วาเนสซ่าถูกพาตัวมาอยู่บนเกาะพร้อมกับหญิงสาวแสนสวยผู้หนึ่งนามว่า ‘ปานวาด’ วาเนสซ่าได้ยินคำแนะนำของนับหมื่น เขาแนะนำปานวาดในสถานะภรรยา ทว่าสองแฝดคนพี่กลับแย้งว่าเป็นแค่ ‘ภรรยามโน’ เท่านั้น วาเนสซ่าเล็งเห็นได้ว่าคำพูดของนับล้านและนับแสนดูน่าเชื่อถือกว่าคำพูดของนับหมื่น อีกทั้งการแสดงออกของปานวาดที่มีต่อนับหมื่นยืนยันได้ว่าเขาพูดเองเออเองหรือที่เรียกว่ามโนนั่นเอง
“โล่งอกหน่อยคิดว่าตานั่นจะอยู่เฝ้าที่นี่ซะอีก”
“คุณไม่ชอบเขาเหรอคะ”
“พี่ชายพอไหวค่ะแต่นับหมื่นอย่างเรียกว่าไม่ชอบต้องเรียกว่าเกลียดจะเหมาะกว่า”
“เขาดูน่ารักออกนะคะถึงจะดูเจ้าเล่ห์ไปหน่อย”
“ฉันเห็นธาตุแท้ของเขาแล้วค่ะ ทีแรกตอนที่ฉันเห็นเขาฉันมองเขาเป็นเทพบุตรค่ะ แต่พอได้สัมผัสจริงๆ เขามันซาตานหน้าหล่อชัดๆ”
วาเนสซ่าหัวเราะคิกให้กับคำพูดของปานวาด เธอขำกับคำเปรียบเปรยนั่น ปานนี้นับหมื่นคนนั่งจามใหญ่แล้วล่ะ เมื่อปานวาดเธอเล่นบ่นถึงนับหมื่นตั้งแต่เขาเดินทางกลับไป
“ไม่ขำเลยนะคะ” ปานวาดทำหน้ามู่ทู่พร้อมยกมือขึ้นกอดอก
“โทษทีค่ะแต่มันน่าขำจริงๆ นะคะและฉันยังนึกภาพที่คุณนับหมื่นเป็นซาตานไม่ออกเลยจริงๆ ค่ะ”
“หากคุณได้เห็นคุณต้องเป็นบ้าประสาทเสียแบบฉันแน่นอนค่ะ”
“มันขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ขนาดนั้นเลยค่ะ” ปานวาดยืนยัน วาเนสซ่าไม่กล่าวอะไรต่อ แต่กระนั้นในใจของเธอก็พาลทำให้นึกถึงแอเรียลผู้ชายสุดแสนจะโหดร้ายและป่าเถื่อนขั้นสุด
หากปานวาดเรียกนับหมื่นเป็นซาตานแล้วแอเรียลล่ะเธอจะเรียกเขาว่าอะไรดี?
หรือว่าความเลวของเขามันไม่มีฉายาให้เรียกขานแล้วนะ?
“เราจะทำอะไรกินกันดีคะ ขอโทษด้วยนะคะฉันเป็นได้แค่ลูกมือทำอาหารไม่เป็นเลยสักอย่าง” เสียงของปานวาดดึงวาเนสซ่าออกจากห้วงความคิด
“แต่คุณปานวาดก็เป็นลูกมือที่ดีไม่ใช่เหรอคะ”
“คุณนิสัยดีจังเลยค่ะ ปลอบโยนฉันทางอ้อมด้วย”
วาเนสซ่าม่ได้กล่าวอะไรเธอเพียงแค่ส่งยิ้มหวานๆ ของเธอไปให้ปานวาดเท่านั้น สองสาวพบกันและนอนด้วยกันสองคืน นั่นจึงทำให้เธอทั้งสองเข้ากันได้ดี บวกกับนิสัยที่ไม่เสแสร้งจึงอยู่ด้วยกันได้อย่างสบาย ไร้การสวมหน้ากากและทั้งคู่ก็มีชีวิตที่ไม่ต่างกันมาก
ถูกจับตัวมาเหมือนกัน!!!
“คุณปานวาดแพ้ปลาหมึกใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ เอ้....ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงคะเนี่ย”
“คุณนับหมื่นกระซิบบอกฉันก่อนจะออกเรือค่ะ”
“เขารู้ทุกเรื่องที่เป็นของฉันหรือของคนอื่นค่ะยกเว้นแต่เรื่องตัวเอง” ปานวาดไม่วายค้อนแวะให้นับหมื่น เธอชิงชังเขามาก กับผู้หญิงคนอื่นทำเป็นสุภาพบุรุษแสนดี แต่ทีกับเธอเขากลับกลั่นแกล้งและรังแกจนเธอมีสภาพยับเยิน
พูดถึงแล้วก็ทำให้พาลอารมณ์เสียหน้ามุ่ย
“เราจะไม่พูดถึงเขาดีไหมคะดูคุณจะอารมณ์เสียมากเมื่อพูดถึงคุณนับหมื่น”
“ค่ะ แล้วตกลงเราจะทำอะไรกันกินดีคะ”
“ในตู้เย็นเหลือแต่อาหารทะเลค่ะ ต้มยำกุ้งเป็นไงคะ ส่วนกุ้งและปลาและหอยที่เหลือเราก็เอามาเผาทำน้ำจิ้มกินกัน”
“ดีค่ะ ฉันชอบจัดเลยค่ะ ฉันสามารถย่างกุ้ง หอย ปู ปลาได้นะคะเดี๋ยวฉันขออาสาทำเองนะคะเรื่องปิ้งย่าง”
“อย่างนั้นฉันจะทำต้มยำกุ้งและน้ำจิ้มก็แล้วกันนะคะ”
“ตามนั้น”
วาเนสซ่าและปานวาดแบ่งหน้าที่กันทำอาหาร เป็นเมนูง่ายๆ ที่นี่ไม่มีแม่ครัวแต่มีคนทำความสะอาดซึ่งบ้านของคนทำสะอาดอยู่ท้ายเกาะ ก็จะมีคนงานหลายคนที่พักอาศัยที่นั่น วาเนสซ่าไม่เคยไป แต่ฟังจากคำบอกเล่าของสามแฝดจอมแสบจึงทำให้เธอรู้
สามชั่วโมงผ่านไป
สองสาวจัดโต๊ะอาหารรับลมชมวิวยามค่ำคืนที่ระเบียง เธอและวาเนสซ่าแต่งชุดแม็กซี่เดรสลายดอกไม้เข้ากับบรรยากาศ อาหารถูกจัดใส่จานและเรียงอย่างสวยงาม มีไวน์เลิศรสดื่มควบคู่กับอาหาร ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย สองสาวไม่ได้อยู่บนเกาะเพียงสองคน แต่ยังมีบอดิการ์ดมากกว่ายีสิบชีวิตคอยให้ความดูแล แต่บอดิการ์ดจะเฝ้าเวรยามกันอยู่นอกตัวบ้านพักไกลพอสมควร เพื่อความเป็นส่วนตัว แต่ก็เป็นระยะไกลที่ปลอดภัย
“ไวน์และอาหารเข้ากันได้ดีมากเลยนะคะ บรรยากาศก็ดีมากๆ ด้วย”
“ฉันชอบที่นี่ค่ะดูเงียบสงบดีทำให้ผ่อนคลายหลังจากที่เคร่งเครียดมานาน”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะแต่อีกไม่นานก็คงต้องกลับไปเครียดอีกครั้ง”
“นั่นสินะคะ”
สองสาวมีความเครียดเหมือนกัน ดื่มดำกับอาหารและรสชาติของไวน์ชั้นดี ดวงตาหวานมองตรงไปยังท้องทะเลที่ปกคลุมด้วยความมืดของรัตติกาลทำให้มองเห็นมันเป็นท้องทะเลสีดำ ทั้งปานวาดและวาเนสซ่าดูภายนอกเหมือนคนผ่อนคลายทุกอย่างแล้ว แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย
ในหัวของพวกเธอคิดที่จะเอาตัวรอดจาดสิ่งเลวร้ายที่พบเจอแต่ก็รู้ว่ามันยากเหลือเกินที่จะทำแบบนั้น โดยเฉพาะกับวาเนสซ่าที่ชะตาลิขิตให้เธอมาเจอเจ้ากรรมนายเวรอย่าง แอเรียล จอมพล อินเซนดิโอ หากพบกันอีกครั้งเธอนึกภาพไม่ออกเลยว่าเขาจะทำอะไรกับเธอบ้าง
“พี่ล้านตกลงเรื่องเสนอราคาว่ายังไงส่งคนไปแล้วหรือยัง” นับแสนถามพี่ชายคนโตที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ดวงตาคมกริบให้ความสนใจกับเอกสารในแฟ้มขณะที่หูก็รับฟังคำพูดของน้องชายเอามาคิดก่อนจะตอบ
“ทีแรกพี่ก็คิดว่าจะเดินเข้าไปเสนอราคา แต่คิดไปคิดมา พี่คิดว่าพี่แอเรียบควรเป็นฝ่ายดิ้นรนเองซะบ้าง”
“เฉียบอ่ะ!” นับแสนยกนิ้วโป้งสองข้างให้พี่ชาย ทางด้านนับล้านเงยหน้าขึ้นยิ้ม เขาเฉียบ เก่ง และเป็นผู้ชายที่บ้ายอมากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ และนอกจากนั้นน้องชายของเขาก็มีนิสัยไม่ต่างกัน
สามแฝดมักเยินยอกันและกันเสมอมันเป็นเรื่องปกติ
“ไอ้หมื่นมันไปไหนเนี่ยไม่เห็นหน้ามันตั้งแต่เช้า เมื่อคืนก็ไม่กลับมากินข้าวที่เพนท์เฮ้าส์”
“มันไปดื่มเหล้ายอมใจที่ต้องห่างเมียมะโนมันน่ะพี่ล้าน”
“เชื่อมันเลยอะไรจะขนาดนั้น”
“คนมีความรัก”
“มันมีแต่คุณปานวาดเธอไม่แม้แต่แยแส”
“ออกจะขยะแขยงด้วยซ้ำ น่าเห็นใจไอ้หมื่นมันนะพี่ เป็นคุณชายอยู่ดีๆ ไม่ชอบ ชอบเป็นขยะเปียกซะงั้น”
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ แกนี่ก็พูดซะพี่คิดภาพออกเลย” นับล้านขำกลิ้ง หลังจากที่นั่งเก๊กทำหน้าขรึมหลังโต๊ะทำงานมานาน เมื่อนับแสนพูดเรื่องน่าขบขันเขาก็ไม่อาจนั่งเก๊กขรึมต่อไปได้
เสียงหัวเราะของนับล้านดังไปถึงข้างนอกห้องทำงานเป็นจังหวะที่นับหมื่นเดินมาถึงหน้าห้องทำงานพอดี
“หัวเราะอะไรเหรอพี่ล้าน”
นับล้านที่นั่งกุมท้องตัวเองหัวเราะเงยหน้าขึ้นมาเห็นนับหมื่นถึงกับอ้าปากค้าง เสียงหัวเราะหายไป ไม่นานเขาก็เรียกสติตัวเองกลับคืนมา หุบปาก นั่งตัวตรงแล้วกระแอมเบาๆ ก่อนจะทำท่าเคร่งขรึม
“เปล่า.....พ่อดีไอ้แสนมันพูดเรื่องตลกพี่เลยขำ ว่าแต่นายเถอะเมื่อวานทำไมไม่มานอนที่เพนท์เฮ้าส์ ไปไหนไม่บอกพี่ถ้าคุณแม่โทรมาถามพี่ก็ตอบไม่ถูกนะ”
“ออกไปดื่มครับ นอนไปก็นอนไม่หลับหรอก”
“คิดถึงเมียมโน?”
“เมียเฉยๆ ไม่มโน”
นับหมื่นรีบแย้งและแก้ไข ถึงปานวาดจะยังไม่ชอบและรักเขาในตอนนี้ แต่เธอเป็นเมียของเขาแล้ว และนับหมื่นเชื่อว่า ต่อไปปานวาดจะรักใคร่หลงใหลในตัวเขา นับหมื่นมีเสน่ห์อย่างแรงกล้า ปานวาดจะต้องหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแน่ ซึ่งตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา
“อ่าๆ เข้าใจแล้ว ว่าแต่เข้าออฟฟิตมาแบบนี้หน้าตาก็ดูโทรมๆ ทำไมไม่นอนก่อนล่ะ”
นับล้านไม่ใช่คนที่เอาดีแต่เรื่องไร้สาระ เขาก็เป็นมนุษย์ปกติชอบความสนุกสนานและความสำราญ ในฐานะพี่ชายถึงแม้จะเป็นหัวโจกพาน้องๆ ทำเรื่องซุกซน แต่เขาก็มีความเป็นห่วงน้องชาย กลัวจะป่วยและไม่สบาย เช่นเดียวกันกับแฝดน้องอีกสองคนเองที่รักและก็ห่วงพี่ชายไม่แพ้กัน
“ทำให้มันเสร็จๆ ไปเลยไงครับ”
“ขยันดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะ”
“ผมเริ่มแตกต่างจากพี่ล้านกับพี่แสนไงครับ”
เล่นเอานับล้านและนับแสนหันมองตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย อุตส่าห์เป็นห่วงน้องแต่น้องกลับหลอกด่าพี่ชายซะได้ และนับล้านไม่ปล่อยผ่าน สื่อความนัยให้นับแสนลุกขึ้นไปยืนประกบทางด้านหลังนับหมื่นก่อนที่นับล้านจะลุกขึ้น เขาเดินหักนิ้วดังกรอบๆ มาหาน้องชาย
“พี่ล้าน พี่แสน พวกพี่จะทำอะไรผม”
“แกนี่ปากดีกับพี่ตลอดมันต้องโดนสั่งสอนซะหน่อย”
“เฮ้ย....เราพวกเดียวกันไงพี่ นี่น้องไง น้องชายสุดที่รักของพี่ทั้งสองไง”
“แต่เมื่อกี้แกบอกว่าแกแตกต่างจากพี่กับพี่ล้านแล้วนี่” นับแสนล็อกแขนทั้งสองของนับหมื่นมาไพล่หลัง นับหมื่นดิ้นแต่ดิ้นไม่หลุดเพราะนับแสนมีพลังมากเป็นคนบ้าพลัง
“แกเสร็จพวกฉันแน่ไอ้หมื่นไอ้น้องนอกคอก” นับล้านพูดแล้วยิ้มเย็น เป็นร้อยยิ้มของปีศาจ จากนั้นเขาก็ทำการสำเร็จโทษทัณฑ์น้องนอกคอกโดยการเอานิ้วจี้ไปที่เอวของนับหมื่น
“พอแล้ว พี่คร้าบบบบบ ฮ่าๆ ฮ่าๆ ผมยอมแล้ว ฮ่าๆ ไม่เอาแล้วฉี่จะราดแล้ว อย่าทำผมเลยผมบ้าจี้”
นับหมื่นร้องขอความเมตตาเสียงดัง พร้อมกับเสียงหัวเราะของเขาที่ดังไม่ขาดสาย มันไม่ได้ตลกแต่การจี้เอวทำให้คนบ้าจี้อย่างเขาหัวเราะไม่หยุด ทรมานเป็นบ้าเลยล่ะ แถมตอนนี้นับหมื่นก็ลงไปนอนชักดิ้นชักงออยู่บนพื้นโดยไม่ห่วงหล่อและกลัวเสียภาพพจน์ของลูกชายมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่
และในเวลานั้นเองทางด้านแอเรียลผู้ถูกสามแฝดจอมแสบกลั้นแกล้งก็กำลังยืนอารมณ์ขุ่นมัวภายใต้ใบหน้า เรียบเฉยและนิ่ง ชายหนุ่มทอดสายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ตึกราบ้านช่องอันงดงามไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขาเลย แอเรียลครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง เกี่ยวกับเรื่องของสามแฝดที่บังอาจจับตัวนางบำเรอของเขาไป
มันไม่รู้หรือไงว่าค่าตัวนางบำเรอของเขามันแสนแพงมากขนาดไหน
“ประทานโทษครับนายท่าน” อิกอร์เคาะประตูสามครั้งก่อนจะเดินเข้ามาอยู่อยู่ข้างหลังร่างสูงผู้ทรงอำนาจ แอเรียลไม่ได้หันมามอง เขายังคงทอดตามองตรงและเงียบนิ่งรอฟังรายงานจากอิกอร์
“สายของเรารายงานมาว่าสามแฝดเข้ามานั่งทำงานที่ออฟฟิตกันปกติครับ เมื่อคืนนายน้อยนับหมื่นก็ไปดื่มที่คลับคนเดียวครับ ตอนนี้กลับมารวมตัวกับที่ออฟฟิตกับพี่ชายทั้งสอง ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวโยงถึงคุณวาเนสซ่าเลยครับ”
“มีคนที่ร่วมมือกับมันหรือเปล่า”
หากสามแฝดลงมือเองคาดว่ามันจะไม่ยุ่งยากและเสียเวลามากขนาดนี้ ลูกน้องของแอเรียลทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่ดี แต่จะมีกรณียกเว้นหากเขากำลังสู้อยู่กลับใครสักคนที่ร้ายกาจพอกัน และมีลูกน้องฝีมือดีในระดับเดียวกัน
แอเรียลกำลังเดาว่า แองเจลโล คาร์เธอร์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย
“แน่นอนว่าต้องมีครับ เรื่องนี้แม้แต่บอดิการ์ดคู่หูริคาร์โด้และฟรานเซสไม่มีใครรู้เห็นด้วยเลยครับ”
“ชัดเจนว่าแองเจลเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
“ครับ”
แอเรียสูดลมหายใจเข้าปอดลึก อารมณ์ของเขากำลังขุ่นมัว ต้องการจัดการปัญหาให้รวดเร็วมากที่สุด และเขาต้องการลงโทษสามแฝดจอมแสบที่เล่นไม่เข้าเรื่อง แต่ดูเหมือนว่าสามแฝดจะไม่เกรงกลัวอำนาจที่แอเรียลกุมเอาไว้ในมือ
“พวกมันคงไม่กลัวเกรงไม้หวายแล้วสินะอิกอร์”
“ผมคิดว่าคงกลัวแต่อยากเล่นสนุกครับ แล้วนายท่านจะเอายังไงต่อครับ”
“ฉันจะไปอิตาลีมอบเพื่อลูกปืนให้มัน ดูสิว่ามันยังจะปีกกล้าขาแข็ง เล่นไม่รู้ที่ต่ำที่สูงอีกไหม” น้ำเสียงของแอเรียลดุดันขึ้น มีน้องชายที่ซนมากน่าปวดหัว แอเรียลใจดีเกินไปคงต้องสั่งสอนให้สามแฝดหวั่นกลัวเขาให้มากยิ่งกว่านี้
จะได้ไม่กล้าหือกับพี่ชาย!!!
“แต่พรุ่งนี้นายท่านมีนัดสำคัญนะครับ”
“สำหรับฉันไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเด็ดหัวเจ้าแฝดนรกนั่นหรอกอิกอร์ เตรียมตัวเดินทางได้แล้ว ฉันจะไปวันนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด”
“ครับนายท่าน”
อิกอร์รับคำสั่งและรีบออกไปจัดการอย่างรวดเร็ว เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางกะทันหัน แอเรียลยืนอยู่ที่เดิม เขารักน้องชายทั้งสามและให้ความห่วงใยเสมอมา แต่เมื่อน้องชายเล่นไม่เข้าเรื่องก็ต้องลงโทษกันบ้าง ทางด้านกราเซียโน่และเดหลีไม่ขัดข้อง แอเรียลเปรียบเสมือนคนในครอบครัว ดังนั้นหากแอเรียลจะลงโทษและสั่งสอนน้องให้เป็นคนดีขึ้นมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องและได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่
“เดี๋ยวเจอกันไอ้แฝดจอมแสบ!!!”
สามแฝดรอให้แอเรียลเป็นฝ่ายไล่ตามและแอเรียลก็ทำแบบนั้นจริงๆ แอเรียลให้เวลาสามแฝดหายใจ กินอิ่ม และนอนหลับเป็นเวลาหนึ่งคืน ก่อนที่เขาจะให้อิกอร์ส่งกำหนดการนัดหมายกับสามแฝดเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งสามแฝดก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล นั่นเพราะคิดว่าตนเองเหนือกว่าที่มีตัวประกันอย่างวาเนสซ่า
ทว่า.......
เอือก!!!!
สามแฝดกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่พร้อมเพรียงกัน แอเรียลนั่งลงพร้อมกับวางปืนกระบอกสั้นขนาดพกพาลงตรงหน้าพวกเขาทั้งสาม ไม่ต้องพูดมาก แค่นี้ก็ขนลุกไปทั้งตัวแล้วล่ะ
“พกปืนมาด้วยเหรอครับ”
นับล้านทำหน้าที่เป็นตัวแทนพูดขึ้นก่อนอย่างใจกล้า แอเรียลจ้องมองสามแฝดจอมแสบ เขาแสะยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันไปทางอิกอร์แล้วพยักหน้าเล็กน้อย อิกอร์เดินมายืนข้างโต๊ะพร้อมกระเป๋าถือแบบสีเหลี่ยม อิกอร์ค่อยๆ เปิดมันขึ้นช้า
มีระเบิดแบบขว้าง ปืนอาการ์ และลูกกระสุนครบครัน พร้อมด้วยยาพิษบรรจุในเข็มฉีดยาเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี สามแฝดเห็นแล้วก็หันหน้ามองกันเลิกลัก ดูเหมือนว่าพี่ชายจะเอาจริงซะแล้วสิ แต่กระนั้นสามแฝดก็ยังทำใจดีสู้เสือ
“อย่าอำกันเล่นสิครับคุณพี่”
“พี่จะไม่ลงหวายพวกนายหรอกนะน้องรัก แต่พวกนายสามารถเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง พี่ปรึกษากับคุณลุงแล้วล่ะ พวกนายดื้อกันมากคุณลุงไม่คัดค้านอะไร หากพวกนายจะหายไปจากโลกนี้”
“พวกผมน้องพี่นะครับ”
“น้องไม่รักดีไม่มีน้องที่ไหนกลั่นแกล้งและสร้างความเดือดร้อนให้พี่ชายหรอกนะ”
แอเรียลพูดอย่างใจเย็น ยังไงก็เดินทางมาถึงแล้ว เปิดโอกาสให้สามแฝดแก้ตัวสักหน่อย หากยังพูดกันไม่รู้เรื่องก็จะลงโทษหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าสามแฝดจะสำนึกถึงความผิดของตัวเอง ที่เล่นไม่ดูรุ่น
“อะไรกันแค่เรื่องผู้หญิงทำมาเป็นหวง มันเกินไปแล้วนะครับ”
“วาเนสซ่าพี่ได้เธอมาแพงนะ หากพวกนายอยากได้เธอพวกนายก็จ่ายพี่มาสิ ทั้งต้นทั้งดอกรวมๆ แล้วก็1,000ล้านเหรียญ”
“โห....อะไรจะแพงขนาดนั้นนี่มันหน้าเลือดไปกันใหญ่แล้ว พี่ลงทุนกับเธอไม่เท่าไหร่เองนะครับ”
“นักลงทุนหวังผลกำไรพี่เองก็เป็นหนึ่งในนั้น”
“โก่งราคาเพราะหวงพี่สะใภ้ก็บอกมาตรงๆ เถอะครับ” ยังคงเป็นนับล้านที่ใจกล้าโต้ตอบกลับไปกลับมากับแอเรียล และประโยคนี้ของเขาก็ทำให้ได้รับรอยยิ้มเยือกเย็นจากแอเรียลจนเขาและน้องรู้สึกหนาวสะท้านทรวง
จะตายตอนนี้เลยไหมเนี่ย?
“พี่สะใภ้?....หึ....เธอไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้หรอก เคยบอกไปแล้วนี่ว่าวาเนสซ่าเป็นเพียงนางบำเรอเท่านั้น”
“ก็แบ่งๆ พวกเราบ้างไม่ได้หรือไง เธอสวยพวกเราก็อยากกินเธอเหมือนกันนะ” นับล้านกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้ ทางด้านน้องชายอีกสองคนก็เห็นดีเห็นงามกับคำพูดของพี่ชายของตน สนับสนุนโดยการพยักหน้าและส่งเสียงเออออตามกัน
แอเรียลยังคงนิ่งแต่ภายในที่กองไฟขนาดย่อมตอนนี้เหมือนมีเชื้อเพลิงชั้นดีสุ่มเข้ามาทำให้เปลวเพลิงระอุมากกว่าเก่า มันพร้อมจะแผดเผาคนตรงหน้าให้กระจุยกระจายอยู่รอมร่อ แต่เพราะความเยือกเย็นที่แอเรียลแสดงออกทำให้สามแฝดชะล่าใจและต่อปากต่อคำไม่เลิก
แอเรียลโกรธแต่เขาก็เป็นพี่ชายที่ใจดีกับน้องตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่
แต่ยังไงก้ต้องลงโทษให้หลาบจำ!!!
“คนอื่นพี่ไม่หวงแต่คนนี้พี่ขอ”
“บอกมาสิว่าชอบเธอ”
“ไม่ได้ชอบ นอกจากเธอจะเป็นนางบำเรอเธอยังเป็นตัวค้ำประกันหนี้ของพี่ เพราะฉะนั้นน้องต้องส่งเธอมาให้กับพี่ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพี่ไม่เตือน ทั้งไอ้แองเจลโลนั่นด้วย จะเล่นงานให้หนักเลยคอยดู”
“ถ้าพี่แอเรียลทำร้ายแองเจลโลก็เท่ากับทำร้ายยาหยี” นับแสนพรวดพราดตอบ ยกเอาน้องสาวของตนขึ้นมาอ้าง แอเรียลนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะเหยียดยิ้ม
“ยาหยีง่ายนิดเดียว หากผัวตายพี่จะรับผิดชอบชีวิตยาหยีเอง แบบนี้เป็นยังไงน้องโอเคไหมที่จะได้มีพี่เป็นน้องเขย”
“ร้ายกาจ!” สามแฝดพูดขึ้นพร้อมกัน
“พี่จะถือซะว่ามันคือคำชม สรุปน้องจะปล่อยตัวของเธอมาให้พี่ได้หรือยัง”
“300 ล้านเหรียญโอนเข้าบัญชีตอนนี้เลย แล้วพวกเราจะบอกใบ้ให้” นับล้านลองเชิงโดยการเสนอราคาที่มาก เขาคิดว่าแอเรียงต้องหลงและชอบวาเนสซ่าแน่นอน แต่เงินมากขนาดนั้นกับผู้หญิงคนเดียว แอเรียลจะยอมเสียเงินเพื่อเธอเหรอ อีกอย่างนับล้านเชื่อว่าแอเรียลมีความสามารถตามหาเธอได้โดยไม่ต้องเสียเงินมาก
ทว่า......
นับล้านคิดผิด
“อิกอร์”
“ครับนายท่าน”
“ได้ยินชัดใช่ไหม จัดการโอนเงินเข้าบัญชีเจ้าแฝด”
“ได้ครับนายท่าน”
“เฮ้ยยยยยย......เอาจริงดิ?” นับล้านเบิกตากว้างไม่แพ้น้องชายอีกสองคนพร้อมทั้งร้องถามเสียงดังลั่น แอเรียลตอบด้วยรอยยิ้มและพยักหน้าเบาๆ
“เอาล่ะ พี่ทำตามคำพูดแล้วบอกพี่มาได้แล้วหรือยัง”
“แบบนี้ไม่สนุกเลย”
“สนุกสิทำไมจะไม่สนุก”
“อ่าๆ ยอมก็ได้ บอกใบ้แค่ว่า ทะเลสวย หาดทรายสีขาว ปาการังงามตา ไม่เล็กไม่ใหญ่ สถานที่โรแมนติก”
แอเรียลรับฟังและเมื่อฟังจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่มีการร่ำรา ทางด้านสามแฝดมองหน้ากันอย่างงงๆ จากนั้นก็พากันลุกขึ้นแล้วเดินทางกลับ
ซึ่งระหว่างทางกลับนั้นเอง........
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
กระสุนที่ไร้ทิศทางการมาสาดใส่รถยนต์ลีมูซีนคันหรูอย่างไม่มีความปราณี สามแฝดที่นั่งดูยอดเงินในบัญชีจากแท็ปแลตถึงกับล้มหัวขม้ำ
“นายครับมีคนซุ้มยิงครับ” ริคาร์โด้ที่มาด้วยเปิดประจกกันระหว่างคนขับเพื่อบอก
“ชิบหายแล้วพวกเรา!!!” สามแฝดมองหน้ากันแล้วพูดอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่ต้องเดาว่าศัตรูปองร้ายคือใคร เพราะมีอริอยู่คนเดียวสดๆ ร้อนๆ พี่ชายสุดหล่อและโหดอย่างแอเรียลนั่นไง
“300 ล้านเหรียญผมว่าไม่คุ้มว่ะพี่ล้าน” นับแสนบอกกับพี่ชาย
“ผมก็คิดเหมือนกัน ถึงว่าทำไมยอมจากไปง่ายๆ ที่แท้ก็จะเอาคืนพวกเรานี่เอง” นับหมื่นเห็นด้วยกับพี่ชายคนกลาง
“เหอะน่า ยังไงก็ไม่เอาถึงตายหรอกแค่เจ็บเล็กๆ น้อยๆ” ทางด้านนับล้านพยายามมองโลกในแง่บวกอย่างถึงที่สุด ทั้งๆ ที่ตัวเขารู้ว่าแอเรียลเป็นคนยังไง หากได้ลงโทษแล้วไม่ปราณีง่ายๆ
รถยนต์ขับส่ายไปมาหลบกระสุน ไม่มีการโต้ตอบใดๆ นอกจากการขับรถหนีและหลบกระสุน ทางด้านคนไล่ยิงก็ไม่คิดผ่อนปรน มีเท่าไรใส่มาไม่ยั้ง รถที่ขับส่ายไปมาทำให้สามแฝดไม่อาจทรงตัวนั่งอยู่ได้ ต้องกลิ้งหลายตลบจนท้องใส้ปั่นป่วน
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
“อยากอ้วกชิบ” นับหมื่นบอกแล้วเอามืออุดปากตัวเอง
“เฮ้ยๆ อย่านะไอ้หมื่นอย่ามาอ้วกตอนนี้”
“ผมอยากอ้วกผมเวียนหัวอ่ะ”
“ไม่ได้ มันไม่เหมาะ”
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ปัง!!!!!
เอี๊ยดดดดดดดดด!!!!
กระสุนนัดสุดท้ายพร้อมแรงเบรกมหาศาลของรถ เหมือนคนยิงรู้จังหวะและเหมือนคนรถเองก็รู้จังหวะ นับหมื่นพยายามอดกลั้นแล้ว แต่เพราะแรงเบรกและความตกใจทำให้สิ่งที่เขากลั้นอยู่พุ่งออกมา โดยหน้าพี่ชายทั้งสองเต็มๆ
อ้วกกกกกกกก!!!!!
“ไอ้เชี้ยหมื่น!!!!”
“ผมขอโทษ”
คำบอกใบ้ของสามแฝดง่ายนิดเดียว แอเรียลมีลูกน้องมากหากไม่พอเขาสามารถขอคนของตระกูลอันคาเซอร์มาเป็นกำลังเสริมได้อีก แน่นอนว่าแอเรียลขอกำลังเสริม และนั่นจึงทำให้การตามหาตัววาเนสซ่าในหมู่เกาะต่างๆ ทั่วอิตาลีดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง
จนตอนนี้เขาเจอแหล่งที่อยู่ของเธอแล้ว
“ดำเนินการอย่างเร่งด่วนฉันต้องการเดินทางไม่เกินเที่ยงคืนนี้”
“ครับนายท่าน”
ชายหนุ่มสั่งงานแล้วก็กดวางสาย เขาไม่พูดมากความ ประโยคเดียวเท่านั้น อิกอร์รับคำสั่งไปดำเนินการต่ออย่างเคร่งครัด ทางด้านเจ้านายสุดหล่อ นั่งจิบไวน์เลิศรสรอคอยการกลับมาของนางบำเรอสุดสวย
“ใจง่ายไปกับพวกเจ้าแฝด กลับมาจะจับลงโทษซะให้เข็ด”
แอเรียลกลายเป็นคนพาล เขารู้เต็มอกว่าคนที่ผิดมันคือคนของเขาเอง แต่แอเรียลก็ยังพาลโมโหวาเนสซ่าซึ่งมันเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ซะด้วยสิ เขาต้องการโมโหเธอ โกรธเธอ ยัดเยียดข้อกล่าวหาให้เธอเพื่อที่เขาจะได้สำเร็จโทษเธอ
และในขณะเดียวกันนั่นเองทางด้านหญิงสาวที่ถูกชายหนุ่มคาดโทษ เธอกำลังดื่มด่ำชื่นชมธรรมชาติของท้องทะเล ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน เกาะแห่งนี้ล้วนมีมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหล หญิงสาวรู้สึกชอบที่นี่ แต่เธอคงมีโอกาสชื่นชมธรรมชาติความสวยงามเพียงได้ไม่นาน หญิงสาวรู้ดีว่าอีกไม่นานแอเรียลจะต้องตามมาลากตัวเธอกลับไปขังเอาไว้ในกรงทองดั่งเดิม
คิดแล้วก็พาลทำให้บรรยากาศรอบข้างดูหม่นหมองลงทันตา
“เฮ้อออออออ” เสียงทอดถอนลมหายใจของวาเนสซ่าดัง เธอกำลังอึดอัดกับสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตตัวเอง เมื่อก่อนเธอมีจุดหมายของชีวิต แต่เมื่อต้องตกมาอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จุดหมายของชีวิตที่วาดฝันไว้ก็ล้มครื้นลงทันตาเห็น
ช่างน่าเศร้าใจ!
“เอาล่ะ เราควรนอนได้แล้ว คิดฟุ้งซ่านปวดสมอง” มือนุ่มตบแก้มสองข้างของตัวเบาๆ เพื่อเรียกสติ จากนั้นก็หันหลังกลับเดินเข้าไปในตัวบ้าน มุ่งตรงไปยังห้องนอนของเธอซึ่งอยู่ติดกับห้องนอนของปานวาด
ร่างบางในชุดนอนยาวกรุยกรายสีขาวบริสุทธิ์ ทอดตัวนอนยาวบนเตียงนอนหนานุ่ม เธอปิดไฟหัวเตียงจากนั้นก็หลับตาพริ้มเตรียมตัวเข้าสู่ประตูแห่งความฝันหวาน
“ราตรีสวัสดิ์นะวาเนสซ่า”
ก่อนที่เธอจะหลับไปวาเนสซ่ากล่าวราตรีสวัสดิ์แก่ตัวเอง และในดึกคืนนั้นเองที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ แอบเข้ามาบนเกาะส่วนตัวของตระกูลคาร์เธอร์
“ถ้าเกิดการปะทะไม่ต้องเอาถึงตายและขอให้เงียบเฉียบมากที่สุด”
“ครับลูกพี่”
“แยกย้าย”
อิกอร์ได้เข้ามาสำรวจบนเกาะนี้อย่างละเอียดแล้ว เขาจะเป็นคนนำทีมลูกน้องเข้าไปยังตัวบ้านพักและพาตัววาเนสซ่ากลับไปขึ้นเรือซึ่งจอดรอเอาไว้ในที่ลับตาคน ในขณะที่ลูกน้องอีกสองกลุ่มจะเป็นตัวล่อเข้าไปในป่าทึบภายในเกาะ และนั่นจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของทีมอิกอร์ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดความเสี่ยงในการปะทะหลายทิศทาง
“คิดมาจะมีเยอะเฝ้าแค่สี่คน งั้นพวกนายจัดการฉันจะเป็นคนไปเอาตัวคุณวาเนสซ่าออกมา โรเจอร์ ทอมสัน นายสองคนมากับฉันคอยคุ้มกันข้างหลังเผื่อฉุกเฉิน”
“ครับลูกพี่”
มีแค่อิกอร์คนเดียวเท่านั้นที่สามารถแตะต้องตัววาเนสซ่าได้ แอเรียลมีคำสั่งมาอย่างนั้น นั่นจึงทำให้อิกอร์ระมัดระวังเรื่องการต่อสู้ เขาออกแรงมากไม่ได้ เพราะต้องออมแรงเก็บไว้ใช้กับวาเนสซ่าในกรณีฉุกเฉินหากเธอดื้อรั้น แต่ถึงอย่างนั้นอิกอร์ก็เป็นคนรอบคบ เขาพกผ้าชุบยาสลบมาด้วย
สามร่างของชายฉกรรจ์ย่องเบาเข้าบ้านเมื่อบอดิการ์ดทั้งสี่ที่เฝ้ารอบบ้านถูกล่อไปอีกทาง อิกอร์และลูกน้องของเขาลงมืออย่างเงียบเฉียบ เข้ามาข้างในได้มุ่งตรงมายังห้องนอนแล้วสะเดาะกุญแจประตูทั้งสองห้องเพื่อตรวจดูว่าวาเนสซ่าอยู่ห้องไหน
มันเป็นเรื่องง่ายมากเมื่อเจอตัววาเนสซ่าอิกอร์จู่โจมอย่างรวดเร็ว เธอหลับและสลบด้วยฤทธิ์ยาสลบที่อกอร์ใช้ผ้าปิดจมูกของเธอ หญิงสามพยายามไขว้คว้าที่จะหายใจเธอจึงสูดมันเข้าไปเต็มๆ จากนั้นอิกอร์ก็อุ้มร่างบาง พาเดินเร็วไปยังสถานที่จอดเรือ โดยมีลูกน้องสองคนติดตามคอยคุมกันทางด้านหลังให้
เพราะแผนการครั้งนี้ใช้คนเยอะมากดังนั้นทางจึงสะดวกและอิกอร์ก็สามารถพาตัววาเนสซ่าส่งถึงมือเจ้านายได้ในที่สุด
“เพราะนายสามารถพาตัวเธอกลับมาได้อย่างปลอดภัยฉันจะไม่เอาโทษนายเรื่องเก่า”
“ขอบคุณครับนายท่าน”
“เตรียมตัวออกเดินทางได้”
“ครับนายท่าน”
มาเร็วไปเร็วดั่งใจ แอเรียลไม่อยู่รอให้เสียเวลา เพราะเขาเสียเวลากับเรื่องนี้มามากเกินพอแล้ว สามแฝดเล่นเอาซะเขาหัวหมุน หากไม่ใจแข็งลงโทษสถานหนักสามแฝดก็คงยังเย้าแหย่เขาไม่เลิกรา