ห้องว่างด้านหลัง ที่เป็นห้องสำหรับเก็บของส่วนตัว ถูกจัดตกแต่งใหม่เป็นแบบเรียบง่าย แต่ หรูหราทั้งหมด เฟอร์นิเจอร์ราคาหลายแสนบาท พร้อมกับเครื่องนอน ที่คัดสรรมาอย่างดี แม้จะไม่ได้ราคาแพง เท่ากับ ห้องนอนของเจ้าของบ้าน แต่ก็มีราคาสูง เกินกว่า ที่จะเอาไว้รับรองแขกธรรมดาทั่วไป
เสื้อผ้าที่เป็นชุดสวยงาม แบบที่เปิดเผยตัวตน ที่คุณผู้หญิงของบ้าน ไม่อาจจะ ซื้อหามาใส่ได้ ถูกนำออกมาจากถุง แล้ว แขวนเรียงราย ให้คุณผู้หญิงที่กึ่งนั่งกึ่งนอน อยู่บนเก้าอี้
"สวยไหม ชุดนี้ ราคาเท่ากับเงินเดือนของเธอทั้งเดือนเลยนะ "
คนงานที่กำลังจับไม้แขวน มองเศษผ้า ที่อยู่ในมือ แล้วก็ก้มหน้าลง
"ฉันจะเล่นอะไรสนุกๆ สักหน่อย ของเหล่านี้ เป็นเสื้อผ้า ที่ตุ๊กตาของฉันจะสวม เสื้อผ้า รองเท้า และ เครื่องประดับ พวกเธอ มีหน้าที่ช่วยฉันเลี้ยงและดูแลตุ๊กตาอย่างดี เข้าใจไหม "
เสื้อผ้าที่แขวนเรียงรายอยู่ในตู้ พร้อมกับ รองเท้า ที่เตรียมเอาไว้
เงินหลายแสน หรืออาจจะมาถึง หลักล้าน ที่จ่ายออกไป สำหรับของตกแต่งในห้องนี้ ทำให้แม่บ้าน ต้องแอบถามด้วยความเป็นห่วง
"คุณหนู คิดดีแล้วเหรอคะ "
คนที่ไม่ได้คิดอะไร ส่ายหน้า
"คิดอะไร ทำไมต้องคิด ฉันอยากเลี้ยง อยากเล่น ก็เล่น ถ้าเบื่อก็ทิ้ง "
"แต่ว่า "
"ทำไม ห่วงอะไร เงินของฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ ที่มีอยู่ตอนนี้ ใช้วันละล้าน ไปอีกร้อยปี ก็ไม่หมด แล้วทำไม ฉันจะต้องมาเก็บเงิน อีกไม่นาน ฉันก็ตายแล้ว "
เสียงพูดไม่ได้ดุดัน แต่ เต็มไปด้วย อารมณ์ มือบางจับแขนเสื้อคนข้างๆเอาไว้ แล้วทำตาดุใส่
"พี่ยุทธ์ เขาทำงาน เขาหาเงินให้ฉัน เดือนละยี่สิบกว่าล้าน ป้าไม่ต้องกลัวจะอดตายหรอก ถ้าฉันใช้เงินของฉันหมด พี่ยุทธ์ เขาก็เลี้ยงป้าไปจนแก่ตายได้ "
ชายหนุ่มที่เคยเป็นเด็กในบ้านหลังนี้ กลายมาเป็นคุณผู้ชายของบ้าน หลังจากสูญเสีย พ่อกับแม่ของคุณหนูไม่นาน แม่บ้านคนเก่า ที่เป็นแม่ของคุณอยุทธ์ ก็เพิ่งเสียชีวิตไป เมื่อไม่กี่ปีก่อน ด้วยโรคชรา ทุกวันนี้ บ้านหลังนี้ จึงเป็นโลกที่คุณหนูทิสา สร้างขึ้น โลกที่ไม่มีใคร กล้าไปแตะต้องเลย
เสียงสาวๆ นับสิบคนที่นั่งพูดคุยกันอยู่ ภายในร้านขนม ที่ตั้งอยู่ในโรงแรมชื่อดัง ใบหน้าสวยหวานยิ้มน้อยๆ แล้วตอบคำถามของเพื่อน ตามมารยาท ไปตามเรื่องตามราว นาฬิการาคาหลายล้าน และ กำไลอีกหลายวง ที่โผล่พ้นชายเสื้อ ทำให้คนข้างๆ ชำเลืองมอง
"คุณทิสาขา ใส่นาฬิกา กับกำไล ราคาแพงแบบนี้ ทำไมไม่สวมเสื้อเปิดแขนหน่อยคะ "
"ก็ทิสา เขาไม่ใช่คนขี้อวดไงล่ะ พักหลัง เขาถึงได้ใส่แต่ชุดสุภาพ เรียบร้อย แบบที่คุณสามีชอบ "
ใบหน้าสวยหวานยิ้มกว้าง แล้วขยับร่างกาย ให้คลายความปวด
"ก็แบบนั้นนั่นแหละ พี่ยุทธ์ เขาชอบแบบนี้ เราก็รักเขา เราก็เลยเชื่อเขา "
เสียงกรี้ดกร้าด ดังออกมาจากกลุ่มสาวๆ แล้วก็มอง กระเป๋าใบใหม่ของเพื่อน ที่หยิบขึ้นมา ก่อนจะส่งบัตรเครดิต ส่งให้พนักงาน
"มื้อนี้ ทิสาขอจ่ายนะ แล้วจะขอตัวกลับก่อน "
"เราก็จะกลับแล้ว ต้องไปรับลูก โรงเรียนจะเลิกแล้ว " ภาริดา บอกกับกลุ่มเพื่อน แล้วลุกขึ้น
"โอเค งั้นเดี๋ยวทิสา เดินไปกับภาก็ได้ "
สองสาวในชุดสวยหวานคนละแบบ เดินไปตามทางเดิน ที่จอดรถหรู ที่จอดในโซนเดียวกัน
"โรงเรียน เลิกกี่โมง ทำไมถึงรีบไป "
"เดี๋ยวนี้ เด็กเล็กเลิกบ่ายสองครึ่ง ยัยหนูของภา เขางอแง อยากให้แม่มาคนแรก " เสียงของคนเป็นแม่ บอกกับคนข้างๆ ด้วยความสุข
"ทิสาเอง ก็น่าจะมีลูกได้แล้ว พี่ยุทธ์ เขาอายุไม่น้อยแล้ว อีกหน่อยจะจับลูกไม่ทัน "
"ภา ก็พูดเหมือนกับว่า พี่ยุทธ์แก่ ไม่แก่หรอก ยังหล่อมากที่สุดอยู่เลย "
"จ้า คนหลงสามี ภาไปนะ "
รถสปอร์ตคันสวย ขับออกจากลานจอดรถไปแล้ว คนรถและคนดูแล รีบเข้ามาประคองคุณหนู ให้ขึ้นทันที
รถคันใหญ่ที่จอดที่หน้าบ้าน ทำให้รถที่เพิ่งจะกลับเข้ามา มองด้วยความตกใจ อาการอ่อนเพลีย ทำให้ต้องการเวลาที่จะเข้าห้องส่วนตัวไปดูแลร่างกาย แต่ว่า คุณสามีกลับมาก่อนเวลา เลิกงาน
ประตูรถถูกเปิดออก พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น ของชายในชุดสูทสีเทา
"ทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะคะ "
"พี่ไปประชุมมา เสร็จเร็ว เลยกลับบ้านดีกว่า " มือหนาโอบเอวบาง มาแนบชิด แล้วพาเดินเข้าไปในบ้าน แม่บ้านเดินออกมาต้อนรับ แล้วมองคุณหนูที่สีหน้า อิดโรย อย่างเห็น ได้ชัด
"คุณหนู "
"พี่ยุทธ์ ไปอาบน้ำก่อนดีไหมคะ สาสั่งงานป้าแกเอาไว้ "
"ครับ พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ "
คุณผู้ชายของบ้าน เดินขึ้นข้างบนไปแล้ว คุณหนูที่อ่อนล้า เต็มที เดินเข้าไปในห้อง แล้ว พยาบาลที่มารออยู่แล้ว ก็มาเข้าชาร์จตัวทันที
"ทำอะไรกัน "
คุณผู้ชายของบ้าน เดินไปดูห้องเก็บของ แล้วก็เห็นว่า ห้องที่เคยมีของที่ไม่ได้ใช้แล้ว ได้รับการเปลี่ยนใหม่ เป็นห้องนอน ของใครสักคนแน่นอน เสื้อผ้าของใช้ มากมาย จัดวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ
"คุณผู้ชาย "
คนงานที่หันมาเห็นคุณผู้ชาย ร้องออกมาด้วยความตกใจ ปกติคุณผู้ชายจะกลับบ้านช่วงเย็น แต่วันนี้
"ห้องของใคร " เสียงถาม แผ่วเบา ก่อนจะส่ายหน้า
"ถามก็ไม่รู้หรอก " ชายหนุ่มที่เป็นคุณผู้ชายของบ้าน ส่ายหน้าแล้วเดินออกมา สวนกับ แม่บ้านที่กำลัง เดินมาที่นี่ด้วยท่าทีร้อนรน
"คุณหนู เหนื่อยมาก หลับไปแล้ว คุณผู้ชาย ทานมื้อเย็น คนเดียวนะคะ "
อาการอ่อนเพลีย อ่อนล้า ของภรรยา มากขึ้นทุกวัน ร่างกายที่เคยมีน้ำหนัก ตามมาตรฐานสาวๆ ก็ดูเหมือนจะ ลดลงเรื่อยๆ คุณหมอที่ตรวจอาการ ก็ไม่ได้บอกว่า ภรรยาป่วยไข้ตรงไหน คำถามที่อยากถาม แต่ไม่อาจจะเอ่ยออกไป ทำให้คนที่เป็น ดั่งนกน้อย ในกรงทองฝังเพชร ได้แต่ทำใจของตัวเองให้ หนักแน่นมากขึ้น ชีวิตของเขาทุกวันนี้ อยู่ก็เหมือนหุ่นยนต์ ที่ไร้ความรู้สึก ชีวิต ที่ต้องทำงาน ของตัวเองให้ดี เท่านั้น ฉากหน้าที่สวยงามของครอบครัว คือ ความผุพังภายในร่างกายของภรรยา ที่กำลัง กัดกร่อนจิตใจของคนเป็นสามี อย่างเขาเช่นกัน
เตียงนอนกว้างใหญ่ ที่นอนคนเดียวมานานเกือบปี เพราะภรรยาให้เหตุผลว่า นอนคนเดียว จะดีต่อสุขภาพร่างกายมากกว่า คนในบ้าน รับรู้ ความสัมพันธ์นี้ดี แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา ทุกอย่าง กำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อ ห้องที่เตรียมไว้ มีใครอีกคนเดินเข้ามา