บทที่ 4 เหลี่ยมเจอเหลี่ยม

1206 Words
ร่างบางแหวกพุ่มไม้ออกมา ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองบอดี้การ์ดหน้าโหดด้วยแววตาน่าสงสารราวนกน้อยพลัดตกจากรัง แม้บริเวณนี้จะค่อนข้างมืดแต่แสงจากเสาไฟรอบบ้านพักตากอากาศก็ส่องถึง ตรงหน้าบอดี้การ์ดหนุ่มปรากฏร่างแบบบางของหญิงสาวคนหนึ่ง ใบหน้าของเธอสวยมีเสน่ห์โดยเฉพาะริมฝีปากอวบอิ่มน่าสัมผัส แม้จะสกปรกมอมแมมไปสักหน่อยแต่กลับไม่อาจกลบความเย้ายวนไปได้ “ฉะฉัน” ฟุบ!! ร่างบางไม่ทันได้ตอบอะไรก็ล้มฟุบลงบนตัวของบอดี้การ์ดทันที และด้วยปฏิกิริยาฉับไวเขาจึงรีบพุ่งตัวเข้ามาช้อนร่างบางเอาไว้แน่นโดยไม่รู้เลยว่าสาวเจ้าหรี่ตาเล็กน้อยและใช้ปลายนิ้วเกี่ยวเอากุญแจที่ห้อยตรงเข็มขัดบอดี้การ์ดออกมาและกำมันไว้ในมือแน่น โชคดีที่ประกายสีเงินของมันเวลากระทบแสงทำให้เธอมองเห็นแม้ในที่มืด และคาดเดาว่าคงเป็นกุญแจเรือสปีดโบ๊ท ร่างบางหลับตาลงทิ้งตัวลงในอ้อมแขนของบอดี้การ์ดหนุ่มทันที อย่างน้อยก็คงพอจะถ่วงเวลาได้บ้างไม่มากก็น้อย เธอเดิมพันในครั้งนี้สูงมาก ที่ไม่ทิ้งกุญแจลงพื้นให้นายหน้าโจรเพราะเธอไม่ไว้ใจเขาอย่างในสุภาษิตที่ว่า ไม่มีสัจจะในหมู่โจร! บอดี้การ์ดหนุ่มอุ้มหญิงสาวปริศนาออกจากบริเวณชายป่าโดยมีสายตาคมกริบของใครบางคนจับจ้องมองไม่วางตา เคียรอสเดินออกจากพุ่มไปหลบยังต้นไม้ใหญ่ เมื่อเห็นบอดี้การ์ดคนนั้นออกไปแล้วเขาก็ค่อย ๆ ขยับตัวเข้าหาชายป่าบริเวณที่ใกล้เรือมากที่สุดเพื่อรอจังหวะ ก่อนจะฉุกคิดถึงใครบางคนที่ดื้อด้านปรากฏตัวออกไป “ก็ดี ถือว่าเธอชดใช้ที่ฉันช่วยก็แล้วกัน” ร่างสูงยกยิ้ม ก่อนจะสังเกตเหตุการณ์ไปเรื่อย ๆ คนที่อุ้มยัยศพเน่ากำลังเดินไปคุยกับเพื่อนอีกคนที่ทำหน้าที่เฝ้าเรือ ทั้งสองเหมือนกำลังทุ่มเถียงกันพลางเหลือบมองยัยศพอยู่เนือง ๆ ส่วนยัยตัวร้ายก็แสดงละครได้อย่างแนบเนียนนัก นอนเหมือนขึ้นอืดเป็นศพจริงไม่มีผิด! “ร้ายไม่เบาจริง ๆ” ไม่นานนักคนที่อุ้มหญิงสาวในตอนแรกก็พาเธอเดินออกจากแถวเรือ เหลือบอดี้การ์ดไว้เพียงแค่คนเดียว เคียรอสกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ เมื่อเห็นหนทางรอดของตัวเองแล้ว จึงอาศัยจังหวะนั้นย่องเข้าข้างหลังของบอดี้การ์ดที่เฝ้าตรงเรือ มือซ้ายเอื้อมไปจับศีรษะส่วนมือขวาก็จับคางไว้ แขนแกร่งออกแรงมือทั้งสองข้างสวนกันจนเกิดเสียงดังกร็อบ และร่างของบอดี้การ์ดก็ทรุดลงพื้นทันทีโดยไม่มีเวลาได้ร้องสักแอะ ใบหน้าภายใต้หนวดเครายกมุมปากขึ้น ช่วยไม่ได้ที่จำเป็นต้องลงมือรุนแรงขนาดนี้ เพราะถ้ามันรอดเขาตาย ชีวิตคนเราก็เหมือนวัฏจักรหนึ่ง ปลาใหญ่กินปลาเล็กและคนที่อ่อนแอก็ต้องพ่ายแพ้คนที่แข็งแกร่งกว่า ร่างสูงลากร่างของบอดี้การ์ดลงมาในทะเล ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนเรือ มองจากตรงนี้พวกบอดี้การ์ดบริเวณบ้านพักตากอากาศคงไม่มีใครสังเกตเห็น หรือตั้งตัวได้ทันดังนั้นเวลาของเขานั้นมีไม่มาก มือหนาเดินไปยังบริเวณพวงมาลัยเรือก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อตรงนี้ไม่มีกุญแจเสียบคาไว้ เขาจึงรีบหันหลังลงจากเรือเพื่อไปค้นร่างนั้นอีกครั้ง พลางสบถด่าตัวเองอย่างหัวเสีย “อยู่ไหนวะ!” ร่างสูงควานหากุญแจจากร่างบอดี้การ์ดจนทั่วทุกซอกทุกมุมก็ยังไม่พบ ไหนจะต้องหลบคนอื่นด้วยการดึงร่างนั้นมาบริเวณเรือ สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากยิ่งขึ้นเมื่อคิดว่ากุญแจอาจจะอยู่กับบอดี้การ์ดอีกคนที่อุ้มยัยศพไป “หานี่อยู่เหรอ!” เสียงหวานเอ่ยขึ้นจากข้างหลัง ทำให้เขาหันขวับทันทีก่อนจะพบร่างบางยืนแสยะยิ้มและชูกุญแจเรือในมือพลางแกว่งไปมาราวกับเย้ยหยันเขาว่าไม่มีความสามารถ “นี่เธอมาได้ยังไง” “นั่นไม่ใช่คำถามแรกที่ควรถามคนที่ร่วมมือกันนะ เอ๋..หรือนายคิดจะชิ่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”ร่างบางเลิกคิ้วอย่างรู้ทัน ทำให้เขารีบปรับสีหน้าและเอ่ยออกมาราวกับคนละคน “จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงฉันยังต้องการสร้อยเส้นนั้นของเธอนะ ถ้าเจอกุญแจยังไงก็ต้องไปช่วยเธออยู่แล้ว” เธอมองเขาแถจนสีข้างถลอกก่อนจะลอบเบะปากอย่างเอือมระอากับสันดานโจรของหมอนี่ ถ้าไม่ติดว่าต้องใช้เขาขับเรือเธอคงจะจัดการไล่ตะเพิดเขาไปแล้ว แต่นี่ยังต้องใช้ประโยชน์เลยต้องทำเป็นปิดตาข้างหนึ่ง “แล้วนายขับเรือเป็นเหรอ?” “แน่นอนไม่เชื่อก็ส่งกุญแจมาสิ” ร่างสูงแบมือมาตรงหน้าเธอ “ขึ้นเรือก่อนแล้วฉันจะให้” ร่างบางยังคงเล่นแง่ไม่ยอมให้กุญแจ ก่อนจะเดินนำขึ้นไปบนเรือก่อนจะหยุดชะงักตรงร่างของบอดี้การ์ด เธอย่อตัวลงและพยายามถอดเข็มขัดออกมาเมื่อได้แล้วถึงเดินขึ้นเรือ ท่ามกลางสีหน้าสงสัยของร่างสูงที่เดินตามมา “เธอจะเอาไปทำอะไร?” “แบบนี้ไง” เสียงหวานเอ่ยออกมาพลางผลักเขาให้นั่งลงตำแหน่งคนขับเรือ ใช้เข็มขัดรัดข้อมือหนาและข้อมือบางของตัวเองไว้แน่นใบหน้าสวยโน้มหน้าลงมาใกล้และเผยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “มันอันตราย..ทำอะไรวะ!” “ถ้าเก่งจริงก็ต้องขับได้และอีกอย่างฉันไม่ไว้ใจคนสันดานโจรแบบนาย….ดังนั้นมีหน้าที่ขับก็ขับไปก่อนที่พวกมันจะยกโขยงมา” “หมายความว่ายังไง?” ร่างสูงขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายจากปากของเธอ พลางครุ่นคิดเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เธอโดนอุ้มไป แล้วอยู่ดี ๆ ทำไมถึงหนีออกมาง่ายดายปานนั้น “หมายความว่าฉันยั่วมันกลางทางและเอาหินตีหัวมันจนสลบ” “เธอทำการอุกอาจมากยัยบ้า” ร่างสูงกัดฟันสบถเสียงเข้ม “ใช่ไง แล้วนั่นพวกมันกำลังวิ่งมาแล้วรีบไปแล้ว” เธอตอบหน้าตายก่อนจะตบบ่าเขาอย่างให้กำลังใจ ไม่วายพยักพเยิดไปทางบ้านพักตากอากาศที่ไม่ไกลกำลังมีคนพร้อมอาวุธในมือวิ่งมาทางพวกเราด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ “ยัยจอมสร้างเรื่อง!” “รีบไปเร็ว!” “เออ!” ร่างสูงกลืนคำด่ากลับลงท้องก่อนจะสตาร์ตเรือและจัดการขับออกจากบริเวณนี้ ด้วยความเร็วเพราะกลัวว่าจะโดนยิงตายก่อนได้ออกจากที่นี่ ส่วนคนต้นเรื่องก็เอาแต่ยิ้มร่าเชิดหน้าปะทะอากาศด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD