต้ฝุ่นออกในบางครั้ง แต่ไม่เคยมองสายตาของเขาออกเลยว่ากำลังคิดอะไร
แต่ชั่วเสี้ยววินาทีใบหน้านั่นก็แปรเปลี่ยนเป็นอีกแบบ มุมปากยกยิ้ม "ได้! จะเอาแบบนี้ใช่ไหม"
ฉันคงประเมินผู้ชายคนนี้ผิดไปเยอะ…แต่มันต้องแบบนี้สิจะได้ไม่น่าเบื่อ
"ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้พี่กับน้องทะเลาะกันหรอกนะ"
โดยธรรมชาติผู้ชายมักคิดว่าพวกเขาเลือกเรา แต่ในความเป็นจริง มันมักจะกลับกัน ถ้าผู้หญิงต้องการทำให้ผู้ชายตกหลุมรัก ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด
มือหนาสอดฝ่ามือเข้ามาใต้ต้นคอแล้วกระชากเข้าหา จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
ป่าเถื่อนดี!
สายตาที่มองมาเหมือนตามทันความคิดของฉันทุกอย่าง
เขาเล้าโลมด้วยสายตา ล่่อลวงด้วยการสัมผัส
ริมฝีปากคือบริเวณที่ไวต่อความรู้สึกมากที่สุด และเต็มไปด้วยปลายประสาทที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ผิว แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การสัมผัสริมฝีปากที่เบาที่สุด แต่ร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้เรารู้สึกดีออกมา ซึ่งมันจะส่งผลต่ออารมณ์ สามารถกระตุ้นอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย
รู้จุดอ่อนไหวของผู้หญิง รู้วิธีการเล้าโลม ..ผู้ชายคนนี้ชักจะอันตรายเกินไปแล้ว
เขากล้าหักหลังพี่ชายตัวเองได้จริงๆเหรอ หรือเพราะว่ารู้อะไรอยู่แล้ว…แต่ถ้าหากรู้คงไม่มาถาม?
ผู้ชายมักคิดว่าตัวเองเป็นนักล่า แต่รู้อะไรไหม ที่จริงสิงโตเพศเมียมันล่าเก่งกว่าเพศผู้นะ สิงโตตัวผู้คือเจ้าป่านักล่าผู้ยิ่งใหญ่ในป่าที่ไม่มีใครสู้ได้ แต่ตัวเมียจะรอจังหวะที่ดี มีชั้นเชิง
••••••
(หลายวันผ่านไป)
ชีวิตนักศึกษาแพทย์เทอมสุดท้ายหนักหนาสาหัสที่สุด นอกจากตำราก็คือต้องลงมือปฏิบัติจริง ทำงานเหมือนกับหมอทุกอย่าง ทั้งตรวจคนไข้ เข้าห้องผ่าตัด รับผิดชอบเคสเล็กๆ หมุนเวียนเปลี่ยนแผนก เข้าวอร์ด รักษาคนไข้
พ่อฉันเป็นหมอก็จริง แต่ฉันไม่เคยได้อภิสิทธิ์อะไรเหนือกว่าคนอื่น
เหมือนกับตอนนี้ ที่พ่อมาเป็นอาจารย์
ทั้งเคร่งครัด ทั้งดุ สมกับเป็นอาจารย์หมอ
ทว่าสอนเสร็จ เวลานอกพ่อก็คือพ่อที่แสนดีของฉันเสมอ
"วันนี้หนูมีเข้าเวรลากยาวไปจนถึงตอนเย็น" ทำหน้างอแงใส่พ่อ นิสัยนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฉันได้มาจากใคร
พ่อยกมือลูบหัว ระบายยิ้มอ่อนโยน
พ่อไม่เคยเป็นห่วงเรื่องการเรียนของฉันเลย ก็ตามสายเลือดอ่ะเนอะ ความฉลาดของพ่อถ่ายทอดมาสู่ฉันเต็มๆ เห็นแบบนี้ฉันเรียนเก่งมากเรียกได้ว่าเป็นตัวเต็งในรุ่นเลยก็ว่าได้ แต่เรื่องที่พ่อดุฉันก็คือเพราะพ่อรู้ไงว่าฉันน่ะได้เลือดแม่มาเยอะพอสมควร นอกจากเรื่องเรียนแล้วฉันก็ชอบเที่ยว ชอบปาร์ตี้ จนไม่มีเวลาพักผ่อน
หลังจากคุยกับพ่อเสร็จก็แยกย้ายกันที่โรงพยาบาล พ่อฉันเป็นอาจารย์หมอ ท่านไม่ได้ทำงานที่โรงพยาบาลแต่เปิดคลีนิกและทำงานศึกษาพวกวิจัยเป็นส่วนใหญ่
…….
หลังจากเข้าเวรตั้งแต่เช้าจนถึงตอนเย็น ก็ถึงเวลาที่รอคอยของอินเทิร์นอย่างฉัน
ในขณะที่กำลังเดินไปเข้าลิฟต์ สายตาของฉันดันหันไปเห็นใครบางคน ..พี่หมอนนท์
คุณหมอหนุ่มในชุดเสื้อกราวน์เดินตรงเข้ามาหากันทันที
"จะกลับแล้วเหรอครับ" ยกนาฬิกาข้อมือดูเวลาพลางพูดถามด้วยน้ำเสียงนุ่มอ่อนโยน
“ใช่ค่ะ" ฉันพยักหน้ารับ ยกยิ้มมุมปาก
สายตาของเขามองออกไม่ยากเลยว่าสนใจ อยากเข้าหา พี่เขามักจะถามไถ่ ห่วงใยฉันอยู่เสมอเกินกว่ารุ่นพี่รุ่นน้องในสายงาน อีกทั้งสายตาที่มองมาแต่ละครั้งก็มองออกว่าเขาคิดยังไง เอาจริงพี่หมอนนท์ก็คนหล่อหน้าตาดีคนนึงเลย เขาคล้ายกับพ่อฉันมาก สุภาพอ่อนโยน ซึ่งฉันก็ชอบนะ คุยด้วยแล้วสบายใจดี
เเต่ติดอยู่อย่างเดียวคือฉันไม่เคยมองเขาเป็นอย่างอื่นนอกจากรุ่นพี่ในสายงาน แต่ก็ไม่แน่ถ้าหากเขาเข้าหาฉันมากกว่านี้ บางทีแล้วฉันอาจจะเปิดโอกาสให้ก็ได้ ..ผู้ชายดีๆใครบ้างจะไม่ชอบ
เราสองคนยืนสบตากัน แต่แล้วฉันกลับนึกคิดไปถึงสายตาของใครบางคน จนเผลออมยิ้ม ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดี เพียงแต่บางทีฉันอาจจะไม่ได้ชอบผู้ชายไทป์อบอุ่นสุภาพ เชื่อไหมว่าฉันไม่รู้สึกหวั่นไหวหรือใจเต้นเเรงเลย เเม้ว่าพี่หมอนนท์จะเรียกได้ว่าเป็นหมอน้องใหม่ที่หล่อที่สุดในโรงพยาบาลตอนนี้แถมตอนเรียนมหา’ลัยเขาก็เป็นเดือนคณะด้วยซ้ำ
"ไปกินข้าวเย็นกันไหม" เขาพูดชวนด้วยท่าทีเขินอาย สายตาสุกใสดูจริงใจทุกคำพูด
"เชลก็อยากไปด้วยนะคะ แต่ติดตรงที่ว่าวันนี้เหนื่อยมากๆ ไว้วันอื่นนะคะ^^"
"ครับ พี่รอได้" ไม่เซ้าซี้ พร้อมเอาอกเอาใจ
"ค่ะ ไว้ครั้งหน้านะคะ^^" ลิฟต์มาพอดี ฉันระบายยิ้มหวานบอกลา
ติ้ง ประตูลิฟต์เปิดอออกชั้นใต้ดินที่จอดรถ
ฉันชะงักหยุดเดินเมื่อเห็นใครบางคน…
ร่างสูงสอดมือล้วงกระเป๋ายืนพิงอยู่ข้างตัวรถ มืออีกข้างคีบบุหรี่ พ่นควันขาวขุ่นลอยคละคลุ้งในอากาศ เสื้อกางเกงออลแบลคคุมโทนทั้งตัว.. ผู้ชายกับสีดำดีเกินต้าน กร้าวใจไม่ไหว
ในยามที่พ่นควันบุหรี่ออกมา ใครจะคิดว่าควันพิษที่ทำร้ายปอดคนสูบแล้วยังทำร้ายใจของคนมองอย่างฉันด้วยเหมือนกัน
แล้วใครจะไปต้านไหว