บทที่ 21 พิสูจน์หลักฐาน 1

1473 Words
ลู่เจ๋อและท่านพ่อบ้าน นั่งอยู่หน้าประตูห้องทรงพระอักษรมาได้พักใหญ่ หากเมื่อมาถึง จึงทันได้เห็นตอนที่หญิงสาวกำลังสะอื้นไห้ในอ้อมกอดขององค์ชาย เขาจึงถอยออกมาแล้วปิดประตูอย่างแผ่วเบา จนเสียงสะอื้นเงียบไปได้สักครู่ ทั้งสองจึงตัดสินใจเคาะประตู “กราบทูลฝ่าบาท หม่อมฉันเตรียมของที่พระสนมต้องการได้แล้วพะย่ะค่ะ” ท่านพ่อบ้านเป็นผู้ถวายรายงาน “เข้ามา” ทั้งองค์ชายและหญิงสาว ลุกจากที่นั่งเพื่อมาดูสิ่งของที่ท่านพ่อบ้านนำมา “เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป” “หม่อมฉันจะลองทำพิษจากเป่ยซิ่ง แล้วเอามาทดสอบดู ในจวนนี้ พอจะมีที่ตรงไหนให้หม่อมฉันใช้ได้บ้างเพคะ คงต้องเป็นที่ที่ค่อนข้างโปร่งหน่อย มิเช่นนั้นหม่อมฉันอาจป่วยด้วยพิษไปเสียก่อนเพคะ” “เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไว้ใจใครได้บ้าง ในจวนเราอาจมีหูตาของฝ่ายตรงข้ามก็ได้นะพะย่ะค่ะ เราหลบไปด้านหลังส่วนที่พักของข้าดีหรือไม่” ลู่เจ๋อเสนอ “ไม่ต้องหรอก เข้าไปทำในเรือนชู่ซิน นั่นแหละ ที่นั่นนอกจากพวกเราสี่คนกับเหม่ยลี่ คนอื่นไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าออกได้ แล้วก็มีแนวต้นไม้บดบัง ซีซีจะทำอะไรก็คงยากที่จะสอดแนม” องค์ชายรับสั่ง “งั้นหม่อมฉันจะรีบไปจัดเตรียมให้ ไม่ทราบว่าพระสนมต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมบ้างขอรับ” “ขอเป็นพวกถ้วย ชาม หลายๆ ขนาด ช้อน เตาไฟสำหรับชงชา ป้านชา จอกชา ตะเกียบสักสองสามคู่ มีดสั้น หม้อที่มีฝาปิด แล้วก็ผ้าสีขาว หรือสีอ่อน ความยาวสักสองช่วงแขนก็พอค่ะ ทั้งหมดไม่ต้องใช้ของดีนะคะ เอาของแตกหักที่ใช้แล้วเผาทิ้งได้เลย” “แล้วเจ้าต้องใช้ห้องหรือใช้ตรงไหนดี” “คงต้องกลางแจ้ง ตรงหน้าบ้านดีกว่าเพคะ โปร่งดี” “งั้นข้าจะรีบไปจัดเตรียมให้เดี๋ยวนี้เลยขอรับ” “ท่านพ่อบ้านช่วยเรียกเหม่ยลี่ให้ไปช่วยข้าด้วย แล้วให้นางหยิบเข็มกับด้ายไปด้วยนะคะ” “ขอรับ” เมื่อพ่อบ้านออกไป หญิงสาวจึงหันกลับไปหาองค์ชาย “หม่อมฉันขอไปเตรียมตัวก่อนนะเพคะ ทรงงานอยู่ที่นี่ไปก่อนก็ได้เพคะ คงอีกสักพักใหญ่ทีเดียว ถ้าพร้อมแล้วหม่อมฉันจะให้เหม่ยลี่มาทูลเชิญนะเพคะ” “ได้ ลู่เจ๋อ เจ้าเดินไปส่งนางหน่อย อาจมีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่านางคือพระสนม” “พะย่ะค่ะ” *** เวลาผ่านไปจนบ่าย เหม่ยลี่วิ่งกระหืดกระหอบมาที่ห้องทรงพระอักษร แล้วรีบถวายรายงาน “กราบทูลองค์ชาย พระสนมทรงเป็นอะไรไม่ทราบเพคะ ผสมสมุนไพรอยู่ดีๆ ก็มีอาการเวียนศีรษะ อาเจียนและเหมือนเป็นลม ล้มลงไปแล้วเพคะ” ไป๋หลงหลานกระเด้งตัวจากเก้าอี้ แล้ววิ่งออกไปทันที ตามด้วยลู่เจ๋อและเหม่ยลี่ เมื่อชายหนุ่มวิ่งเข้ามาบริเวณเรือนชู่ซิน จึงเห็นหญิงสาวนั่งอยู่ที่พื้น เงยหน้า หลับตา พิงร่างกับเสาเรือนต้นหนึ่ง ผ้าบางที่ใช้ปิดหน้าห้อยทิ้งชายอยู่ด้านข้างใบหน้าซีดนั้น “ซีซี! เจ้าเป็นอะไร ทำไมถึงมีอาการเช่นนี้” ไป๋หลงหลานรีบเข้ามาแล้วอุ้มร่างหญิงสาวขึ้นมาจากพื้น ทำท่าจะพาเข้าไปในบ้าน “อย่าเข้าไปเพคะ พาหม่อมฉันไปที่โต๊ะหินดีกว่า หม่อมฉันต้องการอากาศข้างนอกนี่เพคะ” ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวไปที่โต๊ะหิน ใต้ร่มไม้ หากไม่ได้ปล่อยให้เธอนั่งลง เป็นตัวเขานั่งลง โดยที่ยังอุ้มเธอเอาไว้ให้นั่งบนตัก แขนข้างหนึ่งโอบและดันให้หญิงสาวเอนพิงร่างบางกับตัวเขา “เหม่ยลี่ ไปตามหมอมา” ทรงหันไปรับสั่ง แต่หญิงสาวคว้าแขนของเขาเอาไว้ก่อน “ไม่ต้องเพคะ หม่อมฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกสักพักก็ดีขึ้น” แล้วหันไปทางเหม่ยลี่ “เจ้าก็ตื่นตูมไป ทำให้ตกอกตกใจกันหมด ข้าจะเรียกไว้ก็ไม่ทัน” “ไม่เป็นอะไรได้อย่างไร เห็นชัดว่าเจ้าหมดเรี่ยวหมดแรงเช่นนี้” ไป๋หลงหลานก้มหน้าลงพูดกับหญิงสาวด้วยเสียงเข้มดุ ด้วยความตกใจและเป็นห่วง โดยที่เจ้าตัวก็ไม่ทันสังเกตตนเอง หากทุกคนในที่นั้น ได้เห็นแล้วว่า พระสนมมีความสำคัญต่อองค์ชายขนาดไหน “ไม่เป็นไรจริงๆ เพคะ หม่อมฉันพยายามผสมตัวยาทีละนิด ครั้งสุดท้ายมันคงเยอะไปหน่อย กลิ่นควันมันลอยขึ้นมาหม่อมฉันหลบไม่ทัน เผลอสูดเข้าไปเลยเป็นอาการแบบนี้ล่ะเพคะ” “เหม่ยลี่ เจ้าไปเอาน้ำดื่มให้ข้าหน่อย ขอเยอะๆ นะ แล้วเจ้ามีพวกสมุนไพรหอม อย่างพวกเปลือกส้มอะไรพวกนี้บ้างไหม” “มีเจ้าค่ะพระสนม ข้าจะไปหยิบมาให้นะเจ้าคะ” เพียงครู่เดียว เหม่ยลี่ก็วิ่งกลับมาพร้อมกับเหยือกน้ำ ถ้วยน้ำ ถุงสมุนไพรหอม และแถมด้วยพัดอีกหนึ่งอัน ที่องค์ชายคว้าเอาไปแล้วกางออก พัดลมใส่ใบหน้าหญิงสาวในอ้อมกอดตนเอง เหม่ยลี่รินน้ำใส่ด้วยแล้วส่งให้หญิงสาว หากไป๋หลงหลานวางพัด แล้วรับถ้วยน้ำมาแล้วเป็นคนค่อยป้อนให้หญิงสาวค่อยๆ จิบ สักครู่ สีหน้าของจ้าวรั่วซีก็ค่อยดีขึ้น สีเลือดฝาดค่อยกลับมาเป็นปกติ “เป็นอย่างไรบ้าง” “ดีขึ้นแล้วเพคะ” หญิงสาวค่อยลุกออกจากอ้อมกอดและตักของชายหนุ่ม ก่อนจะย่อตัวลง “ขอบพระทัยฝ่าบาท ที่ทรงเป็นห่วงเพคะ” ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวข้างๆ ใบหน้ามีริ้วแดงพาดผ่านแก้มนวลทั้งสองข้าง “นี่ล่ะเพคะ พิษของเป่ยซิ่ง นี่หม่อมฉันสูดแค่ ‘ควันพิษ’ เข้าไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น ยังเวียนศีรษะ คลื่นไส้ขนาดนี้ หากผู้ตายได้รับพิษที่ผสมเข้มข้นในน้ำชา พิษจะแสดงผลทันที และรุนแรง จะหายใจไม่ออก หัวใจจะไม่สามารถสั่งร่างกายได้ สิ้นใจในระยะเวลาอันสั้นมากเพคะ” “แล้วเจ้ารับพิษเข้าไปจะมิเป็นอันตรายหรือ” “ไม่หรอกเพคะ เพราะว่าเป็นเพียงควันพิษที่หม่อมฉันรับเข้าไปในปริมาณที่น้อยมาก ที่ให้เหม่ยลี่ไปนำน้ำดื่มมาก็เพราะช่วยสามารถขับพิษออกจากร่างไม่ให้ตกค้างได้ ส่วนอาการก็จะมีแค่เวียนศีรษะ และคลื่นไส้เพคะ” “เจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว...แน่นะ” เขายังถามด้วยยังรู้สึกตกใจไม่หาย “แน่เพคะ เรารีบไปทดลองกับหนูต่อเถอะเพคะ ก่อนที่พิษจะระเหยออกไปหมด หม่อมฉันไม่อยากต้องผสมใหม่” ประโยคหลังเน้นย้ำด้วยสีหน้าแหยงๆ องค์ชายไป๋หลงหลานถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะค่อยประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้น เดินนำกลับไปทางเดิม เมื่อเดินกลับมาที่บริเวณที่หญิงสาวจัดเตรียมเอาไว้ จ้าวรั่วซีจึงอธิบายถึงสิ่งที่จะทำต่อไป “ข้าคงต้องขอให้ท่านลู่เจ๋อหรือท่านพ่อบ้านช่วยทำขั้นตอนต่อไปให้ข้าหน่อย” หญิงสาวพูดพร้อมทำตาละห้อยมองไป๋หลงหลาน “เจ้าหนูพวกนี้ถึงเวลาชะตาขาดแล้วสินะ” เขาเดาอาการเธอออก “เชิญพระสนมสั่งการมาเลย ข้าจะทำให้เองขอรับ” ท่านพ่อบ้านเสนอตัว “งั้นท่านอาหนูหนึ่งตัวไปไว้ในหม้อใบใหญ่ แล้วเอาน้ำชาในแก้วที่มีฝาปิดใบนั้น” หญิงสาวชี้ไปที่แก้วน้ำชามีฝาปิดเอาไว้ “...แล้วให้เจ้าหนูโชคร้ายดื่มน้ำชาในแก้วนั้นด้วยค่ะ” ระหว่างที่พ่อบ้านเตรียมการอยู่ หญิงสาวก็บอกกับทุกคน “อีกเดี๋ยวเมื่อเจ้าหนูโชคร้ายหยุดหายใจ มันจะปล่อยกลิ่นที่ถ้าข้าคาดการณ์ไม่ผิด จะเป็นกลิ่นเดียวกันกับที่เราได้จากศพท่านเสนาบดี แต่มันอาจจะจางมากจนเราไม่ได้กลิ่นก็เป็นได้ เพราะหนูมันตัวเล็กกว่าคนมาก ข้าเลยคิดว่าหากเราปิดฝาหม้อไว้สักพัก กลิ่นที่ปล่อยออกมาอาจจะอบอวลมากขึ้น เมื่อเราเปิดฝาหม้อออก ข้าอยากให้พวกท่านรีบดมกลิ่นที่เกิดขึ้นเพราะมันจะหายไปเร็วมาก และไม่ต้องกลัวค่ะ กลิ่นที่เกิดขึ้นไม่ใช่ควันพิษแบบที่ข้าได้รับ มันไม่เป็นอันตราย ไม่มีพิษผสมออกมาค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD