ไต้ฝุ่น Part
โกดังตั้งอยู่ติดกับท่าเรือขนส่งสินค้า มีลูกน้องคอยเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง พื้นที่บริเวณนี้ไม่มีใครกล้าผ่านเพราะมันทั้งมืดทั้งเปลี่ยวและมีถนนเส้นเดียว
ร่างสูงเดินออกมาจากโกดัง พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
"เป็นเรื่องจริงครับนาย"
"ตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ช่วงต้นปีครับ…"
"แต่อาจจะเป็นไปได้อย่างที่นายสงสัย ว่าคบหากันเพื่อธุรกิจ เพราะคุณคาร์เรนท่านทุ่มทุนซัพพอร์ตศูนย์การแพทย์ที่พ่อของคุณมิเชลเป็นผู้ก่อตั้ง อีกด้านครอบครัวคุณมิเชลฝั่งพ่อเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส่งออกนำเข้า ฝั่งแม่เป็นรองประธานบริหารบริษัทสื่อโทรทัศน์"
เมื่อได้ฟังสิ่งที่ให้ลูกน้องไปสืบมา คาดเดาได้ไม่ยากว่าคนหัวธุรกิจอย่างพ่อคงอยากได้มิเชลเป็นสะใภ้ ด้วยการให้ไทเลอร์คบกับมิเชล
ไม่ได้สนใจว่าพี่ชายจะมีแฟน จะคบกับใคร หรือพ่อคิดที่จะทำอะไร ไม่ได้อยากรู้ด้วยซ้ำ แต่ทว่าใครจะไปทำใจได้ที่จะต้องเห็นผู้หญิงที่เคยลึกซึ้งด้วยกันมาก่อนกลายมาเป็นแฟนพี่ชาย คนอย่างไต้ฝุ่นไม่ใช่คนดีที่จะยอม
อาการของมิเชลชัดเจนว่าเธอมีใจให้ แต่ติดที่ว่าเธอปากแข็งไม่ยอมรับหัวใจตัวเอง จะเป็นยังไงถ้าหากทำให้เธอคลั่งไคล้จนหาทางออกไม่เจอ
มิเชลอาจจะคิดว่าในคืนวันคริสต์มาสคือจุดเริ่มต้นที่เจอกัน ทว่าความจริงไม่ใช่ คืนนั้นไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่เจอกัน …
(ย้อนกลับไปวันนั้น…)
ในช่วงเวลาบ่ายโมงพระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจ้า
ในขณะที่มองซ้ายมองขวาจะข้ามถนน ก็มีมือของใครบางคนคว้าจับท่อนเเขน
พลันได้สบตากัน ใบหน้าเธออยู่ระดับหัวไหล่
แสงแดดส่องกระทบกับดวงหน้าเล็ก ผิวหน้าขาวใสผ่องเปล่งประกาย ผมยาวสยายเป็นลอน นัยน์ตาโตสีคาราเมล ขนตางอนยาว รับเข้ากับจมูกเชิดรั้น
"พาข้ามถนนด้วยได้มั้ย" เรียวปากสวยอมชมพูขยับ ทำคนมองค้างเติงได้สติ
"เร็วสิ ใกล้เวลาเรียนแล้ว" เร่งเร้าด้วยการเขย่าแขน เชิงขอร้องกึ่งออกคำสั่ง
ไต้ฝุ่นตั้งสติได้ก็หันไปมองซ้ายมองขวา จนจับมือพาสาวข้ามถนนมายังฝั่งประตูทางเข้าด้านข้างมหาลัย ตึกเรียนคณะแพทยศาสตร์
"ขอบคุณ" มีเพียงคำขอบคุณและรอยยิ้มเท่านั้น สาวร่างเล็กก็หันหลังเดินออกไปแล้ว