ตอนที่4 l มีไข้ nc

1413 Words
วันต่อมา พระอาทิตย์วันใหม่ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า ปกติจูนจะตื่นไวเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน แต่วันนี้กลับนอนครั่นเหนือครั่นตัวอยู่บนเตียง เปลือกตาคู่สวยหนักอึ้ง มีอาการปวดศีรษะนิด ๆ อุณหภูมิในห้องไม่ได้เย็น แต่ร่างกายของเธอกลับรู้สึกหนาวจนตัวสั่น ใช้ผ้าห่มคลุมโปงก็ยังเอาไม่อยู่ “เป็นไข้ซะแล้วสิ” แน่นอนว่าเพราะฝนเมื่อวาน ที่จริงเธอจะไม่โดนมันด้วยซ้ำหากไอ้เด็กข้างห้องไม่มากวนตีนถ่วงเวลาเดินเข้าตึก เจ็บใจชะมัด! ฉันไม่สบายก็ขอให้มันเป็นด้วยก็แล้วกัน มือบางควานหาสมาร์ตโฟนบนเตียง พิมพ์ข้อความส่งไปในไลน์กลุ่มเพื่อน June : ฉันป่วย ฝากพวกแกลาเจ้านายให้ด้วย O : เป็นไรวะแก เมื่อวานยังดีๆ June : โดนฝน MON : โดนฝนหรือโดนน้ำพี่ต้าเอาดีๆ O : จริงเหรอวะ เล่ามาดิ สองสามข้อความเด้งบนหน้าจอ คนป่วยไม่มีอารมณ์จะอ่าน ทิ้งโทรศัพท์ไว้บนเตียง ก่อนจะหยัดกายค่อย ๆ ลุกขึ้น แต่ทว่า! ยืนเต็มความสูงปุ๊บก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมารีบเอนตัวพิงกำแพงก่อนที่จะล้มหน้าคว่ำ ตั้งหลักได้ก็เดินพยุงร่างไปยังโต๊ะปลายเตียง ซึ่งบนนั้นมีแก้วกับขวดน้ำเปล่าวางอยู่ เธอรินน้ำใส่แก้วยกซดด้วยอาการคอแห้ง ทว่า! จังหวะที่วางแก้วเปล่ากลับลงไปเกิดหน้ามืดขึ้นมาอีก พลันแก้วในมือร่วงตกพื้น เพล้ง!! เศษแก้วแตกกระจัดกระจายเต็มพื้นโชคดีที่ไม่โดนขา หญิงสาวอยากจะก้มลงไปทำความสะอาด แต่ว่าร่างกายไม่ไหวจริง ๆ เลือกที่จะเดินกลับมานอนบนเตียงพักผ่อนเอาแรงก่อน อาการดีขึ้นเมื่อไหร่จะรีบไปทำความสะอาด พอหัวถึงหมอนก็หลับทันที ข้างห้อง ชายหนุ่มเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ หลังจากทำธุระขับถ่ายเสร็จเรียบร้อย ยังก้าวไม่พ้นจากพื้นห้องน้ำก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกพื้น เขาหันขวับไปหาต้นเสียงทันที ซึ่งมันมาจากห้องข้าง ๆ ต้องเกิดเรื่องอะไรชัวร์! เขาคิดเช่นนั้นเดินปรี่ไปทางระเบียงด้วยความสงสัย ชะโงกคอยาวมองไปยังห้องต้นเสียงดูให้แน่ใจว่าเกิดอะไร แต่กลับพบความว่างเปล่า เจ้าของห้องไม่ได้เดินออกมาเหมือนทุกที เลยตัดสินใจจะปีนข้ามไป เพียงชั่วพริบตาคนแข็งแรงอย่างเขาก็มายืนอยู่หน้าระเบียงห้องเธอ ฟิวส์มองผ่านกระจกเข้าไปด้านในให้แน่ใจ เห็นว่าไม่มีใคร จึงถือวิสาสะใช้ลวดเล็ก ๆ จากกระถางต้นไม้งัดกลอนประตูกระจกเปิดเข้าไป เขาพบเศษแก้วกระจายเต็มพื้นเป็นอันดับแรก รู้ทันทีว่าต้นเสียงมาจากเจ้าสิ่งนี้ พอหันไปอีกทางก็พบกับร่างบางนอนครางเบา ๆ อยู่บนเตียง เธอหลับสนิทชนิดที่ว่า เขาเข้ามายืนในห้องก็ยังไม่รู้สึกตัว... ฟิวส์ก้าวไปหาเพื่อจะปลุกหล่อนให้ตื่น แต่แค่แตะโดนแขนเท่านั้น เขาก็รับรู้ได้ถึงอุณหภูมิร้อนแผ่ออกมา “ยัยนี่เป็นไข้เหรอวะ” เขาก่นบ่นเสร็จก็เริ่มเดินสำรวจไปทั้งห้องเพื่อหายา และนั่นทำให้เกิดเสียงก๊อกแก๊กปลุกคนบนเตียงให้ลืมตาตื่น เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มหายาแก้ไข้เจอพอดี เดินกลับมายืนข้างเตียง ก็เห็นจูนผงกศีรษะมองตาปรือมาทางตน “เป็นไข้ทำไมไม่รู้จักกินยา” น้ำเสียงเรียบแฝงความไม่พอใจ แต่คนฟังกับระบายยิ้มกระพริบตาปริบ ๆ “ฉันฝันถึงนายอีกแล้ว” “ฝัน?” หัวคิ้วหนาชนเข้าหากัน เขาไม่เข้าใจว่าเธอพูดอะไร ละเมอ? เพ้อ? หรือเห็นตนเป็นคนอื่น แต่เขาทิ้งน้ำหนักไปข้อหลังมากกว่าเพราะเมื่อวานเห็นกับตาว่าเธอให้ผู้ชายมาส่ง คงหมายถึงไอ้หมอนั่นสินะ หึ! “กินยาซะสิ” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์โยนยาไปบนเตียงข้างเธอ ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดไปทางอื่น ดุ้นลิ้นชนกระพุ้งแก้ม แต่จู่ ๆ ร่างบางก็ลุกพรวดนั่ง คว้าข้อมือหนาโดยไม่ทันตั้งตัว แล้วดึงเขาเข้าหาตัวเองพากันล้มไปบนเตียง ร่างแกร่งทาบทับอยู่บนตัวร่างบาง ในขณะที่ริมฝีปากรูปหยักหนาประกบอยู่กับริมฝีปากคนใต้ร่าง สองมือเรียวกำลังคล้องคอหนารั้งไว้ โดยเจ้าตัวกำลังหลับตาพริ้ม เป็นเขาที่กำลังตกใจเบิกตาโพลง ไม่คิดว่าหล่อนจะอ่อย... คนด้านบนได้กลิ่นคาวเลือดจากในโพรงปากตัวเอง รีบผละริมฝีปากออกจะยกตัวหนี แต่แขนเรียวกลับไม่ยอมปล่อย “ไอ้เด็กแว่น!! คราวก่อนไม่ยอมเสียบ คราวนี้จะหนีอีกเหรอ” เสียงก่นบ่นทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าที่แท้เธอไม่ได้ละเมอถึงคนอื่น แต่นั่นหมายถึงเขา ใบหน้าคมคายคลี่ยิ้มในทันที เอาวะ! ในเมื่อหล่อนอยากถึงขนาดนั้น เห็นทีต้องจัดให้ซะแล้วสิ มือหนาสอดใต้ต้นคอระหง ก่อนจะโน้มริมฝีปากไปครอบครองริมฝีปากอวบอิ่มอย่างจงใจ ความนุ่มหยุ่นทำให้ทั้งคู่ต่างเคลิบเคลิ้มตกในห้วงเสน่หาของกันและกันในทันที และเพิ่มทวีดูดดื่มด้วยการส่งลิ้นแลบออกมาคลอเคลียกันกลางอากาศ ก่อนที่ลิ้นหนาจะเป็นฝ่ายสอดเข้าไปในโพรงปากสาวสำรวจทุกซอกทุกมุมเพื่อเก็บเกี่ยวความหวาน แถมยังรับรู้ถึงความอุ่นร้อนจากคนเป็นไข้ แต่กระนั้นเขาก็ไม่คิดจะหักห้ามใจ กลับบดจูบขยี้แรงขึ้นราวกับรอเวลานี้มานาน ลีลาจูบเจนจัดของพ่อคุณ ทำให้จูนเคลิบเคลิ้มโดยง่าย ไม่คิดเลยว่าฝันรอบนี้จะเหมือนจริงยิ่งกว่าจริงเสียอีก เธอปล่อยตัวปล่อยใจปล่อยความคิดให้หัวสมองขาวโพลนขณะที่ในใจได้แต่ภาวนาขออย่าให้ตื่นจากฝันนี้เลย จนกว่าตนจะถูกเสียบ “อื้ม..” คนด้านล่างครางในลำคอ ร่างกายอ่อนระทวยแทบละลายในรอมร่อ และเป็นหนักกว่าเก่าเมื่อมือหนาข้างถนัดบีบเต้าอวบอิ่มข้างหนึ่งไว้ ส่วนอีกมือล้วงต่ำลงไปลูบไล้ตรงขาอ่อน สร้างความกระสันอยากให้หญิงสาวขนอ่อนลุกไปทั้งตัว เดิมร่างกายร้อนจากพิษไข้อยู่แล้วกลับเพิ่มทวีขึ้นอีกราวกับเปลวไฟ ‘เคยได้ยินมาว่าการทำให้คนมีไข้หายไวที่สุด คือการเสียเหงื่อ’ ดังนั้นเขาจึงอยากช่วยเธอ จะให้เสียเหงื่ออย่างเดียวคงไม่ได้มันต้องฉีดยาให้หายด้วย ว่าแล้วมือบนขาอ่อนก็เลื่อนขึ้นมาเรื่อย ๆ สอดเข้าไปใต้ชายชุดนอนกระโปรงตัวยาว เขาสัมผัสกับเนินโหนกอูมไร้เครื่องขวางกั้น ไม่แปลกใจที่เธอไม่ใส่ชั้นใน เพราะได้ยินว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ใส่เช่นกัน หญิงสาวสะดุ้งเฮือกยามมือหนาสัมผัสโดนของสงวน แต่กระนั้นก็ไม่ขัดขืนปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ จะจับจะถูจะเสียบตรงไหนก็ได้ ก็ในเมื่อฝันครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย มือหยาบบีบเคล้นเนินเนื้อเต็มมือก่อนจะเปลี่ยนเป็นถูเสียดสีขึ้นลงตามรอยแยกสร้างความกำหนัดให้หญิงสาว เธอเริ่มอยู่ไม่นิ่ง ยกสะโพกลอยบ้าง ครางเสียงลากยาวบ้าง แล้วยกขาตั้งชันอย่างรู้งานให้เจ้าของฝ่ามือหนาสัมผัสกโดนน้ำสีใสที่ไหลออกมาจากร่อง เขาไม่พูดพร่ำส่งนิ้วแกร่งชำแรกผ่านกลีบดอกไม้เข้าไปด้านในทันที ทำหญิงสาวสะดุ้งโหยงด้วยความเจ็บปนเสียว พลันจูบของทั้งคู่หลุดจากกันอัตโนมัติ น้ำลายเหนียวไหลเยิ้มเป็นสายเปรอะเปื้อนบนริมฝีปากของพวกเขา ขณะเดียวกันนิ้วแกร่งก็ขยับหลุบเข้าหลุบออกอยู่ด้านในอย่างถี่เร็ว พลันเกิดเสียง แจ๊ะ! แจ๊ะ! ดังเป็นจังหวะผสานกับเสียงครางแตกพร่า “ทนไม่ไหวเลยล่ะสิ” เสียงเย้ยเอ่ยชิดริมฝีปากบาง การกระทำที่ดึงตัวเขาไปจูบก่อน บวกกับอายุเกือบจะเลขสามแล้ว เขามองหล่อนเป็นพวกผู้หญิงมากประสบการณ์ ดังนั้นไม่จำเป็นเลยที่จะต้องทะนุถนอมในเมื่อของมันเคย ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD