เมื่อตุ๊กตาแสนสวยนั่งตักเขาได้สำเร็จแอเรียลก็ไม่รอช้าที่จะก่อกวนเธอให้ประสาทเสีย เขาก็ไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไร รู้สึกมีความสุขเมื่อได้เห็นใบหน้าสวยงดงามบึ้งตึงและมีอารมณ์ฉุนเฉียว แอเรียลไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
“ป้อนอาหารให้ฉันสิ”
“ฉันเหรอ?” วาเนสซ่าเบิกตาโตเธอชี้นิ้วไปที่ตัวเองแล้วมองเขา วาเนสซ่านั่งบนตักแบบเบี่ยงข้างนั่นจึงทำให้เธอสามารถสบตาเขาได้อย่างง่ายดาย
แอเรียลยังคงทำหน้านิ่งแต่ภายในนั้นกำลังหัวเราะขบขันคนตัวเล็กบนตัก
“ก็ใช่น่ะสิ เพราะมันคือหนึ่งในหน้าที่ของเธอนะวาเนสซ่า”
“คุณมีมือนี่คะ”
“มือของฉันไม่ว่างซะแล้วสิ”
หมับ!
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก มือที่ว่างหนึ่งข้างของเขาวางลงบนทรวงอกนุ่มหยุ่นของหญิงสาว วาเนสซ่าเบิกตากว้างกว่าเก่าจนลูกตาแทบถลนออกจากเบ้า แต่มันเป็นท่าทางน่ารักน่าแกล้งสำหรับแอเรียลที่เฝ้ามองดูปฏิกิริยาของเธอ
ตึกตัก... ตึกตัก...ตึกตัก... “หัวใจเต้นแรงแบบนี้คิดหื่นอะไรกับฉันหรือเปล่า”
โอ้พระเจ้าเธอถูกปีศาจร้ายเล่นงานเอาซะแล้วล่ะ!
และการที่เขาเล่นงานเธอแบบนี้มันก็ได้สร้างความอับอายอย่างมากให้แก่คนหน้าบางอย่างวาเนสซ่า สาวใช้และบอดี้การ์ดแปดชีวิตก้มหน้าลงก็จริง แต่เธอเชื่อว่าพวกเขารู้พวกเขาเห็นทุกอย่าง วาเนสซ่าหุบปากแล้วเม้มจนเป็นเส้นตรง เธออยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายแต่แอเรียลคงไม่ยอม หากตายไปแล้วไม่ว่าจะสวรรค์หรือลงนรกเขาต้องไปตามเธอกลับมาอย่างแน่นอน
“คุณมันโรคจิต”
“ด่าฉันอีกทีฉันจะปล้ำเธอโชว์”
วาเนสซ่าหุบปากทันทีไม่กล้าด่าเขาอีก ใช่แล้วล่ะ! เธอกลัวคำข่มขู่ของแอเรียล รู้ว่าเขามีความบ้าบิ่นพอตัวและเธอไม่ควรเสี่ยง มันเป็นการตัดกระทำที่โง่มากหากไปท้าทายอำนาจของแอเรียล วาเนสซ่าบอกให้ตัวเองมีสติมากกว่านี้
“เอาล่ะ ทำหน้าที่ของเธอได้แล้วอย่าให้ฉันต้องมีน้ำโหระวังเธอจะเพลีย”
หยุดขู่หยุดแกล้งเธอสักวินาทีเดียวเขาจะตายหรือยังไงกันนะ? ผู้ชายคนนี้น่าหมั่นไส้และน่าเอาค้อนฟาดหัว หญิงสาวบ่นอุบอิบและสายวันนั้นในห้องอาหารเธอก็ต้องยินยอมป้อนข้าวป้อนน้ำแอเรียล และเขาก็ทำให้เธออับอายอีกครั้งโดยการป้อนข้าวป้อนน้ำเธอกลับ แอเรียลดูสนุกมากขณะที่หญิงสาวทำหน้าเหมือนคนใกล้ตาย
“ฉันต้องเดินทางไปจีนสองวันหวังว่าเธอจะไม่ดื้อกับลูกน้องของฉันนะ”
แอเรียลไม่ได้รายงานเธอแต่เขาแค่บอกให้เธอรู้ว่าเขาจะไม่อยู่และเธอจะต้องทำตัวดีๆ ไม่ดื้อ เพื่อที่แอเรียลจะได้ไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอีก วาเนสซ่าดูอ่อนหวานนุ่มนิ่มแต่บทที่เธอดื้อรั้นลูกน้องของเขาก็ควบคุมเธออยาก แอเรียลไม่อยากให้เกิดปัญหา เขาอยากทำงานด้วยความสบายใจ
“ฉันไม่ใช่เด็กฉันโตแล้ว”
“หึ...หากเธอดื้อครั้งนี้ฉันจะจับเธอมัดแขนมันขาแล้วให้ไปแช่น้ำสักคืนสองคืน”
แอเรียลไม่สนใจคำกล่าวอ้างของวาเนสซ่า เขาเชื่อในสิ่งที่เขาเห็น แม้แต่คนบ้ายังบอกว่าตัวเองไม่บ้านับประสาอะไรกับเธอ
“ใจร้าย”
“ฉันเลวด้วยนะเผื่อเธอยังไม่รู้”
หญิงสาวสะบัดหน้าหนีแอเรียล ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากแล้วขยับกายมาใกล้ชิดเธอมากขึ้น
ก่อนที่จะ....“ว้ายยยยยย” เสียงกรี๊ดร้องหวีดว้ายของวาเนสซ่าดังขึ้น เมื่อร่างของเธอถูกยกอุ้มให้มานั่งตักหนา เขาทำไมถึงชอบให้เธอนั่งตักนะ ที่ห้องอาหารไม่พอ นี่มานั่งย่อยอาหารที่ห้องนั่งเล่นเขาก็ยังไม่เลิกราความคิดนั้น
“ปล่อยฉันนะ”
“พูดเพราะๆ กับฉันวาเนสซ่า น้ำเสียงของเธอแข็งกระด้างไม่น่าฟัง”
“คุณก็พูดเพราะๆ กับฉันก่อนสิ”
“เธอไม่มีสิทธิ์สั่งหรือขอร้องฉัน”
หญิงสาวนิ่งเงียบเธอไม่เถียงแล้วและเธอควรจะสงบเสงี่ยมจริงๆ สักที และเมื่อหญิงสาวไม่ต่อปากต่อคำก็ใช่ว่าแอเรียลจะยอมถอยออกไป เขาเชยคางเธอขึ้นให้เธอเงยหน้ามองสบตากับเขา
บ้าที่สุดเลย!!!
จังหวะหัวใจของเธอตอนนี้ทั้งถี่และรุนแรงมาก เธอได้มองหน้าเขาอย่างจริงจัง มันชัดเจนมากกว่าทุกวัน หล่อกว่าทุกวันยิ่งตอนที่เขาคลี่ยิ้มตรงหน้าเธอแบบนี้ โอ้! พระเจ้าช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย เหตุใดถึงให้ทุกอย่างแก่เขานะ เขาดีเลิศเลอยกเว้นนิสัยของเขา แทนที่เขาจะมีรูปโฉมที่อัปลักษณ์เหมือนนิสัย แต่พระเจ้าก็ดันให้เขาเกิดมาครบทวนไปซะทุกอย่าง
ในขณะที่เธอสวยและนิสัยดีแทบตายแต่กลับไม่ได้รับการเอ็นดูแก่พระเจ้า
โธ่......ชีวิตหนอชีวิต!!!
“เหมือนเธอกำลังทะเลาะกับตัวเองอยู่นะ”
“ปะ....เปล่าค่ะ”
“ถ้าเธอดีฉันก็ดีด้วย แต่ถ้าเธอร้ายฉันก็จะร้าย ฉันไม่ใช่คนโรคจิตที่ชอบทำร้ายกับคนที่ทำดีกับฉัน”
เธอควรตอบเขาไปว่ายังไงดี เข้าใจก็เหมือนไม่เข้าใจ แต่มันก็ถูกอย่างที่เขาว่ามา วาเนสซ่าพยศเพราะเธอไม่ต้องการเป็นของเขา แต่เธอเข้ามาที่นี่ในฐานะอะไรเธอก็รู้ดีและเธอควรทำตามหน้าที่ของเธอ แต่เธอก็พยศและเขาก็แค่ปราบพยศเธอเท่านั้นเอง
“ถ้าคุณเบื่อฉันคุณจะปล่อยฉันไปจริงๆ ใช่ไหม”
“ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องเก็บเธอเอาไว้ ส่วนหนี้ของพ่อเธอฉันให้ไปเยอะแล้ว ที่เหลือก็แค่รอให้เขาเอาหนี้มาคืนฉันเท่านั้น ถึงเวลานั้นคงเป็นเรื่องฉันกับเขาไม่เกี่ยวกับเธอ”
“ฉันเป็นลูก”
“ชีวิตของเธอหากถึงวันนั้นฉันต้องการชีวิตของฮาซาร์เธอจะมอบแทนได้หรือเปล่า”
