คนชนทำสีหน้าเรียบเฉย มองจูนด้วยหางตา ก่อนจะเอ่ย
“เกะกะฉิบ!” น้ำเสียงไม่สำนึกผิดแม้แต่น้อย อย่างกับว่าเธอไปทำร้ายเขา ทั้งที่เขาต่างหากที่ทำเธอ
“หนอย! ชนคนอื่นไม่รู้จักขอโทษหรือไง”
“ขอโทษ...ทำไมไม่ทราบ เสือกมายืนอ่อยผู้ชายเกะกะคนจะเดิน” ภายใต้แว่นตากลับทำสีหน้ายียวน เธอเพิ่งเห็นพฤติกรรมแย่ ๆ ของเขาเป็นครั้งแรกซึ่งไม่เหมือนเด็กเนิร์ดทั่วไป แวบหนึ่งถึงกับตกใจเหมือนกัน แต่ความเดือดดาลมันมีมากกว่า
“ไอ้...ไอ้ฟิวส์ พูดให้มันดี ๆ หน่อย ฉันอายุเยอะกว่านาย”
“เยอะ? แล้วไง”
“พูดจาให้มันดี ๆ หัดเคารพคนอายุเยอะกว่าด้วย อย่าให้พี่สาวคนนี้ต้องโมโห” เธอทำหน้าทำตามีชั้นเชิงเหนือกว่า เปลี่ยนมายืนกอดอกเชิดคางอย่างมั่นใจ
“พี่สาว? ใครเหรอ ผมเป็นลูกคนเดียว” ใบหน้าคมยื่นเข้ามาใกล้ พอหญิงสาวหันไปหาปุ๊บ เม็ดฝนก็เริ่มตกลงใส่ทั้งคู่ จากปรอย ๆ ก็เปลี่ยนเป็นเม็ดใหญ่ทันตา แถมยังตกหนักจนทั้งสองต้องรีบแยกย้าย ซึ่งจะหนีไปไหนได้ล่ะ ก็ต้องกรูกันเข้าตึก ทว่า!
ไหล่หนาและไหล่บางชนกันอยู่ตรงประตูกระจกทางเข้า ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมถอย เบียดเสียดแย่งกันจะสแกนนิ้วก่อน
“ออกไปสิ ฉันจะเปิดประตู”
“เธอต่างหากถอยไป ผมจะเข้าไปก่อน”
“นี่! เรียกเธอได้ไง ต้องเรียกฉันพี่สาวสิ เข้าใจไหมไอ้เด็กมหา’ลัย” เจ้าของเสียงแหลมไม่เอ่ยเปล่า ใช้นิ้วเรียวชี้จิ้มหน้าอกซ้ายของเด็กหนุ่ม ซึ่งปกติแล้วบนเสื้อนักศึกษาต้องมีตราของมหาวิทยาลัยบ้างสิ หรือไม่หัวเข็มขัดเป็นของมหา’ลัย แต่นายคนนี้กลับไม่มีอะไรเลย เป็นเสื้อโล้น ๆ ขาวผ่องอย่างกับว่าใส่เล่น ๆ อย่างนั้นแหละ
มือหนาปัดมือเล็กออกด้วยความหงุดหงิด ยกนิ้วชี้จะจิ้มอกเธอบ้าง แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อหญิงสาวยกสองมือปิดหน้าอกอัตโนมัติเบี่ยงตัวหนี
“น่ะ...นายคิดจะทำอะไร”
“หึ! จิ้มคนอื่นได้ แต่พอจะถูกจิ้มกลับ กลัวขึ้นมาเลยล่ะสิ”
“ใคร? ใครกลัว” เอ่ยจบก็กลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ใจจริงก็กลัวแหละ ผู้หญิงที่ไหนจะกล้าให้ผู้ชายแปลกหน้าโดนนม แม้เขาจะดูหน้าละอ่อนบ่งบอกว่าไม่มีพิษไม่มีภัยก็เถอะนะ แต่ดูหน้าเขาตอนนี้สิน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้
ชายหนุ่มไม่อยากเถียงให้เสียเวลา ฉวยโอกาสที่เธอเผลอเป็นฝ่ายสแกนนิ้วแล้วผลักประตูเข้าไป
“นี่นาย!!” เธอแว้ดใส่ เขาก็ปิดประตูใส่หน้าเธอแล้วรีบเดินหนีไป หญิงสาวรีบสแกนนิ้วมือเปิดประตูอีกครั้ง กำลังจะวิ่งไปหาเอาเรื่องเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่ประตูห้องเจ้าของอะพาร์ตเมนต์เปิดออกมาเสียก่อน
“อ้าวหนูจูนกลับแล้วเหรอ”
คนถูกทักหยุดนิ่ง หันกลับไปหาเจ้าของเสียง “ค่ะน้า”
“มาเอาแกงส้มเร็ว น้าอุ่นไว้ให้แล้ว”
“ค่ะ”
คนในชุดทำงานทำหน้าเสียดาย ถ้าให้เลือกระหว่างวิ่งไปตบกบาลเด็กหนุ่มกับรับแกง เธอขอเลือกให้ปากท้องอิ่มดีกว่า แม้ในอกจะเต็มไปด้วยความคับแค้นใจก็เถอะนะ ใช่! แก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย รอบหน้าเธอจะตบเจ้าเด็กปากเสียนั่นให้รู้สำนึกเลยคอยดู
เมื่อได้แกงส้มกับข้าวสวยมาแล้ว ร่างบางก็ถือมันเดินขึ้นบันได ซึ่งห้องของเธออยู่ชั้นห้า ตอนย้ายมาแรก ๆ ก็เบื่อเหมือนกันที่ต้องขึ้นบันไดจนขาลาก แต่ตอนนี้เธอชินเสียแล้ว มองในแง่ดีถือว่าได้ออกกำลังกาย
ห้อง506คือห้องของจูน ส่วนห้องนายนั่นคือ505 หญิงสาวเดินผ่านหน้าห้องเขาก็เบ้ปากใส่ประตูห้องไปที ก่อนจะเดินต่อมายังห้องตัวเอง เธอใช้กุญแจไขเข้าไป วางอาหารมื้อเย็นไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ ก่อนจะเก็บกระเป๋าสะพายในที่ของมัน แม้จะเป็นห้องนอนเล็ก ๆ เข้ามาปุ๊บก็เห็นเตียงสามฟุต มีพื้นที่ใช้สอยไม่มากนัก แต่จูนก็เป็นคนรักความสะอาด ห้องของเธอจึงจัดอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีขี้ฝุ่นให้เห็นสักนิด
“บ้าจริง ถ้านายนั่นไม่กวนตีน ฉันคงไม่ต้องเปียก”
เสื้อตัวนอกเปียกฝนจนชุ่มเธอจึงถอดมันทิ้งไว้ในตะกร้าผ้า ดึงชายเสื้อเชิ้ตออกจากกระโปรง เห็นว่าเสื้อเชิ้ตตัวในไม่เปียกมากนักจึงใส่ต่อ แล้วหยิบชามข้าวไปนั่งกินนอกระเบียงชมบรรยากาศฝนที่กำลังตกหนัก จูนชอบเวลาได้กลิ่นฝนตกใหม่ ๆ มันทำให้เธอคิดถึงบ้านที่ต้องจากมา
กินไปได้เพียงคำเดียว ก็ฉุกคิดเรื่องที่เพื่อนบอกเมื่อเช้าขึ้นมาได้ ร่างบางจึงกลับเข้าห้อง หยิบโทรศัพท์มือถือแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม เธอเปิดคลิปที่เพื่อนส่งมาให้ นั่นเป็นรายการดังที่มีแขกรับเชิญเป็นสารวัตรแจ๊ะ
“ชิ๊! ใส่หมวกใส่แมสก์ขนาดนั้นใครจะไปเห็นหน้าวะ” หญิงสาวบ่นอุบดูพลางกินพลาง เปิดเสียงโทรศัพท์ในมือแข่งกับเสียงฝน ทุกอย่างก็ดูเหมือนไม่มีอะไรจนกระทั่งพิธีกรหันไปสัมภาษณ์หนึ่งในแขกรับเชิญที่นั่งแถวหลังสุด เขาชื่อลูแปง สวมใส่ชุดสีดำทั้งตัว ไม่ว่าจะเสื้อกางเกงรองเท้ารวมไปถึงหมวกแก๊ป แว่นตา และแมสก์ มิหนำซ้ำยังจบจากอังกฤษด้วย การศึกษาดีที่สุดในกลุ่ม จนพิธีกรต้องแซวว่าหน้าตาหล่อ
“เหอะ! หล่อตรงไหนวะ ปิดหน้าปิดตาขนาดนั้นคงไว้หนวดเป็นโจรสิไม่ว่า คนเหี้ยอะไรชื่อลูแปง”
แค่ก! แค่ก!
เสียงไอทำให้จูนต้องหันไปหาต้นเสียงทันที นั่นเป็นเด็กกวนตีนข้างห้องกำลังยืนเปลือยท่อนบนในมือถือมวนบุหรี่ สีหน้าสำลักอย่างทรมาน
“สูบเข้าไปเยอะ ๆ ล่ะจะได้ตายเร็ว ๆ” ร่างบางแดกดันเสร็จก็หันกลับมากินข้าวต่อ
ส่วนเขาเมื่อตั้งหลักเลิกไอแล้ว ก็ก้าวมายืนค้ำระเบียงฝั่งที่ติดกับห้องหญิงสาว เย้ยเธอโดยการสูดนิโคตินเข้าเต็มปอด ก่อนจะพ่นควันสีเทาเจาะจงไปให้คนที่กำลังนั่งทานอาหาร
“แค่ก ๆ ไอ้เด็กเวรนี่!!” จูนเหลืออดกับพฤติกรรมเถื่อน ๆ วางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะ ก่อนจะลุกเดินไปหาเด็กตัวปัญหา ซึ่งเขากำลังทำหน้ายียวนกวนประสาท ทำเป็นไม่รู้ร้อนตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
“นายหาเรื่องฉันเหรอ” เสียงเรียบมีร่องรอยสะกดกลั้น จ้องถามคนเบื้องหน้าด้วยสายตาหาเรื่อง พอเอ่ยจบก็หลุบตามองเรือนร่างชายหนุ่ม ไม่คิดว่าเดี๋ยวนี้เด็กมหา’ลัยจะหุ่นแซ่บขนาดนี้ ผิวขาวยังไม่พอ แถมยังมีซิกซ์แพ็กเป็นลอน ๆ ด้วย
ฉันกลายเป็นคนแก่เป็นแล้วเหรอเนี่ย
จังหวะที่กำลังเหม่อลอย จู่ ๆ ควันสีเทาก็พ่นมาใส่หน้าทำให้หญิงสาวถึงกับสำลัก
แค่ก! แค่ก!
ชายหนุ่มพึงพอใจเมื่อเห็นเธอมีอาการเช่นนั้น รีบหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องทันที จูนเลิกไอกำลังจะด่ากลับ แต่กลับพบความว่างเปล่า
“หนอย! ไอ้เด็กบ้าอย่าให้ฉันเจอนายนะ แม่จะตบกบาลให้หัวทิ่มเลย” เธอแว้ดเสียงดังไปทางห้องเขา แน่นอนว่าคนในห้องได้ยินชัดเจน ระบายยิ้มมุมปากก่อนจะปิดม่านตรงระเบียบเดินกลับไปยืนมองบางสิ่งที่แปะอยู่บนกำแพง
ส่วนหญิงสาวที่กำลังยืนคับแค้นใจอยู่ด้านนอก ในเมื่อทำอะไรเขาไม่ได้เลยเลือกกลับมาสนใจกินอาหารต่อดีกว่า จังหวะที่กำลังหมุนตัวจู่ ๆ ก็มีลมพัดมากระทบร่างบางอย่างแรง จนเธอถึงกับ....
ฮัดชิ้ว!!
จากที่ไม่หนาวก็เริ่มหนาวจนตัวสั่น เธอนั่งชมวิวต่อไม่ได้ คว้าชามข้าวเดินกลับเข้าไปนั่งกินในห้องต่อ