อันอันตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความสดใสตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพราะวันนี้คือวันดี...วันทำพิธีบวงสรวงละครเรื่องแรกที่เธอได้รับบทนางเอก แถมยังเป็นวันถ่ายทำฉากแรกเพื่อความเป็นสิริมงคลให้การทำงานตลอดทั้งเรื่องราบรื่น
หญิงสาวรีบทานอาหารเช้าที่คุณแม่จัดเตรียมอย่างประณีต ก่อนจะวิ่งตัวปลิวขึ้นรถตู้ที่เจ๊หวานนั่งรออยู่แล้ว
“เอ้า นี่จ้ะ อัน ช่อดอกไม้จาก ‘คุณนางฟ้ามีปีก’ แฟนคลับประจำของหนู เขาฝากมาให้”
เจ๊หวานยื่นช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่สวยงามให้ด้วยรอยยิ้ม
“อุ๊ยเจ๊ ดอกไม้น่ารักมากเลยค่ะ แถมมีการ์ดเขียนว่า ‘ขอให้ทุกอย่างราบรื่นและโชคดี’ ด้วยนะ… ชักอยากเจอหน้าคุณนางฟ้ามีปีกแล้วสิ อันอยากเลี้ยงขอบคุณมากเลย สองปีก่อนก็ช่วยแต่งเพลงให้อันตั้งห้าเพลง แล้วก็ดันเพราะมากจนคนโหลดกันเต็มไปหมดอีก”
อันอันยิ้มตาหยีพลิกการ์ดไปมาอย่างปลื้มใจ
“เอาน่า คุณนางฟ้าฯ เขาไม่ค่อยมีเวลา นี่ก็ให้ไรเดอร์เอามาส่งแทนเลยนะ” เจ๊หวานพูดกลั้วหัวเราะ
“แล้วอันต้องทำยังไงถึงจะขอบคุณคุณนางฟ้ามีปีกได้คะ เจ๊?”
หญิงสาวหันไปถามด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นเหมือนกำลังวางแผนภารกิจสำคัญ
“ก็ลงรูปช่อดอกไม้พร้อมแคปชันขอบคุณสิจ๊ะ เจ๊ว่าคุณนางฟ้าฯ น่าจะตามโซเชียลหนูอยู่นะ”
“ได้เลยค่ะเจ๊!”
อันอันหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปช่อดอกไม้หลายมุมทั้งแสงธรรมชาติ แสงในรถ และแสงแบบพร่ามัว ก่อนจะเลือกภาพที่สวยที่สุดแล้วโพสต์ลงโซเชียลของตัวเอง
“ขอบคุณสำหรับดอกไม้แสนน่ารักจากคุณนางฟ้ามีปีกมาก ๆ เลยค่ะ
หวังว่าจะมีสักวันที่อันได้เลี้ยงข้าวขอบคุณนะคะ”
โพสต์ถูกกดเผยแพร่ไปพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ของอันอันและในใจเธอก็แอบหวังว่าคุณนางฟ้ามีปีกจะได้เห็นเหมือนกัน…
...
ณ งานพิธีบวงสรวงบรรยากาศคึกคักอบอวลด้วยรอยยิ้ม ผู้จัด ผู้กำกับ นักแสดงหลัก นักแสดงรอง รวมไปถึงทีมงานต่างเดินทักทายกันอย่างชื่นมื่น
เพื่อความเป็นสิริมงคล และด้วยความที่ผู้จัดมีเชื้อสายจีน จึงมีการมอบซองแดงให้กับนักแสดงและทีมงานทุกคนเพื่อเรียกโชคลาภรับงานใหม่
อันอันกำลังทำความรู้จักกับผู้คนรอบตัวอยู่เรื่อย ๆ จนเมื่อหันไปก็ได้พบกับ ชาคริต นักแสดงดาวรุ่งที่เพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปี แถมช่วงนี้ชื่อของเขาก็ถูกพูดถึงไม่เว้นวัน
“อันอันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
เธอยิ้มตาหยีให้ชายหนุ่มที่กำลังสวมแว่นดำอยู่
ชาคริตรีบถอดแว่นออกอย่างสุภาพ เผยให้เห็นดวงตาคมที่ส่งยิ้มกลับมา
“ผมชาคริตครับ เรียกผมว่า คริส ก็ได้ครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ คุณอันอัน”
น้ำเสียงสุภาพกับรอยยิ้มอบอุ่นของเขาทำเอาอันอันรู้สึกว่าวันเริ่มต้นงานนี้ ช่างสดใสกว่าที่คิดไว้เสียอีก
ชาคริตยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“จริง ๆ ผมติดตามงานของคุณอันอันมาสักพักแล้วนะครับ…ดีใจมากเลยที่ได้ร่วมงานกันจริง ๆ สักที”
อันอันกระพริบตาปริบ ๆ อย่างแปลกใจ
“เป็นเกียรติมากกว่าอีกค่ะที่อันได้ร่วมงานกับคุณคริส อันจะได้เรียนรู้จากคุณคริสเยอะ ๆ เลยค่ะ”
“ไม่หรอกครับ” ชาคริตส่ายหน้าเบา ๆ “ผมเองก็ยังต้องพัฒนาอีกเยอะ เรื่องนี้คุณอันมีฉากบู๊เยอะเหมือนกันใช่ไหมครับ?”