แอเรียลถามยั้งเชิง เขากำลังมีสาระกับเธออยู่ น้ำเสียงไม่ได้ดุดันเมื่อเธอยอมอ่อนเขาก็ยอมอ่อนให้เธอ แอเรียลพูดกับหญิงสาวในโทนน้ำเสียงนุ่มทุ้มเหมือนที่เขาใช้ประจำกับครอบครัวและน้องน้อยมากมายของเขา วันนี้เขาใช้น้ำเสียงนี้กับเธอ
หญิงสาวนิ่งเงียบไปเธอกำลังคิดหาคำตอบหากวันนั้นเขาต้องการชีวิตของพ่อเธอจะมอบแทนได้หรือเปล่า และเธอก็ได้คำตอบว่า ต่อให้ฮาซาร์ทำตัวไม่ดีกับเธอยังไง แต่ฮาซาร์คือผู้ให้กำเนิดยังไงเธอก็ไม่อาจทนนิ่งดูดาย
“หากทำให้พ่ออยู่รอดฉันก็ยินดีแลกชีวิตของฉัน”
“หากถึงวันนั้นฉันจะคอยดู แต่ตอนนี้ก่อนที่เราจะแยกจากกัน”
มือหนาที่วางอยู่บนหน้าขาของหญิงสาวเริ่มซุกซนจะเข้าไปข้างใน วาเนสซ่าตัวสั่นเธออยากปัดป้องแต่ถ้าเธอทำแบบนั้นเขาจะไม่อ่อนโยนและปราณีเธอ ตอนนี้แอเรียลอารมณ์เย็นมาก เธอไม่ควรทำให้เขามีโทสะ วาเนสซ่าคิดแล้วก็ยินยอมให้เขาเอามือเข้ามาใต้ชายกระโปรงแล้วลูบไล้ขาอ่อนเนียนเกลี้ยงเกลา
“หมุนตัวมาหาฉันวาเนสซ่า”
เสียงของเขานุ่มทุ้มแต่มีพลังอำนาจเคลือบแฝงอยู่ ทำให้หญิงสาวไม่สามารถขัดขืนต่อคำสั่งนั้น เธอหมุนกายจากนั่งเบี่ยงข้างมาเป็นนั่งคร่อมประกบกายอ่อนนุ่มเข้าหากายแข็งแกร่ง
“อุ้ย!”
หญิงสาวอุทาน เธอขัดเขินจนแก้มขึ้นสีระเรื่อ แอเรียลกำลังแข็งแกร่งองอาจและต้องการซุกซบไออุ่นอ่อนนุ่มจากเธอ แค่คิดเนื้อตัวก็ร้อนผ่าวไปหมดแล้ว
หญิงสาวไม่กล้าเงยหน้าขึ้นเผชิญ เธอก้มหน้างุดและทำท่าว่าจะพาใบหน้าหนีมุดหายไปกับอกกว้างแกร่ง ทว่าแอเรียลไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น มือหนาจับเรียวคางของหญิงสาวแล้วดันขึ้นเพื่อที่เขาจะได้สบประสานตากับเธอ
“อย่าหนีฉัน”
“ก็คุณ......”
เธอพูดได้เพียงแค่นั้น ชายหนุ่มเคลื่อนไหวรวดเร็ว เลื่อนใบหน้าเขาประชิดแล้วใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวฉกริมฝีปากอ่อนนุ่มไปจุมพิต เขาปล้นอย่างอุกอาจ เธอดิ้นขัดขืนเพียงเล็กน้อยไม่นานก็อ่อนปวกเปียก ยินยอมไปตามการชักจูงของคนมากประสบการณ์
ฝ่ามือหนากระชับเอวบางมาโอบกอดอกมือหนึ่งไม่ได้ว่างเว้นสำรวจเนื้อตัวสาวไปทุกหนแห่ง ไม่ว่าเขาจะเคยสำรวจเรือนกายหอมหวานนี้มากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แอเรียลก็ไม่เบื่อหน่าย เธอน่าค้นหามากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งฝ่ามือหนาสอดเข้าชายกระโปรงสาว เขาไล้ปลายนิ้วกับขอบชั้นในตัวจิ๋ว หญิงสาวสะดุ้งเฮือกนั่นจึงทำให้เธอได้สติ เธอยินยอมหากเขาจะกลืนกินเธอ
ทว่า.......
สถานที่เหมือนจะไม่เหมาะสมนี่สิ
“เป็นอะไร”
“ระ....เรา....ขึ้นห้องดีไหมคะ”
“อาย?”
“ค่ะ” จะไม่ให้อายได้อย่างไร แม้แต่ห้องอาหารคนรับใช้ของแอเรียลยังติดตามไปยืนเฝ้า ห้องนั่งเล่นจะเหลือเหรอ แอเรียลยิ้มมุมปาก หากว่าเขาไม่เป็นคนทำลายเส้นพรหมจรรย์ของเธอ เขาคงคิดว่าเธอทำตัวไร้เดียงสาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา เพราะมันคือความแตกต่าง
แต่วาเนสซ่าไม่เป็นแบบนั้นเธอไร้เดียงสาจริงๆ
แอเรียลอยากกินเธอใจแทบขาดและเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้กินเธอ
“ออกไปได้แล้วหากฉันไม่เรียกไม่ต้องเข้ามา ฉันจะใช้เวลาส่วนตัวกับวาเนสซ่าที่นี่”
สิ้นเสียงคำสั่งทั้งสาวใช้และบอดี้การ์ดก็รีบเร่งสาวเท้าเดินก้มหน้าพากันออกไปจากห้องนั่งเล่น ตอนนี้เหลือแค่เขากับเธอ แต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังไม่รู้สึกสบายใจนัก อาจจะมีใครผ่านมาเห็นก็ได้ หรืออาจจะไม่มีแต่มันก็ไม่สมควรที่จะมาทำกิจกรรมร้อนแรงในสถานที่แบบนี้
“ฉันยอมให้เธอแค่นี้นะวาเนสซ่า”
“ฉันทราบแล้วค่ะ”
“ก็ดี ฉันชอบที่เธอว่าง่ายแบบนี้”
แอเรียลกล่าวจากนั้นเขาก็เข้าไปคลุกวงในกับเธอต่อ มือหนารั้งคอชุดเดรสลงต่ำทรวงอกอวบใหญ่ที่เบียดชิดกันอยู่ในบราเซียร์ลูกไม้ แอเรียลใช้นิ้วสะกิดตะขอหน้าเพียงนิดเดียวเท่านั้น ทรวงอกคู่สวยก็ดีดเด้งออกมาเผชิญหน้ากับเขา
แล้วมีหรือที่เขาจะปล่อยให้มันล่อตาล่อใจเขาเฉยๆ แบบนี้
ไม่มีทางซะหรอก!
งับ!!! เขาอ้าปากกว้างแล้วงับเอายอดอกสีหวานไปไว้ในโพรงปาก แอเรียลทั้งดุนทั้งดูดจนแก้วตอบ มีเสียงดังจ๊วบจ๊าบเป็นระยะๆ วาเนสซ่าบิดเนื้อบิดตัว ร้อนผ่าวไปทั่วทั้งเนื้อตัว แอเรียลดุดันและร้อนแรงมาก มากจนเธอมีความกระสั่นตามเขาไป
“อ๊า....” เสียงครางจากวาเนสซ่าดังขึ้นเมื่อเธอมีอารมณ์วาบหวามสุดจะอดกลั้น สร้างความพึงพอใจให้แก่แอเรียลอยู่ไม่น้อย
และเขารุกเธอหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น
“อื้อ.....คุณแอเรียล ~”
เธอครางชื่อของเขา น้ำเสียงแหบพร่าและหวานหยดย้อยกระตุ้นให้เขาอยากกลืนกินเธอมากยิ่งขึ้น และแอเรียลแข็งขึ้นมากจนแทบปริแตก มือหนึ่งข้างของเขาที่โอบรอบเอวของเธอ แอเรียลเลื่อนมือข้างดังกล่าวมาหาบั้นท้ายงอนก่อนที่เขาจะควบคุมจังหวะให้เธอโยกกายบนตักของเขา
เสียดสีความอ่อนนุ่มกับความแข็งแกร่งผ่านเนื้อผ้าห่อหุ้มกาย
“อะ....อา....อา....”
“กรอดดดด”
หญิงสาวครางและชายหนุ่มทำเพียงแค่บดฟันกรามดังกรอดเท่านั้น แอเรียลไม่เคยปลดปล่อยเสียงครางให้ผู้หญิงคนไหนฟัง เขากำลังควบคุมตัวเองอยู่ แต่ก็อย่างว่า แอเรียลกลืนกินเธอและเขาไม่เคยทำมันได้ ไม่นานเขาก็ครางออกมาจนได้เมื่อเขาถึงจุดสุดยอดไปพร้อมกับเธอ
“อ๊างงงงงงงงงง”
“อื้อออ.....คุณแอเรียล!!!”
สองร่างโอบกอดกันและกัน หญิงสาวซบใบหน้าเข้ากับซอกคอหนา เธอหอบหายใจและเขาเองก็หอบหายใจ อันตราการเต้นของชีพจรทั่วร่างของเขาและเธอถี่หระชันมาก
และเพียงไม่นาน
ฟุบ!!!
“อุ้ยคุณแอเรียล!”
หญิงสาวอุทานตกใจเมื่อแอเรียลดันร่างของเธอให้นอนลงบนโซฟา แล้วเขาก็ตามมาคร่อมเธอเอาไว้ สองเรียวขาถูกดันให้แยกกว้างออกจากกันโดยมีร่างหนาแทรกระหว่างกลาง
แอเรียลไม่คิดว่าแค่เพียงเสียดสีกันภายนอกมันจะทำให้เขาและเธอไปถึงฝั่งฝันรวดเร็วแบบนี้ แต่กระนั้นก็ยังคงต้องเดินต่อไป แอเรียลต้องการมากกว่านั้น เขารู้ว่าการเข้าไปในเรือนกายของเธอมันจะทำให้เขามีความสุขมากที่สุด
นิ้วมือหนาเกี่ยวขอบชั้นในตัวจิ๋วรูดตามเรียวขา เธอยังสวมชุดเดรสของเธอเหมือนเดิมซึ่งก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรกับเขาเลย แอเรียลจัดการกับชั้นในเธอเสร็จเขาก็ปลดปราการส่วนล่างของตัวเอง แกนกายชายยิ่งใหญ่องอาจดีดเด้งออกมาสู่โลกผ่านนอก
แอเรียลไม่รอช้าจับมันซุกเข้าไปในโพรงนุ่มนิ่มดุจกำมะหยี่
“เกี่ยวเอวฉันไว้แน่นๆ นะแล้วก็โอบกอดฉันดีๆ ล่ะ”
เขาโน้มใบหน้ามาคลอเคลียเธอแล้วกระซิบบอก หญิงสาวก็เอาแขนสองข้างโอบรอบลำคอหนา ส่วนเรียวขาเนียนเสลาก็โอบรัดเอวของเขาเอาไว้
“อ๊ะ......”
สัดส่วนองอาจที่บุกรุกเข้ามาในกายสาว เริ่มเคลื่อนไหว เอวและสะโพกของแอเรียลทำงานอย่างมั่นคง เขาบรรเลงเพลงพิศวาสนุ่มนวลแต่ก็หนักแน่น
สัมผัสความเสียวซ่านลึกสุดปลายทาง
“ครางอีกสิฉันชอบเสียงครางหวานๆ ของเธอ”
“อ๊า....อ๊า....อ๊ะ....อ๊า....คุณแอเรียล....”
เธอทำตามที่เขาต้องการ ไม่ใช่ว่าเพื่อเอาใจ แต่เพราะว่าเขาสัมผัสเธออย่างวาบหวามเธอจึงเปล่งเสียงครางรัญจวนใจออกมา
ขณะนั้นหญิงสาวแอ่นอกขึ้นทำให้อกอวบอิ่มเสียดสีกับอกกว่างแกร่งที่เต็มไปด้วยมวลกล้ามแน่น เธออยากลูบไล้เขา หญิงสาวมีความคิดแบบนั้น แต่ไม่อาจทำได้เพราะแอเรียลสั่งให้เธอโอบรอบลำคอของเท่านั้น
ใครกันจะอยากเสี่ยงเกิดทำอะไรลงไปแล้วไม่ถูกใจแอเรียลคงดุดันกับเธอแน่
ทว่าเหมือนแอเรียลจะเข้าใจความคิดของวาเนสซ่า เขาคลี่ยิ้มเบาๆ ซึ่งเป็นการยิ้มคนเดียวโดยที่เธอไม่รู้ แอเรียลใช้ริมฝีปากและปลายจมูกโด่งคลอเคลียทั่วกรอบหน้าสวย จากนั้นก็เลื่อนมาดอมดมและจูบที่ซอกคอหอมกรุ่น ไล่ระดับลงมาเรื่อยๆ จนถึงเต้าทรวงเขาอ้าปากงับเอายอดอกสีหวานไปดูดดื่ม
แอเรียลปั่นป่วนเธอขณะที่บั้นเอวก็ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
และเมื่อเขาเชยชมเธอเสร็จแล้วแอเรียลจึงเลื่อนใบหน้าขึ้นกระซิบข้างใบหูนุ่ม
“อยากสัมผัสร่างกายของฉันก็สัมผัสสิฉันอนุญาต” เขาบอกเพียงแค่นั้นมือเรียวบางก็แตะต้องลูบไล้เรือนกายของเขา
เธอเหมือนเด็กน้อยมีความอยากรู้อยากเห็น ลูบไล้สำรวจไปทั่ว แอเรียลครางเบาๆ ในลำคอ ปกติเขาก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งย่ามกับกายของเขานักหรอก เพราะเขามีสัดส่วนตรงนั้นที่พึ่งเหมาะแก่ความต้องการอยู่แล้ว แต่วันนี้จะถือว่าเป็นการมอบรางวัล ตอบแทนที่วาเนสซ่าทำตัวว่านอนสอนง่ายก็แล้วกัน
“อะ.....อา.....อา....”
“จะเร่งแล้วนะ” แอเรียลบอก เขาจูบริมฝีปากเธอแล้วดูดกลืนเอาเสียงครางของเธอเอาไว้ พร้อมกับจัดท่วงท่าใหม่ โดยนำเรียวขาเสลามาพาดไว้บนบ่าหนา จากนั้นก็ตะบี้ตะบันสะโพกส่งแกนกายเข้าไปในโพรงสวาท
เธอชุ่มฉ่ำอ่อนนุ่มและตอดรับเขาถี่
ขณะที่แอเรียลเร่งจังหวะ เขาเอามือของตัวเองสอดประสานกุมมือเรียวเอาไว้ ริมฝีปากของเขากับเธอยังคงจูบกันอย่างดูดดื่ม แม้หญิงสาวจะประสบการณ์น้อยแต่เธอเป็นผู้ตามที่ดี
“จ๊วบ!! อีกนิดวาเนสซ่า!!”
เขาจูบเธอครั้งสุดท้ายแล้วบอกระยะทางที่จะถึงปลายทางให้เธอได้รู้ วาเนสซ่าบิดเร้าส่ายเนื้อตัวไปมา พร้อมกันนั้นสะโพกของเธอก็ยังแอ่นหยัดขึ้นรับจังหวะส่งจากชายหนุ่มลืมสิ้นความเขินอาย
ทว่าในจังหวะที่คนทั้งสองกำลังจะถึงฝั่งฝันอยู่แล้วนั่นเอง
จู่ๆ ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญปรากฏตัวขึ้นพร้อมเสียง... “เซอร์ไพรส์...โอะโอ 0_0”
“บัดซบ!!! ออกไปเดี๋ยวนี้ไอ้แฝดนรก!!!” แอเรียลตะวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดกับแขกไม่ได้รับเชย ได้ยินแค่เสียงไม่ต้องหันหน้าไปมองก็รู้ว่าใคร พวกไร้มารยาทมีแค่สามแฝดแห่งตระกูลอันคาเซอร์เท่านั้นแหละ
บ้าเอ๊ย! โชคดีที่กายของเขาใหญ่โตจึงบังร่างบางเอาไว้มิดชิด แต่กระนั้นมันก็สร้างความอับอายให้แก่วาเนสซ่า เธอกอดเขาเนื้อตัวสั่นระริก เธอกำลังหวาดกลัว แอเรียลรู้เธอไม่ได้เสแสร้ง
“คือพวกเรามาเยี่ยม”
“ออกไปเดี๋ยวนี้ไม่งั้นพี่จะลงหวายพวกแก่ให้หนัก”
“ไปแล้วคร้าบบบบบบบ” สามแฝดออกตัววิ่งอย่างรวดเร็ว จะขู่อะไรก็ขู่ได้แต่ขออย่างเดียวอย่าเอาเรื่องลงหวายมาขู่ สามแฝดกลัวไปพร้อมๆกับชอบท้าทายอำนาจของไม้หวาย
ซึ่งมันก็แล้วแต่สถานการณ์ทว่าหากแอเรียลเอาจริงเหมือนครั้งนั้นล่ะก็พวกเขาจำต้องถอยไม่สู้ไม่เถียงไม่พูดยาก สามแฝดออกมานั่งรอที่ห้องโถง ถึงว่าทำไมสาวใช้และบอดี้การ์ดถึงบอกให้พวกเขานั่งรออยู่ที่ห้องโถงอย่างเดียวรอคอยแอเรียลว่าง แต่พวกเขามันพวกไม่อยู่เฉยๆ ไม่เป็น จึงออกเดินสำรวจ
ตอนมาก็ได้ยินเสียงครวญครางแต่ปกติแล้วแอเรียลไม่ซีเรียสเรื่องแบบนี้ ไม่งั้นพวกเขาคงไม่บ้าไปปรากฏตัวอยู่ตรงนั้นหรอกนะ ทว่าดูท่าพี่ชายของพวกสามแฝดจะหวงสาวคนนั้นมากเลยล่ะ
“เกือบเอาชีวิตมาทิ้งแล้วไหมล่ะพี่ล้าน พี่แสน”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง ปกติสาวสวยของพี่แอเรียลก็เป็นสาวสวยของพวกเราด้วย พวกเราอาจจะเข้าไปไม่ถูกจังหวะก็เป็นได้” นับล้านให้เหตุผลแก่นับหมื่นแฝดน้อง
“แต่พี่แอเรียลไม่เคยแสดงท่าทีหวงสาวกับพวกเรานะพี่ล้าน” นับแสนเป็นแฝดคนกลางกล่าวแย้ง
“ผมก็ว่างั้นนะ” นับหมื่นแฝดน้องคนเล็กเห็นด้วยกับพี่ชายคนกลาง
“เออๆ จะยังไงก็ช่างไว้พี่แอเรียลมาก็ได้รู้”
ความอับอายครั้งนี้ใครหนอจะรับผิดชอบ? ก็ต้องเป็นเธอน่ะสิวาเนสซ่า เธอต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะเขาไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต้องมารับผิดชอบความรู้สึกของเธอ วาเนสซ่าคิดได้ก็ผละจากอ้อมกอดของเขา เมื่อกี้เธออ่อนแอคิดอะไรไม่ออกนอกจากอาย แต่ตอนนี้เธอต้องเข้มแข็ง วาเนสซ่าขยับตัวถอยทำให้จุดเชื่อต่อของเขาและเธอแยกออกจากกัน จากนั้นร่างบางก็ลุกขึ้น จัดเสื้อผ้าหน้าผมใหม่ก่อนจะวิ่งออกไปข้างนอก
แอเรียลไม่ได้รั้งเธอเอาไว้เขารู้ว่าเธอรู้สึกยังไง แต่ไอ้สามแฝดมันต้องเจอดี!
“มาที่นี่ทำไม”
น้ำเสียงเข้มและขุ่นทำเอาสามแฝดที่นั่งปรึกษากันถึงกับสะดุ้งเนื้อตัวเย็นเฉียบ ก่อนจะค่อยๆ พากันหันหน้ามาหาพี่ชายสุดหล่อและโหดไม่แพ้ใคร
“มาเยี่ยมมาเที่ยวเล่นครับ” สามแฝดประสานเสียงตอบอย่างสามัคคี
“แล้วทำไมไม่บอกพี่ก่อน”
สามแฝดมองกันไปมองกันมาก่อนที่จะพยักเพยินหน้าให้นับแสนตอบบ้าง “อยากเซอร์ไพรส์ครับ”
“มีเงินเหรอที่มา”
“ก็ตั้งใจว่าจะมาขอเอาข้างหน้านี่แหละครับ”
“นับหมื่น!!!” แอเรียลเรียกเสียงเข้มและหลังจากนั้นนับหมื่นก็ร้องโอดโอย
ผัวะ!!!
“โอ๊ยยยย!!!”
ทั้งนับล้านและนับแสนต่างลงโทษน้องด้วยการเบิ๊ดกะโหลก เป็นอันว่ารู้งานว่าแอเรียลต้องการอะไร
“ทำไมพี่ทำกับผมแบบนี้เนี่ย”
“บางเรื่องเก็บไว้ในใจก็ได้ไหม ปรึกษากันก่อนแล้วค่อยตอบสิ” นับล้านกระซิบบอกนับหมื่น ถึงจะกลัวแอเรียลแต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะเป็นแฝดสามที่ไร้น้ำยาซะเมื่อไหร่
นับหมื่นเลื่อนตาไปถามความเห็นพี่ชายคนรองทางสายตานับแสนพยักหน้าแสดงว่าเขามีความคิดแบบเดียวกันกับพี่ชายคนโต นับหมื่นเงียบปากสงบคำ แล้วปล่อยให้พี่ชายรับมือเอง เนื่องจากเขามันเป็นพวกคนปากไว
“ใจเย็นๆ ก่อนนะครับพี่แอเรียล พวกผมมาดีไม่ได้มาร้าย”
“พี่เคยบอกกี่ครั้งแล้วเรื่องมารยาท ไม่ว่าจะกับพี่หรือใครก็ตาม” แอเรียลเข้าประเด็นในทันที สามแฝดสะกิดกันแล้วก้มหน้ารับเอาความผิดอย่างไม่เถียง
“ทราบแล้วครับที่หลังจะไม่ทำแล้วครับ”
“เชื่อใจได้ที่ไหนกัน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เป็นเหมือนเดิม”
แอเรียลดูแลน้องทุกคน ไม่ว่าจะบ้านอันคาเซอร์หรือแม้แต่บ้านกอนซาเรทแอเรียลก็ไม่เคยละเลย ปัจจุบันก็ยังทำตัวเป็นพี่ชายคนโตของน้องๆ เดินทางไปเยี่ยมไม่ขาดสาย แม้งานจะยุ่งมากแค่ไหนแต่ครอบครัวต้องมาก่อนเสมอ
“.......”
“ตกลงจะพักที่นี่ทำไมไม่พักบ้านใหญ่ล่ะ”
“รบกวนเวลาสวีทของคุณลุงคุณป้าครับ” นับล้านตอบ คิดว่ามันเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้ แต่แอเรียลรู้นิสัยของน้องชายสามหน่อนี่ดี
แฝดสามแห่งบ้านอันคาเซอร์เป็นจอมป่วนและเจ้าเล่ห์มาก
การมาครั้งนี้คงตั้งใจมาป่วนเขาโดยเฉพาะ
“พี่จะให้สาวใช้จัดห้องให้”
“ขอห้องติดกับพี่แอเรียลนะครับคิดถึง” นับแสนบอกและแอเรียลก็ถลึงตาให้น้องชาย อย่าคิดว่าเขาไม่รู้นะว่าสามแฝดกำลังคิดอะไรอยู่ อยากอยู่ห้องติดกับเขาเพราะต้องการสอดส่อง
เผลอๆ สามแฝดจะเอาข่าวของเขาไปขายให้ปาปารัชซี่ด้วยซ้ำ
แอเรียลผิดเองที่อยากได้น้องมาก ตอนนั้นยังเด็กนักก็คิดว่าตัวเองเป็นพี่ใหญ่จะดูแลน้องและควบคุมน้องได้ แต่ที่ไหนได้ แต่ละคนที่เกิดออกมามีแต่ดื้อๆ แสบๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะสามแฝดนี้ดื้อกว่าใคร ไอ้สอนก็ฟังอยู่หรอกแต่พอตอนอยากสนุกก็ลืมสิ้นคำสอน และพอถูกลงหวายก็โวยวาย ทำท่าทีน่าสงสารให้เห็นใจ
มองน้องสามคนแล้วแอเรียลปวดหัวตุบๆ
“ห้องของพวกแกอยู่ปีกซ้ายและพี่ขอสั่งห้ามยุ่งกับห้องฝั่งปีกขวาไม่ว่าจะห้องไหนก็ตาม”
“อ้าว”
“พี่ต้องเดินทางไปจีนหวังว่าจะทำตัวดีนะ”
“คิดว่าจะอยู่ด้วยกันซะอีกอุตส่าห์มาหา”
“หรือจะเดินทางไปจีนกับพี่ดีล่ะ”
“ไม่ๆ ไม่ๆ ไม่เอาด้วยหรอก” นับล้านรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว เรื่องสนุกอยู่ใกล้ตัวเรื่องอะไรจะต้องข้ามน้ำข้ามทะเลบินไปไกลถึงจีนล่ะ ไม่เห็นจะสนุกเลย
แอเรียลมองน้องทั้งสามอย่างประเมินเขาเล็งเห็นว่าสามแฝดต้องป่วนที่นี่แน่นอน และคนที่น่าจะเดือดร้อนก็คงจะเป็นวาเนสซ่า สามแฝดคงเล็งเอาไว้แล้ว แอเรียลไม่เคยหวงผู้หญิงกับน้อง แต่กับวาเนสซ่าไม่ได้จริงๆ และเขาต้องทำอะไรสักอย่าง
“อิกอร์จะอยู่ที่นี่เพื่อดูแลความเรียกร้อย”
“แล้วใครจะดูแลพี่ล่ะครับ” นับล้านถามและนอกจากความห่วงใยก็ยังมีความแสนเสียดายซุกซ่อนอยู่ อิกอร์เป็นมือขวาของแอเรียล ความโหดและนิ่งพอๆ กันกับเจ้านาย
แน่นอนว่ามันทำให้สามแฝดคิดหนักอิกอร์คืออุปสรรคในการเล่นสนุกสนานของสามแฝด
“พี่ไม่ลำบากหรอกลูกน้องมีเป็นร้อย”
“ผมก็แค่เป็นห่วงครับ เดินทางต่างประเทศแต่ไม่เอามือขวาไปด้วย”
“ก็ยังมีมือซ้ายที่ดี”
“ครับๆ แล้วแต่พี่เลยครับ พวกผมง่วงนอนแล้วต้องขอตัวไปนอนก่อนนะครับ”
“นอนนะไม่ใช่รวมหัวกัน”
“คร้าบบบบบบบ”
“ครับแต่ปากน่ะสิ” แอเรียลพึมพำยืนกอดอกมองตามร่างสูงของสามแฝดไปจนสุดสายตา ก่อนที่เขาจะทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาแล้วตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด