EP 3/4 แผนพิศวาส

1600 Words
วันถัดมา คุณหญิงวารีฉีกยิ้มกว้างด้วยความพออกพอใจเมื่อเห็นข่าวในเพจซุบซิบดาราบนสมาร์ตโฟนที่นางถืออยู่ มิเสียแรงที่นางเลี้ยงดูปูเสื่อนักข่าวอย่างดี ภาพเด่นเห็นชัดเจนอย่างนี้ช่างคุ้มค่าจริงๆ ในภาพนั้นมีบลูกชายนางกำลังตระกองกอดแพรวรุ้งแนบแน่นยามเดินออกมาจากผับไฮโซแห่งหนึ่ง ตามด้วยคำบรรยายใต้ภาพที่ถูกใจนางเหลือเกิน ‘หัวใจน้ำแข็งที่ว่าเย็นเยือกจับจิต ของบอสใหญ่แห่ง GB คงได้เวลาละลายจริงๆ แล้วคราวนี้ เพราะได้รับไฟรักที่อบอุ่นเข้าขั้นร้อนจัดของนางแบบสาวสุดเซ็กซี่นามว่า แพรวรุ้ง อิงแอบแนบชิดไม่ห่างกาย เห็นทีว่าว่าที่ลูกสะใภ้ของคุณหญิงวารี คงหนีไม่พ้นนางแบบสาวคนสวยแน่ๆ แต่งเมื่อไหร่อย่าลืมบอกกันบ้างนะคะ คุณแพรวรุ้งขา...’ “อ่านอะไรอยู่คะคุณหญิง อ้อ...ที่แท้ก็ข่าวลูกตัวเอง มิน่าล่ะถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รู้สึกยังไงบ้างละคะ เสียเงินเปย์นักข่าวไม่พอ ยังต้องมาเสียเวลาตามเช็กอีกว่ามีข่าวลูกชายหรือเปล่า มีความสุขมากไหมคะคุณหญิงเจ้าขา...” ท้ายประโยคลากเสียงยาวจนคนฟังรำคาญ คนเป็นแม่ต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากบุตรสาว “อย่ามาแขวะแม่แต่เช้าน้องวา ถึงยังไงวันนี้แม่ก็ไม่โกรธ เพราะว่าอารมณ์ดี” คุณหญิงพูดแล้วอมยิ้ม คนแขวะเลยหน้ามุ่ยเพราะไม่ได้ดั่งใจ คุณน้องคนงามกะว่าจะได้เห็นหน้าเง้างอนของมารดาให้ได้ง้อแก้เซ็งเสียหน่อย เลยต้องมีอันพับเก็บความคิดนั้นไปโดยปริยาย “หน้างออย่างนี้ยังหาเพื่อนไม่เจอใช่ไหมล่ะ...ให้กวินช่วยหาไหม เดี๋ยวแม่บอกพี่เขาให้” นางเสนอความคิด เพราะหากเป็นบุตรชายบุญธรรมของนางแล้วละก็ เรื่องเท่านี้ไม่เกินความสามารถของเขาแน่ๆ อีกอย่างนางชักรำคาญคุณน้องวาของบ้านเต็มทน เรียนจบตั้งแต่ปีที่แล้ว นางอุตส่าห์ผ่อนผันให้เที่ยวต่ออีกตั้งเกือบปี พอกลับมาแทนที่จะไปช่วยงานพี่ชายที่บริษัท แต่แม่ลูกสาวจอมขี้เกียจกลับลอยไปลอยมา อ้างว่าเหนื่อยบ้างละ ขอตามหาเพื่อนรักให้เจอเสียก่อนบ้างละ ไม่รู้ว่าแม่ตัวดีจะเล่นแง่ไปถึงไหน “คุณแม่คะ รู้นะว่าแอบนินทาในใจ” คุณหญิงค้อนวารินทร์ไปหนึ่งที นี่ละลูกสาวนางจริงแท้แน่นอนไม่มีหลอก รู้ทันนางตลอด “น้องวาไม่อยากกวนพี่กวินนี่คะ รออีเมลจากเธออีกสักอาทิตย์ก็แล้วกันค่ะ ถ้าไม่เจอค่อยบอกคุณแม่อีกที” “จะอะไรกันนักกันหนาลูก เพื่อนแค่คนเดียว” “โธ่คุณแม่ขา...เพื่อนคนนี้รักมากๆ เลยนะคะ ตอนอยู่ที่อังกฤษถ้าไม่ได้เธอ น้องวาคงแย่ ทั้งซักผ้ารีดผ้าเอย ทำกับข้าวเอย ถ้าเธอไม่ช่วยสอน น้องวาจะทำเป็นที่ไหน คุณแม่ต้องรักเพื่อนคนนี้ของน้องวาให้มากๆ นะคะ เพราะว่าเธอช่วยทำให้สาวน้อยของคุณแม่ กลายเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมขนาดนี้” เยินยอเพื่อนสาวให้มารดาฟัง นัยน์ตาเป็นประกายวิบวับยามนึกถึงเพื่อนที่แสนดีอย่างเพิร์ล แม่เพื่อนรักสอนเธอจนชำนาญทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเข้าครัวทำกับข้าว หัวเธอมันไม่รับจริงๆ “จ้าจ้ะ เชื่อแล้วว่าน้องวารับผิดชอบตัวเองได้ดีขึ้น ไม่ใช่เอะอะก็ร้องหาแต่พี่วาเหมือนแต่ก่อน แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ ภายในอาทิตย์นี้ถ้ายังหากันไม่เจอ ยังไงคุณน้องวาคนงามของแม่ ก็ช่วยย้ายหน้าสวยๆ กับสะโพกงอนๆ ของลูก เข้าออฟฟิศไปช่วยทำงานบ้างก็ดีนะคะ บางทีที่บริษัทลูกอาจจะได้พบเจ้าชายในฝันของลูกบ้าง ลูกค้าของพี่เขาหล่อๆ รวยๆ กันทั้งนั้น ลูกคงไม่อยากไปอยู่หมู่บ้านคานทองใช่ไหมลูก” นางแขวะบุตรสาวคืน ในเรื่องที่เจ้าตัวขยาดสุดๆ นึกขอบคุณเพื่อนรักของบุตรสาวเป็นล้นพ้นที่ทำให้สาวน้อยจอมแก่นกลายเป็นสาวงามน่ารักน่าทะนุถนอมได้ถึงเพียงนี้ “โธ่...คุณแม่ เลิกพูดเรื่องนี้เลยนะ น้องวาจะอยู่กับพี่วากับคุณแม่ ไม่แต่งงานจริงๆ ส่วนเรื่องงานของบริษัท น้องวาก็ช่วยอยู่นะ ก็เพิร์ลเพื่อนน้องวา บ้านเธอทำเหมืองเพชรหรือว่าทำฟาร์มไข่มุกอะไรสักอย่างนี่แหละ น้องวาเลยอยากอุดหนุนเธอ แล้วคุณแม่คิดดูนะคะ บางทีน้องวาอาจจะซื้อเพชรพลอยดิบจากเพื่อนได้ถูกกว่าที่พี่วาซื้ออยู่ก็ได้ เห็นไหมคะ ว่าน้องวาทำงานอยู่” คนสวยทำหน้าทะเล้นเมื่อยกแม่น้ำทั้งโลกมาหว่านล้อมมารดา แต่ใครเล่าจะรู้ว่า ความจริงก็คือคนสวยของบ้านขี้เกียจทำงานจริงๆ “เหรอคะคุณลูก เหนื่อยบ้างไหมเวลาหาข้ออ้างเนี่ย เฮ้อ...ลูกสาวฉัน ว่าแต่บริษัทของเพื่อนลูกชื่ออะไรนะ” “ชื่อ...คือว่า...ชื่อ...น้องวา น้องวาลืมถามค่ะคุณแม่” ตอบแล้วตีหน้าเศร้า “เฮ้อ...แล้วเพื่อนลูกชื่ออะไรคะ เผื่อคุณหญิงคุณนายที่สมาคมจะพอรู้จัก” “ชื่อเพิร์ลค่ะ ตัวเล็กๆ ขาวๆ ตาโตๆ นะคะคุณแม่” คุณหญิงวารีส่ายหน้าทันทีที่ได้ฟัง นางหมายถึงชื่อที่มีนามสกุลห้อยท้ายด้วยต่างหาก เพราะถ้าเป็นนามสกุลของบรรดาคนรวยละก็ คุณหญิงคุณนายที่สมาคมช่วยได้แน่นอน “แม่หมายถึงชื่อจริงค่ะลูก” “อ๋อ...ชื่อเกล็ดมุกค่ะ เกล็ดมุกนามสกุล...นามสกุล? แหะๆ คือว่าน้องวาจำไม่ได้ค่ะ” สุดท้ายวารินทร์ก็โดนมารดาค้อนให้วงเบ้อเร่อ โทษฐานเป็นยายแก่ขี้ลืมในเรื่องที่สมควรจำ “โธ่...ลูกสาวแม่ สมองปลาทองไม่เคยเปลี่ยน ถามจริงๆ เถอะอย่าโกรธกันนะคะคุณลูกขา ปริญญาทั้งสองใบที่ได้มา พี่เขาแอบซื้อให้หรือเปล่าลูก แม่ละซึ้งใจจริงๆ งมเข็มในมหาสมุทรต่อไปก็แล้วกันนะคะ แม่ขอตัวไปหาว่าที่เจ้าสาวให้พี่เราก่อนก็แล้วกัน” พูดจบก็คว้าสมาร์ตโฟนติดมือเดินออกไป ทิ้งให้บุตรสาวนั่งหน้าเง้าอยู่เพียงลำพัง วารินทร์ถอนหายใจอีกระลอกเมื่อลับร่างมารดา เธอไม่เถียงมารดาหรอกก็เธอมันสมองปลาทองจริงๆ นี่นา ถ้าตอนนั้นไม่ได้แม่พระผู้อารีอย่างคุณหนูเพิร์ลคนงามช่วยทำวิทยานิพนธ์ ป่านนี้เธอคงยังเรียนไม่จบ แต่เธอไม่มีทางบอกมารดาหรอก เพราะถ้าบอกไปคุณหญิงวารีคงได้ไล่เธอกลับไปเรียนอีกรอบแน่นอน ______________ ภายในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ก่อนถึงบริษัท GB เกล็ดมุกปัดหน้าจอมือถือด้วยนิ้วอันสั่นระริก ภาพที่โชว์เต็มจอ แทบไม่ต้องเดาถึงความสัมพันธ์ของบุคคลทั้งสองในนั้น เธอเจ็บปวดกับความจริงที่ต้องเผชิญ เขาไม่เคยรักเธอเลย เธอมีค่าแค่ตอนที่อยู่บนเตียงเท่านั้น แค่คิดก็อยากจะอาเจียนให้กับความโง่งมของตัวเอง อยากจะหลอกตัวเองต่อไปอีกสักหน่อย แต่คงไม่มีวันนั้นแล้ว ในเมื่อเขาเปิดตัวผู้หญิงคนนั้นในฐานะสำคัญที่เธอไม่มีวันได้เป็น โธ่เอ๋ย...ทำไมถึงเจ็บปวดอย่างนี้ วูบ! “คุณมุก! คุณมุก! คุณมุกครับ!” ร่างสูงใหญ่ของบอดี้การ์ดหนุ่ม พุ่งตัวเข้าไปรับร่างอรชรของหญิงสาว หล่อนเป็นลมล้มพับอยู่หน้าเคาน์เตอร์ในร้านกาแฟ ไม่รู้ว่าทันได้สั่งเครื่องดื่มหรือยัง เขารีบอุ้มผู้หญิงของนายกลับไปขึ้นรถ “คุณมุกครับ คุณมุกครับ คุณ...” กวิน หยุดเรียกเมื่อเห็นดวงตาที่ปิดสนิทเริ่มขยับและเปิดขึ้นในที่สุด หล่อนยังคงนิ่งเงียบอยู่ที่เบาะหลัง เขาตัดสินใจจอดรถที่สวนสาธารณะใกล้บริษัท ให้หล่อนได้ผ่อนคลายสักนิด “คุณกวิน มุก...มุก” เธอพูดไม่ออก รีบยันกายลุกขึ้นนั่งเมื่อรู้สึกถึงการปั่นป่วนในช่องท้อง “น้ำครับ” เมื่อเห็นอาการพะอืดพะอมของหญิงสาว บอดี้การ์ดหนุ่มก็รีบยื่นขวดน้ำส่งให้ ทว่าหล่อนไม่สนใจจะหยิบมัน แต่กลับเอื้อมมือไปผลักประตูรถออกอย่างแรง “อุ๊บ! โอ้กกก!!!” “คุณมุก!” กวินรีบลงรถแล้วอ้อมมาดูอาการผู้หญิงของเจ้านาย หล่อนท่าทางไม่ดีเอาเสียเลย เกล็ดมุกโก่งคออาเจียนอย่างไม่อายชายหนุ่มตรงหน้า ในใจก็เพียรถามตัวเองเป็นร้อยๆ ครั้งว่าป่วยด้วยสาเหตุอันใด ทำไมเป็นมาร่วมอาทิตย์แล้วจึงไม่หายสักที เธอเงยหน้าขึ้นมาสูดอากาศ เมื่อสิ่งที่รับประทานเข้าไปเป็นมื้อเที่ยง ถูกร่างกายขย้อนออกมาจนหมด ทว่ากลับมีบางอย่างผิดปกติ เหตุใดสวนสวยที่อยู่รอบๆ จู่ๆ ก็หมุนคว้างเหมือนลูกข่างยักษ์ มันฉุดสติสัมปชัญญะเธอให้ดำดิ่งสู่หลุมอากาศดำมืด ไกลออกไป ณ ที่ใดสักแห่ง แว่วเสียงใครบางคนร้องเรียกชื่อเธอแต่มันช่างไกลเหลือเกิน ไกลมาก ไกลจนเธอไม่ได้ยินเสียงนั้นอีกแล้ว “คุณมุก!” บอดี้การ์ดหนุ่มร้องเรียกหญิงสาวด้วยความตื่นตระหนก จับประคองหล่อนให้เข้ามานอนดีๆ บนเบาะ ก่อนจะรีบปิดประตูรถแล้วอ้อมมาที่นั่งคนขับ สตาร์ตเครื่องยนต์แล้วหมุนพวงมาลัยออกตัวไปด้วยความรวดเร็ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD