ตอนที่ 2: แผนพังเพราะฝนหลงฤดู

1883 Words
แผนพังเพราะฝนหลงฤดู “มนุษย์เราอาจจะควบคุมทุกอย่างได้ด้วย Excel... ยกเว้นสภาพอากาศครับพิมมี่” เสียงทุ้มกวนประสาทของสายฟ้ายังคงหลอนอยู่ในหูของพิมมาดาตลอดทั้งคืน จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น พิมตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงฟ้าร้องครืนๆ ที่ทำเอาหัวใจของคนรักความเพอร์เฟกต์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอกระเด้งตัวขึ้นจากเตียง คว้าโทรศัพท์มือถือมาเปิดดูแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศทันที ‘โอกาสเกิดฝนตก: 80%’ “แปดสิบเปอร์เซ็นต์?! นี่มันเดือนเมษายนนะ! มันต้องร้อนตับแลบสิ ฝนจะมาตกอะไรตอนนี้!” พิมโวยวายกับหน้าจอโทรศัพท์ ขมับซ้ายเริ่มเต้นตุบๆ ตามตารางงานวันนี้ เธอต้องเข้าไปคุมทีมช่างเพื่อเซตโครงสร้างฉากหลังของเวทีจำลอง ณ โกดังริมแม่น้ำของสายฟ้า และที่สำคัญ... เธอนัด ‘ไฮโซน้ำหวาน’ มาตรวจดูความคืบหน้าหน้างานตอนบ่ายโมงตรงด้วย! พิมสลัดความหงุดหงิด รีบอาบน้ำแต่งตัว วันนี้เธอเปลี่ยนจากชุดสูททางการมาเป็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนเรียบร้อย กางเกงสแล็กสีดำ และรองเท้าคัตชูส้นแบน (เพราะเข็ดจากฝุ่นและทรายเมื่อวาน) แต่ยังคงคอนเซปต์ผมรวบตึงเป๊ะอย่างไร้ที่ติ เมื่อพิมมาถึงโกดังริมแม่น้ำตอนสิบโมงเช้า บรรยากาศรอบๆ ก็อึมครึมราวกับหนังระทึกขวัญ เมฆสีดำก้อนมหึมาลอยต่ำปกคลุมน่านฟ้าเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา ลมกระโชกแรงจนต้นกล้วยพัดโบกสะบัดสะเปะสะปะ ภายในโกดัง สายฟ้าในชุดเสื้อยืดสีเทาขะมุกขะมอมกับกางเกงขาสั้นสามส่วน กำลังยืนคุมคนงานสองคนให้ช่วยกันขยับนั่งร้านและเอาผ้าใบผืนยักษ์มาคลุมกองทรายอย่างกระฉับกระเฉง พอหันมาเห็นพิม เขาก็เลิกคิ้วสูงแล้วส่งยิ้มพิมพ์ใจให้ทันที “อรุณสวัสดิ์ครับท่านประธาน วันนี้มาในลุคพร้อมลุยนะเนี่ย แต่... ลืมเช็กกรมอุตุฯ มาหรือเปล่าครับ?” สายฟ้ายกมือทักทายพลางพยักพะเผยอไปทางท้องฟ้าด้านนอก “เช็กแล้วค่ะ! และต่อให้ฝนจะตกแปดสิบหรือร้อยเปอร์เซ็นต์ แผนงานของฉันก็ต้องรันต่อ” พิมเชิดหน้า เดินตรงไปที่พื้นที่โล่งฝั่งทิศตะวันตก (จุดที่เธอเคลมว่าจะตั้งเวที) ซึ่งตอนนี้มีคนงานของฝั่งเธอเริ่มเอาโครงเหล็กและไม้อัดสำหรับฉากหลังมารวมกันไว้แล้ว “ทีมช่างคะ! เริ่มประกอบโครงสร้างตามแบบในไอแพดได้เลยค่ะ เร่งมือหน่อยนะคะ บ่ายโมงลูกค้าจะเข้ามาดู” สายฟ้าเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงตามมาดู ขมวดคิ้วพลางมองโครงไม้อัดที่ยังไม่ได้ทำสีสลับกับท้องฟ้า “พิม... ผมว่าเบรกช่างของคุณไว้ก่อนดีกว่า