บทที่ 12 - 2/2

1232 Words
ชลชาติ นักแสดงนำชายจากละครเรื่องเดียวกัน ยืนรออยู่ตรงประตูรถ เขาก้าวเข้ามาหาเธออย่างสุภาพก่อนยื่นแขนไปตรงหน้าให้อันอันได้คล้องแขน ทั้งคู่จึงค่อย ๆ เดินเคียงกันไปตามพรมแดงที่ทอดยาวสู่แบ็กดรอปสำหรับการถ่ายภาพหน้างาน ทันทีที่ทั้งสองก้าวเดิน แฟลชจากกล้องสื่อมวลชนก็สาดใส่รัว ๆ แสงระยิบระยับสะท้อนบนชุดราตรีของอันอันและสูทสีเข้มของชลชาติราวกับกำลังประกายท่ามกลางเวทีเฉิดฉาย ชลชาติและอันอันกลายเป็นคู่ขวัญที่กำลังได้รับความนิยม ด้วยกระแสตอบรับจากละครที่ทั้งคู่ร่วมแสดง แต่ถึงอย่างนั้น ความต่างของวัยและภาพลักษณ์ที่ดูสุขุมของชลชาติ ทำให้แฟน ๆ ไม่ได้จับจิ้นทั้งคู่มากเท่ากับกระแส “คู่จิ้นชาคริต–อันอัน” ที่ยังคงแรงดีไม่มีตกและหล่อเลี้ยงความนิยมมาต่อเนื่องเกือบสองปีแล้ว เมื่อการถ่ายภาพที่หน้าแบ็กดรอปสิ้นสุดลง ทีมงานเชิญทั้งคู่ให้เลื่อนออกจากจุดถ่ายรูปเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักแสดงชุดถัดไป อันอันผ่อนลมหายใจเบา ๆ หลังผ่านเสียงชัตเตอร์รัว ๆ มาหลายนาที ขณะกำลังจะก้าวลงจากพรมแดง ดวงตาของเธอก็เหลือบไปเห็นอีกคู่หนึ่งที่กำลังก้าวขึ้นมา อัญชัน นักแสดงหญิงตัวท็อปที่ยังคงครองความนิยมมาหลายปี นับตั้งแต่ละครที่เธอเล่นคู่กับภูผาเมื่อหลายปีก่อนส่งให้ชื่อของเธอขึ้นสู่แถวหน้า เธอเองก็รู้ดีว่าอันอันคือคู่แข่งสำคัญคนหนึ่งที่กำลังมาแรงในวงการ คืนนี้ อัญชันยืนเคียงข้างชาคริต นักแสดงหนุ่มที่เป็นคู่จิ้นสุดฮอตซึ่งแฟน ๆ ต่างจับตามอง การปรากฏตัวของทั้งคู่ทำให้แสงแฟลชรอบตัวระยิบระยับราวกับถูกดึงดูดให้ส่องมาที่พวกเขาอย่างไม่อาจละสายตาได้ อัญชันปรายตามาเพียงเสี้ยววินาทีพร้อมรอยยิ้มบางที่ดูสุภาพแต่แฝงนัยบางอย่างไว้ในที ส่วนชาคริตก็หันมามองอันอันก่อนจะกลับไปโพสท่าถ่ายรูปเคียงข้างอัญชันอย่างเป็นงานเป็นการ อันอันเพียงพยักหน้าและยิ้มเล็กน้อยให้ทั้งคู่เป็นการทักทายตามมารยาท เธอไม่ได้ใส่ใจกับบรรยากาศตึงเงียบที่ลอยอยู่ตรงนั้นเท่าไรนัก เพราะตอนนี้ความคิดของเธอมุ่งไปที่อีกเรื่องหนึ่งมากกว่า การเตรียมตัวขึ้นร้องเพลงเปิดงานในค่ำคืนนี้ ความตื่นเต้นเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อทีมงานเดินเข้ามาเชิญเธอให้ไปยังโซนหลังเวที เตรียมเข้าสู่ช่วงสำคัญของค่ำคืนที่รออยู่เบื้องหน้า … ชายหนุ่มนั่งเอนหลังบนโซฟาอย่างผ่อนคลาย มือหนึ่งถือแก้วม็อกเทลสีฟ้าอ่อน อีกมือหยิบของขบเคี้ยวทานไปเรื่อย ๆ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังแท็บเล็ตที่กำลังถ่ายทอดงานประกาศรางวัลนักแสดงประจำปี ข้างกายมีตุ๊กตาเพนกวินตัวโปรดวางอยู่เหมือนเป็นเพื่อนดูรายการด้วยกัน ภูผาฟังเสียงร้องของอันอันอย่างตั้งใจ เสียงที่เขาคุ้นเคยมานานแสนนาน เสียงเดียวกับวันที่เธอร้องเพลงประกอบละครที่เขาเป็นคนแต่งให้เมื่อสองสามปีก่อน ทำนองนั้นยังฟังดูอบอุ่นเหมือนเดิม แต่เสียงของเธอดูมั่นใจและทรงพลังขึ้นจนเขาอดยิ้มตามไม่ได้ ชายหนุ่มเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศหลังเรียนจบปริญญาโทได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ และเขาก็รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่กลับมาทันเห็นเธอบนเวทีคืนนี้ อันอันดูโตขึ้นมากในสายตาของเขา ไม่ใช่แค่ทักษะการร้องหรือการแสดงที่พัฒนา หากแต่เป็นประกายบางอย่างที่เธอมี...ประกายที่ดูชัดเจนขึ้นทุกปี คืนนี้…เธอกำลังเปล่งประกายยิ่งกว่าที่เขาเคยเห็นมาตลอด หลังจากอันอันร้องเพลงจบลง เสียงปรบมือในงานยังคงดังอยู่ในแท็บเล็ต ทว่าเสียงหนึ่งกลับแย่งความสนใจของชายหนุ่มไปก่อน...เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัวสั่นขึ้นเบา ๆ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนกดรับสาย “ว่าไงครับพี่โชค สบายดีนะครับ” ซันทักทายด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและเป็นกันเองตามแบบของเขา ปลายสายหัวเราะเบา ๆ “ซัน นายกลับมาแล้วใช่ไหม พี่เพิ่งเห็นสายกับข้อความที่นายฝากไว้” “ครับพี่ กลับมาได้ประมาณสัปดาห์หนึ่งแล้ว พอดีต้องเคลียร์หลายเรื่องให้เรียบร้อยก่อน เลยเพิ่งได้ติดต่อพี่โชคนี่แหละครับ” “โอ้โห…นายกลับมาไทยแล้ว พี่ดีใจจริง ๆ เลยนะ จะให้พี่ไปหาที่คอนโดมั้ย?” ซันยิ้มบาง ๆ พลางเหลือบมองแก้วม็อกเทลสีฟ้าที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเล็กข้างโซฟา “ได้เลยครับพี่ ผมเพิ่งกลับเข้าห้องเมื่อกี้นี้เอง วันนี้ไปเดินเป็นเพื่อนพ่อกับแม่ซื้อของทั้งวัน ขาลากจนแทบเดินไม่ไหวแล้วเนี่ย” ปลายสายหัวเราะอย่างเอ็นดู ราวกับคุ้นชินกับนิสัยอบอุ่นแต่บ่นเก่งของเขาเป็นอย่างดี ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นหน้าห้อง ซันลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรู้เวลา เขารู้ดีว่าพี่โชคมาถึงเร็วกว่าที่บ่นเสมอ แม้จะอ้างว่ารถติดแค่ไหนก็ตาม พี่โชคสามารถเข้าออกคอนโดของภูผาได้ตามสบาย เพราะเขาให้คีย์การ์ดไว้สำหรับผ่าน รปภ. และแตะเข้าลิฟต์ เป็นความไว้ใจที่มีให้ผู้จัดการส่วนตัว ซึ่งสนิทกันจนคล้ายญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง เมื่อประตูเปิดออก ชายหนุ่มก็ยิ้มทัก “มาเร็วเหมือนเดิมเลยครับพี่” พี่โชคยักไหล่พลางยื่นถุงอาหารให้ “เร็วที่ไหนกัน รถติดเป็นบ้า วันนี้งานแจกรางวัลไง คนออกกันให้พรึ่บไม่รู้มาจากไหนกันนักหนา เอ้า นี่ พี่เอาเกี๊ยวร้านน้องอันมาฝาก เผื่อคิดถึงอยากกิน” ภูผาชะงักไปนิดก่อนยิ้มจาง ๆ รับถุงอาหารมา “ขอบคุณครับพี่ ผมกะว่าจะไปทานที่ร้านพรุ่งนี้อยู่พอดี โชคดีเลย” พี่โชคหัวเราะหึ ๆ ตามสไตล์ “ฮ่า ๆ จริง ๆ น้องอันฝากมาให้พี่ต่างหาก เจ๊หวานฝากต่อมาอีกที พี่ไปส่งน้องเบลเข้างานแล้วแวะเจอเจ๊หวานก่อนออกมา” ภูผาเลิกคิ้ว ล้มตัวลงนั่งบนโซฟาอีกครั้ง “แล้วพี่มาหาผมแบบนี้ ใครจะรอรับน้องเบลล่ะครับ?” “ไม่เป็นไร พี่มีผู้ช่วยใหม่แล้ว ให้รอรับแทนได้สบาย” พี่โชควางของและนั่งลงอย่างคุ้นเคย “น้องเบลที่พี่ดูแลอยู่ เป็นยังไงบ้างครับ?” ซันถามอย่างสุภาพ “ก็หน่วยก้านดีนะ แสดงเก่ง ยิ้มเก่ง นิสัยร่าเริง ละครที่เล่นก็กำลังได้กระแสด้วย” พี่โชคว่าพลางเปิดฝาถุงอาหารสำรวจ “ยิ่งได้เล่นเรื่องเดียวกับน้องอัน ยิ่งดังเข้าไปใหญ่ ดีไปอีก โชคช่วยว่างั้นเถอะ” ซันหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มฟังอบอุ่น แต่ไม่มีใครรู้ ว่านาทีนั้น เขากำลังคิดถึงใครอยู่จริง ๆ ...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD