หยุดคิดถึงเธอไม่ได้เลย

1922 Words
คืนวันอาทิตย์หลังซ้อมเสร็จ หนุ่มๆ เนฟเวอร์ แบด ก็มารวมตัวกันที่ร้านของเฮียซี ซึ่งวันนี้โต๊ะเต็มทุกโต๊ะตั้งแต่หัววัน ผู้คนเบียดเสียดแออัด ยิ่งทำให้บรรยากาศในร้านสนุกสนานครื้นเครงเช่นทุกวัน “พี่มินๆ พี่วินเขาเป็นอะไร ตั้งแต่มานั่งนี่ผมเห็นพี่วินยกเอาๆ ผมถามอะไรก็ไม่ตอบ” คเชนโน้มตัวเข้ามาถามเบญจมินทร์ แต่เป็นธนาธิปที่รีบชิงพูดแทน “มันก็แค่ไปง้อผู้หญิง แล้วเขาไม่ยอมกลับมาคืนดีด้วยก็เลยเศร้า แล้วต้องมานั่งแดกเหล้าปลอบใจตัวเองอยู่นี่ไงล่ะ” ธนาธิปพูดพลางหัวเราะเยาะ “จริงดิพี่โชว์ แล้วเรื่องเป็นไงอ่ะ” น้องเล็กสุดของวงทำหน้ากระตือรืนร้นอยากรู้อยากเห็น “ไอ้โชว์ ไอ้เพื่อนเลว เอ็งหยุดหัวเราะซะที อั๊วไม่ได้โดนผู้หญิงทิ้งโว๊ย ผู้หญิงที่ไหนจะกล้ามาทิ้งผู้ชายรูปหล่อพ่อรวยอย่างอั๊ว ไอ้โชว์เอ็งพูดให้ดีๆ นะโว้ย” กวินท์โว้ยวายยื่นมือสะเปะสะปะมาดึงคอเสื้อธนาธิป “เฮ้ยๆ ไอ้วิน มึงเมาแล้วนะ กูว่ามึงไปนอนพักในห้องเฮียซีก่อนดีกว่า ไว้สร่างเมาแล้วค่อยกลับบ้าน” เบญจมินทร์ดึงแขนกวินท์ให้ลุกขึ้น แต่เพื่อนซี้กลับสะบัดแขนออก “ไม่ไป อั๊วยังไม่เมาว๊อย ปล่อยอั๊ว อั๊วจะกินเหล้าอีก” กวินท์โวยวายเสียงดังขึ้นจนคนในร้านเริ่มหันมามอง “ไอ้เชนชงเหล้ามาให้อั๊วอีกแก้วดิ” “กูว่าช่างแมร่ง ปล่อยมันแดกไปเหอะ เนี้ยไม่เกินสามแก้วเดี๋ยวมันก็หลับ” ธนาธิปพูดอย่างรู้จักกวินท์เป็นอย่างดี เพราะเพื่อนเขาไม่ใช่คนคอแข็งอะไร ปกติดื่มไม่เยอะก็เมาแล้ว เบญจมินทร์มองเพื่อนที่เมาแล้วยังพยายามฝืนตัวเอง ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มเข้าไปอีก แม้จะรู้สึกเป็นห่วงแต่ก็ทำได้แค่ถอนหายใจ และหันไปส่ายหน้ากับเพื่อนอีกคน “พี่มินค่ะ ขอถ่ายรูปด้วยได้รึเปล่าคะ คือพิมพ์เป็นแฟนคลับวงเนฟเวอร์ แบคน่ะค่ะ” หญิงสาวหุ่นเพรียวในชุดรัดรูปสีดำเปิดไหล่ เข้ามาคล้องแขนเบญจมินทร์ โดยที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว หลังจากที่เขาเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำชาย “ได้สิครับ” เขาพูดเสียงหวานพร้อมยิ้มโปรยเสน่ห์ให้อีกฝ่าย “พิมพ์ชอบพี่มากนะคะ” พิมพิราตั้งใจขยับหน้าอกเข้าไป ให้ชิดกับแขนของหนุ่มหล่อ หัวหน้าวงเนฟเวอร์แบดที่เธอเฝ้ามอง และติดตามเขามานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้เข้าใก้ลเขาสักครั้ง จนวันนี้ที่ยังไม่มีผู้หญิงคนไหนเข้าหาเขา แต่ถ้าปล่อยให้ดึกมากไปกว่านี้ ก็ไม่แน่อาจจะมีผู้หญิงคนไหนสักคน ที่จะเอาเขาไปกินแน่ หลังจากที่ถ่ายรูปคู่กันเรียบร้อย หญิงสาวยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากแขนของเบญจมินทร์ มีหรือที่คาสโนว่าตัวพ่อจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร และต้องการอะไรจากเขา วิธีการเข้าหาของผู้หญิงพวกนี้ไม่ได้แตกต่างกัน และจุดประสงค์ก็มีแค่อย่างเดียว เรื่องเซ็กส์ ชีวิตเขาวนเวียนอยู่กับเรื่องอย่างว่า ซ้ำวนไปทุกค่ำคืน ผู้หญิงมากหน้าหลายตาที่เขาแทบจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยนอนด้วย “คืนนี้ให้พิมพ์อยู่กับพี่มินนะคะ” พิมพิราใช้ฝ่ามือลูบไล้ที่หน้าอกของชายหนุ่ม พร้อมส่งสายตาหวานฉ่ำยั่วยวน เชิญชวนเขาเต็มที่ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นพร้อมริมฝีปากบางเผยอค้าง รอรับจุมพิตจากหนุ่มหล่อ และเขาก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง ริมฝีปากเขาประกบเข้ากับริมฝีปากเธออย่างนุ่มนวล หัวใจเธอเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นดีใจ ขนลุกไปทั้งตัวเมื่อถูกกระตุ้นด้วยการสัมผัสเบาๆ ที่เอว เมื่อถูกมือของอีกฝ่ายโอบและดึงรั้งเข้าไปหา ทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่มทั้งที่เป็นหน้าห้องน้ำ ที่มีคนเดินเข้าเดินออกอยู่ตลอดเวลา โดยไม่รู้สึกอายหรือรู้สึกสะทกสะท้านอะไรทั้งนั้น หญิงสาวไม่แคร์ด้วยซ้ำหากจะมีใครเอาไปพูดว่าอะไร เพราะเธอต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ว่า เธอและชายหนุ่มมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันแล้ว “เราไปต่อกันที่คอนโดพิมพ์เถอะ นะคะ” เธอพูดเสียงกระเส่า ร่างกายอ่อนระทวยเมื่อถูกชายหนุ่มเล้าโลม เขาจับที่สะโพกของเธอแล้วลูบไล้เบาๆ ชุดสีดำแนบเนื้อเน้นทรวดทรงให้น่าจับขย้ำเล่น ไหล่ขาวเนียนถูกริมฝีปากแตะเบาๆ ไปถึงซอกคอ แล้ววนกลับมาที่ริมฝีปาก ทว่าจู่ๆ ภาพของหญิงสาวอีกคนแทรกเข้ามาในหัว เบญจมินทร์ชะงักไปในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังเคลิบเคลิ้ม “พี่มินค่ะ” เธอครางเรียกชื่อเขาด้วยความเสียวซ่าน และต้องการให้ชายหนุ่มเล้าโลมเธอต่อ แต่เมื่อเห็นเขานิ่งไป เธอก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรผิดหรือเขาเกิดไม่พอใจอะไรขึ้นมาหรือเปล่า “พี่มินเป็นอะไรคะ” “ไม่มีอะไร” เขาพูดเสียงค่อนข้างกระด้าง รู้สึกหงุดหงิดที่อยู่ๆ ก็คิดถึงภาพของเด็กสาวในชุดวอร์มสีชมพูอ่อน ใบหน้าสวยแสนหวาน รอยยิ้มทีเผลอที่เธอไม่ได้ตั้งใจ นัยน์ตาสีดำเป็นประกาย เรียวปากสีชมพูอ่อนสดใส นี่เขากำลังคิดบ้าอะไรอยู่ ทั้งที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นเดือนแล้ว แต่ภาพของเธอก็ยังชัดเจนอยู่ในหัว หลายครั้งที่พยายามจะลบภาพจำนี้ออกไป แต่ก็เหมือนเป็นการคอยย้ำเตือนว่าเขาอยากเจอและพูดคุยกับเธออีกครั้ง “พอเถอะ ผมไม่มีอารมณ์แล้ว” เบญจมินทร์ปล่อยมือจากเอวของหญิงสาว และขยับตัวถอยหายจากเธอ สร้างความตกใจและแปลกใจให้กับอีกฝ่ายที่กำลังอารมณ์ค้างอยู่ “ไม่นะคะพี่มิน เราไปต่อที่คอนโดของพิมพ์ก็ได้ค่ะ ไปนะคะ” พิมพิราพยายามรบเร้าและเข้าไปกอดชายหนุ่ม แต่เขาก็ดึงเธอออกด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก “พี่มินค่ะ พิมพ์ทำอะไรไม่ถูกใจพี่รึเปล่าค่ะ บอกพิมพ์มาเถอะค่ะ พิมพ์ยอมทำทุกอย่างที่พี่ต้องการนะคะ” “ขอโทษนะครับ แต่พอแค่นี้เถอะ ผมต้องไปแล้ว” พูดจบเบญจมินทร์ก็เดินจากตรงนั้น ทะลุออกมาทางหลังร้านเพื่อไปที่ลานจอดรถ ซึ่งมีรถเขาจอดอยู่ เบญจมินทร์ขับรถเข้ามาภายในมหาวิทยาลัย เพราะตอนนั้นเพิ่งจะสามทุ่มและเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี ชายหนุ่มขับรถวนเล่นไปเรื่อยๆ แล้วก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาออกมาโดยที่ไม่ได้บอกธนาธิป ชายหนุ่มรีบล้วงมือถือจากกระเป๋ากางเกง ตั้งใจจะกดโทรออกแต่ในขณะที่มองหน้าจอโทรศัพท์เพียงแวบเดียว พอเงยหน้าขึ้นมองถนนอีกที ร่างหนึ่งก็โผล่พรวดมาจากไหนไม่รู้ เขารีบเหยียบเบรกกะทันหันพร้อมกับหักพวงมาลัยหลบ จนรถพุ่งชนกับต้นไม้ข้างทาง โชคดีที่ไม่ได้ชนแรงเพราะเหยียบเบรกได้ทัน และคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ ชายหนุ่มจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เบญจมินทร์ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะรีบเปิดประตูรถลงมาดูคู่กรณี ที่ล้มนอนอยู่บนพื้นถนน เขาหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เพราะมั่นใจว่าแค่เฉี่ยวๆ ไม่ได้โดนตัวคู่กรณีเลยด้วยซ้ำ “คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปใก้ลหญิงสาวที่อยู่ในชุดนักศึกษา เธอค่อยๆ ขยับและใช้มือข้างหนึ่งดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง เสียงร้องเหมียวทำให้เขาตกใจ และเห็นว่ามีลูกแมวตัวเล็กอยู่ในอ้อมแขนของหญิงสาวคู่กรณี “ไม่เป็นไรแล้วนะ” เธอพูดกับลูกแมวพลางใช้มือลูบมันอย่างเอ็นดู เบญจมินทร์ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก เมื่อได้หญิงสาวคู่กรณีเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ชายหนุ่มทรุดตัวลงไปนั่งยองๆ ตรงหน้าของสาวน้อย นี่เขาฝันไปรึเปล่าหรือมันเป็นความคิดที่เขามโนขึ้นมา ว่าได้เจอกับเธอจริงๆ เวนิชชามองหน้าเจ้าของรถสปอตที่ขับมาด้วยความเร็ว จนเกือบจะชนเธอและเจ้าแมวน้อย หญิงสาวทำหน้าตกใจ เมื่อจำได้ว่าเขาคือใคร เบญจมินทร์เพื่อนของพี่ชายอรอินทุ์นั่นเอง “เธอ!” ชายหนุ่มพูดได้แค่นั้น เขาไม่รู้จะพูดหรือทักอะไรก่อนดี มันเป็นความตื่นเต้นและดีใจที่ได้พบกับเธออีกครั้ง “มะปรางเองค่ะ เพื่อนอินทุ์ที่เป็นน้องสาวของพี่วิน เราเคยเจอกันแล้วสองครั้งค่ะ” เวนิชชารีบแนะนำตัวร่ายยาว เพราะคิดว่าเขาอาจจะจำเธอหรือแม้แต่ชื่อเธอไม่ได้ “อืม จำได้” ชายหนุ่มพูดแล้วอมยิ้ม คนน่ารักแบบนี้มีแค่คนเดียวในโลก และเป็นโลกของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น “เจ็บตรงไหนรึเปล่า แล้วลุกเองไหวไหม” “ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้สบายมากค่ะ” สาวน้อยตอบเสียงใสอย่างมั่นใจ แต่พอจะลุกยืนเท่านั้นแหละ ตรงข้อเท้าก็เกิดเสียวแปลบขึ้นมา จนต้องกลับลงไปนั่งอย่างเดิม แล้วเงยหน้ายิ้มแห้งๆ กับคนที่มองดูอยู่ “เดี๋ยวนั่งพักสักหน่อยคงจะดีขึ้นเองแหละค่ะ” “เจ็บตรงไหน ที่เท้าข้อเท้าหรือที่ขา” เบญจมินทร์ขยับเข้าไปใก้ลสาวน้อย แต่เธอกลับหดเท้าข้างที่เจ็บเข้าหาตัว “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบปฏิเสธพร้อมส่ายหน้า “อวดเก่ง เจ็บก็บอกว่าเจ็บสิ ทำไมต้องปากแข็งบอกว่าไม่เป็นไร เธอกลัวอะไร พี่ไม่ได้จะว่าอะไรเธอสักหน่อย” ถึงแม้จะพูดเสียงเข้มเหมือนดุ แต่ใบหน้ากลับอ่อนโยน สายตามองทอดไปอย่างเอ็นดูและห่วงใย “ขอโทษค่ะ” เวนิชชากล่าวพร้อมยกมือไหว้ แล้วสายตาเธอก็เหลือบมองไปที่รถของชายหนุ่ม หญิงสาวต้องตกใจหนักกว่าเก่า เพราะสภาพรถเก๋งสปอตเปิดประทุน กระโปรงหน้ารถยุบ ไฟหน้าแตกกระจาย เธอหันกลับมาสบตากับเจ้าของรถที่กำลังนั่งยองๆ จ้องหน้าเธออยู่ ดูจากสภาพรถแล้วเขาต้องได้รับบาดเจ็บแน่ๆ “พี่มิน เจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ” เวนิชชาเขยิบเข้าไปใก้ลชายหนุ่ม จับแขนเขาพลิกสำรวจร่องรอยการบาดเจ็บอย่างลืมตัว จนอีกฝ่ายต้องกลั้นหัวเราะเอาไว้ เมื่อเห็นเธอทำหน้าตาตื่นตระหนกตกใจขนาดนั้น ทั้งที่เขาไม่ได้มีรอยแผลหรือเจ็บตรงไหนเลยด้วยซ้ำ เบญจมินทร์ยกมือขึ้นจับที่หน้าผากของตัวเอง สาวน้อยมองเขาตาโต “พี่มินเจ็บหน้าผากเหรอคะ แต่ไม่มีแผลนะคะ หรือจะช้ำในคะ เรารีบไปโรงพยาบาลกันเถอะค่ะ” “โอเคร เราต้องไปโรงพยาบาลกัน มาเดี๋ยวพี่ช่วย” เบญจมินทร์ยื่นแขนไปให้สาวน้อย แต่เธอทำท่าลังเลเหมือนไม่อยากจับ “ปกติพี่เป็นคนหวงตัวมากนะ ไม่ชอบให้ใครมาจับตัวง่ายๆ แต่เพราะพี่อยากช่วยเธอจริงๆ ถึงยอมให้จับเลยนะเนีย” ชายหนุ่มพูดกระเส่าเย้าแหย่ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกผ่อนคลายขึ้น โดยในใจก็ลุ้นไปด้วยว่าเธอจะยอมรับความช่วยเหลือหรือไม่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD