Gypsophila 15

1006 Words
Gypsophila 15 พี่หิวไหมให้ผมไปซื้อข้าวให้ไหมครับ” “อืม ตอนนี้ยังก่อนดีกว่า แล้วเป็นยังไงทำงานวันนี้” ระหว่างที่ยืนจัดดอกไม้อยู่นั้นก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยถามคนข้างกายด้วยความใส่ใจ ลมยังไม่ได้ตอบในทันทีแต่ยื่นมือมาช่วยรวบเส้นผมไปด้านหลังให้เบา ๆ เห็นแบบนั้นฉันถึงได้หยิบกิ๊บหนีบผมส่งให้น้อง คนตัวสูงรับไปก่อนจะจัดการม้วนเส้นผมและใช้กิ๊บติดผมหนีบไว้ให้ “แน่นเกินไปไหมครับ” ลมกระซิบถามเสียงเบา “ไม่ค่ะ ขอบคุณนะ” “ยินดีครับ แล้วก็ที่ร้านรถเยอะมากเลยครับแต่ก็ทยอยทำน่ะ” น้องเล่าให้ฟัง และเหมือนทั้งมายด์และมาลีจะคุยอะไรกันด้วยเรื่องบางอย่างด้วยท่าทีตื่นเต้น ส่วนอาทิตย์จังหวะที่ลอบมองก็เห็นว่ากำลังมองมายด์อยู่ตลอดแต่ไม่ได้รับความสนใจจากเพื่อนสนิทของฉันเลยสักนิด ฉันว่าทั้งคู่ต้องมีเรื่องอะไรให้ทะเลาะกันแน่เลยล่ะ ดูแล้วไม่น่าจะงอนกันเฉย ๆ เพราะเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้วเช่นเดียวกัน ไม่สิ ก่อนที่ลมจะงอนฉันเพราะเข้าใจผิดครั้งนั้นนั่นอีก “พรุ่งนี้ผมหยุด เดี๋ยวจะมาช่วยนะครับ” “หือ? ทำไมได้หยุดล่ะ” เป็นฉันที่ทวนถามน้องอย่างไม่เข้าใจ มันไม่ใช่วันหยุดทั่วไปที่อู่หรือบริษัทจะหยุดนี่นา “เฮียจะพาซ้อไปเที่ยวครับ ร้านเลยหยุดสองวันพรุ่งนี้กับมะรืน” “อ๋อ แต่ไม่หยุดพักที่บ้านเหรอ?” “ไม่ครับ อยากเจอพี่น่ะ อีกอย่างผมอยู่หอพักครับ” “อือ งั้นก็มาที่นี่ก็ได้ค่ะ” ยามที่ถามถึงบ้าน แววตาน้องวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ ฉันที่สังเกตเห็นไม่ได้อยากทำให้น้องรู้สึกไม่ดีจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุย “มาตั้งแต่เช้าเลยได้ไหมครับ?” คนน่ารักเอ่ยถามพาซื่อ “เช้าขนาดไหนคะ? ตีห้าพี่ยังไม่ตื่นนะ” แกล้งแซวน้องด้วยรอยยิ้ม เหมือนตอนเช้าของฉันและน้องจะไม่ใช่เวลาเดียวกันนะ “งั้นมาเจ็ดโมงก็ได้ครับ” น้องยิ้มเขินส่งให้ “ค่ะ งั้นเจ็ดโมงถ้าหน้าร้านยังไม่เปิดให้เดินเข้าประตูรั้วข้าง ๆ นะห้ามนั่งรอหน้าร้าน” “ครับพี่” “โอ๊ย เหมือนน้ำตาลจะขึ้นเลยค่ะ เขินนะคะพี่มายด์” เสียงมาลีแกล้งแซว และเข้าทางมายด์ไม่น้อยที่เหมือนจะรอจังหวะที่จะเอ่ยแซวฉันอยู่ก่อนแล้วเช่นเดียวกัน “นั่นสิ ดูหวานละมุนไปหมดแล้วนะเนี่ย” มายด์แกล้งแซวทั้งยังหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขที่เห็นว่าฉันนั้นเริ่มมีอาการเขิน ปกติก็คุยกันแบบนี้นี่แหละ แต่จะเขินทุกครั้งที่มีคนแซวนี่นาไม่ชินเสียที “อีกแล้ว แซวทุกวันเลยเนี่ย” มองเพื่อนงอน ๆ ที่เหมือนช่วงนี้ทุกคนจะสนุกที่ได้แซวฉันกับน้องมากเลยนะ ถามว่าเขินไหม ฉันกับลมเขินจนไม่รู้จะเขินแล้วยังไงเหมือนกัน “ฮ่า ๆ ๆ พวกแกน่ารักอะ” มายด์หัวเราะก่อนจะหุบยิ้มลงฉับพลันเมื่ออาทิตย์เอ่ยเรียกชื่อเจ้าตัว “ถ้าน้องขวัญมา พี่พิมพ์โดนแซวเยอะกว่านี้แน่ค่ะ” มาลีเองก็แซวฉันด้วยรอยยิ้มขำ “รายนั้นแซวตั้งแต่วันแรกแล้วล่ะ พอพี่บอกก็ร้องกรี๊ดวิ่งรอบบ้าน พี่ตกใจมาก” ระหว่างที่เล่ามือก็ยื่นไปหยิบดอกไม้มาวางจนครบและเริ่มห่อช่อดอกไม้ “น้องรีบส่งข้อความมาเมาส์ใหญ่เลยค่ะ” “เวอร์ไม่มีใครเกินจริง ๆ ขวัญน่ะ” สีหน้า ท่าทาง และแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขของน้องในวันนั้นฉันยังจดจำได้อย่างดีเลยล่ะ วันที่บอกว่ากำลังคุยกับน้องลมและน้องสาวฉันดีใจมากแบบนั้น “พี่นั่งไหมครับ?” ลมที่นั่งเงียบมาสักพักก็เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง “นั่งแล้วพี่จัดช่อไม่ถนัดค่ะ ลมนั่งเลย เย็นนี้กินข้าวด้วยกันก่อนนะ” “ครับพี่” ขานตอบรับ ทั้งยังล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู แต่เหมือนน้องจะไม่ได้รับสายที่โทรเข้ามาและปิดโทรศัพท์แทนการตัดสายนั้นทิ้งไป “พิมพ์” “หือ? ว่าไงอาทิตย์” ละสายตาจากช่อดอกไม้พร้อมกับขานรับเสียงเรียกของอาทิตย์ที่เอ่ยเรียกตัวเอง “ช่วยพูดกับเพื่อนพิมพ์ให้หน่อยสิ” อาทิตย์มองมาทางฉันอย่างต้องการขอความช่วยเหลือ มายด์ยังเงียบและไม่ได้มองฉันหรืออาทิตย์เลยสักนิด “ต้องง้อเองนะ เราไม่รู้ว่าโกรธอะไรกันหรอกนะ แต่เราเคยเตือนอาทิตย์ไปแล้วนะ” “เข้าใจแล้วครับ” อาทิตย์ยอมในที่สุด “มายด์” ครั้งนี้ฉันเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนตัวเองบ้าง คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมองทั้งยังทำหน้าสงสัย “ทำไมไม่คุยกันล่ะ โกรธอะไรกันก็คุยกัน” บอกเพื่อนไปอย่างที่คิดแต่ไม่คิดว่าประโยคที่เพื่อนตอบกลับมานั้นจะทำให้คนที่นั่งอยู่ใกล้กับมายด์แววตาวูบไหวไปแบบนั้น “ไม่มีอะไรให้ต้องคุยเลย ก็เพื่อนกันนี่นา ไม่ต้องทำอะไรแล้ว” “มายด์...” “กลับไปเถอะ ไม่มีความจำเป็นต้องมานั่งเฝ้าหรือพร่ำเพ้อพูดอะไรให้มากความเลย เพื่อนกันเขาไม่ตามติดแบบนี้หรอกนะ” มายด์ย้ำกับอาทิตย์ ฉันเดาไม่ออกเลยว่าเพื่อนสนิทตัวเองต้องไปเจอเรื่องราวแบบไหนมาถึงได้กล้าพูดแบบนี้ออกไปกับคนที่ตัวเองแอบชอบ แอบชอบมานานแต่เหมือนตอนนี้เพื่อนสนิทของฉันจะตัดใจจากรักแรกของตัวเองเสียแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD