วันหยุด ภาคินอยู่บ้าน คุณจิตราเมื่อเห็นว่าลูกชายไม่ได้ไปไหน จึงเสนอให้พาม่านฟ้าไปช็อปปิ้ง
" ไปเถอะลูก อีกไม่นานก็ต้องหมั้น ต้องแต่ง ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน พาน้องออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาด้วยกันจะได้สนิทกันเร็วๆไงลูก "
" จริงด้วยคุณพูดถูก "
คุณวราห์เห็นด้วยกับภรรยา ภาคินถอนหายใจหนักหน่วง
" ก็ได้ครับ "
ภาคินเดินขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว คุณจิตราจึงต่อสายโทรไปหาคุณอาคม
คุณเปมิกาที่นั่งฟังอยู่จึงถามขึ้นหลังจากที่สามีวางสายแล้ว
" จะไปไหนเหรอคะ "
" คุณจิตราบอกว่าเดี๋ยวภาคินจะมารับม่านฟ้าไปเดินช๊อปปิ้ง บอกให้ม่านฟ้าเตรียมตัว น้ำอิง "
" ค่ะคุณท่าน "
" ไปบอกคุณหนูของแก ให้อาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวภาคินจะมารับ "
" ค่ะ "
น้ำอิงวิ่งขึ้นไปด้านบน ส่วนเปมิกาเดินขึ้นไปที่ห้องลูกสาวตัวเอง
" ยัยป่าน ลุกๆ อาบน้ำแต่งตัว "
คุณเปมิกาดึงผ้าห่มออก นี่มัน 9 โมงแล้วลูกสาวเธอยังนอนจนตะวันส่องก้น สายป่านงัวเงียพูดขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
" อะไรคะคุณแม่ ป่านไม่มีธุระที่ไหน จะรีบตื่นทามมายอ่า "
" รีบสิ เพราะว่าตอนนี้ คุณอาคมบอกให้นังม่านฟ้ามันอาบน้ำแต่งตัว เพราะคุณภาคินเค้าจะมารับไปช็อปปิ้งน่ะสิ และตอนนี้เค้าก็กำลังมาด้วย "
ได้ผล พอพูดถึงภาคิน สายป่านตื่นเต็มตา หายงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง
" พี่ภาคินจะมารับนังม่านฟ้าไปเที่ยวเหรอคะ ทำไมไม่เป็นป่านอ่ะ "
สายป่านเริ่มงอแง เพราะไม่คิดว่าภาคินจะมารับม่านฟ้า ก็เขาเกลียดนังนั่นนี่
" ก็ผู้ใหญ่ฝั่งนู้นเค้าให้สองคนนั่นไปทำความรู้จักกันน่ะสิ "
" ไม่ได้นะ ป่านสู้ลงทุนลงแรงไปตั้งเยอะ อยู่ๆจะม่แย่งไม่ได้ "
เท่านั้นแหละ ไวปานฟ้าผ้า สายป่านลุกพรึ่บ อาบน้ำแต่งตัวและรีบลงมาสังเกตสถานการณ์ทันที
สายป่านเดินลงมาเห็นคุณอาคมนั่งดูหุ้นอยู่ คุณเปมิกาก็นั่งอยู่ด้วย เธอรีบเปิดทางให้ลูกสาวรีบเดินออกไปรอภาคินด้านนอกทันที โดยที่คุณอาคมก็ไม่ได้ซักถามอะไร
สายป่านมานั่งรอภาคินตรงสนามหน้าบ้าน รอจนภาคินมาถึง สายป่านทำเป็นนั่งอ่านหนังสือ
และทำทีเป็นพึ่งเห็นเขา
" พี่ภาคิน มาหาคุณลุงเหรอคะ "
ภาคินยิ้มอย่างเอ็นดู
" ครับ พอดีคุณแม่พี่บอกให้มารับม่านฟ้าไปช็อปปิ้งทานข้าวน่ะ น้องสายป่านกำลังทำอะไรอยู่คะ "
" ป่านกำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับหุ้นอยู่ค่ะ เพราะพอพี่ม่านฟ้าแต่งวานก็ต้องขึ้นบริหารแทนคุณลุง ป่านอยากช่วยคุณลุงกับพี่ม่านฟ้าทำงานค่ะ "
สายป่านยิ้ม แววตาใสซื่อ ภาคินยิ้มตอบรู้สึกว่าสายป่านเป็นผู้หญิงที่น่ารัก และจิตใจดี เขาอดที่จะมองอย่างชื่นชมไม่ได้
" พี่ม่านฟ้าน่าจะพึ่งตื่นนะคะ รายนั้นตื่นสายค่ะ เพราะอยู่ต่างประเทศคนเดียว เลยอยากทำอะไรก็ได้ แต่พอมาอยู่บ้านก็ยังไม่เปลี่ยน เหมือนเดิม แต่คิดว่าน่าจะแต่งตัวเสร็จแล้วล่ะค่ะ ดีจังวันหยุดมีคนพาไปเที่ยวด้วย "
สายป่านทำสีหน้าเศร้า พูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
" น้องป่านไม่ค่อยได้เที่ยวเหรอ "
" ไม่ค่ะ ป่านเป็นแค่เด็กอาศัยคุณลุง ป่านไม่กล้าเรียกร้องอะไร แค่คุณลุงกับพี่ม่านฟ้าให้ป่านอยู่ที่นี่ก็เป็นพระคุณมากแล้ว "
" งั้นเดี๋ยวพี่พาไป "
สายป่านลอบยิ้ม แผนลงล็อคอีกแล้ว
" จะดีเหรอคะ คุณลุงให้พี่ภาคินไปกับพี่ม่านฟ้านะคะ ป่านไปจะไปเป็นก้ทงขวางคอเอานะคะ คุณลุงจะโกรธเอา "
" ไม่โกรธหรอก เดี๋ยวพี่พูดเอง "
พูดจบภาคินก็เดินนำสายป่านเข้าบ้าน พบคุณอาคมนั่งอยู่กับคุณเปมิกา
" อ้าวมาแล้วเรอะ มาๆ นั่งก่อน ม่านฟ้ากำลังแต่งตัว "
ภาคินนั่งลงตรงเบาะโซฟาข้างคุณอาคม ยิ้มอย่างมีมารยาท
" ผมขออนุญาตพาน้องป่านไปด้วยได้มั้ยครับ "
ทำเอาคุณเปมิกามองหน้าลูกสาวแล้วยิ้ม
" จะดีเหรอคะ คุณภาคิ มันจะน่าเกลียดมั้ยคะ "
คุณเปมิกาทำทีถามขึ้นสีหน้าจริงจัง
" ไม่น่าเกลียดเลยครับ ยังไงสายป่านก็เป็นเหมือนน้องสาวผมคนหนึ่ง "
ภาคินรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่เขาไม่รู้เลยว่า สายป่านไม่ได้คิดแบบนั้น
" ก็ตามใจ "
คุณอาคมจะว่าอะไรได้ ในเมื่อภาคินมาขออนุญาตให้เลย
จนกระทั่งม่านฟ้าลงมา
" เสร็จแล้วค่ะ ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ "
" เสร็จแล้วเราไปกันเถอะ "
ภาคินลุกขึ้นยืนค้อมหัวให้ผู้ใหญ่อย่างสุภาพ ก่อนจะเดินนำออกไป โดยมีสายป่านเดินตามภาคินไปติดๆ ม่านฟ้างง ว่าสายป่านจะไปไหน จนเธอเดินมาถึงรถของชายหนุ่ม ม่านฟ้าจึงได้รู้เพราะสายป่านเดินไปนั่งข้างคนขับ โดยที่ภาคินไม่ว่าอะไรเลย ม่านฟ้าจึงเดินไปนั่งด้านหลัง
" ทีหลังตื่นให้มันเช้าๆ อย่าคิดว่าไปอยู่ที่บ้านฉัน จะตื่นตอนไหนก็ได้นะ "
ม่านฟ้าออกจะงง เพราะเธอตื่นมาตั้งแต่ตี 4 เธอนั่งอ่านรายงานของบริษัทที่ผู้เป็นพ่อเอามาให้เธออ่านเพื่อทำความเข้าใจ ม่านฟ้าไม่พูดอะไร เพราะขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด
" ค่ะ "
สายป่านหันมายิ้มเบะปากให้ม่านฟ้า แต่เธอไม่ได้สนใจ เพราะปกติลับหลังพ่อ สายป่านก็มักมองเธอแบบนี้อยู่แล้ว
" ทำไมไม่มากันสองคนคะ ให้ฉันมาทำไม "
ภาคินถอนหายใจอย่างแรง
" เธอโง่หรืออะไร ผู้ใหญ่เค้าให้เรามาทำความรู้จักกันในฐานะคู่หมั้น ฉันชวนสายป่านมาเพราะเห็นว่าเค้าไม่ค่อยได้เที่ยว ถ้าเธอไม่มา ผู้ใหญ่เค้าจะว่าเอาได้ ทำไม เรื่องแค่นี้เองเธอก็มีปัญหาแล้วเหรอ "
" ไม่มีค่ะ "
นั่นแหละ ทุกอย่างจึงเงียบลง คงมีเพียงเสียงคุยเสียงหัวเราะกันอย่างสนิทสนมของคนที่นั่งอยู่ข้างหน้า
ตลอดทาง คนข้างหน้านั่งคุยกัน หัวร่อต่อกระซิกกัน เหมือนว่ามากันแค่สองคน ม่านฟ้าต้องอดทนนั่งอยู่ตรงนั้นเหมือนคนไม่มีตัวตน
จนกระทั่งถึงห้าง ทั้งสองคนก็ลงจากรถโดยไม่รอม่านฟ้า เธอต้องรีบสาวเท้าเดินให้ทันสองคนนั่น
สายป่านพากันเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้เป็นว่าเล่น ดูแล้วภาคินน่าจะตามใจสายป่านมากกว่า เพราะเป็นสายป่านที่ดึงภาคินไป แล้วเขาก็เออออห่อหมกตามไปด้วยความความเต็มใจ และทุกๆร้านที่ส่ายป่านเข้า เธออยากได้อะไรอยากซื้ออะไรภาคินก็จะซื้อให้ และส่งมาให้ม่านฟ้า
" ถือให้หน่อยนะ นะนะ พี่ม่านฟ้า "
" มันเยอะนะ พี่ถือไม่ไหวหรอก "
" แค่นี้ก็ถือไม่ไหวแล้ว คงจะสุขสบายจนเคยตัว ได้ข่าวว่าตอนอยู่ต่างประเทศพี่เลี้ยงทำให้ทุกอย่างเลยเหรอ "
ม่านฟ้างง ไปเอามาจากไหนกัน เธอกับพี่น้ำอิงอยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง ม่านฟ้าไม่เคยปล่อยให้น้ำอิงทำอะไรให้ทุกอย่างหรอก ยกเว้นเวลามีเรียนหนักๆนั่นแหละ น้ำอิงถึงจะทำให้ทุกอย่างจริงๆ แต่ดูๆแล้วพูดไป ก็คงไม่มีใครฟังเหมือนเดิม ม่านฟ้าจึงไม่พูด และรับถุงของที่ซื้อมาถือแต่โดยดี
สายป่านยิ้ม ทำเป็นพูดจาดีกับม่านฟ้าขึ้นมา
" ขอบคุณนะคะ พี่ภาคินเราไปดูร้านนั้นกันดีกว่าค่ะ "
สายป่านดึงภาคินเข้าไปในร้านเสื้อผ้า ยื่นชุดโป๊ะๆแหว่งๆให้ม่านฟ้า แล้วยิ้ม
" ชุดนี้น่าจะถูกใจพี่ม่านฟ้านะคะ ตอนอยู่ต่างประเทศ ป่านเห็นพี่แอบใส่บ่อยๆ "
" พี่ไม่เคยใส่ชุดแบบนี้ซะหน่อย "
ม่านฟ้าพยายามจะแย้ง แต่ดูแล้วก็ไม่เป็นผลอีกตามเคยเมื่อเห็นภาคินมองด้วยสายตาดูถูก
ประโยชน์อะไรที่จะพยายามอธิบายตัวตนให้คนที่ตัดสินเธอไปแล้วฟังล่ะ เสียเวลา ...
" ชุดดีดีมีไม่ใส่ คงจะเที่ยวกลางคืนบ่อยสินะ ทุเรศจริงๆ "
สายป่านยิ้มเยาะใส่ตาม่านฟ้า แล้วเดินตามภาคินออกไป
หลังจากเดินมาหลายชั่วโมง สายป่านจึงทำทีอ้อนภาคินให้พาไปกินอาหารอิตาลี่
" น้องป่านอยากทานก็เอาสิครับ "
ม่านฟ้าที่ไม่ชอบทานอาหารอิตาลี่ยืนรออยู่ข้างนอก ภาคินมองมาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะถามออกมาห้วนๆ
" ไม่กิน ? "
" ไม่ค่ะ ฉันไม่ชอบอาหารอิตาลี่ "
ภาคินคิดว่าม่านฟ้ากำลังพยศ จึงค่อนขอดขึ้นมา
" เรื่องมาก ไม่กินก็ตามใจ "
ขนาดคนไม่มีปากมีเสียงยังโดนแล้วโดนอีก ม่านฟ้าคิดอย่างเหนื่อยหน่าย
หลังทานอาหารเสร็จจึงได้กลับบ้าน ม่านฟ้าถือของไปไว้หลังรถคนเดียวอย่างทุลักทุเล โดยที่สองคนนั่นนั่งรออยูในรถ สายป่านมองแล้วยิ้มเยาะสะใจ
จากนั้นรถเคลื่อนตัวกลับไปที่คฤหาสถ์วารีรัตนโชติ ม่านฟ้ากำลังจะลงไปขนของหลังรถ แต่สายป่านห้ามไว้
" ไม่ต้อง ไม่ต้องค่ะพี่ม่านฟ้า เอาวางไว้ตรงนี้ก่อนค่ะ เดี๋ยวให้เด็กมาถือ พี่ม่านฟ้าเข้าบ้านไปก่อนเถอะ "
ม่านฟ้าไม่คิดอะไรจึงเดินเข้าบ้านไปตัวเปล่า เพราะเธอทั้งเหนื่อยทั้งหิวมาก จากนั้นสายป่านจึงหันไปร่ำลาภาคิน
" พี่ภาคินกลับเถอะค่ะ เหนื่อยมาทั้งวัน ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่อุตส่าห์พาป่านไปช็อปปิ้ง "
" ยินดีครับ ฝากลาคุณลุงคุณป้าด้วยนะครับ "
" ได้ค่ะ "
ภาคินขับรถออกไปแล้ว สายป่านจึงถือถุงทั้งหมดเข้าบ้านเอง
เมื่อเข้ามา เจอคุณอาคมกับแม่ของเธอนั่งอยู่ คุณอาคมแปลกใจที่สายป่านถือของมาเยอะแยะ แต่ม่านฟ้ากลับไม่มี สอบถามม่านฟ้าเธอบอกว่าไม่ได้ซื้ออะไร
" ถืออะไรมาเยอะแยะลูก "
คุณเปมิกาถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นลูกถือของมาพะรุงพะรัง
" ของพี่ม่านฟ้าทั้งหมดเลยค่ะคุณแม่ "
" อะไรนะ หมดนี่เลยเหรอ "
คุณอาคมตกใจเล็กน้อย
" ค่ะ พี่ม่านฟ้าให้ป่านถือ บอกว่าเป็นผู้อาศัย มาแล้วก็รู้จักทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อย "
" ม่านฟ้าพูดแบบนั้นเหรอ "
คุณอาคมถามขึ้น รู้สึกไม่ชอบใจนิสัยลูกสาวตัวเองเลย
" ไม่เป็นไรนะ หนูไม่ต้องถือแล้ว เดี๋ยวให้เด็กถือขึ้นไป น้ำอิง น้ำอิง "
" ขาคุณท่าน "
" เอาของพวกนี้ขึ้นไปให้ม่านฟ้าบนห้อง "
" นี่ ของคุณหนูเหรอคะ "
" ก็ใช่น่ะสิ เป็นคนฟุ่มเฟือยตั้งแต่เมื่อไหร่ เด็กคนนี้ "
คุณอาคมพูดอย่างหงุดหงิดและส่ายหน้า
น้ำอิงมองอย่างแปลกใจ ปกติเจ้านายของเธอไม่ใช่คนฟุ่มเฟือย แล้วของพวกนี้ก็เป็นของแบรนด์เนม เจ้านายเธอไม่เคยใช้ด้วยซ้ำ ถ้าบอกว่าเป็นของยัยลูกเลี้ยงจะน่าเชื่อกว่า แต่ในฐานะพี่เลี้ยง เธอพูดอะไรไม่ได้เลยนอกจากก้มหน้ารับคำสั่ง
" ลุงขอโทษนะที่ม่านฟ้าทำแบบนี้กับหนู เอาไว้ลุงจะสั่งสอนม่านฟ้าเองนะ หนูไม่ต้องเสียใจไป ปกติม่านฟ้าเป็นเด็กดีนะ ตั้งแต่แม่แกเสีย ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป "
" ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณลุง ป่านเข้าใจ และป่านก็เจียมตัวที่สุด "
คุณอาคมมองอย่างเอ็นดู คุณเปมิกายิ้มหวาน สายป่านยิ้มร้าย