หลังจากที่ ทั้งสองลงนามเซ็นสัญญากันครบเรียบร้อยแล้ว..ทางคุณราฟาเอลได้เชิญ ให้คุณหานซั่ว ผู้ถือหุ้นใหญ่รับประทานอาหารกัน... หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย
คุณราฟาเอลได้ขอ ตัวกลับไปทำงานที่อิตาลีก่อนเพราะต้องรีบขึ้นเครื่อง ก่อนที่จะกลับคุณราฟาเอลได้บอกให้มิเชล ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ถือหุ้นและคอยส่งงานให้กับคุณหานซั่วเป็นประจำโดยไม่ต้องผ่านเขา ส่วน เขาจะตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนทางหานซั่วนั้น มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาดูงานและเซ็นต์เอกสารทุกอย่างได้ที่บริษัทนี้โดยตรงมันทำให้ มิเชลรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างกะทันหันเธอรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเมื่อต้องรู้ว่าต้องทำงานกับเขา
ใจของเธอนั้นได้ตัดขาดเขาไปแล้ว แต่อีกทางนึงเธอก็ไม่อยากจะพบเจอกับเขามันเหมือน... เหมือนกับว่าเธอจะต้องกลับไปตายอย่างอนาถเหมือนในชาติที่ผ่านมาเธอไม่อยากเป็นแบบนั้น.
แต่ทำไงได้ถ้าเป็นแบบนี้แล้วพยายามคุยและอยู่ให้ห่างเขามากที่สุดอย่าไปเผชิญหน้าอย่ามองตาน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดของเธอแล้ว
หลังจากนั้นผ่านไป 1 อาทิตย์เธอได้ทำงานของเธออย่างหนักเพื่อที่จะทำให้บริษัทนี้มีชื่อเสียงเธอตั้งใจออกแบบเสื้อผ้าดีไซน์ชุดต่างๆ ให้ดูทันสมัยและเข้ากับฤดูกาล ชุดที่เธอออกแบบช่างเหมาะสมกับฤดูกาลแต่ละชุดซึ่งเมื่อลูกค้าได้ซื้อไปแล้วก็กลับมาซื้อใหม่ทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้นผลประกอบการของไตรมาสแรกต้องไปได้ดีอย่างแน่นอน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องผู้อำนวยการสาว. "ผู้อำนวยการคะ คุณหานซั่วจะเข้ามาที่นี่เพื่อเซ็นอนุมัติการซื้อผ้าล็อตใหญ่ที่ซินเจียงค่ะ"เลขาสาวใหญ่เอ่ย
"ค่ะเดี๋ยวจะเตรียมตัวนะคะฝากคุณอี้หลานดูแลอีกทีนึงนะคะ"
"ได้ค่ะ ผู้อำนวยการ"
รถหรูได้เข้ามาที่หน้าบริษัท ประตูถูกเปิดออกจากคนขับรถ ขายาวเรียวของผู้ถือหุ้นใหญ่ลงจากรถ พนักงานพากันยืนเรียงแถวต้อนรับโดยมีผู้อำนวยการยืนอยู่ที่ปลายทาง วันนี้เธอยืนนิ่งเมื่อมองไปที่หน้าชายหนุ่ม ที่ครั้งนี้มองแล้วดูเย็นชา...ดูถือตัวมากขึ้นไม่เหมือนครั้งที่เขาทำตัวสบายๆเหมือนเมื่อครั้งที่มาเซ็นสัญญา
" สวัสดีค่ะท่านผู้ถือหุ้นใหญ่" มิเชลกล่าว พร้อมโค้งตัวคำนับ...เขาเดินผ่านเธอไปโดยที่ไม่พูดอะไร มันทำให้เธอรู้สึกคิดถึงอดีตที่เขาเคยเย็นชาใส่เธอจนเธอต้องทำตัวเรียกร้องความสนใจ..โดยทำความผิดพลาดต่างๆ นา ..ช่างเถอะ! เราหย่ากับเขาแล้วอย่าไปคิดมาก เราไม่มีอะไรกับเค้าแล้วก็อย่าไปคิดให้ปวดหัว ถือซะว่าเขาเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องละกัน...เธอเตือนสติตัวเอง แล้วเดินตามไป
ในห้องผู้อำนวยการ ....เขานั่งประจำโต๊ะที่มิเชลนั่ง มองดูห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างมีระเบียบ หลังจากนั้น ทุกฝ่ายก็เข้ามากันจนครบ แล้วเริ่มประชุมและรายงานแผนการทำงานให้เจ้านายทราบ
เมื่อประชุมเสร็จ แต่ละฝ่ายงานนำเอกสาร วางไว้เพื่อรอให้ เขาเซ็นต์ และพากันออกไป จนเหลือแค่ มิเชลและเลขาสาวใหญ่หย่งอี้หลาน เขาเปิดเอกสาร ไปหน้าสองหน้าเขาจึงเงยหน้าขึ้น
"คุณหย่งอี้หลานครับ"
"ค่ะท่านผู้ถือหุ้น"
"เรียกผมว่าหานซั่วก็ได้ครับ".
"ค่ะคุณหานซั่ว"
"ผมอยากจะคุยเรื่องแผนงานกับผู้อำนวยการสักหน่อย ผมขอเวลา1ชั่วโมงนะครับห้ามใครรบกวน"
โอ้ไม่!..ฉันไม่อยากอยู่กับเขาแบบนี้..."เอ่อ คือ.. คุณหานซั่วคะ ดิฉันไม่มีเวลาถึงชั่วโมง อีก20นาทีดิฉันต้องไปตรวจผ้าที่โรงงานอีกค่ะ"
เขาเงยหน้าขึ้น..
"คุณอี้หลานครับ ช่วยเลื่อนเวลานัดออกไปอีก1 ชั่วโมงนะครับ". เขาพูดด้วยสีหน้าที่เย็นชา มิเชล รู้สึกว่าเหมือนมีหมอกมาปกคลุมตัวเธออยู่
"ได้ค่ะคุณหานซั่ว " เลขาตอบและเดินออกไป
เขาก้มหน้าเซ็นต์เอกสาร โดยที่ไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากทั้งสองฝ่าย โดยที่ปล่อยให้หญิงสาว ยืนอยู่ตรงนั้นแบบเงียบๆ เขาสังเกตุอากัปกริยาของเธอตลอดที่เขาก้าวเข้ามาจนถึงตอนนี้ เขาแปลกใจมากๆ ผู้หญิงที่เคยเหวี่ยงอารมณ์ร้าย ใช้ความรุนแรงเสมอ เธอทำไมเปลี่ยนได้มากมายเช่นนี้ เขาเงยหน้ามองเธอ วางปากกาที่อยู่ในมือแล้วยืนขึ้น
"หลิวม่านอี้เธอเก่งมาก "
อะไรอีกเนี่ยยยยยยย...
จบตอน5