บรรยากาศของงานแต่งงานแสนหรูหราที่ถูกสรรสร้างขึ้นด้วยเม็ดเงินมหาศาลจากผู้ที่เป็นนายหญิงของตระกูลแมค หล่อนบันดาลให้ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟกต์ที่สุด เพื่องานแต่งงานของลูกชายคนเดียวที่รักยิ่งกว่าชีวิต
“อาเธอร์ยิ้มหน่อยสิลูก” คุณหญิงแพทริเซียหันไปพูดกับลูกชายที่อยู่ในสูทสีดำขลับ ขับผิวที่ขาวสะอาดแบบฉบับผู้ดีมีฐานะ ทำให้เขาดูหล่อเหลากว่าผู้ใดในงาน จนสาวน้อยสาวใหญ่ต้องมองเหลียวหลัง
“.....”
“อาเธอร์!!” บิดาของเขาว่าให้ เมื่อชายหนุ่มไม่ได้ฟังสิ่งที่ผู้เป็นมารดาพูด
“อย่าบีบให้ผมกลายเป็นเด็กนิสัยแย่นะครับคุณพ่อ” ‘อาเธอร์ แมค’ ตอบกลับผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบ
“แม่หวังว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่มาร่วมงาน”
“ครับ...คุณแม่สบายใจได้”
“.....” คุณหญิงแพทริเซียยิ้มกว้างทันที เมื่อได้ยินประโยคที่แสนพึงพอใจ
“เพราะผมจะไปหาเธอทันทีที่เสร็จงานบ้าบอนี่!”
“อาเธอร์! คืนเข้าหอห้ามออกจากห้องเด็ดขาด”
“.....”
“แม่สั่งห้าม!!”
“ผมบอกแล้วนะครับ ว่าอย่าบังคับให้ผมทำอะไรที่มันแย่”
หญิงวัยกลางคนทำได้แค่ยอมอ่อนข้อให้กับผู้เป็นบุตรชาย เพราะหากเธอยังไม่ลดละ และถ้าเกิดลูกชายของเธอทำอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นมา ทุกอย่างคงจะแย่ไปกว่านี้
◦◦◦◦◦◦◦
‘ไอ หรือ ไอรดา รัตนไพศาล’ สูดลมหายใจเข้าปอดซ้ำแล้วซ้ำอีก หญิงสาวพยายามเรียกความมั่นใจที่ไม่มีเลยมาให้สถิตกับตัวเอง แต่เหมือนจะเปล่าประโยชน์ หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วไม่มีท่าทีว่าจะลดลง เธอตื่นเต้นจนเหงื่อออกเต็มมือทั้งที่ภายในห้องเปิดแอร์อุณหภูมิต่ำกว่าปกติมาก
ร่างบอบบางเพรียวเล็กอยู่ในชุดเจ้าสาวแสนสวยและสง่าผ่าเผยสีขาวบริสุทธิ์ ชุดวิวาห์ราคาแพงเหยียบล้านตัวนี้ถูกสั่งตัดขึ้นสำหรับเธอเท่านั้น คุณหญิงแพทริเซียให้ความเห็นว่าทุกอย่างต้องสมกับฐานะของท่าน
งานแต่งงานที่เธอไม่ได้เต็มใจแม้ว่าเธอจะหลงรักเจ้าบ่าวอยู่ก็ตาม มันถูกจัดขึ้นเพียงเพราะเธอถูกจ้างมาเพื่อกีดกันแฟนของเขา เธอเองก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไรคุณหญิงท่านถึงไม่ชอบคนรักของลูกชาย แต่ที่เธอยอมตกลงแต่งงานนั้นจะบอกว่าเพราะเงินก็คงใช่ เพราะตอนนี้เธอต้องการเงินจริง ๆ นั่นแหละ เงินที่สามารถใช้รักษาเพื่อต่อลมหายใจของผู้เป็นพี่สาวของเธอได้ พี่สาวซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ เงินที่ได้มาแม้ต้องแลกกับความสุขของเธอ เธอก็ยอม
ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ
ประตูถูกเคาะตามมารยาท ก่อนจะเปิดออกเผยให้เห็นหญิงสาววัยกลางคนที่เธอคุ้นเคยดี ผู้เป็นนายและเป็นมารดาของเจ้าบ่าวที่กำลังจะเป็นสามีของเธอในอีกไม่กี่นาทีด้วย
“พร้อมไหมหนูไอ?” เธอถามเสียงเรียบ ไม่แสดงอาการยินดียินร้ายใด ๆ
“พร้อมค่ะ”
“อืม...ทำใจให้สบายนะ”
หญิงสาวใบหน้าสะสวยเม้มปากแน่น สูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้ง ไม่ว่าต่อจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอก็ยินดีและพร้อมที่จะรับใช้ต่อโชคชะตาอย่างไม่เกี่ยงงอน หากสิ่งที่เธอทำในครั้งนี้มันช่วยชดใช้บุญคุณที่เคยทำกันมาแต่ชาติปางก่อนจนกระทั่งส่งผลให้เธอได้หลุดพ้นจากบาปทั้งหลาย เธอก็ยินดีจะรับมัน
ไอรดาตกตะลึงในความสวยงามตรงหน้า ช่างเป็นงานแต่งที่หรูหราสมฐานะจริง ๆ เธอเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนล้วนอยากมีงานแต่งที่สวยงามเช่นนี้ หากแต่ในความสุขกับมีความเศร้ามากกว่า ช่างน่าขันเสียจริง งานแต่งของเธอ แต่เธอกลับไม่รู้จักแขกเหรื่อที่มาในงานสักคน
ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ งานช้า ๆ จนสายตาสะดุดเข้ากับบุคคลที่เป็นเจ้าบ่าว เขายืนมองเธอด้วยท่าทีนิ่งเงียบ แววตาของเขานิ่งสนิทไม่ฉายความรู้สึกใด ๆ มีเพียงรังสีแห่งความ
น่ากลัวเท่านั้นที่เธอพอจะรับรู้ได้
นายหญิงตระกูลแมคพาเธอเดินไปส่งให้กับบุตรชายของท่าน ใบหน้าของท่านเปื้อนยิ้มไม่ลดละ รวมไปถึงใบหน้าของเธอด้วย เพราะเธอถูกกำชับมาอย่างจริงจังว่าต้องยิ้มตลอดเวลา ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตาม
“สวยมากจริง ๆ”
“อย่างกับเจ้าหญิงในเทพนิยายเลย”
“หน้าหวานสุด ๆ”
“คุณอาเธอร์ทำไมหน้าบึ้งแบบนั้น?”
“เจ้าบ่าวน่ากลัวจัง”
คำวิพากษ์วิจารณ์มากมายดังขึ้นไม่ขาดสายระหว่างที่เขาพาเธอไปยังโต๊ะจดทะเบียนสมรส แต่ชายหนุ่มดูเหมือนจะไม่ได้ยินดีหรือยินร้ายใด ๆ เขามุ่งหน้าเดินอย่างไวโดยไม่ได้สนใจว่าเธอจะเดินตามทันหรือเปล่า จากแขนเรียวที่เกี่ยวคล้องแขนแกร่งกันกลายเป็นว่าเขาจูงมือเธอ จะเรียกว่าจูงได้หรือเปล่าหรือควรจะใช้คำว่าฉุดกระชากให้เธอเดินตามเสียมากกว่า เนื่องจากรองเท้าส้นสูงที่เธอใส่ไม่ถนัดทำให้เธอเดินตามเขาไม่ทัน เธอจึงจำเป็นต้องถูกเขากึ่งลากกึ่งจูงอยู่อย่างนั้นจนมาถึงที่ปลายทาง
อาเธอร์จดปากกาเซ็นอย่างไว เขาไม่ได้สนใจมันมากนัก ก็แค่เศษกระดาษเท่านั้น ครบกำหนดก็แค่หย่าร้างให้จบไปก็สิ้นเรื่อง
แกรก...
“ผมขอตัว” ชายหนุ่มลุกขึ้นเติมความสูงด้วยความไวหลังจากเขาเซ็นใบสมรสเสร็จ ร่างสูงสง่าเดินออกห่างไปเรื่อย ๆ โดยที่เธอทำได้เพียงมองด้วยสายตาเศร้าเท่านั้น
“หนูไอตามไปสิ” คุณหญิงแพทริเซียสั่งเธอเสียงเรียบ
ราวกับสติถูกดึงกลับหญิงสาวจึงเร่งฝีเท้าเดินตามเขาไปอย่างไว ทิศทางที่เขาเดินออกไปนั่นก็คือด้านนอกของโรงแรม หรือเขาอาจจะมีธุระเร่งด่วน หากแต่เขาน่าจะบอกเธอไว้สักนิด เธอจะได้ตอบคำถามมารดาของเขาถูก
“เอ่อ...คุณอาเธอร์คะ...” เมื่อตามด้วยเท้าไม่ทัน เธอจึงส่งเสียงเรียกให้เขาหยุด
“.....”
“คุณจะไปไหนเหรอคะ?”
“ทำไม?”
หัวใจดวงน้อยเต้นแรง น้ำเสียงของเขาทรงพลังและมีผลกระทบต่อจิตใจเธอมากนัก อาจจะดูเวอร์ไปไหม หากจะบอกว่านี่คือประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอ
“คะ...คือไอ...”
“รำคาญ!”
“คุณท่านให้ตามมาค่ะ”
“งั้นเธอฟังไว้นะ ไม่ว่าฉันจะทำอะไร เธอไม่มีสิทธิ์ยุ่ง อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน” เขาเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปทันที
“.....”
หลังจากที่สนทนากับเขาจบ ทำให้เธอเข้าใจได้เลยว่า อนาคตอันใกล้สิ่งที่เธอต้องรับมือนั่นคงจะยากลำบากน่าดู...