กวินเหลือบไปเห็นท่าทางนายหนุ่มกับเจ้าสัวที่เหมือนจะฆ่ากันทางสายตา จึงรีบเบี่ยงเบนประเด็นสนทนาไปอีกเรื่อง
“เอ่อ...ไหนๆ ก็เจอเจ้าสัวแล้ว เจ้านายมีเรื่องอยากจะเรียนกับท่านด้วยตัวเองไม่ใช่หรือครับ” กวินเปิดประเด็นใหม่แทนประเด็นเก่า ทว่าเจ้านายที่เคารพกลับหันไปจ้องแต่หน้าคู่ควงของเจ้าสัว ไม่ยอมละสายตา
“โอ...เรื่องอะไรกันครับคุณกวิน หรือว่าของที่ส่งไปให้มีปัญหา”
เจ้าสัวเอ่ยแจ้งประหนึ่งว่าท่านเองก็มีความวิตกกังวล แต่วาคิมกลับมองว่าเจ้าสัวสูงวัยมิได้รู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ น้ำเสียงมันเจ้าเล่ห์ชอบกล
“ไพลินเที่ยวสุดท้ายที่เพิร์ลต้องส่งมา มันควรถึง GB ตั้งแต่สามวันที่แล้ว เรื่องนี้เจ้าสัวจะว่ายังไงครับ” วาคิมถามออกไปยิ้มๆ เจ้าสัวคงไม่อยากละลายเงินทิ้งเพราะต้องเสียค่าปรับหรอกนะ การค้ามันมีสัญญากันอยู่ ถ้าส่งของไม่ทันหรือของมีปัญหา ย่อมต้องเสียค่าปรับตามจำนวน
“อืม...อย่างนั้นเหรอ แย่จริง อย่างนี้ถ้าส่งให้ไม่ทัน GB จะไม่แย่หรือครับ”
ท่านถามต่อด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แสดงความเห็นอกเห็นใจได้อย่างน่าเชื่อถือ
ทว่าวาคิมรู้ดี เจ้าสัวสูงวัยคงเล่นแง่กับตนเข้าแล้ว
“หมายความว่ายังไงคะ ส่งของให้ลูกค้าไม่ทันอย่างนั้นเหรอ”
เกล็ดมุกเพิ่งรู้เรื่อง มันหมายความว่าอย่างไรที่ว่าเพิร์ลจะส่งของให้ลูกค้าไม่ทัน ไม่มีทางหรอก หรือว่าที่เหมืองของพี่ชายมีปัญหาจนส่งไพลินมาที่บริษัทไม่ได้
เจ้าสัวยกมือห้ามบุตรสาว เมื่อเจ้าหล่อนพยายามหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องสนุกๆ ของท่าน
“ก็ไม่แย่เท่าไรหรอกครับ เพียงแต่ไพลินรอบนี้เราตั้งใจใช้นำออกโชว์เดือนหน้า ถ้าทางเพิร์ลส่งของให้เราไม่ทันอย่างนี้ ผมเกรงว่า...”
กวินละไว้ในฐานที่เข้าใจ คงไม่มีใครอยากเสียค่าปรับสามเท่าจากราคาของสินค้าที่สั่งหรอก
“อืม...บังเอิญผม ‘รวย’ เสียด้วยสิ หึๆๆ” เจ้าสัวตอบยิ้มๆ อย่างเป็นต่อ เงินไม่กี่สิบล้านหากทำให้ไอ้เลวตรงหน้าเป็นเดือดเป็นร้อนได้ ท่านจะรอช้าไปทำไม
“ท่าน!” วาคิมโมโหเลือดขึ้นหน้า หากไม่เพราะเจ้าสัวแก่คราวพ่อละก็ ได้วางมวยกันแน่นอน
“คุณป๋า!” เกล็ดมุกร้องออกมาอย่างตกใจ เหตุใดบิดาถึงเล่นแรงขนาดนี้ รู้ทั้งรู้ว่างานโชว์เดือนหน้านี้เปรียบเหมือนการทำการตลาดกลายๆ ของบรรดาพ่อค้าเพชรทั้งหลาย ดีไม่ดีหากเจอลูกค้าใจป้ำ อาจสั่งจองล่วงหน้าจากงานที่ว่านี้ก็มี บิดาทำอย่างนี้เท่ากับตัดช่องทางทำมาหากินของวาคิมชัดๆ
“เฮ้อ...วันนี้ชักเหนื่อยแล้วสิ โทนี่...เตรียมรถที ฉันจะกลับบ้านไปให้คนพิเศษนวดเนื้อนวดตัวให้เสียหน่อย มันน่าจะดีกว่าการเดินหาเจ้าของเหมืองพลอยแน่ๆ จริงไหมคุณวาคิม ขอให้โชคดีเจอสักรายก็แล้วกันนะ บางทีเขาอาจจะมีพลอยสั่วๆ ขายให้คุณถูกๆ แต่มันก็ดีกว่าไม่มีของไปโชว์จริงไหมล่ะ หึๆๆ เอาไว้ทางเราจะส่งเงินค่าปรับไปให้ก็แล้วกันนะ ขอตัวละ ไปกันดีกว่ายัยหนู”
เจ้าสัวยิ้มถูกใจ ราวกับเรื่องที่ทำเป็นเพียงเรื่องสนุกทั้งที่มันสร้างความเสียหายไม่น้อย
เกล็ดมุกมองหน้าบิดาอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่อาจทักท้วง เธอเดินออกจากจุดนั้นด้วยแรงดึงจากมือบิดา พอหันกลับไปมองข้างหลังก็เห็นสายตาของวาคิมจ้องกลับมาราวจะกินเลือดกินเนื้อ บิดาของเธอทำเกินไปจริงๆ
__________________
ที่ลานจอดรถของโรงแรม
“คุณป๋าคะ...หนูเล็กอยากเข้าห้องน้ำ ขอไปเข้าก่อนได้ไหม หนูเล็กคงจะรอจนถึงบ้านไม่ไหวแน่ๆ” เธอขออนุญาตบิดาเมื่อพากันเดินมาถึงรถ คนขับสตาร์ตเครื่องรอแล้ว แต่เธอไปไม่ได้ เธอห่วงวาคิม
“อะไรกันลูกคนนี้ รีบไปรีบกลับล่ะ ให้โทนี่ไปเป็นเพื่อนก็ได้”
บอดี้การ์ดร่างยักษ์ขยับกายเตรียมจะลงจากที่นั่งข้างคนขับ ตามคำสั่งของเจ้าสัว
“ไม่เป็นไรค่ะ โทนี่ดูแลคุณป๋าเถอะ หนูเล็กไปเดี๋ยวเดียวจริงๆ” พูดจบก็เดินกึ่งวิ่งเข้าไปในโรงแรมอีกครั้ง แต่เป้าหมายมิใช่ทางไปห้องน้ำแต่อย่างใด
ในงานแฟชั่นโชว์ ผู้คนยังคึกคักและยังทยอยเข้างานกันไม่หยุด ขาเรียวเสลาเดินเข้าไปในงานอย่างเร่งรีบ กวาดตาแลหาวาคิมในหมู่ผู้คนและแสงแฟลช แลเห็นแผ่นหลังของเขาไวๆ ทางระเบียงด้านหนึ่งก็รีบตามออกไปทันที
“คุณมุก!” เป็นกวินที่เห็นเกล็ดมุกก่อน เขาเรียกอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นหล่อนกลับมาอีกครั้ง
วาคิมหันขวับ ชายหนุ่มคว้าเอาข้อมือบางของหล่อนแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง ก่อนจะตะคอกถามเสียงดุดัน
“กลับมาดูผลงานหรือไง! ผู้หญิงแพศยา”
เผียะ!
วาคิมหน้าหันตามแรงตบ กวินอ้าปากค้าง ไม่คาดคิดว่าเกล็ดมุกจะกล้าถึงเพียงนี้ เขาเสียวสันหลังแทนเจ้าหล่อนจริงๆ กลัวว่าจะถูกพายุน้ำแข็งที่ชื่อวาคิมสาดใส่น่ะสิ
“หยุดนะ!” เธอร้องห้ามเมื่อเขาโน้มตัวเข้ามาหมายจุมพิตเพื่อลงทัณฑ์ วาคิมนิ่งอึ้งเมื่อถูกสั่ง
“อยากให้เจ้าสัวถามฉันหรือไงว่าโดนหมาที่ไหนฟัดมา คราวนี้คงไม่ใช่แค่เรื่องไพลินนั่นหรอกนะ อย่ามาหาเรื่องให้ตัวเองต้องเดือดร้อนจะดีกว่า”
“อ้อ...กลัวผัวแก่มันรู้หรือไงว่ากลับมาหาผัวเก่า!” วาจาเชือดเฉือนพ่นออกมาจากริมฝีปากอิ่มสวยราวอิสตรี
“ก็แล้วแต่ ถ้าคุณจะเชื่ออย่างนั้นก็ตามใจ ฉันมาเรื่องไพลิน ฉันจะหาทางช่วยคุณเอง รับรองว่าคุณมีอัญมณีไว้โชว์ในงานเดือนหน้าแน่ๆ”
“ทำแบบนี้ทำไม” เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เจ้าหล่อนบอกว่าจะช่วย
“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ ปล่อย!” เธอสลัดข้อมือจนหลุดจากการเกาะกุมของเขา หันหลังเพื่อเดินจากไป แต่แล้วน้ำเสียงเย่อหยิ่งก็ดังขัดอีกจนได้
“กลับมาอยู่กับฉันเกล็ดมุก แล้วฉันจะทำเป็นลืมว่าเธอไม่เคยจากไปไหน”
“เห็นทีจะไม่ได้ ฉันมาไกลเกินจะหันหลังกลับแล้วล่ะวาคิม”
เกล็ดมุกตอบโดยไม่หันกลับไป
วาคิมเดินอ้อมมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว แล้วถามคำถามที่ทำให้เกล็ดมุกต้องตอบทั้งน้ำตา
“ถามหน่อยเถอะ ผู้ชายคนนั้น ‘ซื้อเธอด้วยอะไร’ เธอถึงกล้าไปจากฉัน”
เกล็ดมุกกล้ำกลืนความเจ็บปวดที่ประเดประดังเข้ามา ก่อนจะตอบว่า
“ ‘ความรัก’ ไงวาคิม ผู้ชายคนนั้นซื้อฉันด้วยความรัก แต่คุณซื้อฉันด้วย ‘เงิน!’”
เสียงตอบฉะฉานดังก้องในหัวใจของวาคิม เกล็ดมุกเดินจากไปนานแล้ว แต่ว่าเขายังยืนนิ่งอึ้งราวถูกสะกดไว้
“เจ้านายครับ” กวินเรียกเจ้านายหนุ่ม
“ไม่...ฉันไม่เป็นไร” โบกมือห้ามเมื่อกวินจะถามต่อ เขาไม่อยากรับฟังอะไรเลยจริงๆ