แอเรียลรู้สึกว่าความตึงเครียดของตนนั้นผ่อนคลายลงหลังจากที่ได้ตัววาเนสซ่ากลับมาไว้ในครอบครองอีกครั้ง เธอยังคงนอนหลับอยู่ อาจจะเพราะความง่วงและยาสลบของอิกอร์ แอเรียลไม่ใจร้อนระหว่างเดินทางเขาก็อ่านหนังสือรอคอยเธอตื่นจากนิทรา ซึ่งก็ไม่นานเกินรอ วาเนสซ่าหลับไปกว่าสี่ชั่วโมงแล้วเธอก็ตื่นจากนิทรา
“ตื่นได้สักทีนะคิดว่าต้องรอให้เอาน้ำสาดก่อนถึงจะยอมตื่นขึ้นมาได้”
“คุณ!!!!”
หญิงสาวดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง ดวงตาเบิกกว้างมองบุรุษไร้หัวใจที่นั่งสบายอยู่บนโซฟาบุหนัง เขาคงนั่งรอเชือดเธออย่างไม่ต้องสงสัย หญิงสาวดึงผ้าห่มปิดถึงลำคอแล้วก็ถอยกรูไปนั่งชิดหัวเตียง เนื้อตัวเธอสั่นให้กับรอยยิ้มมุมปากของแอเรียลที่ส่งมาให้เธอ
“กล้ามากนะที่หนีฉันไปกับเจ้าแฝด”
“ฉัน....ฉันไม่ได้หนีนะ”
“เธอหนีวาเนสซ่า เพราะหากเธอไม่หนีหรือไม่เต็มใจเธอต้องขัดขืน”
แอเรียลพยายามอย่างยิ่งในการยัดเยียดข้อกล่าวหาให้เธอ วาเนสซ่ารู้สึกอึดอัดใจ เธอไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ในขณะที่ตอนนี้แอเรียลมองเธอเขม่นแล้วลุกขึ้นเดินมาหา วาเนสซ่าจะเบี่ยงตัวหนีก็ไม่ทัน เขาเอื้อมมือมาจับแขนของเธอแล้วกระชากให้ไปหาเขาอย่างรวดเร็ว
นี่มันจะร้ายกาจเกินไปแล้วนะ!!!!
“ปล่อยฉันนะฉันเจ็บ”
“เจ็บเป็นด้วยเหรอ ปกติเธอต้องพยศและอวดดีกับฉันมากกว่านี้สิ”
“คุณจับแขนฉันแรงมากเกินไปคุณแอเรียล”
หญิงสาวตะคอกเสียงคุยกบแอเรียลด้วยความโมโห กระดูกของเธอมันคงร้าวไปแล้วกระมัง เขามีโทสะและทำรุนแรงกับเธออย่างไร้ความเป็นสุภาพบุรุษ
คิดแล้วก็อดสูชีวิตตัวเองเป็นบ้า!
“บอกมาสิฉันควรจะจัดการกับเธอยังไง เลี้ยงให้อยู่ในคฤหาสน์หลังงามดีๆ ไม่ชอบ”
“ฉันไม่ผิดนะ”
“เธอผิดวาเนสซ่า”
สำหรับแอเรียลแล้วไม่ว่าหญิงสาวจะนิ่งหรือจะเถียงเขายังไงมันก็คือการยอมรับว่าเธอผิด นั่นเพราะเขาต้องการให้เธอผิด ต่อให้พูดความจริงจนปากฉีกเขาก็ไม่เชื่อเธอ วาเนสซ่าอยากกลั้นใจตายตรงนี้ เธอไม่เคยเจอคนเอาแต่ใจและเผด็จการขั้นสุดแบบแอเรียล
“เธอผิดที่รวมหัวกับเจ้าแฝดหนีฉัน ทำให้ฉันเสียเวลาหาเธอ ฉันต้องทิ้งงานเพื่อมาจัดการกับเรื่องงี่เง่าไร้สาระนี่”
“ก็แล้วทำไมคุณไม่ปล่อยฉันไปล่ะ ถ้าต้องเสียเวลาและต้องเสียผลประโยชน์มากนักก็แล้วทำไมไม่ปล่อยฉันไป จะตามหาให้วุ่นวายทำไมกัน”
“เพราะเธอเป็นนางบำเรอของฉันไง!”
น้ำเสียงห้าวดุดันตวาดใส่หน้าเธอดังลั่น หญิงสาวสะดุ้งด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่เท่ากับความรู้สึกเจ็บจี๊ดในหัวใจ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเจ็บ เพียงเพราะเขาย้ำสถานะของเธอที่มีความสำคัญกับเขาเพียงน้อยนิด หากเธอไม่ไดอยู่ในสถานะนางบำเรอแอเรียลก็ไม่แม้แต่ปรายตาสนใจผู้หญิงอย่างเธอด้วยซ้ำ
บ้าจริง....ใจของเธอเป็นอะไรไปนะ?
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนที่เธอจะสะบัดหน้าหนีเขาเพราะไม่อยากเห็นหน้าและเสวนาด้วย
“หันหน้ามาหาฉันวาเนสซ่า”
แอเรียลออกคำสั่งน้ำเสียงฟังดูดุดัน วาเนสซ่าเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน และเธอก็พยศเก่งสุดๆ เลยด้วย เพียงแต่ระยะหลังที่เธอโอนอ่อนเพราะคำขู่ของแอเรียลที่ไม่เป็นผลดีกับบิดาของเธอ วาเนสซ่าจึงยอมอ่อนข้อให้เลิกพยศไปในที่สุด
“ฉันขอสั่งเธออีกครั้งถ้าไม่อยากเจ็บตัวหันหน้ามาคุยกับฉัน”
“ฉันยอมรับผิดแล้วจะลงโทษอะไรก็ทำซะสิ พูดมากน่ารำคาญ”
เธอยอมหันมาคุยกับเขา และยังกล้าสบตาอย่างท้าทายอำนาจ วาเนสซ่ามีความกลัวแต่เธอไม่อยากอ่อนข้อให้คนโหดไร้หัวใจอีกแล้ว เขาทำเธอเจ็บทั้งตัวและคำพูดของเขาก็ทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวด
เกลียดที่สุด!!!
“อยากมีชีวิตที่ดีและสุขสบายเธอก็ควรที่จะเปลี่ยนตัวเองแล้วหัดทำตัวดีๆ กับฉันนะ”
“ทำดีไปแล้วเป็นเมียบำเรอของคุณน่ะเหรอ เหอะ...ไม่มีทางหรอก ดีกับคุณคุณก็ร้ายกับฉัน เพราะนั้นฉันจะทำอะไรก็ได้ที่ฉันทำแล้วสบายใจ”
“เดี๋ยวนะ.....ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจอะไรผิด เธอเป็นแค่นางบำเรอเท่านั้นวาเนสซ่า มันไม่ควรมีคำว่า ‘เมีย’ อยู่ในประโยคเพราะมันดูสูงส่งเกินไปสำหรับผู้หญิงอย่างเธอ”
เหมือนถูกเขาตบหน้าฉาดใหญ่ แสบๆ คันๆ และมันก็สร้างความอับอายให้ตัวเองมากเหลือเกิน วาเนสซ่าไม่อาจสบตาของแอเรียลได้อีก เธออับอายที่พูดออกไปอย่างนั้น และอับอายที่เขาให้ความสำคัญกับสถานะของเธอจนต้องรีบเข้ามาแก้ไขให้เธอเข้าใจอย่างถูกต้อง
เธอมันก็เป็นได้แค่ ‘นางบำเรอ’ เท่านั้นวาเนสซ่า!
“ถ้าเข้าใจสถานะของตัวเองดีแล้วเธอก็ควรทำหน้าที่ของเธอ”
“ฉันไม่.....” หญิงสาวทำท่าว่าเธอจะปฏิเสธเขา แอเรียลเอามือบีบแก้มของเธอแรง เขามองเธออย่างดุดัน วาเนสซ่ารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไปทั่วทั้งเนื้อตัว
“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธฉันวาเนสซ่า”
แอเรียลกล่าวอย่างคนมีอำนาจพร้อมกันนั้นยังข่มขู่หญิงสาวทางสายตาอีกด้วย ราวกับว่าหากเธอขัดขืนเขาและยังทำตัวดื้อต่อไปแอเรียลจะจัดการปลิดชีพของเธอ หญิงสาวรู้ดี สำหรับเขาแล้วมันง่ายมากหากนึกอยากจะฆ่าใครสักคนหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของความหงุดหงิด หญิงสาวหมดโอกาสที่จะหนี เธอยินยอมให้ริมฝีปากของเขามอบสัมผัสร้อนแรงให้แก่เธอผ่านจุมพิต
แอเรียลเขาช่างเป็นคนชำนาญอย่างร้ายกาจ!!!
เขาวางกับดักหลอกล่อเธอให้ติดกลับ หญิงสาวเผยอริมฝีปากนั่นจึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเขา ลิ้นหนาแทรกสอดเข้ามาในโพรงปากนุ่ม เขาตวัดเกี่ยวเอาลิ้นนุ่มไปดูดไปดุน แอเรียลไม่อ่อนโยน เขาอุกอาจแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความอุจอาจของเขามันมีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่เคลิ้มจนเดินไปตกหลุมพรางของเขาหรอก
จ๊วบ!
เขาจูบแรงๆ ครั้งสุดท้ายแล้วถอนริมฝีปากออกเลื่อนใบหน้าออกห่างดวงหน้างามเพื่อมองเธอให้ชัดๆ
“ไปอยู่กับไอ้แฝดนรกนั่นหวังว่ามันคงไม่ได้พาเธอเล่น 3 in 1 ใช่ไหม”
“อะ.....อะ....อะไร.....” น้ำเสียงแหบโหยและตะกุกตะกัก สติของวาเนสซ่ายังมาไม่เต็มที่สักเท่าไร
“ฉันถามว่าไอ้แฝดนรกมันชวนเธอขึ้นเตียง3ต่อ1หรือเปล่า” เขาก็อุตส่าห์พูดอ้อมแต่เมื่อเธอไม่เข้าใจก็ต้องพูดให้มันชัดเจนและนั้นก็ทำให้หญิงสาวเกิดปฏิกิริยาหน้าแดงกร่ำ เบือนหน้าหลบสายตาของชายหนุ่มเจ้าของคำถามน่าอาย
ทว่าแอเรียลกลับยิ่งร้อนใจเมื่อเธอมีท่าทางแบบนั้น
“มันพาเธอทำเหรอ”
“เปล่า”
“ตอบเสียงดังๆ มันพาเธอทำหรือไม่”
“ไม่ได้ทำและไม่มีวันทำฉันไม่ได้มีรสนิยมชอบเซ็กส์หมู่นะ”
หญิงสาวหลับหูหลับตาพูดเสียงดังให้เขาได้ยินชัดๆ แอเรียลยิ้มมุมปาก เขารู้สึกว่าอกข้างซ้ายมันโล่งหลังจากที่ก่อนหน้านั้นมันหนักหน่วงมาก ทำให้อันตราการเต้นของหัวใจไร้ประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น
“คุณพอใจแล้วคุณจะปล่อยฉันใช่ไหม”
“ไม่”
“........” เธอทำหน้าหงอยในทันที
ส่วนชายหนุ่มผู้มีอำนาจกลับมองเธอด้วยสายตาแวววาวเจ้าเล่ห์ดุจดั่งพญาราชสีห์เจอเหยื่อและกำลังหาทางจ้องตะครุบ หญิงสาวที่มองสบเข้าไปในตาแล้วเจอสายตาดังกล่าว รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ราวกับคนเป็นไข้
“เธอมีความผิดนะในฐานะนางบำเรอที่อยู่ในปกครองฉันต้องลงโทษเธอ”
อีกแล้ว!
เขาย้ำสถานะนี้อีกแล้วหลังจากที่เธอจูบกับเขาอ่อนไหวไปกับรสชาติดุดันนั่น จนเธอลืมคำพูดของเขาก่อนหน้านี่ที่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บ วาเนสซ่าอยากจะดึงถึกศีรษะตัวเองเพื่อเรียกสติ แต่เธอก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะสู้แรงของแอเรียล เขารวบมือเธอด้วยมือเพียงข้างเดียวนำขึ้นไปไว้เหนือศีรษะบอบบาง ขณะที่ลำตัวมีร่างหนาคร่อมเอาไว้ เพียงแต่เขาไม่ได้ลงน้ำหนัก
เธอสามารถยกขาสู้เขาได้แต่เธอก็ไม่ทำเพราะหวาดกลัวการตอบสนองรุนแรง
“เริ่มจากตรงไหนก่อนดีล่ะ”
“คุณจะทำฉันเจ็บไหม” วาเนสซ่าไม่ตอบแต่เปลี่ยนเป็นการตั้งคำถาม เธอหวาดกลัวว่าแอเรียลจะทำรนแรงป่าเถื่อนกับเธอ หากเขาอยากตักตวงความสุขเธอก็อยากให้ตัวเองเป็นสุขด้วย
“ถ้าเธอไม่พยศฉันก็จะลงโทษเธออย่างอ่อนโยน”
“ก็ได้ค่ะ”
“อะไร?” เขาถามเหมือนไม่รู้ ทั้งๆ ที่แววตาของเขาซุกซน
“ฉันไม่อยากพูด”
“เป็นนางบำเรอของฉันมีอะไรต้องอาย ได้กันไปกี่ครั้ง.....”
“หยุดพูดนะคะ!” หญิงสาวร้องบอกแทรกเสียงขึ้นก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบประโยค หากทนฟังต่อเธอต้องอับอาย และแก้มที่ร้อนผ่าวมันก็อาจจะไหม้ก็ได้
ไม่อยากฟังหรอกเธอจะเป็นฝ่ายบอกเขาก็ได้!
“ถ้าอายที่จะฟังฉันพูดเธอก็พูดสิว่าคำตอบของเธอที่ว่า “ก็ได้ค่ะ” มันคืออะไรฉันไม่เข้าใจ”
“ฉัน.....เอ่อ.....ฉันจะยอมให้คุณลงโทษก็ได้ค่ะ”
“เธอจะไม่พยศ”
“ไม่”
“ก็ดี งั้นมาเริ่มกันตรงนี้เลย” แอเรียลพูดแล้วก็ปล่อยพันธนาการออกจากเรียวแขนสองข้างของหญิงสาว เขาเลื่อนตัวลงต่ำ จับขาเรียวแยกออกกว้างแล้วขยับไปนั่งบดเบียดแทรกตรงกลาง
วาเนสซ่าลมหายใจสะดุดเธอใส่ชุดนอนแบบกระโปรงเมื่อเขาจับขาเรียวแยกกว้างก็เปิดเผยให้เห็นชั้นในตัวจิ๋วที่ห่อหุ้มเนินสวาทอวบอูม แอเรียลช้อนตาขึ้นมองเธอ เขาทำตาดุขู่ให้เธอกลัวเมื่อเธอทำท่าจะหุบขา
วาเนสซ่าอายเกินกว่าจะมอง เธอโอนอ่อนให้เขา มือหน้าก็เกี่ยวเอาชั้นในตัวจิ๋วรูดออกไปตามเรียวขาสวย ขนอ่อนทั่วร่างสาวลุกซู่เมื่อใจกลางสาวต้องกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศ
“อ้าขาออกกว้างๆ แล้วหันหน้ามามองฉันวาเนสซ่า”
“ฉัน....ฉัน....ไม่ได้”
“ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้ฉันจะโหดและโฉดกับเธอแล้วนะ”
ขวับ!!!
แม้จะอายแต่เธอก็ไม่อายดื้อกับแอเรียลได้เมื่อเขาเล่นขู่แบบนี้น้ำเสียงก็เหี้ยมเกรียมมากเหลือเกิน แอเรียลบอกให้เธอมองดูเขาที่กำลังก้มใบหน้าลงใจกลางสาว
และ.......
“อะ.....อา....คุณแอเรียล” หญิงสาวครางพร้อมเอามือยกปิดปาก เสียวซ่านเนื้อตัวบิดส่ายไปมา แอเรียลใช้ริมฝีปากของเขาจูบไปยังเนินสวาทอวบอูม ละเมียดละไมเชยชมทีละเล็กทีละน้อย แต่ความกระสันเสียวที่ได้รับจากการสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ มันมีอิทธิพลต่อเธออย่างมากมายมหาศาลจนไม่อาจกักเก็บได้
ปลดปล่อยออกมาเป็นเสียงครวญคราญ “อา.....อา....อา.....”
“พะ....พอ....พอแล้ว.....อื้อ....ไม่เอาแบบนี้สิ”
แอเรียลสัมผัสเธออย่างล้ำลึก เขาไม่ได้รุนแรงกับเธอ แต่เขาเร้าร้อนย่างแรงกล้าและนั่นคือสิ่งที่เขาใช้ลงโทษเธอ ทำให้เธอกระสันเสียวเพิ่มพูนความต้องการ ทว่าหญิงสาวพยายามขัดขืนความต้องการของร่างกาย เธอมีความเหนียมอาย พยายามร้องขอให้เขาหยุดแตะต้องส่วนนั้นของเธอ
ทว่ามีหรือแอเรียลจะยอม
ยิ่งเธอผลักไสเขายิ่งกระโจนเข้าหา!
ลิ้นหนาลากต่ำลงไปตามความยาวของรอยแยกบุบผา เมื่อลากสุดก็ตวัดหมุนวนลิ้นเป็นวงกลมแล้วลากไล้ขึ้นบน ริมฝีปากอ้าและหุบ จูบติ่งกระสันของเธอ ทำให้เธอคลุ้มคลั่งมากกว่าเก่า
ปากเธอปฏิเสธแต่ร่างกายแอ่นหยัดให้เขาเชยชม
‘ผู้หญิงอะไรช่างเป็นคนที่ปากกับใจไม่ตรงกันซะเหลือเกินวาเนสซ่า’
แอเรียลกล่าวในใจ ขณะนั้นก็ใช้นิ้วมือเข้าช่วย แทรกลึกเข้าไปในร่องสวาทชุ่มฉ่ำ เธอโอบรอบรัดเขาแน่น แอเรียลขยับนิ้วอย่างยากลำบากเพื่อฝ่าความคับแน่นนั่นเข้าไป ริมฝีปากและลิ้นของเขายังคงทำงานไม่ทิ้งห่าง ดวงตาคมกริบเลื่อนขึ้นมองใบหน้างดงาม
“อ๊า.....”
ริมฝีปากที่เผยอเปล่งเสียงครางอยู่นั้นทำให้เขากระสันเป็นบ้า! แอเรียลแตะต้องเธอด้วยจังหวะถี่กระชัน เขาไม่ได้รุนแรงแต่ทุกจังหวะหนักแน่น เพื่อตอกย้ำสัมผัสจากเขา เธอจะได้จดจำไปนานๆ ไม่ลืม
“คุณ....อ๊า.....คุณแอเรียล”
น้ำเสียงยามที่เธอเปล่งออกมามันกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเขาได้เป็นอย่างดี แอเรียลให้ความสนใจเธอไปพร้อมๆ กับการสัมผัสเธออย่างเร้าร้อน ตอนนี้เธอกำลังงงจะก้าวผ่านเส้นความสุขไปยังดินแดนอันงดงาม แอเรียลสังเกตจากการที่เธอไม่ได้เอ่ยปากห้ามเขา ฝ่ามือนุ่มกดศีรษะหนาให้ซุกกับร่องสวาทแล้วเธอก็แอ่นสะโพกขึ้น
เธอกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งเสน่หาลืมสิ้นความเขินอายไปแล้ว
นิ้วมือหนาถูกถอนออกจากร่องสวาท แอเรียลห่อลิ้นแข็งแล้วแทรกสอดเข้าไปแทนที่ ไม่น่าเชื่อว่าเขาสามารถรัวลิ้นจ้วงแทงเธอได้มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากนิ้วของเขา แอเรียลไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครมาก่อน มันเป็นครั้งแรกที่เขานึกอยากลองสัมผัส อาจเพราะว่าวาเนสซ่าบริสุทธิ์และสะอาดมาก เขาถึงได้กล้าลองกับเธอ
และมันก็ถูกใจเขามากเหลือเกิน
เขารัวลิ้นด้วยพละกำลังที่มีทั้งหมด เธอก็แอ่นหยุดสะโพกขึ้นสูง วาเนสซ่ากำลังจะถึงที่หมาย แอเรียลไม่ปล่อยให้เธอคอยนาน เขาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งๆ ที่ปากก็บอกว่าจะทรมานเธอ ทว่าพอเอาเข้าจริงเขาก็ลืมความตั้งใจนั้นไปซะหมด
แล้วเขาก็ได้มอบความสุขให้แก่เธอในที่สุด
“คุณแอเรียล!!!!”
“หึ” มุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มเล็กน้อย หลังจากที่เขาส่งเธอขึ้นสวรรค์เธอก็ร้องครางชื่อของเขาเสียงดังลั่น ไม่รู้ว่าทำไม เขาถึงได้รู้สึกพึงพอใจและภาคภูมิใจ
“แฮ่กๆ แฮ่กๆ”
หญิงสาวถึงกับหอบแฮ่ก สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนขึ้นบน แวะทักท้ายทรวงอกอวบใหญ่ ใช้มือจับขย้ำแล้วใช้ริมฝีปากอ้างับเอายอดถันมาดูดเล่น
จ๊วบ! จ๊วบ! จ๊วบ!
“อ๊า....คะ....คุณแอเรียล.....”
“มีอะไรเหรอวาเนสซ่าหรือว่าเธอจะห้ามฉัน”
“ไม่...” เสียงที่ตอบกลับมาแหบโหยและสั่นเครือ แต่นั่นก็ไม่ได้รับความสนใจจากแอเรียลเท่าดวงตาหวานฉ่ำของเธอ ที่มองเขาด้วยความต้องการมากล้นอย่างเห็นได้ชัด
และไม่รู้ว่าเธอไม่รู้ตัวหรือตั้งใจที่เธอโอบกอดกายแกร่งแน่น แต่แอเรียลคนที่ถูกหญิงสาวสวมกอดคิดไกลว่าเธอต้องการใกล้ชิดกับเขามากกว่านี้ และเขาก็พึงพอใจ
แน่นอนว่าเขามอบความใกล้ชิดชายหญิงให้วาเนสซ่าอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ
“อื้อออออ”
ความแตกต่างของขนาดตัวไม่เคยทำให้วาเนสซ่าชินได้เลย แอเรียลแข็งแกร่ง ยาว และใหญ่โตมาก เขาซุกเข้ามาในโพรงนุ่มคับแคบ แช่นิ่งจนเธอปรับตัวได้ก่อนจะเริ่มซอยสะโพกเป็นจังหวะ
จ๊วบ! จ๊วบ! จ๊วบ!
กลางกายสนุกกับโพรงสวาทของเธอขณะที่ส่วนบนเขาสนุกกับการฟัดอกคู่อวบใหญ่อย่างเมามัน
“เอาแรงๆ ไหมวาเนสซ่า เธอรัดฉันแน่น และแอ่นหยัดเสียดสีฉันมากขนาดนี้ แค่เบาๆ มันไม่พอใช่ไหม?” เขาเลื่อนริมฝีปากมากระซิบถามเธอข้างหู
วาเนสซ่าหน้าแดงแจ๋มีอาการอ้ำๆ อึ้งๆ ที่จะตอบคำถามของแอเรียล
“ถามไม่ตอบงั้นฉันจะสรุปคำตอบเองนะ”
“อื้อออออออ”
หญิงสาวครางในลำคอเสียงดัง เมื่อแอเรียลเร่งจังหวะดุดันและหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น บุบผาสาวอ้าหุบ อ้าหุบ และอ้าหุบอย่างบ้าคลั่งอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ทว่าจังหวะถาโถมกายของแอเรียลมันหนักหน่วงมาก จนทำให้บุบผาสาวเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อและร้อนฉ่า
ตามความเป็นจริงแล้วสิ่งที่วาเนสซ่าควรทำคือการผลักไส ทว่าเธอก็ไม่ทำ นั่นเพราะมันคือความดุดันที่มีเสน่ห์และมันก็แสนวาบหวาม ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าสัมผัสดุดันจากแอเรียลครั้งนี้มันทำให้เธอมีความสุขมากล้น
จนเธอปลดปล่อยออกมาในที่สุดพร้อมๆ กับเขา!!!!
“กรี๊ดดดดดดดดดด”
“ซี๊ดดดดดดดดดดด ตอดฉันแรงๆ วาเนสซ่า รีดน้ำของฉันไปให้หมด!”
แม้ทั้งคู่จะไปถึงจุดสุดยอดของปลายทางพิศวาสแล้ว แต่แอเรียลก็ยังไม่ยอมหยุด เขารัวสะโพกใส่ร่องสวาทสาว น้ำที่ปลดปล่อยคั่งคาในร่องสวาทสาวแตกกระจายเปรอะเปื้อนซอกขาขาวและหน้าขาของแอเรียล
แอเรียลมั่นคงและหนักแน่นจนเขาสามารถพาเธอมาถึงจุดสุดยอดได้อีกครั้งแล้วเขาก็หยุดทุกอย่าง เกร็งตัวแช่ค้างหลั่งสายธารน้ำเชื้อชั้นดีมากมายมหาศาล จนเมื่อแน่ใจได้ว่าเธอรับน้ำของเขาไปหมดแล้วเขาจึงทอดถอดกายออก แล้วเลื่อนกายมานั่งคร่อมริมฝีปากของหญิงสาว
จับแกนกายจ่อริมฝีปากของเธอ
“คุณแอเรียล......”
“รับมันไปทำความสะอาดสิวาเนสซ่า”