บทที่ 6 ความอยุติธรรม 2

1203 Words
ความคิดของเธอล่องลอยย้อนอดีตไปเห็นภาพตัวเองตอนสักสิบขวบได้ เธอขี้เกียจเรียนภาษาไทยกับแม่ พ่อกับแม่เลยหากลวิธีให้เธอสนใจ “ซีซี อยากเป็นผู้ช่วยสืบความลับกับพ่อมั้ย” พ่อเธอถามพร้อมชูกระดาษใบหนึ่ง “อยากสิคะ ซีซีเป็นผู้ช่วยพ่อได้ด้วยเหรอคะ” “ได้สิ มาช่วยพ่อถอดรหัสของแม่หน่อย แม่เราเค้าเอาขนมไปซ่อนไว้ ต้องถอดรหัสในนี้ให้ได้ เราสองคนพ่อลูกถึงจะได้กินขนมที่แม่ทำไว้น่ะ” พ่อเอากระดาษในมือให้เธอดู มันเป็นภาษาไทยและเรียงคำไว้ในรูปแบบที่ประหลาด ไม่เป็นประโยค แต่ถ้าลากเส้นล้อมกรอบคำที่อยู่รอบนอกสุด จะได้เป็นภาพสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน “มันเขียนว่าอะไรอะคะ” “อ้าว ซีซี เป็นผู้ช่วย ก็ต้องช่วยพ่ออ่านคำเหล่านี้ก่อน อ่านไปทีละคำนะ ซีซี รู้ความหมายทุกคำมั้ยลูก” เธอจำได้ว่าเธอค่อยๆ ไล่อ่านไปทีละคำ อ่านไม่ออก พ่อก็ให้เธอวิ่งไปถามแม่ จนอ่านได้ครบ พ่อ (ที่แอบไปเรียนจากแม่มาก่อนแล้ว) จึงค่อยๆ สอนวิธีไขรหัสคำเหล่านั้น แล้วพ่อก็ช่างมีหลากหลายรูปแบบในการไขรหัสเหล่านั้นมายั่วให้เธออยากอ่าน และอยากเรียนภาษาไทยมากขึ้น เธอมารู้เอาภายหลังว่าสิ่งที่พ่อสอน จริงๆ แล้วมันคือ ‘กลบท’ หรือการเข้ารหัสแบบโบราณของคนไทย พ่อช่วยแม่ออกอุบายให้เธอยอมเรียนภาษาไทยอย่างสนุกสนาน โดยให้แม่สอนกลบทเหล่านั้นให้พ่อก่อน แล้วพ่อเอามาหลอกล่อเธออีกต่อหนึ่ง เธอคิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาจับใจ ...ป่านนี้ทำไมพ่อยังไม่โทรกลับมาอีกนะ หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มาต่อสายไปเมืองจีนอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีคนรับสายเช่นเดิม เธอเริ่มใจไม่ดี เพราะแม้ว่าพ่อเธอจะพูดภาษาไทยได้คล่อง อ่านเขียนพอได้ แต่ปกติก็จะสื่อสารกับเธอด้วยภาษาจีน แต่ครั้งนี้ พ่อเธอใช้ความพยายามในการสร้างกลบทภาษาไทย ที่ซ่อนความหมายบางอย่างไว้ เธอจึงยกภาพนั้นมาขึ้นมาดูแบบตั้งใจอีกครั้ง แล้วหยิบกระดาษและปากกามาเขียนถอดความจากปริศนาหลังภาพนั้นทันที [ดูภาพ] > https://drive.google.com/file/d/1xl97_eZTmkR55Lspq3-l92OkbIwC_xwm/view?usp=share_link สืบ สานสาน ชั่วช้า มานาน สืบ ยิ่งยิ่งพบพาน มากล้น สืบ วิ่งวิ่งกบดาล ซ่อนเงื่อน จันทรา สืบ สัตย์สัตย์สะท้อน อาจร้าง ชีวัน จ้าวรั่วซีสามารถถอดรหัสออกมาได้ไม่ยาก หากไม่เข้าใจว่าพ่อของเธอต้องการสื่อสารเรื่องอะไร ที่ให้ใครรู้ไม่ได้ ถึงขั้นต้องงัดเอาภาษาไทยของแม่มาใช้ใส่รหัส และยังภาพทะเลนั่นอีก...มันดูคุ้นตา แต่ก็นึกไม่ออกว่ามันคือทะเลที่ไหน...ประเทศไทยหรือเปล่านะ พ่อกำลังจะบอกอะไร กับเธอ? แล้วทำไมพ่อไม่รับสายโทรศัพท์เลย แม้เธอพยายามโทรหาอีกสองสามครั้งก็ยังติดต่อเขาไม่ได้เลย อาจเป็นเพราะเธอครุ่นคิดถึงภาพถ่ายกับปริศนาหลังภาพนั้น ผสมกับความเหนื่อยล้าจากการอ่านเอกสารจำนวนมากในวันนี้ จึงเผลอนั่งหลับไปที่โซฟานั่นเอง แล้วเธอก็ก้าวเข้าสู่ความฝัน...อีกครั้ง...เพียงแต่ครั้งนี้ เธอไม่ได้ฝันถึงเหตุการณ์ในยุคโบราณเหมือนทุกๆ ครั้ง หากเป็นเรื่องราวในยุคปัจจุบันนี่เอง... ในความฝัน เธอเห็นภาพห้องที่ดูเหมือนเป็นห้องพักในโรงแรม ดูจากการตกแต่งน่าจะเป็นโรงแรมราคาถูกที่มีเฟอร์นิเจอร์เพียงเตียงเดี่ยวหนึ่งหลัง ตู้เสื้อผ้าที่ดูสภาพแล้วน่าจะอยู่มาตั้งแต่สมัยสงครามโลก โต๊ะกลมตัวเล็กๆ กับเก้าอี้อีกตัวเดียวเท่านั้น ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เปิดประตูเข้าห้องมาแล้วหันกลับไปล้อคประตู ใส่กลอนอย่างแน่นหนา ผิดกับห้องโรงแรมทั่วไป เขาวางถุงกระดาษในมือที่โต๊ะกลมกลางห้อง แล้วเดินไปที่มุมด้านหนึ่งของหน้าต่าง ที่อยู่ทิศตรงข้ามกับประตู ใช้นิ้วเผยอผ้าม่านออกเพียงนิดเดียว พอให้มองออกไปด้านนอกได้ เขามองคล้ายสำรวจสภาพภายนอกอยู่สักครู่ จนพอใจแล้วจึงหันกลับ เดินมานั่งและนำกล่องอาหารที่ซื้อมาออกมานั่งทานที่โต๊ะกลมนั้น หากเขาทานไปได้เพียงสองสามคำ จู่ๆ ก็ดูเหมือนมีอาการอาหารติดคอ แล้วหายใจไม่ได้ เขาใช้มือทั้งสองข้างจับคอแน่น ดวงตาเหลือกลาน เขาลุกยืน พยายามจะเดินไปที่ประตู แต่ไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ เดินเซไปเซมาได้เพียงสองสามก้าวก็ล้มลง แล้วในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ร่างของเขาก็แน่นิ่งไป เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก็มีชายสองคน งัดหน้าต่างด้านหลังผ้าม่านปีนเข้ามา แล้วพยุงเอาร่างที่ไร้สติ ไร้เรี่ยวแรงของเขาเปิดประตูห้องออกไป ณ โค้งถนนเลียบเขาสูง อีกด้านของถนนเป็นหน้าผาค่อนข้างสูง มีป้ายที่เตือน ‘โค้งอันตราย’ ที่ทางการมาติดตั้งเอาไว้ เนื่องจากเป็นจุดทีเกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำ ชายสองคนนั้นนำร่างไร้สติของเขาที่ดูเหมือนว่าน่าจะเสียชีวิตแล้วออกจากรถที่ขับมา แล้วนำไปใส่ไว้ในรถยนต์อีกคันหนึ่งที่จอดเตรียมเอาไว้ในที่นั่งด้านคนขับ แล้วติดเครื่อง ใส่เกียร์เดินหน้า หักพวงมาลัยกลับเข้าสู่ด้านชิดภูเขา ใช้เท้าของเขาเหยียบคันเร่ง และเมื่อปล่อยให้รถวิ่งออกไป พวงมาลัยที่ไม่มีการควบคุมจึงหมุนคืนกลับ แล้วพารถเบนหัวหันหน้าออกจากฝั่งด้านเลียบภูเขา วิ่งตรงสู่ทิศทางตรงข้ามไปจนตกหน้าผาสูง เพียงไม่กี่วินาทีก็ได้ยินเสียงระเบิดดังลั่นจากด้านล่างหน้าผานั้น ควันดำและเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นมาสูงจนมองเห็นได้จากด้านบนถนน จ้าวรั่วซีสะดุ้งตื่นด้วยหัวใจเต้นแรง ทันทีที่รถคันนั้นตกหน้าผาถึงพื้นดิน แล้วระเบิดเป็นกองเพลิงที่ลุกโชน ‘ฝันอีกแล้ว’ …ในฝันนั้น แม้เธอไม่รู้ว่าชายคนนั้นคือใคร แต่เธอกลับรู้สึกคุ้นเคยมาก และรู้สึกสงสารและเจ็บแปลบที่หัวใจมาก มันเป็นการจัดฉากฆาตกรรมอย่างทารุณ ในฝันเธอร้องไห้สะอื้นแรงจนตกใจตื่น มาด้วยน้ำตานองหน้า ใจเต้นแรง เสมือนเธอยืนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ กว่าครู่ใหญ่ที่จ้าวรั่วซีจะสงบใจลงได้ บอกตัวเองว่าเธอพยายามอ่านและศึกษาคดีฆาตกรรมต่างๆ มากจนเกินไป หญิงสาวจึงลุกไปอาบน้ำ ให้น้ำเย็นไหลผ่านใบหน้า เพื่อดึงสติกลับมา พยายามทำใจให้สงบ บอกตัวเองว่ามันเป็นแค่ความเครียดที่ส่งผลกับร่างกายและจิตใจ นึกในใจว่าคงต้องหาเวลาพักผ่อนบ้างเสียแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD