มิเชล Part
เรานั่งสบตากัน มีแต่ความเงียบ ไต้ฝุ่นมองมาไม่ละสายตา
ฉันมองสอดประสานสายตาของเขาแต่เป็นฉันที่ต้องหลบสายตาเบือนหน้าหันหนี
ฉันไปต่อไม่ถูก ตั้งหลักไม่ทัน
ในขณะที่ฉันนิ่งคิด …ไต้ฝุ่นวางมือลูบลงบนเรียวขาอ่อนจนกระโปรงร่นขึ้นด้านบน
"คืนนี้…" เขาใช้สายตาสะกด โน้มเข้ามาใกล้ใบหู
"ว่างไหม"
ไต้ฝุ่นยกยิ้มมุมปาก…เอียงใบหน้าเข้าหา เหมือนจะจูบ
ในขณะที่ไต้ฝุ่นจะถอยห่าง ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดบ้าอะไร ถึงได้คว้าลำคอของเขาเข้ามาประกบริมฝีปากจูบ ชั่วอึดใจเดียวไต้ฝุ่นก็เป็นฝ่ายบดจูบตอบด้วยความเร่าร้อน
จนเเผ่นหลังของฉันเเนบลงบนเบาะ นิ้วมือของฉันลูบไล้บีบนวดหลังต้นคอของเขา
เราจูบกันอยู่เนิ่นนาน จนเป็นฉันที่ดันเเผ่นอกของไต้ฝุ่นออกห่าง เพื่อพักหายใจ....
นิ้วมือของไต้ฝุ่นลูบลงข้างเเก้มของฉันไปมา สายตาของเขาเเค่มองก็รู้เเล้วว่ามีอารมณ์ซึ่งไม่ต่างจากฉัน
เมื่อมองเข้าไปในตาเขา ฉันรู้สึกเหมือนกำลังเดินหลงทางเข้าไปในป่า ที่ไม่รู้ว่าจะเผลอเดินไปติดกับดักนายพรานหรือเดินตกหน้าผาตอนไหน
ใจฉันมันแพ้ทุกครั้ง เวลาที่มีใครอ้อนด้วยสายตา
ใบหน้าหล่อกดริมฝีปากจูบซับลงข้างแก้ม ซุกไซ้เข้าหาต้นคอ ไต้ฝุ่นรู้จังหวะที่จะรุก รู้ว่าทำอะไรถึงจะทำให้ผู้หญิงมีอารมณ์ เขาเหมือนเสือที่สุ่มรอจังหวะจะจู่โจมเหยื่อได้อย่างแม่นยำ
แต่เสี้ยววินาทีเขาก็หยุดทำทุกอย่าง เงยหน้าขึ้นมามองสบตา ยกยิ้มมุมปาก "ฉันมีดีกว่าไทเลอร์เยอะ"
ก็คงจะจริง
"ฉันจะขึ้นห้องแล้ว มีอะไรจะคุยอีกไหม" ตอนนี้ร่างกายฉันต้องการเตียง เมื่อคืนอยู่เวรจนดึก ลากยาวมาจนถึงเย็นวันนี้ยังไม่ได้พักเลย
ไต้ฝุ่นดับเครื่องยนต์ เปิดประตูลงจากรถ
เอาแต่ใจมากกกกกกกกกกกก ฉันจะทำยังไงกับผู้ชายคนนี้ดี
ฉันเดินนำเข้าไปในคอนโดเพื่อตัดปัญหา คุยกับคนพาลยังไงก็ไม่ชนะ
ตอนนี้แองเนอจี้คุณหมออย่างฉันมันเหลือน้อยเต็มที
ส่วนเรื่องที่ไต้ฝุ่นจะทำมิดีมิร้ายฉันไหม ไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด ก็อย่างที่รู้ว่าคืนนั้นฉันเคยเกือบวันไนท์สแตนด์กับเขามาแล้ว
เมื่อเข้ามาในลิฟต์ กดเสร็จ
พลั่ก แผ่นหลังฉันถูกดันชิดติดกับผนัง นัยน์ตาเทาหม่นจ้องมองมา
"…." ฉันกอดอกเชิดหน้า ถอนหายใจ
วิธีการตอบโต้คนพาลให้ได้ผลคือการเงียบให้เหมือนกับว่ายอมรับในสิ่งที่เขาพูด สุดท้ายแล้วเขาก็จะเป็นฝ่ายที่หงุดหงิดเสียเอง
ติ้ง~ ประตูลิฟต์เปิดออกเป็นจังหวะเดียวกับที่โทรศัพท์ของไต้ฝุ่นในกระเป๋ากางเกงสั่น
ฉันก้าวขาออกมาจากลิฟต์มุ่งตรงไปยังห้องของตัวเองโดยไม่สนว่าเขาจะเดินตามมาไหม
พลั่ก! ประตูที่ฉันกำลังจะปิดถูกดันจากทางด้านหลัง ร่างสูงแทรกตัวเดินตามเข้ามาในห้อง แล้วกระแทกปิดประตู
ไต้ฝุ่นกวาดสายตามองสำรวจภายในห้อง ก่อนจะถอดรองเท้า และยืนมองชั้นวางรองเท้า
คืนนั้น…เป็นสิ่งที่ฉันตัดสินใจพลาดที่สุดในชีวิต ถ้าหากฉันรู้ว่าไต้ฝุ่นคือทายาทตระกูลเกรย์ลอน ฉันไม่มีทางให้คืนนั้นเกิดขึ้น
พลั่ก ต้อนฉันเข้ามุมอีกจนได้ แผ่นหลังแนบชิดไปกับกำแพง
ไต้ฝุ่นเหมือนอยากเอาชนะ ยิ่งฉันต่อต้าน เขาก็ยิ่งอยากชนะฉัน
แต่ถ้าฉันไม่ต้าน แล้วปล่อยเลยตามเลย มันจะเกิดอะไรขึ้น?
อื้ม~ ไต้ฝุ่นประกบริมฝีปากจูบ รวบจับข้อมือทั้งสองของฉันกระแทกพนังห้องเหนือศีรษะ
ฉันหมดเรี่ยวแรงจะต่อต้าน ถึงสู้ไปฉันก็แพ้ …จำยอมโอนอ่อนตอบรับสัมผัสอย่างปฏิเสธไม่ได้
ไต้ฝุ่นถอนจูบก้มลงไปไซ้ต้นคอ ขบเม้มดูดเนื้ออ่อนทว่าทำไมเขาจับตรงไหนฉันก็รู้สึกไปหมด
ปิดปากฉันด้วยริมฝีปากของเขา ทั้งดูด ทั้งขบเม้มแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้ามาเกี่ยวพัน ราวกับว่าไม่อยากฟังเสียงพูดของฉัน
ไต้ฝุ่นรวบยกเอวของฉันขึ้น พาเดินตรงมายังโซฟา ตามด้วยร่างสูงของเขาลงมาทาบทับ ในขณะที่ริมฝีปากยังคงจูบอย่างดูดดื่ม
กว่าไต้ฝุ่นจะยอมถอนจูบออกก็เล่นฉันแทบหายใจเข้าออกไม่ทัน
นี่เป็นครั้งแรก...อ่อ ไม่ใช่สิ เป็นครั้งที่สองที่เขาทรมารเล่นกับร่างกายของฉัน