ร้านเครื่องดื่มและขนมขนาดใหญ่ ใกล้กับมหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่มีนักศึกษาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก เสียงสั่งเครื่องดื่ม ดังไม่ขาดสาย ตลอดทั้งวัน พนักงานในร้านหลายคน ผลัดเปลี่ยนกันไปพัก เพราะมีลูกค้า เข้ามาใช้บริการไม่ขาด มือเรียวบางผิวขาวจัด ของหญิงสาวตัวผอมบาง หยิบแก้วกาแฟ ที่อยู่บนโต๊ะ ใส่ถาด แล้วก็เก็บจานขนม ก่อนจะหันหลังกลับไป อย่างไม่ทันระวัง ลูกค้าที่กำลัง ลุกขึ้นพอดี จึงชนเข้าไป พนักงาน ที่กำลัง หันหลังกลับไป
เพล้ง เพล้ง เสียงถาดในมือ ร่วงหล่นกับพื้น พร้อมกับ ใบหน้าโกรธจัด ของนักศึกษาสาว ที่ถูกชน ด้วยความ ไม่ตั้งใจ ของพนักงาน มือที่จับกระเป๋า ราคาแพงอยู่ จึงฟาดลงไปที่ไหล่ ของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที
"อีบ้า ซุ่มซ่าม " นักศึกษาสาว มองกระเป๋าสีชมพูหวานในมือ แล้วบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน
"ไปเรียก เจ้าของร้านมา "
ป้ายราคาและใบเสร็จ รับเงิน ที่อยู่ในโทรศัพท์ ถูกส่งมอบให้กับ ผู้จัดการของร้านได้ดู
"สองแสนห้า "
ค่าเสียหาย ที่ต้องชดใช้ ทำให้ คนที่ทำงานค่าแรงวันละสองร้อยบาทตาโต ก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความอ่อนใจ
"ฉันเพิ่งซื้อกระเป๋ามา อีหน้าโง่ มันซุ่มซ่าม ทำของฉันเสียหาย มันต้องรับผิดชอบ "
"ฉันไม่ได้หน้าโง่หรอกค่ะ แต่ซุ่มซ่าม ฉันยอมรับ และฉันไม่ได้ระวังเท่าที่ควร แต่คุณก็ทำร้ายฉัน "
อรวีร์ ตอบโต้กลับไป ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มองคู่กรณีที่ยืนอยู่ในห้องผู้จัดการด้วยความไม่พอใจ เหมือนกัน
"ฉันต้องการ ค่าเสียหาย ในมูลค่า ที่เท่ากัน "
เสียงของนักศึกษาสาว บอกสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไป แล้วหันไปมอง คนที่ยืนหน้าซีดด้วยความสะใจ
"แก ทำกระเป๋าฉันเสียหาย แกต้องรับผิดชอบ แกเอากระเป๋าใบนี้ ไปขายก็ได้ แล้วเอาเงินมาให้ฉัน ให้ครบจำนวน ใบนี้ ซื้อจากช้อปไทย ราคาสองแสนห้า ฉันเพิ่งซื้อมา ไม่กี่วัน แล้วแก ก็ไปหาเงินส่วนต่างที่เหลือ มาให้ฉัน ภายในสิ้นเดือนนี้ ไม่อย่างนั้น ฉันจะไปแจ้งความ ว่าร้านนี้ มันห่วยแตก "
ผู้จัดการร้านมองกระเป๋าสีชมพูใบสวย แล้วมองหญิงสาวที่เป็นลูกค้าของร้านด้วยความหนักใจ
"คุณลูกค้าครับ กระเป๋ามีรอยแบบนี้ สามารถเอาไปซ่อมได้ไหมครับ "
"ซ่อมบ้าซ่อมบออะไรของแก ไอ้หน้าโง่ ซ่อมแล้ว มันจะเหมือนเดิมไหม ใช้สมองของแกคิดสิ ของฉัน ซื้อมาดีดี แต่ก็ถูกทำให้เสียหาย ก็ต้องรับผิดชอบ เข้าใจไหม "
อรวีร์นับหนึ่งจนถึงสิบในใจไปแล้ว หลายต่อหลายครั้ง มองคนที่กำลังอาละวาด ใส่เธอ ด้วยความโกรธ ความโมโห เช่นกัน เธอรับผิด ที่ทำให้ของเสียหาย แต่การชดใช้ มูลค่า สองแสนห้าหมื่นบาท มันมากเกินไป
"ไปแจ้งความกันเถอะค่ะ "
"แน่ใจใช่ไหม ว่าจะแจ้งความ เธอคงไม่รู้ ว่าพ่อฉันเป็นใคร "
กระเป๋าแบรนด์เนม สีชมพูใบสวยที่ถูกนำออกมาวาง พร้อมกับอุปกรณ์ครบชุด ทำให้เจ้าของร้าน ต้องหันมามอง คนตรงหน้าด้วยความสนใจ
นักศึกษาสาว ผิวขาวจัด ตัวผอมบาง นั่งอยู่ในร้าน รับซื้อและจำนำแบรนด์เนม ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า สุดหรู ใจกลางเมือง
"ของน้องเองหรือเปล่าคะ "
เจ้าของร้าน มองกระเป๋า และมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความใส่ใจเป็นพิเศษ
กระเป๋าที่หายาก เพิ่งนำเข้ามาในไทยได้ไม่กี่วัน แต่มีคนนำมาขายแล้ว ตามที่รู้มา มีเพียงไม่กี่คน ที่ได้ครอบครอง และ ดูเหมือนว่า คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ จะไม่มีความสามารถ ที่จะถือกระเป๋า ราคานี้ได้
"คือว่า ของหนูค่ะ "
อรวีร์สบตากับคนตรงหน้า แล้วบอกออกไปตามที่ตัวเองคิด คู่กรณีเรียกตำรวจมาจริงๆ และ ให้เธอเขียนหนังสือสัญญา ผู้จัดการของร้าน ต้องรับหน้าที่ค้ำประกันยอดเงินให้กับเธอ ทุกสิ่งทุกอย่าง มันกำหนดเอาไว้ อย่างที่เธอ หลีกเลี่ยงมันไม่ได้จริงๆ โชคชะตาหรือฟ้าลิขิต ทำให้ชีวิตของเธอ เป็นแบบนี้
"น้อง บอกความจริงพี่มาเถอะค่ะ พี่เช็คได้นะคะ ว่าใบนี้ เป็นของใคร "
เจ้าของร้าน มองคนตรงหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน มือบางเอื้อมไปจับมือ ของนักศึกษาสาวตรงหน้า แล้วจับเบาๆ
"พี่ ไม่รับซื้อของที่น้องหยิบมาโดยที่เจ้าของไม่รู้นะคะ "
คำที่เลี่ยงใช้ ทำให้อรวีร์ ต้องยิ้มแล้วบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอีกครั้ง
"หนู ไม่ใช่คนแบบนั้นค่ะ รับประกันได้เลย "
ยอดเงินจำนวนมาก แบบที่เพิ่งจะเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก ในชีวิต ถูกนับเป็นครั้งที่สาม ท่ามกลางสายตา อ่อนโยน ของคนตรงหน้า ที่มองมาด้วยความสนใจ ผิวขาวจัด และ ใบหน้าเล็กๆ ที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู มากกว่าจะสวยสะดุดตา ดวงตากลมโต คิ้วเรียงเป็นเส้นสวยตามธรรมชาติ และจมูกที่เป็นสัน โด่งแบบไม่ได้ดูแหลม แต่น่ามอง
"เรียนปีไหนแล้ว "
เจ้าของร้านถามไถ่ ชวนคุยไปเรื่อย
"ปี4แล้วค่ะ จะจบแล้ว "
"สนใจมาทำงานกับพี่ไหม " มือที่กำลังยัดเงิน ในซองสีน้ำตาล ชะงัก แล้วหันไปมองคนพูดอีกครั้ง
"พี่รับสมัครงานอยู่ แล้วน้อง ก็ดูฉลาดพูดจาฉะฉาน "
"หนู ไม่มีความรู้เรื่องกระเป๋าเลยค่ะ เพราะหนูเรียนบัญชี "
"พี่จ้างพนักงาน เดือนละ 30k ถ้าน้อง "
"สมัครค่ะ "
คนที่ไม่เคยได้รับโอกาสแบบนี้ เดินออกจากห้างดังตรงไปที่สถานีรถไฟฟ้า นามบัตรของ เจ้าของร้าน ยังอยู่ในกระเป๋าผ้าที่ใช้ใส่หนังสือเรียน เงินแสนกว่าบาทที่ได้รับมาในวันนี้ ยังไม่คบจำนวน ที่จะไปชำระหนี้ แต่การที่เธอ จะได้เข้าทำงาน ในร้านใหญ่โตแบบนั้น ก็ทำให้เธอ โล่งใจ ไปได้ อีกอย่าง พนักงานพาสไทม์ ที่หาเงิน เรียนหนังสือ และใช้ชีวิตมาด้วยความยากลำบาก สอนให้อรวีร์ อดทน คนจน ถ้าไม่สู้ ก็รอวันอดตาย แต่ถ้าคิดจะสู้ กับคนที่เขา มีอะไรเหนือกว่า ตัวเองมากๆ ก็ต้องยอมแพ้ แพ้ตั้งแต่ยังไม่ต้องสู้ ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ มันไม่ได้สวยงาม อย่างที่ใครต่อใครบอกหรอก
รองเท้าผ้าใบคู่เก่า ถอดวางอยู่หน้าบ้าน คนที่เพิ่งกลับมาถึง เปิดประตูบ้านเข้าไป พร้อมกับ มองหาคนที่อยู่ในนั้น
ร่างบอบบางของหญิงชรา นอนคุดคู้อยู่ข้างโซฟาตัวเก่า และ ชายวัยกลางคน ก็เดินเข้ามา พร้อมกับไม้ในมือ
เสียงกรีดร้องและเสียงข้าวของในบ้าน ร่วงหล่นลงบนพื้น มือบางกำสายกระเป๋าเอาไว้แต่ก็ไม่อาจต้านทานได้
เงินนับแสนบาท ร่วงหล่นกระจายออกมาเต็มไปพื้น พร้อมกับ เสียงร้องด้วยความดีใจ ที่ได้เงินมหาศาล จากหลานสาวที่ตัวเองเลี้ยงดูมา ตั้งแต่ พ่อแม่ ของหลาน เสียชีวิตไป เมื่อสิบกว่าปีก่อน