วาเนสซ่ากำลังจะถูกพรากพรหมจารีที่หวงแหนเพราะหนี้ก้อนโตของบิดา คิดแล้วอดสูนัก แต่วาเนสซ่าไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจาก ‘จำใจ’ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่บิดาและเจ้าหนี้ต้องการ โดยไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเธอได้
“ฉันยังไม่พร้อมจริงๆ นะคะ”
“เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอพร้อมเองไม่ต้องเป็นห่วง”
ได้ยินคำตอบจากคนตัวโตแล้วน้ำตาคลอเบ้า เธออึดอัดใจที่เขาพูดไม่รู้เรื่องและไม่มีความเห็นใจให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ วาเนสซ่าพยายามดันแผ่นอกกว้างผลักไสร่างหนาออกไปจากร่าง แอเรียลเห็นอย่างนั้นก็ไม่ยอม จับมือสองข้างของเธอรวบแล้วเอาพาดไว้เหนือศีรษะ เขาโน้มตัวลงมาแผ่นอกกว่างแกร่งเบียดเสียดกับทรวงอกนุ่มนิ่ม
“อย่าปฏิเสธฉันวาเนสซ่า”
“แต่ฉันไม่อยากมีอะไรกับคุณ”
“ทำไมล่ะ”
หากเธอบอกไปตรงๆ เขาจะโกรธแล้วลุกขึ้นมาบีบคอเธอหรือเปล่านะ วาเนสซ่าไม่อยากเสี่ยงกับความตายเลย เธอรู้ว่าเขาสามารถฆ่าคนได้ง่ายๆ โดยไม่มีความผิด วาเนสซ่าคิดได้ดังนั้นเธอก็หลบตาเขาแล้วเมินไปมองข้างเตียงแทนการมองหน้าหล่อเหลา
“ถามไม่ตอบ”
เมื่อเธอไม่ตอบแอเรียลก็เข้าใจว่าเธอยินยอมไม่ขัดขืน ลมหายใจอุ่นเป่ารินรนใบหน้างดงาม แอเรียลใช้ปลายจมูกโด่งสัมผัสผิวเนียนนุ่มของพ่วงแก้ม เขาสูดดม...กลิ่นกายของวาเนสซาหอมเย้ายวนใจมาก เขาชอบกลิ่นกายของเธอ
“คะ.....คุณ.....คุณจะทำมันจริงๆ เหรอ” ในที่สุดเธอก็พูดจนได้ เนื้อตัวที่สั่นพร่าบอกได้ว่าเธอหวาดกลัวต่อเขา
ทว่าไม่รู้ทำไมเขาถึงชอบและสนุกกับความหวาดกลัวของเธอ พร้อมกันนั้นยิ่งเธอแสดงความหวาดกลัวออกมา ร่างกายของเขามันก็ตื่นตัว เลือดสูบฉีดด้วยความแรงสูดและเดือดพล่านด้วยไฟราคะ
ชายหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปากมองเธออย่างเจ้าเล่ห์ก่อนตอบ
“ฉันเป็นนักธุรกิจจริงจังกับทุกเรื่อง”
“ค่ะ”
“ยอมง่ายๆ ก็ดีฉันจะได้ไม่เปลืองแรง ถ้าเธอดื้อเธอจะได้รับผลตอบแทนความดื้ออย่างสาสม ฉันจะไม่ใช่แค่ให้คนมาเอายานอนหลับกรอกปากเธอ แต่ฉันจะให้เธอไปต้อนรับแขกของฉันด้วย”
ระ....ระ....ร้ายกาจ!!!!
หญิงสาวจุกกับคำพูดของแอเรียล เขามันคนร้ายกาจทำร้ายได้แม้กระทั้งผู้หญิง และเธอต้องยอมทำตามเขาเพื่อนที่เธอจะไม่ต้องไปรับแขกของเขา มันคือการรับแขกประเภทไหนเธอรู้ดี และวาเนสซ่าไม่ต้องการแบบนั้น เธอจึงต้องยอมฝืนทนอดกลั้นยอมตกเป็นผู้หญิงของแอเรียล
“อยากทำอะไรก็รีบทำสิ”
“หึ” ชายหนุ่มเย้ยหยันเธอด้วยการเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ และเขาก็ไม่รอช้าลงมือกับวาเนสซ่าในทันที!
แควกกกก!!!
ชุดเดรสตัวสวยดีไซน์อย่างหรูถูกมือหนาฉีกขาดไม่เป็นชิ้นดี วาเนสซ่าใจหายวาบ เธอไม่มีสิทธิ์ป้องกันตัวหรือหนี เมือแขนของเธอถูกเขาจับไว้แน่นและเรียวขาของเธอถูกกดทับด้วยร่างหนาทรงพลัง
ยังไงเธอก็ต้องตกเป็นของเขา!!!
“ซ่อนรูปอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย ฉันชอบนะเต็มไม้เต็มมือดี หากเธอทำตัวกับฉันดีๆ ฉันจะลดหย่อนหนีให้พ่อของเธอมากขึ้น”
“เลิกพล่ามได้แล้วอยากทำอะไรก็รีบทำ ฉันสะอิดสะเอียนกับผู้ชายอย่างคุณเต็มที”
แอเรียลกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาคมกริบสีฟ้าจ้องมองเธอมีแววของความขบขันอยู่ข้างในนั้น วาเนสซ่าสัมผัสได้ เธออยากด่าเขาและอยากทำร้ายเขาให้สาสม แต่เมื่อคิดดูดีๆ แล้วชีวิตของพ่อคือสิ่งที่เธอต้องรักษาเอาไว้ วาเนสซ่าปิดเปลือกตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เธอเรียกพลังกายและใจของตัวเองเธอต้องไม่กลัวที่จะต้องแลกตัวของเธอกับชีวิตของพ่อ
แอเรียลประกบริมฝีปากของเขากับริมฝีปากนุ่มหลังจากเห็นว่าหญิงสาวลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเผชิญหน้ากับเขา แอเรียลไม่รีรอ ฝ่ามือวางบนทรวงอกแล้วขย้ำหนักสลับเบาอย่างปลุกเร้า ขณะที่ริมฝีปากปล้นจูบจากหญิงสาวได้อย่างยอดเยี่ยม
เขาจะทำให้เธออ่อนระทวยใต้ร่างของเขาให้ได้!!!
ผิวพรรณของวาเนสซ่าขาวนวลเนียน นุ่มมือเวลาสัมผัส แอเรียลยกยิ้มมุมปากแสดงความพึงพอใจต่อผิวพรรณของวาเนสซ่า เขาสัมผัสเธอไม่เบามือนักแต่ก็ไม่แรงจนทำให้เธอเจ็บ แอเรียลชอบผู้หญิงมีผิวดีไม่จำเป็นว่าต้องขาวไปซะทุกคนและเขาก็ชอบผู้หญิงสวย วาเนสซ่ามีสองข้อนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงตกปากรับคำยอมฮาซาร์อย่างง่ายดาย
มันไม่มีอะไรเสียหายหรอกแอเรียลไม่ใช่คนโง่และมีแค่เขาที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้
“ไง....สิ้นฤทธิ์เนื้อตัวอ่อนระทวยเลยเหรอ”
แอเรียลจงใจกลั่นแกล้งเธอ ก็เขาเล่นเอาจริงแบบนี้จะไม่ให้เธอเนื้อตัวอ่อนระทวยได้ยังไง วาเนสซ่าเมินแอเรียลแม้ร่างกายของเธอจะแอ่นหยัดตอบสนองเขา แต่เธอก็ยังพยศไม่เลิกรา แอเรียลกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่เคยเจอใครพยศได้เท่าเธอคนนี้เลย
ทว่าไม่เป็นไรหรอกนะเพราะเขามีวิธีปราบคนพยศ!
พรึ่บ!!!
มือหนากระชากบราเซียร์ออกจากเต้าทรวงของหญิงสาวทำให้วาเนสซ่าหันหน้ากลับมามองเขาอย่างทึ่งๆ และเธอก็ต้องทึ่งยิ่งกว่าจนหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อร่างหนากระทดตัวถอยหลัง จับเรียวขาเสลาอ้ากว้างก่อนที่เขาจะลงมือฉีกแพนตี้ตัวจิ๋วของเธอออกเป็นสองชิ้น
แควกกก!!!
“ว้ายยยยยย!!!”
“ร้องเสียงหลงเร้าใจจัง”
“คนบ้า! ถ่อย! เถื่อน! คนเฮงซวย!”
เธอสาดคำด่าใส่แอเรียลเป็นชุด นี่คือคำหยาบมากที่สุดในชีวิตของวาเนสซ่าแล้ว แต่แอเรียลไม่สะทกสะท้านอะไรเลย เขายังยิ้มตอบรับคำด่าของเธออีกด้วย
“ด่าได้ด่าไป”
“ด่าแน่คนไม่มีจิตสำนึกความเป็นคนดี”
“ไม่แยแส” แอเรียลไหวไหล่ขึ้นบอกแล้วเบ้ปากเล็กน้อย ท่าทางของเขากวนประสาทวาเนสซ่ามาก เธออยากทำร้ายเขาแต่ต้องคำนึงถึงชีวิตของพ่อและชีวิตของตัวเอง
บ้าบอสิ้นดี!!!
“ฉันเกลียดคุณที่สุดเลย”
“อย่าชวนคุยมากได้ไหมมันเสียเวลา”
“ก็ไม่ต้องทำสิ”
แอเรียลเหยียดยิ้ม แม่คุณพูดจาไร้สาระอีกแล้ว เขาจะไม่ทำได้ยังไงล่ะนอกจากจะประวิงเวลาใช้หนีแล้วเขายังลดหย่อนหนี้ให้อีกครึ่งพร้อมกันนั้นเขายังจ่ายเงินเพิ่มอีกตั้งเป็นล้าน แอเรียลไม่เสียเปรียบก็จริงเพราะเขาสามารถเรียกคือเงินทุกบาททุกสตางค์ของเขาได้ แต่การที่เขาทำแบบนี้ก็ถือว่าเขาสุดแสนจะเป็นพ่อพระใจกว้าง แล้วแบบนี้เขาก็ต้องได้รับค่าตอบแทนโดยไม่เสียเงินเปล่าประโยชน์
แอเรียลจับเรียวขาเสลาให้โอบรอบเอวของเขาแล้วเขาก็โถมตัวไปข้างหน้าเพื่อจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ วาเนสซ่ามีอาการขัดขืนแต่ไม่นานเขาก็สามารถทำให้เธอยินยอมเขา
“อื้อออออ”
ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปทั่วทุกพื้นที่บนร่างบอบบาง ไม่มีที่ไหนเป็นความลับสำหรับเขาแม้กระทั้งจุดซ่อนเร้นของเธอ แอเรียลก็หยอกล่อเธอด้วยฝ่ามือหนา ใช้นิ้วสะกิดเขี่ยจนเธอชุ่มฉ่ำ
“อ๊าส์!” เสียงครางของวาเนสซ่าดังขึ้นเมื่อแอเรียลให้อิสระแก่ริมฝีปากของเธอ
“อื้อ....อา.....อา....”
เธอยังคงครางไม่หยุดด้วยความเสียวซ่าน แอเรียลแตะต้องในจุดที่อ่อนไหวมากที่สุด เขาทำให้เธอสะบัดร้อนสะบัดหนาวราวกับคนเป็นไข้ หญิงสาวดวงตาพร่าเบลอ เธอตกหลุมพรางเสน่หาของเขาอย่างง่ายดายด้วยความไร้เดียงสา
ทว่า.....
แอเรียลไม่รู้เขาคิดว่าที่เธอทำมันคือการแสดงเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา ซึ่งมันก็ได้ผลระดับหนึ่ง แอเรียลสนใจที่เธอพยศใส่และสนใจเนื้อตัวสั่นเทิ้มของเธอยามที่เขาแตะต้อง มันเหมือนว่าเธอไร้เดียงสาและความไร้เดียงสานั่นก็ปลุกปั่นอารมณ์ของเขาได้ดีเยี่ยม
แอเรียลมีความต้องการเพิ่มมากยิ่งขึ้น นั่นจึงทำให้เขารีบร้อนแล้วผลักดันตัวเองเข้าไปสู่กายสาวอย่างรวดเร็ว
“กรี๊ดดด!!!”
“พระเจ้านี่เธอ....”
แอเรียลถึงกับอึ้งและตกใจมาก เขาไม่คิดว่าผู้หญิงอย่างวาเนสซ่าจะบริสุทธิ์ผุดผอง เสียงกรี๊ดร้องของเธอ และความคับแน่นของเธอ มันไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ ยิ่งช่วงเวลาที่เขาฝ่าเส้นเยื่อบริสุทธิ์เข้าไป มันคือสัมผัสเสี้ยววินาทีแต่เขากลับจดจำมันได้อย่างดี
ซึ่งเขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิดและแอเรียลก็ไม่คิดจะปลอบโยนวาเนสซ่า ก็สมควรอยู่หรอกนะ ให้เจ็บบ้างก็ดีเธอจะได้เลิกพยศเขาสักที แอเรียลคิดแล้วก็เหยียดยิ้ม ก่อนที่เขาจะถาโถมจังหวะพิศวาสเผาไหม้เธออย่างบ้าคลั่ง ไร้ซึ่งความปราณี
ลำแขนกำยำถูกหญิงสาวกระทำชำเราระบายความเจ็บปวดที่แปรปรวน เธอเกาะเกี่ยวและจิกเล็บจนเขาได้รอยบาดแผลซึมเลือดสีแดง แอเรียลไม่ใยดีเขาสนใจเพียงแค่การถาโถมเข้าใส่กายสาวอย่างบ้าคลั่ง มันเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลทำให้เขาอยากเข้าไปใกล้เธอโดยไม่คิดจะถอยกลับ
“อ๊า! ทะ...ทรมาน....”
เธอทรมานจริงๆ ความรู้สึกมันตีกันรวนจนมวนท้อง คล้ายมีคลื่นยักษ์หมุนอยู่ในท้องของเธอ เลือดลมก็สูบฉีดอย่างพลุ่งพล่าน ร่างการของเธอมีความร้อนระอุ เหงื่อแตกพรากหลั่งไหลจนเปียกชุ่มไปทั่วกายราวกับคนที่เพิ่งอาบน้ำมาหมาดๆ
“ได้โปรด”
มันทรมานมากเกินไป ความพยศของวาเนสซ่าหดหายไปชั่วขณะเมื่อเธอถูกเพลิงพิศวาสแผดเผากาย สิ่งที่เธอเปล่งออกไปไม่รู้ว่ามันได้โปรดให้เขาปล่อยหรือได้โปรดเข้ามาหาเธอมากขึ้นกันแน่
ความรู้สึกมันยุ่งเหยิงสิ้นดี !!!
“อยากให้ฉันปล่อยเธอเหรอ”
แอเรียลกระซิบถามชิดริมฝีปาก ขณะที่สะโพกรัวจังหวะโหมกระหนำสู่กายสาว หญิงสาวตาพร่า เธอรู้ว่าเธอควรจะทำยังไงกับเขาแต่มันทำไม่ได้
ตอนนี้เธอโอบกอดร่างหนาเอาไว้
มันบ้าบอมากและเธอไม่อาจปล่อยกายของเขาไปได้เลย
“อะ....อา....อา....อะ....อา....”
“ถามแล้วก็ครางแบบนี้หมายความว่ายังไงนะ”
หญิงสาวยังคงครางเช่นเดิม พอจะอ้าปากพูดแอเรียลก็จะดุดันกับเธอทำให้เธอเปล่งเสียงพูดไม่ได้กลับกลายเป็นว่าต้องครางสยิวแทนที่ หญิงสาวนึกบริภาษเขาอยู่ในใจ แอเรียลไม่เร้าหรือต่อ เขาเชยชมริมฝีปากอวบอิ่ม ลากไล้เป็นทางยาวผ่านลำคอและลาดไหล่บอบบาง พรมจูบไปทั่วทุกพื้นที่แถมยังกลั้นแกล้งเธอโดยการทิ้งร่องรอยจ้ำแดงเป็นดวงเอาไว้อีกด้วย
จานนั้นแอเรียลก็ลากริมฝีปากของตนต่ำลงไปหาทรวงอกอวบอิ่ม
“อ๊าส์!”
ริมฝีปากร้อนครอบครองยอดอกชูชัน เขาปั่นป่วนเธออย่างหนักหน่วงเหลือเกิน หญิงสาวถูกหลอมละลายจนเนื้อตัวอ่อนปวกเปียกไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป ไม่พอแค่นั้น เธอยังแอ่นอกให้เขาเชยชมเธออีกด้วย การกระทำก๋ากั่นช่างน่าตีซะจริง
จังหวะที่หนักหน่วงอยู่แล้วก็หนักหน่วงเพิ่มมากยิ่งขึ้น แอเรียลผลักดันเธอให้วิ่งไปพร้อมกับเขา แม้ปากของเขาจะทำงานแต่มันไม่มีผลต่อการลดหย่อนประสิทธิภาพของสะโพกหนา แอเรียลทำหน้าที่ได้ดีที่ทุกส่วนจริงๆ
“อะ...อา...กรี๊ดดดด!!!”
จนในที่สุดเขาก็พาเธอมาเยือนดินแดนแห่งความสุขได้สำเร็จ แอเรียลไม่มีอาการเหนื่อยหรือแม้แต่เสียงครางตอนเขาสุขสมก็ไม่เล็ดลอดออกมา
“ปะ....ปล่อยได้แล้ว”
“ตายจริงนี่ฉันเผลอปล่อยในไปเหรอเนี่ย เห็นที่พรุ่งนี้เธอต้องพบหมอซะแล้วล่ะ” แอเรียลลืมตัวเองแม้จะเตรียมเครื่องป้องกันมาอย่างดีแต่ก็หลงลืมจนได้
อาจเพราะเขาต้องการเอาชนะวาเนสซ่าจึงทำให้บุ่มบ่ามทำอะไรขาดความยับยั้งชั่งใจซะก่อน แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แอเรียลมีหมอที่ทำหน้าที่คุมกำเนิด เขามั่นใจว่าวาเนสซ่าจะไม่ตั้งครรภ์สายเลือดของเขาอย่างแน่นอน แอเรียลผิดพลาดแต่ก็มีแผนสำรองเพื่อรองรับความผิดพลาดของตนเอง
ชายหนุ่มไม่โอบกอดเธอเพื่อปลอบโยน เขาถอนกายออกและวาเนสซ่าก็ไม่ได้ต้องการการปลอบโยนหรืออ้อมกอดของเขา เธอคิดว่ามันจบลงแล้ว เขาได้ความสาวของเธอไปและได้ทำลายเธอย่อยยับ สมใจเขาแล้วแอเรียลคงกลับไปที่ห้องนอนของเขา ทว่ามันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด แอเรียลเพียงแค่เดินไปหยิบเอาเครื่องป้องกันมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา ก่อนที่เขาจะสวมมันแล้วกระโดดขึ้นเตียงมาจัดการเธออีกครั้ง
“คุณ!!!”
“ทำตกใจไปได้”
“จะทำอะไรไร”
“พร้อมขนาดนี้ยังจะถาม”
“ฉันต้องการพักผ่อน”
“ฉันไม่ให้เธอพักผ่อนจนกว่าฉันจะพึงพอใจ”
“ไม่ได้นะ”
“ต้องได้สิทำไมจะไม่ได้ในเมื่อฉันอยากได้มันก็ต้องได้!” คนตัวโตพูดอย่างเอาแต่ใจ เขาเริ่มเกรี้ยวกราดกับเธอ เมื่อเธอทำท่าว่าจะขัดใจโดยการพูดแย้งเขา แอเรียลก็ประกบริมฝีปากของเขาเข้ากับริมฝีปากของเธอ
“อื้อ!!!” หญิงสาวดีดดิ้ดหนีเอาตัวรอดแต่ก็ไม่สำเร็จ ยิ่งเธอดิ้นเขยิ่งดุดัน จูบดุเดือดจนริมฝีปากของเธอแสบร้อนและชา แอเรียลร้ายกาจและไม่มีความปราณีให้แก่ผู้ที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขา
จนในที่สุดเธอก็ยินยอมให้เขาเชยชมเธอ
ร่างบางถูกจับพลิกคว่ำ แอเรียลใจท่าให้เธอคลานเข่าโดยมีเขาอยู่ข้างหลัง เขาพรมจูบแผ่นหลังขาวเนียน ฝ่ามือสอดมาใต้ร่างสาวแล้วคว้าเอาทรวงอกสองเต้าไปขย้ำเคล้นคลึงอย่างเมามัน เมื่อเขาแตะต้องพอใจก็ย้ายมือไปขย้ำบั้นท้ายกลมกลึงของเธอ ไม่พอยังเอาฝ่ามือฟาดอย่างหมั่นเขี้ยวอีกด้วย
เพียะ!!!!
“อะ....โอ๊ย!!!”
เพียะ!!!!
“เจ็บนะฉันเจ็บ”
“อ้อเหรอ”
เขาทำเสียงยียวนกวนประสาทเพื่อหยอกเย้าเธอ หญิงสาวอยากหันไปทางข้างหลังแล้วกราดคำด่าใส่เขายิ่งนัก แต่หากทำได้ง่ายโดยที่มันไม่มีผลกระทบถึงพ่อเธอคงทำไปแล้ว
พอทำไม่ได้เธอก็ต้องสงบปากสงบคำ!
“ยอมเร็วแบบนี้ไม่สนุกเลย”
“.....”
“ต้องโดนกระแทกหนักๆ สินะเธอถึงจะสู้ฉัน”
“.....”
“โอเคถือว่าตกลง”
แอเรียลพูดเองเออเอง เขาจับแกนกายลำยักษ์กดเข้าไปในร่องสวาทคับแน่น หญิงสาวขย้ำผ้าปูเตียงกัดริมฝีปากของตัวเอง เธอยังเล็กคับแคบเกินไป มีขนาดแตกต่างกับแอเรียลอย่างมาก หญิงสาวสูดลมหายใจ จะไม่แสดงความอ่อนแอให้เขาขำหรอกนะ
นางบำเรออย่างวาเนสซ่าไม่มีสิทธิ์ได้รับไออุ่นจากอ้อมกอดของแอเรียล และยิ่งสถานะของเธอที่เข้ามาเพราะหนี้สินแอเรียลไม่ได้ให้การดูแลเอาใจใส่ดีสักเท่าไร เมื่อเขาเสร็จกิจเขาก็จากไปโดยไม่บอกไม่กล่าว ปล่อยให้หญิงสาวนอนอ้างว้างโอบกอดตัวเองใต้ผ้าห่มผืนหนา
“ถ้าหมดหนี้หมดสินออกไปแล้วจะหนีไปให้ไกลที่สุดเลย”
วาเนสซ่าจะถือว่าบุญคุณได้รับการทดแทนแล้ว เธอเจ็บปวดและทรมาน บางคนอาจคิดแตกต่างจากวาเนสซ่า แอเรียลเป็นชายรูปโฉมงามและดูสง่าองอาจ สาวๆ ที่ไหนก็อย่างขึ้นเตียงเคียงคู่กับเขา แต่วาเนสซ่าแตกต่างเธอไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มเขา เธอมีความคิดที่ว่าคนที่จะขโมยหัวใจของเธอไปได้นั่นคือคนดีและควรค่าแก่ร่างกายและหัวใจของเธอที่จะมอบให้
ทว่าแอเรียลคือจอมมารร้ายกาจเขาพรากทุกอย่างไปจากเธอ แต่กระนั้นจะโทษว่าเป็นความผิดของเขาฝ่ายเดียวไม่ได้ แอเรียลไม่จำเป็นต้องมีวาเนสซ่าในชีวิต เขามีสาวสวยให้เลือกขึ้นเตียงเป็นร้อยเป็นพันคน และหากพ่อของเธอไม่นำเธอมาเขาก็คงไม่คิดยุ่งกับเธออยู่แล้ว
วาเนสซ่ากอดตัวเองคิดแล้วน้ำตาก็ไหลพราก
วาเนสซ่าไม่ใช่คนแข็งแกร่งแต่เธอพยายามสร้างเปลือกห่อคุ้มกายเพื่อป้องกันอันตรายเท่านั้นเอง ซึ่งมันก็ช่วยได้เฉพาะบางเรื่องเท่านั้น วาเนสซ่าพบว่าเธอต้องมีสติ แค่เปลือกที่ห่อหุ้มกายต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนหากไม่มีสติมันก็อาจพังทลายย่อยยับได้อย่างง่ายได้ สติจะทำให้เธอแก้ไขปัญหาและเอาตัวรอดได้ดี
ทว่า......
เธอโชคร้ายที่ดันมาเจอกับคนอย่างแอเรียลนี่สิ
“เกลียดขี้หน้าเขาชะมัดเลย”
เธอเลือนกายลุกขึ้นนั่งแม้จะขยับตัวได้ลำบาก แต่เมื่อนึกถึงหน้าคนใจร้ายก็ทำให้เธอมีพลัง หญิงสาวคว้าเอาหมอนข้างกายมาแล้วก็จับขย้ำ ถึก และฟาดไปมาบนเตียง เธอทำราวกับว่าหมอนเป็นตัวแทนของแอเรียลอย่างไรอย่างนั้น จนเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจากข้างนอกหญิงสาวจึงหยุดการกระทำก้าวร้าวของตน
“ขอประทานโทษนะคะ นายท่านเรียนเชิญคุณวาเนสซ่าที่ห้องอาหารค่ะ”
“เช้าแล้วเหรอ”
“สายแล้วค่ะ”
“ฉันจะนอนฉันไม่ไป”
“หากคุณไม่ไปดิฉันจะโดยลงหวายค่ะ”
“บ้าที่สุดเลย!”
วาเนสซ่าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทำไมคนรวยคนนี้ชอบวางอำนาจยิ่งนัก แม้แต่กับสาวใช้ที่คอยรองมือรองเท้าเขาก็ไม่เว้น ให้ตายเถอะ! เขาเป็นคนประเภทที่เธอเกลียดที่สุดเลย จะลงหวายคนใช้ทำราวกับว่าตัวเองอยู่ในสมัยโบราณที่ยังไม่เลิกทาส
ฮึ่ย!!!!
“ดิฉันช่วยนะคะ”
สาวใช้ทำท่าว่าจะเดินมาประคองวาเนสซ่าแต่ถูกวาเนสซ่ายกมือห้ามปรามไว้ก่อน เธอเป็นคนร่างกายแข็งแรงดีไม่ได้พิการก็แค่เจ็บตัวเพราะถูกกินจนไม่รู้วันเวลา วาเนสซ่าไม่ชอบให้ใครมาประคบประหงมเธอ เรื่องเล็กแค่นี้เธอดูแลตัวเองได้
“ไม่ต้อง เธอออกไปรอหน้าประตู เสร็จแล้วฉันจะเดินออกไป”
“แต่ว่านายท่าน......”
“เธอไม่พูดฉันไม่พูดเขาไม่รู้หรอก ถ้าเขารู้ฉันจะโดนลงหวายแทนเธอเอง แบบนี้เธอสบายใจไหม?”
“ก็ได้ค่ะ”
แล้วสาวใช้ก็จากไปอย่างง่ายดาย ส่วนวาเนสซ่าก็เดินประคองตัวเองอย่างทุลักทุเลมายังห้องน้ำ เธออาบน้ำไม่นานและแต่งตัวไม่นาน ใบหน้าสวยมีการเติมแต่งด้วยแป้งฝุ่นกลิ่นหอม บนริมฝีปากเคลือบด้วยลิปมันแวววาวเท่านั้น เธอไม่พิถีพิถันและอยากทำตัวโทรมให้แอเรียลเขี่ยเธอทิ้งเร็วๆ
“คิดว่าขาดใจตายคาเตียงไปแล้วซะอีก”
นั่นคือคำทักทายแรกเมื่อเขาเห็นหน้าของวาเนสซ่า หญิงสาวเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรงเพื่อระงับอารมณ์ตัวเองๆ ไม่ให้ใจร้อนพลั่งปากกราดด่าสวนกลับคนใจร้ายอย่างเขาไป วาเนสซ่าคิดแล้วเธอก็เชิดหน้าขึ้นสูง เธอยืนอยู่ตรงทางเข้าไม่ขยับเขยื้อนกายไปไหน เธอตั้งใจจะเอาคืนแอเรียลโดยการท่วงเวลาอาหารของเขา
“คิดดีแล้วเหรอที่ดื้อรั้นกับฉัน”
“เรื่องของฉัน”
“เรื่องของเธอก็เรื่องของฉันอย่าลืมสิว่าเธอมาที่นี่ในฐานะอะไรและฉันก็ถือได้ว่าเป็นผู้ปกครองของเธอนะวาเนสซ่า”
คำว่า ‘ผู้ปกครอง’ ของแอเรียลไม่ได้มีความหมายที่มันควรจะเป็นแต่มันหมายถึงการปกครองโดยที่เธอเป็นเบี้ยล่างและมีเขาเป็นผู้อยู่เหนืออำนาจจะสั่งให้เธอทำอะไรก็ย่อมได้
วาเนสซ่าคิดแล้วก็ยิ่งเกลียดชังน้ำหน้าแอเรียลมากขึ้นไปอีก
“ฉันรู้สถานะของตัวเองดี”
“รู้แต่ก็ชอบทำตัวมีปัญหากับฉันอยู่เรื่อย”
“คุณต้องการอะไรคุณแอเรียล”
“ต้องการให้เธอมานี่”
เขาเลื่อนเก้าอี้ที่เขานั่งเล็กน้อยพร้อมกับเอามือตบหน้าตักตัวเองเบาๆ บอกเป็นนัยว่าต้องการให้เธอเดินไปนั่งบนตักของเขา วาเนสซ่ามีท่าทีอึกอัก ในห้องอาหารไม่ได้มีแค่เธอกับเขาเท่านั้น สาวใช้สี่คนและบอดิการ์ดอีกสีคน ยืนคุ้มอยู่ด้วย เธอหน้าหนาไม่พอหรอกนะ
แอเรียลที่เดาความคิดของหญิงสาวออกจากท่าทางที่เธอแสดงออกมาเขาก็นึกสนุกอย่างแกล้งเธอ
“เร็วๆ สิหรือต้องให้ฉันเดินไปอุ้มเธอดีล่ะ”
“ฉันจะนั่งตรงนั้น”
“เธอไม่มีสิทธิ์ทำในสิ่งที่เธอต้องการวาเนสซ่า”
เขาใจร้ายกับเธอมากและขี้กลั่นแกล้งมากด้วยเช่นกัน วาเนสซ่ามองเข้าไปนัยน์ตาคู่คมทรงเสน่ห์และเต็มไปด้วยพลังอำนาจ เธอเห็นว่าตาของเขาเปล่งประกายความสนุกสนานที่ได้ต้อนเธอให้จนมุม
วาเนสซ่ากำมือแน่นก่อนที่เธอจะเดินกระทืบเท้าเข้าไปนั่งบนตักของเขา
“ว่าง่ายแต่แรกก็จบ”