เช้าวันจันทร์หรือที่หลายคนมักจะเรียกกันว่า เช้าแห่งความวุ่นวาย หน้าป้ายรถเมล์เต็มไปด้วยผู้คน ทั้งวัยทำงานและบรรดานักเรียนนักศึกษา ตลอดจนท้องถนนที่เนืองแน่นไปด้วยรถรา และการจราจรที่ติดขัด
ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตรในชุดนักศึกษายืนอยู่ข้างเสาป้าย รอรถเมล์ที่กำลังชะลอความเร็วลง และเพียงไม่กี่นาทีการเฝ้ารอของเขาก็สิ้นสุด
คุณากร กระชับสายกระเป๋าสะพายข้าง เตรียมตัวขึ้นรถโดยสารที่กำลังจอดเทียบริมฟุตบาท ทว่าเมื่อกำลังจะก้าวเดินขึ้นไป ร่างสูงก็ถูกเบียดโดยคนที่แทรกตัวเข้ามาจากด้านหลัง จนต้องถอยร่นออกมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“โทษทีว่ะไอ้แว่น แต่ไว้รอคันต่อไปแล้วกัน” ชายหนุ่มที่จงใจเบียดเขาหันมาพูดด้วยท่าทางกวนประสาท
หน้าติ๋ม ๆ แบบนี้คงไม่กล้าเอาเรื่องใครหรอก
คิ้วเรียวเข้มขมวดมุ่นเล็กน้อย หากแต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป จะให้มีเรื่องกันตั้งแต่เช้าวันเปิดภาคเรียนของการเป็นนักศึกษาปีหนึ่งวันแรก เขาก็คิดว่าคงไม่ดีสักเท่าไหร่
คุณากรถอยกลับมายืนอยู่ด้านในฟุตบาท แล้วมองรถเมล์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป ก่อนจะก้มดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือ
“อีกยี่สิบนาที เห้อ... แกร็ปก็รอนาน รถเมล์ก็อีกนานเหมือนกัน” มือหนายกขึ้นเสยผมด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่อะไร ๆ ก็ไม่เป็นใจให้เขาสักอย่าง
“เดินก็ได้วะ”
ในเมื่อไม่ว่าจะทางไหนก็ต้องสาย ถ้าอย่างนั้นเขาขอเดินไปเองก็แล้วกัน
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวกายขาวเนียน ผู้มีใบหน้าหล่อตี๋อย่างลูกเสี้ยวจีน ดวงตาเรียวรีมีแว่นสายตาบดบังอยู่ เขาเป็นชายหนุ่มเจ้าของชื่อคุณากร หรือ นิค
วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรก และเขาก็กำลังจะเป็นน้องปีหนึ่งวันแรก แต่ดูเหมือนว่าวันแรกของเขาจะมีแต่เรื่องที่ชวนให้อารมณ์เสีย
คุณากรเดินมาตามบาทวิถีเรื่อย ๆ จนเห็นว่าข้างหน้ามีท่าวินมอเตอร์ไซค์อยู่ เขาจึงรีบเร่งฝีเท้าก้าวยาว ๆ เพื่อจะได้เรียกวินนั่งไปมหา’ลัย
ทว่าในจังหวะชุลมุนที่ไม่ทันได้ระวังตัว ก็มีคนเดินตามหลังมา พลางจับจ้องกระเป๋าสะพายของเขา แต่ในตอนที่คนคนนั้นกำลังจะลงมือ เสียงแตรรถคันหนึ่งก็พลันดังขึ้นในระยะประชิด
ปี๊นน!!
ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ เขารีบหันกลับไปมองด้านหลัง ก็พบเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งกำลังวิ่งวกกลับไปในทางที่เขาเพิ่งเดินผ่านมา คุณากรจึงพอจะจับต้นชนปลายได้ว่า เขาคงกำลังจะถูกวิ่งราว
อ่า เกือบซวยแล้วสิ
คุณากรคิดในใจ แล้วหันไปมองรถซีดานคันหรูที่ขับเข้ามาเทียบจอด ซึ่งก็น่าจะเป็นคันเดียวกับที่บีบแตรเพื่อช่วยไล่โจรให้เมื่อครู่
มือหนากระซับสายกระเป๋าแน่น พลางมองไปยังรถที่จอดสนิทแล้ว ก่อนที่กระจกฝั่งข้างคนขับจะเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดนักศึกษา และเมื่อสังเกตเข็มกลัดบนปกเสื้อ ก็รู้ได้ว่าเธอเป็นนักศึกษาสถาบันเดียวกันกับเขา
ดวงตาเรียวรีด้านหลังกรอบแว่นเหลือบมองเข้าไปด้านในฝั่งคนขับ จึงเห็นว่าเป็นหญิงสาวใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันกับผู้หญิงคนแรกที่เขาเห็น แต่ต่างกันตรงที่หญิงสาวอีกคนอยู่ในชุดสูทเหมือนเจ้าของบริษัทอะไรเทือกนั้น
เธอคนนั้นหันมามองเขา พลางยกยิ้มบางส่งให้ ก่อนที่ผู้หญิงในชุดนักศึกษาจะเป็นฝ่ายพูดขึ้น
“นายอยู่มอเดียวกับฉันนี่ แต่งตัวแบบนี้ปีหนึ่งใช่มั้ย” น้ำเสียงหวานค่อนไปทางเล็กแหลมเอ่ยเจื้อยแจ้ว ราวกับรู้จักกันมานาน
แต่เธอคือใคร?
“เอ่อ... ใช่ครับ” เขาตอบรับอย่างคนทำตัวไม่ถูก จนเผลอแสดงท่าทางเงอะงะออกมา
“งั้นติดรถไปกับฉันเลยสิ จะได้ไปทันเวลา” ผู้หญิงคนนั้นยังคงพูดต่อ
“คือ ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ผมเกรงใจ” เขาเอ่ยปฏิเสธออกไป พลางชำเลืองสายตามองไปยังคนที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับ
“ขึ้นมาเถอะค่ะ เมื่อกี้เธอเกือบถูกฉกกระเป๋าแล้วนะ หรือเธอกลัวพี่?” เป็นผู้หญิงที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยพูดขึ้นบ้าง
รอยยิ้มบางยังคงประดับอยู่บนใบหน้าสวยสไตล์ลูกครึ่งยุโรป ทำให้เขาได้แต่คิดในใจว่า หน้าตาแบบนี้เอาอะไรมาน่ากลัว หน้าเธอสวยจนทำใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ แถมเสียงยังหวานใสชวนเคลิ้มอีก
“ปะ เปล่าครับ” คุณากรรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน แล้วตอบคำถามของหญิงสาว มือหนาก็ยกขึ้นเกาท้ายทอยเบา ๆ แก้เขิน ก่อนจะพูดต่อ
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะครับ” ไหน ๆ เธอก็มีน้ำใจช่วยเหลือแล้ว เขาไม่ควรทำให้พวกเธอเสียเวลาไปมากกว่านี้อีก
ชายหนุ่มรีบเดินไปเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่งบนเบาะด้านหลัง กระทั่งหญิงสาวเจ้าของรถเห็นว่าเขานั่งเรียบร้อยแล้ว เธอจึงหมุนพวงมาลัยเหยียบคันเร่งขับออกจากไหล่ทางกลับเข้าสู่เส้นทางหลัก
ใช้เวลาไม่นาน รถคันหรูก็เคลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าตึกคณะวิศวกรรม เมื่อรถจอดสนิท หญิงสาวที่เป็นนักศึกษาก็รีบเปิดประตูลงไปทันที
คุณากรมองไปยังหญิงสาวซึ่งนั่งอยู่หลังพวงมาลัย เขายังไม่ยอมลงจากรถ เพราะรู้สึกเกรงใจหญิงสาวแปลกหน้า มือหนาจึงล้วงหยิบกระเป๋าเงินออกมาแล้วพูดขึ้น
“เอ่อ... ผมไม่อยากรบกวนฟรี ๆ น่ะครับ ผมคิดว่าผมควรให้ค่าเสียเวลาคุณ” เสียงทุ้มเอ่ยเบา ๆ ด้วยความเกรงใจ
พอบนรถเหลือเพียงแค่เขากับหญิงสาวคนนี้แล้ว กลิ่นน้ำหอมของเธอพลันชัดขึ้น เป็นกลิ่นที่ดมแล้วรู้สึกผ่อนคลายผสานกับความเย้ายวนไปในตัว ทำเอาชายหนุ่มเริ่มประหม่า
กุลนิภา ชำเลืองสายตามองผ่านกระจกมองหลัง ริมฝีปากอิ่มสวยยกยิ้มบาง มองท่าทางของชายหนุ่มด้วยความเอ็นดู
“เธอชื่ออะไรเหรอคะ?” เธอถามกลับเสียงหวาน โดยที่ยังไม่ยอมหันหน้ากลับไปมองเขาตรง ๆ
“นิคครับ คุณล่ะ?” ชายหนุ่มแนะนำตัว และเขาเองก็อยากที่จะรู้จักเธอบ้างเหมือนกันจึงได้เอ่ยถามกลับไป
“เกรซค่ะ เรียกพี่เกรซก็ได้” กุลนิภาเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย “ค่าเสียเวลาน่ะ พี่ขอแค่เราช่วยเป็นเพื่อนกับน้องสาวพี่ก็พอค่ะ”
ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากัน พลางมองสบตากับหญิงสาวผ่านกระจกไปด้วย
“แน่ใจเหรอครับ?” เขาถามขึ้นเสียงเบา แล้วหันมองออกไปนอกกระจกรถ ซึ่งมีหญิงสาวร่างบางยืนรออยู่ ซึ่งดูเหมือนว่าเธอกำลังรอเขา
“แน่ใจอะไรคะ? หรือนิคปิ๊งน้องสาวพี่ตั้งแต่แรกเห็นเหรอ” กุลนิภาแกล้งเอ่ยเย้าขึ้น แม้จะเพิ่งรู้จักกัน แต่เธอกลับรู้สึกเอ็นดูเด็กหนุ่มรุ่นน้องคนนี้พอสมควร
“ปะ เปล่าครับ ผม เอ่อ... เอาตามที่พี่ว่าก็ได้ครับ” คุณากรปฏิเสธเสียงดังด้วยท่าทีลนลาน
เขาไม่ได้ปิ๊งยัยจอมแก่นนั่นสักหน่อย ถ้าเขาสนใจยัยนั่น ป่านนี้คงไม่มัวมานั่งคุยกับเธออยู่อย่างนี้หรอก
เมื่อได้ยินเขาปฏิเสธแบบนั้น กุลนิภาก็หลุดยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดู ร่างเพรียวขยับเอี้ยวตัวเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ากลับมามองคนที่นั่งอยู่ด้านหลัง
“ถ้าอย่างนั้นก็ตั้งใจเรียนนะคะ” เอ่ยบอกกับชายหนุ่มเสียงนุ่มพร้อมด้วยส่งยิ้มหวานตบท้ายให้
ภาพนั้นทำเอาหัวใจดวงโตของคุณากรเต้นโครมครามจนเหมือนจะหลุดออกจากอกเสียให้ได้
ดูเหมือนวันแรกของการเปิดภาคเรียนจะไม่ได้แย่ไปเสียหมด อย่างน้อยก็ทำให้เขาได้เจอกับ ‘พี่คนสวย’ ล่ะนะ