“ค่ะ ผู้กำกับให้อันไปเรียนการต่อสู้ล่วงหน้ามาประมาณสองเดือนแล้วค่ะ…แต่ก็ยังเกรงใจพี่ ๆ นักแสดงที่ต้องเล่นฉากบู๊ด้วยกันอยู่ดีค่ะ กลัวจะทำเขาเจ็บน่ะค่ะ”
อันอันพูดพลางยิ้มแหย ๆ
ชาคริตหัวเราะเบาเหมือนเอ็นดู
“ผมว่าคุณอันทำได้ดีแน่นอนครับ คุณดูตั้งใจมาก”
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะพูดอะไรต่อ เสียงเจ๊หวานก็ดังขึ้นด้านหลัง
“คุณคริสคะ อันจ๊ะ ผู้กำกับตามแล้วจ้ะ อยากให้พระนางไปถ่ายรูปหน่อย วันนี้นักข่าวมาเยอะเลย”
ทั้งคู่รีบเดินเคียงกันไปยังด้านหน้าของงาน ซึ่งผู้กำกับและผู้จัดกำลังให้สัมภาษณ์สื่ออยู่พอดี บรรดาช่างภาพก็เล็งกล้องมาทางพระนางทันทีที่เห็นทั้งสองปรากฏตัว
เจ๊หวานเดินตามหลังอันอันมาติด ๆ แล้วสะกิดแขนหญิงสาวเบา ๆ
“เมื่อกี้คุยอะไรกันอยู่จ๊ะ…เห็นคุณคริสยิ้มหวานใส่อันใหญ่เลย”
อันอันหน้าเหวอ รีบโบกไม้โบกมือ
“แค่แนะนำตัวนิดหน่อยกับคุยกันนิดหน่อยค่ะ เจ๊ แหม อันเห็นนะ เจ๊จ้องคุณคริสตาเป็นมันเลย”
“น้องเค้าหล่อดี แต่เจ๊มีสุดหล่อในใจของเจ๊แล้ว คนนี้ต้องไปต่อแถวรอเจ๊แล้วล่ะ” เจ๊หวานพูดแล้วสะบัดหน้าเล็กน้อยจนอันอันยิ้มขัน
“ไปกันเถอะค่ะ เจ๊” อันอันคล้องแขนเจ๊หวานแล้วเดินไปด้วยกัน
...
คืนนี้ภูผามีคิวถ่ายฉากกลางคืน ระหว่างรอเข้าฉากต่อไป ชายหนุ่มนั่งพักอยู่มุมเงียบของกองถ่าย มือก็ไถมือถือเช็กข่าวคราวต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ
ทันทีที่เห็นโพสต์ของอันอันที่เธอลงเมื่อเช้า...โพสต์ช่อดอกไม้จาก “คุณนางฟ้ามีปีก” รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาโดยอัตโนมัติ
เขานึกถึงตอนเช้ามืด…ตอนที่ตัวเองเร่งพี่โชคให้รีบส่งดอกไม้ไปให้ทันเจ๊หวานก่อนออกจากบ้าน
ทั้งหมดก็เพื่อให้อันอันได้รับมันในวันสำคัญ...วันเปิดกล้องละครเรื่องแรกที่เธอได้เป็นนางเอกเต็มตัว
ภูผารู้ดีว่าอันอันพยายามหนักแค่ไหน กว่าจะได้บทนี้มา เธอฝึกการแสดง ฝึกอารมณ์ ไปจนถึงเรียนคิวบู๊มานับเดือน ทุกอย่างที่ได้มาคือความสามารถล้วน ๆ
และเขาก็อดรู้สึกดีใจแทนไม่ได้…เหมือนตัวเองได้มีส่วนเล็ก ๆ ในวันที่อันอันยืนอย่างภาคภูมิใจในกองถ่ายวันนี้
แต่ความอบอุ่นในอกยังไม่ทันอยู่ได้นาน ภาพถ่ายโปรโมทละครใหม่ที่เลื่อนขึ้นมาตรงหน้า
ก็ทำให้รอยยิ้มของเขาหุบลงแทบจะทันที
‘เจ้าชาคริตนี่ยืนชิดอันอันมากเกินไปไหมวะ…’
ในรูป อันอันกับชาคริตยืนจ้องหน้ากันแบบระยะประชิด เหมือนพร้อมจะปะทะอารมณ์กันได้ทุกวินาที
ตามบทพระนางที่ต้องเริ่มเรื่องด้วยความขัดแย้ง
ผู้จัดเลยสั่งว่าต้อง “ยืนเผชิญหน้ากันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
แต่ในสายตาภูผา…
‘มันใกล้เกินเหตุชัด ๆ’
‘ท่าอื่นก็มีตั้งเป็นร้อย…จะให้มายืนจ้องหน้ากันทำไมเนี่ย ปัญญาอ่อนจริง ๆ’
เขาพ่นลมหายใจแรงกว่าปกติอย่างไม่ได้ตั้งใจ จนทีมงานที่นั่งไม่ไกลหันมามอง
ภูผารีบก้มหน้าทำเป็นตั้งใจดูมือถือ…แต่ในหน้าอกกลับอุ่นร้อนด้วยความหงุดหงิดแปลก ๆ
ความรู้สึกที่แม้เจ้าตัวจะไม่อยากยอมรับนักว่า
เขากำลังหวงอันอันอยู่แบบเงียบ ๆ ชัดเจนเลยทีเดียว