ฝนหลงฤดูรอบนี้ดูท่าจะหนัก ลมแรงขนาดนี้ ถ้ายกโครงไม้อัดขึ้นตั้งตอนนี้ ลมมันจะหอบพัดปลิวตกแม่น้ำเอาได้นะ อีกอย่าง ไม้อัดเจอน้ำฝนเข้าไปมันจะบวมจนเสียรูปหมด” “ไม่ได้ค่ะสายฟ้า!” พิมหันขวับมาเผชิญหน้า “ถ้าไม่ตั้งโครงวันนี้ วันต่อไปตารางงานจะรวนไปหมด แถมนี่เป็นโอกาสเดียวที่ไฮโซน้ำหวานจะเข้ามาดู Layout จริง ถ้าเธอมาแล้วเห็นแค่กองไม้เปล่าๆ เธอต้องคิดว่าบริษัทฉันไม่มีประสิทธิภาพแน่ๆ นายอย่ามาขัดขาฉันเพราะขี้เกียจดีกว่า” สายฟ้าถอนหายใจยาว ยกรอยยิ้มยอมแพ้แต่แฝงความนัย “โอเคๆ ผมเตือนในฐานะคนอยู่หน้างานนะ... งั้นก็ตามใจคุณออร์กาไนเซอร์มือหนึ่งเลยครับ แต่อย่าหาว่าสายฟ้าคนนี้ไม่เตือนนะจ๊ะ” ชั่วโมงครึ่งผ่านไปอย่างทุลักทุเล ช่างของพิมเร่งมือประกอบโครงฉากหลังขนาดใหญ่ขึ้นมาสำเร็จ มันเป็นโครงไม้สูงสามเมตรที่ดูโอ่อ่า พิมยืนกอดอกมองด้วยความภาคภูมิใจพึงพอใจ ยืดอกข่มสายฟ้าที่กำลังนั่งกินมะม่วงน้ำปลาหวานอยู่บนลังไม้ห่างออกไป “เห็นไหมล่ะสายฟ้า? เป๊ะตามเวลาและเป๊ะตามเป้าหมายเป๊ะ!” พิมหันไปยิ้มเยาะ แต่ยังไม่ทันที่สายฟ้าจะกลืนมะม่วงลงคอ... เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว! พร้อมกับสายลมกระโชกแรงระลอกใหญ่ที่พัดทะลุเข้ามาในโกดังฝั่งที่ไม่มีผนัง ลมหมุนหอบเอาละอองน้ำฝนชุดแรกสาดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ฟู่!!! พรึ่บ! “ว้ายยย!” พิมกรีดร้องเสียงหลงเมื่อลมพายุซัดเข้าใส่ร่างจนแทบปลิว และสิ่งที่แย่กว่านั้นคือ... โครงฉากหลังไม้อัดสูงสามเมตรที่เพิ่งสร้างเสร็จ มันทำหน้าที่รับลมเหมือนใบเรือใบใหญ่ โครงไม้เริ่มเอนเอียงและส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด “เหย! หลบไปพิม!” เสียงสายฟ้าตะโกนลั่น ความชิลหายไปในพริบตา เขากระโจนจากลังไม้เข้ามารวบเอวพิมแล้วดึงเธอหลบออกด้านข้างอย่างรวดเร็ว ในวินาทีเดียกันนั้น โครงฉากหลังไม้อัดอันภาคภูมิใจของพิมก็ต้านแรงลมไม่ไหว ล้มตึงลงมากระแทกพื้นเสียงดัง โครม!!! หักเป็นสองท่อนต่อหน้าต่อตา เศษฝุ่นและละอองฝนฟุ้งกระจาย พิมยืนนิ่งหน้าซีดเผือดอยู่ในอ้อมแขนของสายฟ้า หัวใจเต้นระทึกด้วยความช็อก ทั้งช็อกที่ผลงานพังทลาย และช็อกที่หน้าของเธออยู่ห่างจากอกกว้างของแฟนเก่าไม่ถึงคืบ กลิ่นละอองฝนผสมกลิ่นตัวอันคุ้นเคยของเขาทำให้เธอสติกระเจิงไปชั่วขณะ “เป็นอะไรไหมพิม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” สายฟ้าก้มลงมอง คนตัวเล็กในอ้อมแขน ตาโตๆ ของเขาฉายแววเป็นห่วงอย่างจริงจังแบบที่พิมไม่ได้เห็นมานาน “ชะ... ฉันไม่เป็นไร ปล่อยได้แล้ว” พิมรีบผลักเขาออกเบาๆ แก้เก้อด้วยการจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แต่พอหันไปมองซากโครงไม้ที่หักพัง น้ำตาของความเครียดและกดดันก็แทบจะเอ่อคลอเบ้าตา “พังหมดเลย... แล้วอีกครึ่งชั่วโมงคุณน้ำหวานจะมาถึงแล้ว ฉันจะทำยังไงดี...” ความมั่นใจระดับร้อยของพิมทลายลงพร้อมกับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงภายนอกอาคาร เธอทรุดตัวลงนั่งบนตอไม้ใกล้ๆ อย่างหมดแรง ทฤษฎี Excel ทุกอย่างใช้ไม่ได้ผลเมื่อเจอธรรมชาติลงทัณฑ์ สายฟ้ามองผู้หญิงตรงหน้าที่พยายามทำตัวแข็งแกร่งตลอดเวลา เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กสะอาดๆ จากกระเป๋าเป้ของตัวเองแล้วยื่นให้เธอ “เช็ดหน้าเช็ดผมก่อนเถอะพิม ฝนสาดเปียกหมดแล้ว” สายฟ้านั่งยองๆ ลงตรงหน้าเธอ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้น ไม่มีแววประชดประชัน “แผนพังก็แค่ทำใหม่ครับ ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายซะหน่อย” “นายไม่เข้าใจหรอกสายฟ้า งานนี้มันสำคัญกับบริษัทฉันมาก ถ้าลูกค้าไม่ประทับใจ...” “ถ้างั้นก็ทำให้เขาประทับใจสิ” สายฟ้ายิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายฉลาดเฉลียว “จริงอยู่ว่าโครงไม้พัง แต่โครงสร้างสมองของผมกับคุณยังใช้งานได้ดีอยู่นะ” “หมายความว่าไง?” พิมเงยหน้าขึ้นมองหม่นๆ สายฟ้ายืดตัวขึ้น ชี้ไปที่ซากไม้อัดที่หัก “ในเมื่อตรงนี้ลมแรงและฝนสาด ทำไมเราไม่เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสล่ะ? โกดังฝั่งทิศเหนือมีผนังอิฐเก่าสไตล์ลอฟท์ที่เท่มาก และแสงตอนฝนตกแบบนี้มันให้โทน ‘Moody & Romantic’ สุดๆ เราย้าย Layout ชั่วคราวไปเซตตรงนั้น เอาไฟปิงปองในคลังของผมมาขึงสลับไปมา เอาต้นไม้กระถางมาวางหลบมุม... บูม! กลายเป็นฉากแต่งงานสไตล์ Cozy ในร่มที่เก๋ไม่ซ้ำใคร” พิมฟังแล้วดวงตาเริ่มเบิกกว้าง “แต่... ตารางเวลาบ่ายโมงล่ะ?” “ผมมีคนงานสองคน ช่างของคุณมีสามคน รวมผมกับคุณเป็นเจ็ดคน ช่วยกันลาก ช่วยกันจัด 20 นาทีก็เสร็จ! เชื่อใจ ‘หน้างาน’ ของผมสักครั้งเถอะพิมมี่” สายฟ้ายื่นมือเปื้อนฝุ่น (ที่คราวนี้พิมไม่รังเกียจแล้ว) มาตรงหน้าเธอ พิมมองมือนั้นสลับกับตาของเขา ความลังเลเกิดขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะยอมวางมือลงบนมือใหญ่ของเขา “ก็ได้! ถ้านายทำแผนนี้พังอีกคน ฉันจะหักเงินค่าเช่าสถานที่ของนายให้หมดเลย!” “รับทราบครับคุณผู้แทน!” สายฟ้าหัวเราะร่า และแล้ว ปฏิบัติการแก้ผ้าเอาหน้ารอดระดับชาติก็เริ่มต้นขึ้น! เจ็ดชีวิตช่วยกันวิ่งวุ่นย้ายของข้ามโกดังอย่างโกลาหล สายฟ้าแบกท่อนไม้ขึงไฟอย่างคล่องแคล่ว ส่วนพิมทำหน้าที่สั่งการ จัดวางตำแหน่งแจกันและเก้าอี้หลากสีให้เข้ามุมอย่างมีสไตล์ มุกตลกสถานการณ์เกิดขึ้นตลอดเวลาเมื่อช่างฝั่งพิมส่งค้อนให้ช่างฝั่งสายฟ้าผิดๆ ถูกๆ จนเกิดเสียงหัวเราะท่ามกลางเสียงฝน บ่ายโมงตรงเป๊ะ... รถตู้หรูของไฮโซน้ำหวานเลื่อนมาจอดหน้าโกดัง ฝนเริ่มซาลงพอดี ไฮโซน้ำหวานก้าวลงมาจากรถพร้อมร่มคันหรู เดินเข้ามาในโกดังด้วยสีหน้ากังวล “อุ๊ยตายแล้วคุณพิม ฝนตกหนักขนาดนี้ งานพรีเซนต์ของน้ำหวานล่มไหมคะเนี่ย...” ทว่า ทันทีที่ไฮโซน้ำหวานเดินผ่านประตูเข้ามา เธอก็ต้องอ้าปากค้าง... ภาพตรงหน้าคือผนังอิฐสีส้มสไตล์คลาสสิกที่มีหยดน้ำฝนเกาะตรงหน้าต่างกระจกด้านข้าง แสงไฟปิงปองสีส้มอบอุ่น (Golden Hour ของจริงที่ไม่ได้เกิดจากแดด) สะท้อนกับพื้นปูนเปลือยที่เปียกชื้นเล็กน้อย ให้ความรู้สึกโรแมนติก อบอุ่น และดู ‘ลักชูรีแบบอินดี้’ อย่างถึงที่สุด เก้าอี้ไม้จำลองถูกจัดวางอย่างมีจังหวะจะโคน “โอ้โห... คุณพิมคะ...” ไฮโซน้ำหวานอุทาน เสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น “มัน... มันเลิศมากค่ะ! น้ำหวานไม่เคยคิดเลยว่าโทนหน้าฝนในโกดังมันจะดูโรแมนติกอาร์ตๆ ขนาดนี้! นี่คุณพิมตั้งใจเซตธีมนี้เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนตกใช่ไหมคะ? มองการณ์ไกลสุดยอดเลยค่ะ!” พิมลอบกลืนน้ำลาย แอบเหลือบมองสายฟ้าที่ยืนพิงเสาอยู่ด้านหลัง ชายหนุ่มส่งวิงค์ (ขยิบตา) ให้เธอทีหนึ่งพร้อมกับอมยิ้มกวนๆ “ขอบคุณค่ะคุณน้ำหวาน” พิมยิ้มหวานตอบรับมืออาชีพ “พิมกับคุณสายฟ้าร่วมมือกันคิดแผนสำรองนี้ไว้ค่ะ เพราะสำหรับเรา... ความสุขของลูกค้าต้องเป๊ะในทุกสถานการณ์ค่ะ” หลังจากส่งไฮโซน้ำหวานกลับไปด้วยความประทับใจระดับสิบเต็มสิบ ความเงียบก็กลับเข้ามาปกคลุมโกดังอีกครั้ง เหลือเพียงพิมและสายฟ้าที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟปิงปองอบอุ่น พิมเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ก้มหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดเสียงอ้อมแอ้ม “เรื่องวันนี้... ขอบใจนายมากนะสายฟ้า ถ้าไม่ได้นาย งานฉันคงพังพินาศไปแล้วจริงๆ” สายฟ้ายิ้มละมุน ขยับหมวกแก๊ปเล็กน้อย “เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นเลี้ยงกาแฟร้านผมสักแก้วดีกว่าไหมครับพิมมี่? ถือว่าฉลองที่แผนสำรองของเรา... เป๊ะเวอร์” พิมเงยหน้าขึ้นมาค้อนขวับ แต่คราวนี้ที่มุมปากกลับมีรอยยิ้มบางๆ ซ่อนอยู่ “เออ! ก็ได้ แต่อย่าหวังว่าจะสั่งเมนูแพงๆ นะ!” สงครามประสาทวันที่สองจบลงด้วยชัยชนะของฝั่ง ‘หน้างาน’ แต่พิมรู้ดีว่า... หัวใจที่เคยปิดตายของเธอ เริ่มถูกสั่นคลอนด้วยความอินดี้ของแฟนเก่าคนนี้เข้าให้แล้ว!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD