ทุกครั้งที่อันอันกลับจากกองถ่าย ก็มักจะมีเสียงบ่นจากป๊าหรือแม่ตามมาเป็นประจำ เพราะบนตัวเธอมักมีรอยถลอกนิด ๆ หน่อย ๆ ให้เห็นตลอด
ตรงแขนบ้าง ตรงเข่าบ้าง จนบางวันป๊าถึงกับทำสีหน้าตกใจเหมือนคนจะเป็นลมเมื่อเห็นแผลต่าง ๆ ของลูกสาวสุดที่รัก
แม้อันอันจะพยายามป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่ และทางกองถ่ายก็จัดอุปกรณ์ป้องกันให้ในฉากบู๊อยู่เสมอ แต่เหตุสุดวิสัยก็ยังเกิดขึ้นได้
เพราะบทในเรื่องนี้ เธอต้องรับบทเป็นตำรวจหญิงที่ต้องเข้าฉากต่อสู้ จับผู้ร้าย ไล่ล่าแบบจัดเต็ม
แต่ถึงจะเจ็บตัวบ้าง…อันอันกลับรู้สึกภูมิใจมากกว่าเจ็บ
เพราะนี่คือบทที่ทำให้เธอได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ทั้งการถ่ายทอดอารมณ์หลากหลาย...เศร้า เสียใจ ดีใจ ตกใจ หรือแปลกประหลาดใจ...ไปจนถึงการได้ใช้ทักษะการต่อสู้ที่เธอฝึกมาอย่างจริงจัง
จริง ๆ แล้ว ป๊ากับแม่เคยให้อันอันเรียนเทควันโดตั้งแต่เด็กเพื่อใช้ป้องกันตัวเอง
รวมกับความที่เธอเป็นคนชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิม จึงทำให้อันอันมีความคล่องตัวสูง เคลื่อนไหวฉากบู๊ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติจนทีมงานยังชม
แม้ขากลับบ้านจะมีเสียงบ่นรออยู่แทบทุกวัน…
แต่อันอันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า มันคุ้มค่าจริง ๆ ที่ได้ทำสิ่งที่รักและเห็นตัวเองก้าวหน้าในทุก ๆ ฉาก
เย็นวันหนึ่ง อันอันได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติ เพราะทางกองถ่ายต้องการถ่ายฉากของพระเอกเป็นหลัก เจ๊หวานจึงถือโอกาสแวะร้านเกี๊ยวของบ้านอันอัน เพื่อคุยธุระเรื่องเพลงประกอบละครไปด้วย
“ทางผู้จัดฯ เขาเคยฟังเพลงที่อันร้องแล้วนะ เขาชอบมากเลย”
เจ๊หวานพูดพลางยิ้มหวานละมุนอย่างภาคภูมิใจ
“เช้านี้เขาคุยกับเจ๊ว่าอยากให้อันร้องเพลงประกอบละครสักเพลง แล้วก็จะมีเพลงที่คุณคริสร้องอีกหนึ่งเพลงด้วยนะ”
อันอันทำตาโตขึ้นนิดหนึ่ง
“เอ๊ะ จริงเหรอคะเจ๊? แต่น่าจะให้นักร้องมืออาชีพร้องจะดีกว่ามั้ยคะ…อันกลัวว่าร้องแล้วผู้จัดฯ จะไม่ถูกใจ”
“โธ่ ไม่หรอก อันของเจ๊ร้องดีจะตาย” เจ๊หวานหัวเราะเบา ๆ
“ผู้จัดฯ เขามีเพลงหลักให้นักร้องมืออาชีพร้องแล้ว ส่วนเพลงประกอบบางฉาก เพลงช้า ๆ เศร้า ๆ น่ะ เขาอยากให้อันร้อง เพราะเสียงอันหวาน แล้วก็มีเพลงช้า ๆ ที่เคยร้องไว้เยอะ เขายิ่งปลื้มใหญ่เลย”
อันอันยิ้มกว้างขึ้น
“งั้น…ก็ตามใจเจ๊เลยค่ะ อันจะร้องให้ดีที่สุด!”
“ดีจ้ะ แล้วเจ๊ว่าจะลองติดต่อคุณนางฟ้ามีปีก ให้ช่วยแต่งเนื้อร้องกับทำนองให้สักเพลง เดี๋ยวเจ๊ขอลองถามเขาดูก่อนนะ เผื่อเขาว่างจะช่วยทำให้”
อันอันรีบส่ายหน้ารัว ๆ
“เกรงใจเขาอะเจ๊ อันนี้มันเพลงละคร…ให้เขาแต่งให้ฟรี ๆ จะดีเหรอคะ”
“เดี๋ยวเจ๊จะลองคุยดู เจ๊จะขออนุมัติงบผู้แต่งเพลงด้วย ผู้จัดฯ น่าจะจ่ายไหวอยู่แล้วล่ะ”
พอได้ยินแบบนั้น อันอันก็ยิ้มจนตาหยี
“ถ้าคุณนางฟ้าฯ แต่งได้คงดีมากเลยค่ะ อันชอบเพลงที่เขาแต่งทุกเพลง ทั้งเนื้อหาดี ทำนองก็ติดหู… แล้วถ้าได้เพลงนี้เพิ่ม อันก็จะมีเพลงไว้ร้องในงานแฟนมีตติ้งในอนาคตด้วยนะคะ”
พูดจบ หญิงสาวก็นั่งตาลอยยิ้มหวานไปไกล
ฝันถึงวันที่จะมีแฟนคลับมารอเธอเยอะ ๆ
ฝันถึงวันที่จะได้ยืนบนเวทีเล็ก ๆ อุ่น ๆ แล้วร้องเพลงให้คนที่รักและสนับสนุนเธอฟัง
ภาพในหัวนั้นชัดจนหัวใจเธอรู้สึกมีแรงฮึดขึ้นมา…
...
ภูผานั่งเหม่อมองตุ๊กตาเพนกวินใส่สูทตัวเล็ก ๆ ที่อันอันเคยมอบให้เมื่อหลายปีก่อน เป็นของขวัญที่เขาไม่เคยยอมทิ้ง ไม่เคยยอมเก็บเข้ากล่อง และไม่เคยยอมวางไว้ที่ไหนไกลสายตา
เขาเพิ่งวางสายจากพี่โชค ผู้จัดการส่วนตัว ซึ่งโทรมาคุยเรื่องเพลงประกอบละครของอันอัน
พอได้ยินว่า “เจ๊หวานอยากขอให้คุณนางฟ้ามีปีกช่วยแต่งเพลงให้” เขาก็เผลอยิ้มออกมา ยิ้มแบบที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก
และเขาก็ตอบโดยไม่ต้องคิด
ว่าเขายินดีแต่งให้
ไม่คิดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องการเครดิต ไม่ต้องการอะไรตอบแทน
เพียงขอให้พี่โชคเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเหมือนเช่นเคย
“เธอผู้เปล่งประกาย” ชื่อเพลงที่แล่นเข้ามาในหัวเมื่อครู่ เขาชอบมัน
เพราะมันคือสิ่งที่เขามองเห็นเสมอเวลานึกถึงอันอัน
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าแอคเคานต์โซเชียลของอันอันตามความเคยชิน
ภาพล่าสุดที่เธอโพสต์ อันอันกับผมสั้นทรงทอมบอยที่ทำให้ใบหน้าเล็ก ๆ ยิ่งดูสดใส ดวงตาโตเป็นประกาย แม้จะดูเหนื่อยล้าจากการถ่ายละครช่วงนี้ แต่ก็สวยจนใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภูผามุ่งมั่นพัฒนาตัวเองด้านการแสดงเพราะหวังว่า…สักวัน
เขาจะได้เล่นละครร่วมกับอันอันสักเรื่อง
แค่เรื่องเดียวก็ยังดี
เพียงได้ยืนข้างกันในฐานะนักแสดง
แต่ความหวังนั้นก็ถูกพับเก็บไปเมื่อหญิงสาวตัดสินใจถอยจากงานแสดงชั่วคราว เพื่อกลับไปตั้งใจเรียนให้จบ
ในขณะที่สำหรับเขา…
เมื่อไม่กี่วันก่อน พ่อแม่ขอร้องให้เขาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และเขาก็ตัดสินใจรับปาก
อาจเพราะตอนนี้ ความฝันในการเป็นนักร้องของเขาต้องหยุดชะงัก
ส่วนงานแสดง เขาก็ก้าวไปถึงจุดที่คิดว่าตัวเองทำได้ดีที่สุดแล้ว
ไม่เหลืออะไรให้พิสูจน์อีก
การไปเรียนต่อต่างประเทศจึงเป็นเส้นทางที่ควรเดิน เพื่ออนาคต เพื่อครอบครัว เพื่อคนที่รักเขา
และ…อาจเพื่อถอยออกห่างจากบางความรู้สึกที่เขาไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนในหัวใจดี
เขามองตุ๊กตาเพนกวินตัวนั้นอีกครั้ง
ลูบหัวมันเบา ๆ เหมือนเป็นการลูบหัวความทรงจำของตัวเอง
ไม่รู้ว่าหลังจากกลับมา ทุกอย่างจะเหมือนเดิมไหม
แต่ในใจลึก ๆ เขาก็หวังว่า
อันอันยังจะเปล่งประกายให้เขาเห็น
ไม่ว่าจะในจอทีวี
หรือในความทรงจำของเขาก็ตาม
...