EP 2/2 เพราะรักจึงยอม

1697 Words
ความเงียบงันครอบคลุมภายในรถยนต์คันงาม ราวกับว่ามันได้สิงสถิตในนั้น กระทั่งเข้าเขตเมือง หญิงสาวจึงขยับยืดตัวตรงแล้วกล่าวกับเขาในที่สุด “จอดหน้าห้างก็ได้ค่ะ” เธอบอกสั้นๆ หยิบกระเป๋าถือมาแนบกาย ไม่มองหน้าเขาแม้แต่น้อย วาคิมจอดรถตามคำขอ นึกสงสัยว่าบ้านของหล่อนอยู่แถวนี้หรืออย่างไร ในประวัติของพนักงานบอกว่าไม่ใช่แถวนี้นี่นา เขาไม่ได้เอ่ยถามในสิ่งที่ข้องใจ เมื่อหล่อนลงจากรถ เขาก็หมุนพวงมาลัย ขับรถต่อไปในทันที เกล็ดมุกถอนใจเฮือกใหญ่ เธออยากให้เขาออกปากว่าจะไปส่ง แต่ว่าคงฝันเฟื่องเกินไป เธอหันซ้ายแลขวา ก่อนจะเดินเข้าไปหลบแดดใต้ต้นไม้ใกล้ๆ มือเรียวล้วงเอาสมาร์ตโฟนออกมากดเบอร์ที่บ้าน ไม่นานนักรถยุโรปคันหรูก็วิ่งมาเทียบริมฟุตบาท เกล็ดมุกก้าวขึ้นไปนั่งด้วยท่าทีของนางพญา บ่าตั้งหลังตรง ใบหน้าเนียนเชิดน้อยๆ ไม่ได้ใกล้เคียงท่าทางของเกล็ดมุกคนเมื่อสักครู่สักกระผีก และหากใครทันสังเกตก็จะเห็นว่าที่ด้านข้างของตัวรถนั้น มีสัญลักษณ์อย่างหนึ่งสามารถการันตีฐานะความมั่งคั่งของคนที่เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ‘เพิร์ล’ ____________ วาคิมกลับถึงคฤหาสน์กิติบวร ในตอนใกล้ค่ำ น้องสาวคนสวยร่างบอบบาง ยืนชะเง้อคอยาวเป็นยีราฟอยู่ที่หน้าประตู เหมือนว่ากำลังรอคอยบางอย่างด้วยใจจดจ่อ เขามั่นใจทีเดียวว่า วารินทร์ ไม่ได้รอเขาอย่างแน่นอน หล่อนรอคอยขนมเค้กเจ้าประจำ ที่เขากำลังหิ้วมันอยู่ต่างหาก “มาช้าตั้งชั่วโมง น้องวางอนพี่วาแล้ว” สาวสวยค้อนขวับทำแก้มป่อง เหมือนเมื่อครั้งเด็กๆ ผิดกับความเป็นจริงที่หล่อนเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว บริสุทธิ์และงดงามปานดอกไม้แรกแย้ม “ว้า...น่าเสียดายจัง คนสั่งมาเค้างอนไม่อยากกินแกแล้วล่ะ เจ้าขนมเค้กตกกระป๋อง เรารึก็ไม่ชอบกินของหวานซะด้วย อืม ถ้าอย่างนั้น ให้จิ๋วไปก็แล้วกัน” ชายหนุ่มรู้ทัน หยิบถุงขนมยี่ห้อดังออกมาแกว่งไปมายั่วน้ำลายคนยืนรอ สาวใช้นามว่าจิ๋วยิ้มแป้นหน้าบานรอรับลาภปาก ทว่าก็ต้องรอเก้อ เมื่อคุณหนูคนงามของบ้านตรงรี่เข้าไปคว้าถุงนั้นไปต่อหน้าต่อตา “บ้าน่าพี่วา น้องล้อเล่นหรอกน่า” วารินทร์แก้ตัว รีบคล้องแขนตนเองเข้ากับแขนของพี่ชายอย่างประจบ วาคิมส่ายหน้าระอา น้องสาวเขาไม่รู้จักโตเสียที ทั้งที่ตอนนี้เรียนจบ ป.โท มาได้เกือบปีแล้ว “เข้าบ้านดีกว่าค่ะ คุณหญิงกำลังรอทานข้าว ท่านเข้าครัวเองเลยนะจะบอกให้” วาคิมตาโตกับคำบอกเล่าของน้องสาว มารดาคงดีใจมากถึงขนาดเข้าครัวเอง ทั้งที่ท่านบอกเสมอว่าไม่ถนัดด้านนี้ ________________ ที่โต๊ะอาหาร มารดาผู้แสนดีลุกขึ้นมาสวมกอดบุตรชายอย่างแสนรัก ท่านกุลีกุจอเรียกเด็กๆ ในบ้านมาเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำวาคิมจ้าละหวั่น บรรยากาศของครอบครัวอบอวลไปด้วยความรัก วูบหนึ่งที่วาคิมรู้สึกผิดอยู่ในใจ ครึ่งปีมานี้ข้ออ้างที่เขาไม่ค่อยกลับบ้านในวันหยุดก็คืองานยุ่ง ทั้งที่ความจริงเป็นเพราะผู้หญิงอีกคน หล่อนทำให้เขาไม่อยากออกไปไหนนอกจากสวรรค์ส่วนตัวที่ชั้นบนสุดของตึก GB เท่านั้น “ยิ้มจะฉีกถึงติ่งหูแล้วค่ะคุณหญิง เป็นปลื้มเชียวนะคะที่ลูกชายคนโปรดกลับบ้านได้” น้องน้อยของบ้านค่อนขอดมารดาพร้อมรอยยิ้ม มือของหล่อนเพียรตักขนมเค้กสุดโปรดเข้าปากไม่ยอมหยุด “เอ๊ะ! ยัยวา นี่แม่นะ ประเดี๋ยวเหอะ” คุณหญิงวารี เอ็ดบุตรสาวแต่กลั้วหัวเราะเมื่ออีกฝ่ายรู้ทัน “นี่ก็ลูกนะคะคุณแม่ขา....” วาคิมมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นการหยอกล้อของน้องสาวกับมารดา นางยิ้มแก้มแทบปริตอนที่เขาเติมข้าวสวยอีกจาน พานให้คิดถึงใครอีกคนที่พาใบหน้าหวานๆ มาวนเวียนอยู่ในความคิดคำนึงอยู่ร่ำไป เกล็ดมุกหล่อนจะรู้สึกอย่างไรนะเวลาที่ทำอาหารไว้รอท่า แต่เขาไม่เคยเหลียวแล _______________ คฤหาสน์เฉิน เวลาเดียวกัน ‘ขอให้ความรักครั้งแรก ครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายของลูก พบเจอแต่สิ่งสวยงามมีแต่สุขสมหวังด้วยเถิด’ เกล็ดมุกพนมมือหลับตาอธิษฐานในใจ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพื่อออกแรงเป่าเทียนบนเค้กก้อนสวยให้มันดับพร้อมกันทั้งยี่สิบห้าเล่ม เสียงปรบมือเปาะแปะของผู้ชายที่สำคัญที่สุดในชีวิตทั้งสองคนดังขึ้นพร้อมๆ กับแสงไฟสีนวลตาถูกเปิดสวิตช์อีกครั้ง บิดาผู้แสนดีลูบกระหม่อมเธออย่างเอ็นดู ก่อนจะพูดว่า “ลูกสาวป๋าโตขึ้นอีกปีแล้วนะ แต่ไม่รู้จะโตแต่ตัวหรือเปล่า” ท่านค่อนขอดเล็กน้อยในเรื่องที่ทั้งสามรู้ดี “โธ่...คุณป๋าคะ ไหนว่าจะไม่คุยเรื่องนี้ไง เดี๋ยวเฮียก็เอ็ดหนูเล็กหรอก” เตือนบิดาเสียงอ่อย ใบหน้างอง้ำช่างน่าเอ็นดู หันไปรับมีดพลาสติกจากมือแม่นมร่างท้วม มาตัดเค้กแบ่งให้ทุกๆ คน ไม่เว้นแม้แต่บรรดาบอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมของบิดา พวกเขาต่างได้รับน้ำใจจากนายน้อยคนงามกันถ้วนหน้า งานเลี้ยงเล็กๆ ยังดำเนินต่อไป มีเพียงคนในครอบครัวที่มาร่วมยินดีในคราวนี้ ความจริง เจ้าสัวเมฆินทร์ อยากประกาศให้ใครๆ ได้รับรู้ว่าท่านยังมีบุตรสาวแสนสวยอีกหนึ่งคน ถ้าไม่ติดว่าเจ้าของวันเกิดห้ามไว้วันนี้คงมีแขกเหรื่อมาร่วมยินดีมากกว่านี้เป็นร้อยเท่า “ที่เหมืองเป็นยังไงบ้างลูก ช่วงนี้ป๋าไม่ได้แวะไปดูเลย” เอ่ยถามบุตรชายที่วันนี้เอาแต่นั่งเงียบจนผิดปกติ “ก็...เรียบร้อยดีครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เราได้สายแร่ดี คงทำเงินได้อีกมาก ยิ่งถ้าเจ้าของที่ดินผืนข้างๆ ยอมขายที่ให้เรา คุณป๋าคงได้นั่งนับเงินอย่างเดียวไม่ต้องตะลอนๆ ขึ้นเหนือลงใต้เป็นว่าเล่นอย่างนี้” เมฆาตอบนิ่มๆ จงใจว่ากระทบเจ้าของวันเกิดที่มัวแต่ทำเรื่องไร้สาระไม่ยอมเข้าไปดูงานที่บริษัทเสียที “ดีแล้ว ไม่เสียแรงที่เสียสัมปทานไปมากโข” เจ้าสัวเปรยยิ้มๆ เมื่อนึกถึงเม็ดเงินที่จะงอกเงยจากการทำเหมืองที่กาญจนบุรี “แล้วเราล่ะหนูเล็ก เมื่อไหร่จะเลิกเล่นซะที มาช่วยงานคุณป๋าได้แล้ว ฟาร์มไข่มุกนั่นของตัวเองไม่ใช่เหรอ” นายเหมืองหน้าเหี้ยมประชดน้องสาวกลายๆ “หนูเล็กไม่ได้เล่นนะเฮีย หนูเล็กเอาจริง” คนเป็นน้องค้านเสียงดังฟังชัด คนเป็นพี่เบะปากหมั่นไส้ในความรักบ้าๆ บอๆ ของน้องสาว “ระวังจะโดนเขี่ยทิ้งไม่รู้ตัว” ชายหนุ่มซ้ำอีกรอบ “เฮีย! คุณป๋าดูเฮียสิ ไม่ให้กำลังใจกันเลย” “เอาน่าๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน เฮียเขาเป็นห่วงหรอก หนูก็รู้ดี ป๋าเองก็ได้ยินได้ฟังอะไรมาไม่ใช่น้อย พวกคุณหญิงคุณนายที่สมาคมลือกันให้แซด เรื่องที่คุณหญิงวารีจะดองกับเพื่อนตัวเองที่ลูกสาวเขาเป็นนางแบบน่ะ ชื่ออะไรนะ อ้อๆ แพรวรุ้ง ใช่ๆ ป๋าอยากให้หนูทำใจไว้บ้างนะลูกนะ เวลาผิดหวังหนูจะได้มีภูมิคุ้มกัน ถ้าจะให้ดีละก็รีบตัดใจแล้วกลับมาอยู่บ้านเราดีกว่า” อดีตเจ้าพ่อตะล่อมบุตรสาวอย่างใจเย็น การสูญเสียสตรีอันเป็นที่รักอย่างมารดาของลูกๆ ทำให้ท่านล้างมือจากวงการนักเลงอย่างจริงจัง หันมาเอาดีทางด้านเพชรพลอย กระทั่งชื่อของเจ้าพ่อเมฆินทร์เลือนหายไปตามกาลเวลา เหลือเพียงเจ้าสัวเมฆินทร์แห่งเพิร์ลคนนี้ คนสวยฟังคำสอนของบิดาเป็นครั้งที่ร้อยแล้ว และมันก็ทำให้เธอสะเทือนใจได้ทุกครั้ง การเป็นลูกอกตัญญูที่บิดาแสนรักกำลังบีบคั้นในหัวใจอย่างแรง ในที่สุดเกล็ดมุกก็ไม่อาจฝืนทนได้อีก เธอต้องขอตัวขึ้นห้องโดยอ้างว่าไม่ค่อยสบายและต้องการพักผ่อน “ป๋าครับ น้องคงเสียใจและกำลังรู้สึกผิด” เมฆาเอ่ยตามที่เห็น น้องสาวเดินซึมขึ้นห้องไปทั้งที่งานเลี้ยงวันเกิดของตัวเองยังไม่เลิกราด้วยซ้ำ “ป๋ารู้ ลื้อเองก็เจ็บปวดที่น้องสาวลื้อรักผู้ชายคนนั้นตั้งมากมาย ป๋าใจดีกับน้องมามากแล้ว มันอาจจะดีกว่านี้ถ้าเราช่วยน้องออกมาจากวังวนแห่งความลุ่มหลง แทนที่จะเห็นดีเห็นงามอย่างที่ผ่านมา ลูกสาวอดีตเจ้าพ่อต้องเข้มแข็งกล้ายอมรับความจริง ไม่ใช่หลอกตัวเองว่ายังมีหวังไปวันๆ เหมือนคนขี้ขลาด” “จริงครับ” “ลื้อเองก็เหมือนกัน คุณชายใหญ่แห่งเพิร์ล อย่าทิ้งลายนักเลงที่มีอยู่ในสายเลือด อย่าให้คนอื่นมารังแกเราฝ่ายเดียว ถ้าวันใดมันทำน้องลื้อเจ็บ ลื้อต้องชำระแค้นให้สาสม แม้ว่าบางครั้งวิธีการที่เราทำจะผิดวิสัยชายชาตรี แต่ถ้ามันจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บเจียนตายได้ ลื้อก็อย่ารอ!” หน่วยตาคู่เดิมของบิดาที่ทอดมองน้องสาวเขาอยู่เมื่อครู่นี้ ไม่มีอีกแล้วซึ่งความอ่อนโยน มันฉายชัดเพียงความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นที่เขาได้เห็นจนชินเมื่อครั้งยังเด็ก บิดาที่รักไม่เคยทิ้งลายเจ้าพ่อได้เลยสักวัน น้ำเสียงเด็ดขาด แววตาเย็นเฉียบ ยังคงฉายชัดบนใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งวัย เมฆาพยักหน้ารับคำแทนสัจจะวาจา ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าลุกโชนดั่งเปลวเพลิงในหัวใจเขา สักวันเถอะ มันจะต้องเจ็บเหมือนอย่างที่เขาเจ็บ มันจะได้รู้ว่าการที่น้องสาวที่รัก ถูกเด็ดดมแล้วเขี่ยทิ้งเหมือนดอกไม้รายทาง มันน่าอดสูสักเพียงใด สักวันวาคิม และวันนั้นใกล้เข้ามาเต็มที!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD