อันอันเพิ่งถ่ายฉากอารมณ์เสร็จและกำลังนั่งพักในรถตู้
เจ๊หวานที่นั่งไถฟีดข่าวอยู่ข้าง ๆ ก็ร้องเสียงหลงจนช่างแต่งหน้าสะดุ้ง
“อ๊ายยยยย! อะไรเนี่ย น้องซันสุดที่รักของเจ๊จะไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว!”
เจ๊หวานยื่นมือถือมาให้อันอันดูรูปและหัวข้อข่าว
เพียงแค่เห็นประโยคแรก หัวใจของอันอันก็เหมือนถูกบีบเบา ๆ
“ภูผาประกาศพักงาน เตรียมไปเรียนต่อต่างประเทศ”
เจ๊หวานอ่านข่าวออกมาดัง ๆ ทีละบรรทัด
แต่เหมือนทุกคำที่พูด กลับก้องสะท้อนในหัวของอันอันเอง
เธอรู้สึกแปลบในอกวูบหนึ่ง
เขา…กำลังจะอยู่กันคนละทวีปกับเธอแล้วสินะ
สายตาหญิงสาวค่อย ๆ เลื่อนออกไปนอกหน้าต่างรถ
มองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสีไปตามเวลา
เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าควรดีใจกับเส้นทางใหม่ที่กำลังเปิดให้เขา
หรือเสียใจกับความจริงที่ว่าชีวิตของทั้งคู่…กำลังเดินแยกห่างกันออกไปมากขึ้น
ระหว่างนั้น เจ๊หวานกดโทรหา “โชค” ทันที
“นี่! ตาโชค! น้องซันจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ทำไมไม่บอกฉันสักคำ ห๊า!”
เจ๊หวานแหวใส่จนลั่นรถ
ไม่นานนัก น้ำเสียงเธอก็เปลี่ยนเป็นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“อืม ๆ ไม่ต้องเสียใจไปนะ น้องเขาไปสร้างอนาคตที่ดี เจ๊เข้าใจจ้ะ…”
และเพียงพริบตาเดียว อารมณ์ก็สลับกลับอีกครั้ง
“แล้วระหว่างนี้ นายจะทำงานอะไรล่ะ? ซันจะไปเมืองนอกแล้วนะ!”
โชคตอบอะไรบางอย่างทางสายจนเจ๊หวานเงียบไปพักหนึ่ง
ก่อนเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นโทนอบอุ่นอย่างกับเป็นคนละคน
“อืม… ดีแล้วล่ะ นึกว่าบริษัทจะไม่ให้นายดูแลใครต่อซะอีก ยังดีที่ได้ศิลปินน้องใหม่… เออ ๆ เจ๊ยินดีด้วยนะ”
อันอันนั่งฟังด้วยรอยยิ้มจืด ๆ
แอบคิดว่าเจ๊หวานนี่เก่งที่สุดในโลกเรื่องเปลี่ยนอารมณ์ในสามวินาที
แต่หัวใจเธอกลับหนักขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้ยินประโยคถัดไป
“น้องซันจะเดินทางคืนนี้แล้วล่ะ ตาโชคอยู่ส่งน้องที่สนามบินด้วย เจ๊ไม่ได้ไปส่งเลย…”
อันอันนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบคำใด
เธอเพียงมองออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงทีละน้อย
เหมือนท้องฟ้ารู้ว่าใครบางคนกำลังจะบินจากไป
เธอหลับตาเบา ๆ
และในใจเอ่ยคำที่ไม่มีวันถูกส่งไปถึงปลายทาง
‘ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ…พี่ซัน’
คำอำลาที่เธอพูดได้แค่ในหัวใจ
ให้กับคนที่กำลังบินออกไปไกล…จนเกือบสุดขอบฟ้า
...
หลายเดือนผ่านไป ละครเรื่องใหม่ที่อันอันแสดงก็ออกอากาศตอนแรก
และเพียงไม่กี่วัน กระแสตอบรับก็แรงจนทีมงานแทบตั้งตัวไม่ทัน
คอมเมนต์มากมายหลั่งไหลเข้ามาแบบไม่หยุดพัก
“นางเอกเล่นดีมาก!”
“อารมณ์เป๊ะทุกซีน!”
“ฉากบู๊คือสุดยอด ทั้งเล่นจริงทั้งอินจริง!”
“หน้าใหม่ไฟแรงแบบนี้…อนาคตของวงการชัด ๆ”
ยอดผู้ติดตามบัญชีโซเชียลของอันอันเพิ่มขึ้นแบบพุ่งทะยาน
ส่วนร้านเกี๊ยวของครอบครัวก็มีลูกค้ามาถ่ายรูป “ตามรอยนางเอก” ไม่เว้นวัน
จนป๊ากับแม่ยิ้มแก้มปริแบบหยุดไม่ได้
ละครของอันอันขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งต่อเนื่องยาวนาน
นานจนไม่มีละครเรื่องไหนเคยทำได้มาก่อน
เพราะเนื้อหาที่สะท้อนสังคม เข้มข้น และเข้าถึงผู้ชม
ประกอบกับเพลงประกอบละครที่เพราะจับใจจนฮิตติดเทรนด์ไม่แพ้กัน
โดยเฉพาะเพลง ‘เธอผู้เปล่งประกาย’
เพลงช้าอบอุ่นที่อันอันร้องเอง
กลับได้รับความนิยมแซงเพลงหลักของละครเสียอีก
จนกระทั่งถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล
“เพลงประกอบละครยอดนิยมประจำปี”
ชื่อของอันอันดังขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่
และเธอก็เปล่งประกาย…สมกับชื่อเพลงทุกประการ
ในขณะเดียวกัน เมื่อกระแสละครของอันอันพุ่งแรงต่อเนื่อง
กระแส “คู่จิ้นพระนาง” ก็ยิ่งแรงตามไปด้วยแบบหยุดไม่อยู่
สื่อต่าง ๆ พากันตามติดชีวิตของพระเอกนางเอกนอกจอ
จนทำให้อันอันเริ่มรู้สึกว่าพื้นที่ส่วนตัวของเธอค่อย ๆ หดหายไปทุกที
ชาคริต หรือคริส พระเอกของละคร มักแวะมาทานเกี๊ยวที่ร้านครอบครัวของอันอันเป็นประจำ
จะว่าเป็นลูกค้าขาประจำก็ใช่
จะว่าเป็นคนแอบมีใจ…ก็ไม่รู้
แต่ที่รู้แน่ ๆ คือ เหล่าชิปเปอร์เห็นแล้วแทบจะวิ่งไปจองการ์ดงานแต่งให้เสร็จสรรพ
กระแสความฟินท่วมโซเชียลไม่เว้นวัน
“โอ๊ยย คู่นี้ตัวจริงแน่! คริสไม่เคยลงรูปคู่กับดาราคนอื่นเลยนะ มีแต่อันอันนี่แหละ!”
“ดูสิ เสื้อสีเดียวกันอีก! นี่มันชุดคู่รักชัด ๆ เขาต้องคุยกันแน่ ๆ ว่าวันนี้จะใส่สีอะไร!”
“กรี๊ดดด สร้อยข้อมือนั่น! อันอันใส่เหมือนของคริสเลยอ่ะ ของมันต้องคู่กันแล้วมั้ย!”
ไม่ว่าจะลงรูปกองถ่าย รูปกินข้าว หรือรูปเดินผ่านกันเฉย ๆ
เหล่าชิปเปอร์ก็พร้อมจะแคปจอแล้วตีความจนกลายเป็นมหากาพย์รักลับ ๆ ของพระนางได้ในพริบตา
อันอันเห็นข่าวก็ได้แต่อมยิ้มปนปวดหัว
เพราะเธอรู้ดีว่า…หลายอย่างมันไม่ใช่อย่างที่แฟนคลับหลายคนคิด
แต่กระแสคู่จิ้นก็แรงเสียจนปฏิเสธอะไรก็ดูเหมือนจะยิ่งเติมไฟให้แฟน ๆ แค่เธอหายใจผิดจังหวะใกล้คริส ก็มีคนพร้อมตะโกนว่า
“โอ๊ยยย เขินแทนแล้วเนี่ย!”
อันอันทำได้เพียงถอนหายใจเบา ๆ
เพราะยิ่งละครดัง กระแสคู่จิ้นก็ยิ่งดังตาม
และโลกของเธอก็ยิ่งวุ่นวายขึ้นทุกวัน…