IV. 'ไต้ฝุ่น'

849 Words
มิเชล Part ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน.. ฉันเชื่อว่าทุกการกระทำมีเหตุผลเสมอ ส่วนฉันที่ทำอยู่ก็มีเหตุผลของตัวเองเหมือนกัน "มาหาหมอเหรอ?" แกล้งถามไปงั้น รู้อยู่แล้ว ที่บอกว่าผู้ชายคนนี้อันตรายก็คืออันตรายสมชื่อ…. สายลมจับต้องไม่ได้ ดูไม่อันตราย นิ่ง สงบ บางครั้งคลายร้อน แต่บางครั้งก็ทำเราหนาวเย็น และถ้าหากลมรวมตัวกันเป็นมวลหมู่มากก็จะก่อเกิดเป็นพายุ ที่สามารถทำลายล้างทุกอย่างให้พังพินาศได้ภายในชั่วพริบตา "อยากเป็นชู้กับฉันมากสินะ" ดึงยางมัดผมที่มัดรวบให้ผมยาวสยาย โชคดีนะที่ว่าวันนี้ทาคอลซีลเลอร์ใต้ตา ไม่ได้ดูเป็นหมีแพนด้า สภาพนักศึกษาแพทย์ปีหกก็คงไม่ต้องอธิบายว่าแทบจะเหมือนซอมบี้เดินได้ ฉันกดเปิดรถตัวเอง ไต้ฝุ่นคงไม่ได้เอารถมา ฉันยื่นกุญแจรถให้ เดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่ง โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ (บนรถ) "หิวอ่ะ แวะกินข้าวก่อนได้ไหม" ไต้ฝุ่นหันมามอง เหมือนแปลกใจที่โดนผู้หญิงใช้เสียงสองออดอ้อน ไม่ต้องแปลกใจหรอกฉันก็แค่อยากแกล้ง "จอดตรงนั้น ร้านด้านหน้า" กำลังจะผ่านร้านข้าวข้างทางร้านประจำติดกับโรงพยาบาลที่ฉันมากินบ่อยจนสนิทกับลุงคนขายไปแล้ว ไต้ฝุ่นยอมจอดรถ ยอมลงมานั่งกินข้าวด้วยกัน จะมาหาเพราะว่าอยากเจอฉันจริงๆเหรอ? มีนัยยะอะไรแอบแฝงรึเปล่า ผู้ชายตระกูลนี้ไว้ใจได้ที่ไหน! ฉันสั่งอาหารมาหลายอย่างเต็มโต๊ะ แต่ของโปรดของฉันมีแค่อย่างเดียวคือต้มยำกุ้งแม่น้ำ "ไม่กินเหรอ หรือว่าอาหารที่สั่งมาไม่มีอะไรที่ชอบ" ไต้ฝุ่นนั่งกอดอกมองมา ไม่แตะแม้แต่ช้อน "…." "จะสั่งเพิ่มก็ได้นะ เอาที่อยากกินอ่ะ ร้านนี้อร่อยทุกอย่างไม่ต้องกลัวผิดหวัง" หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ฉันที่กินอยู่คนเดียวก็อิ่มจัด กระพริบตาเดียวไต้ฝุ่นก็ขับรถมาถึงคอนโดฉันแล้ว โดยที่ไม่ได้บอกเขาด้วยซ้ำ แต่ฉันก็ไม่ได้แปลกใจหรอก " ..พอแล้ว อย่า" มือปลาหมึกลูบไล้ล้วงเข้าไปใต้กระโปรงไม่ยอมหยุด ตั้งเเต่ขับรถมาจากร้านข้าวจนถึงคอนโดเขาก็เอาแต่ล้วงเข้ามา "ไต้ฝุ่น อ๊ะ..หยุดก่อน" ใบหน้าฉันร้อนผ่าวไปหมด ท้องน้อยปั่นป่วน "เธอชอบนิ หรือจะปฎิเสธ?" คำที่พูดออกมา ทำฉันหงุดหงิด "ขอเวลาตั้งตัวหน่อย อยู่ๆนายก็ปุปปับแบบนี้ ฉันตั้งรับไม่ทัน" บทจะรุกก็รุกแรง ใครมันจะไปตั้งตัวทัน "คิดที่จะมีชู้ ก็ใจกล้าหน่อยสิ" ไต้ฝุ่นแสหยะยิ้ม มองมาเหมือนกับว่าเขาจับจุดบางอย่างได้ "ถ้าไทเลอร์รู้เรื่องของเรา นายจะทำไง จะปกป้องหรือจะทิ้งฉันล่ะ?" ไต้ฝุ่นแสหยะยิ้ม ยกมือมาจับเส้นผมของฉันแล้วมองมาด้วยสายตายากจะคาดเดา "ตอนเด็กฉันไม่เคยแบ่งของให้ใคร” "แม้ว่าของชิ้นนั้นจะมีเจ้าของอยู่แล้ว นายก็ยังอยากได้งั้นเหรอ" นิ้วมือลูบจับริมฝีปากของฉันแผ่วเบา สายตาที่มองมาเกินจะต้าน "อะไรที่เป็นของฉันตั้งแต่แรก มันก็คือของของฉัน!" "….." !? โน้มเข้ามาใกล้ คล้ายกำลังจะจูบ แต่ก็ไม่ยอมจูบ ราวกับว่าอยากลองดูปฏิกิยาของฉัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันเคลิ้มมากแค่ไหน มีผู้ชายทั้งหน้าตาทั้งคารมดี ยั่วยวนขนาดนี้ใครบ้างจะไม่เคลิ้ม ทั้งหน้าตา ทั้งกลิ่น น่าหลงใหลชวนเพ้อฝันไปหมด "แล้วเธอล่ะ? สำหรับเธอ ถ้าเปรียบฉันเป็นสิ่งของ ในบรรดาของที่เธอมี ฉันคงเป็นสิ่งของที่เธอเลือกจะทิ้งง่ายที่สุดใช่ไหม" ความหมายที่แฝงอยู่ในรูปประโยค สายตา น้ำเสียงคือความจริงหรือกำลังล่อลวงฉันกันแน่ "ใครจะทิ้งขว้างของที่ตัวเองชอบง่ายๆ" เผลอพูดออกไปจนได้ ทั้งๆที่ไม่อยากทำให้เรื่องมันยุ่งเหยิงตอนนี้ แต่ทำไงได้ ห้ามใจไม่ไหว ไต้ฝุ่นยกยิ้มมุมปากดูพึงพอใจ พอใกล้ชิดกันแบบนี้แล้ว…ความหลังในคืนเร่าร้อนคืนนั้นก็ย้อนกลับเข้ามา …จูบที่เร่าร้อน จมูกโด่งที่คลอเคลียไซ้ซอกคอ ความรู้สึกฉันตอนนี้มันชัดเจนว่าโหยหา และอยาก.. พึ่งรู้วันนี้ว่าผู้ชายลูกครึ่ง นัยน์ตาสีเทาหม่น เซ็กซี่เป็นบ้า เสน่ห์ที่เห็นคืออะไร ไม่ได้มีดีแค่หน้าหล่อ แต่คำพูดก็มีเสน่ห์ดึงดูด เสน่ห์ที่เขามีมันเกินต้าน แพรวพราวในลุคนิ่งๆคูลๆ เหมือนซ่อนความร้ายกาจมากมายเอาไว้ภายใต้ใบหน้า ไม่แน่ใจว่าคือยาพิษหรือยารักษา ถ้าหากกลืนกินลงไป… "ชอบฉัน แล้วไปคบกับมันทำไม?" O_O !
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD